เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 408 หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนาน

ตอนที่ 408 หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนาน

ตอนที่ 408 หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนาน


ตอนที่ 408 หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนาน

พรึ่บ !

บุรุษผู้นั้นยื่นมือขวากระชากเสื้อคลุมของตนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ลมหายใจก็เริ่มหอบหนักขึ้น เขาคือ ฉินเซี่ยหู่ ! นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขาในยามนี้ นอกจากความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้นแล้ว ที่มากไปกว่านั้นคือความเจ็บปวดและสิ้นหวัง นับตั้งแต่กลายสภาพเป็นตัวประหลาดเช่นนี้ ทุกครั้งที่ท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตก บาดแผลบนร่างที่สมานกันแล้วมักจะส่งความเจ็บปวดรวดร้าวที่ยากจะทนทานออกมาเสมอ ราวกับมีแมลงตัวเล็ก ๆ ไต่ยั้วเยี้ยอยู่ลึกเข้าไปในกระดูก ทั้งเจ็บปวดทั้งคันยิบ ๆ ทุกครั้งต้องเกาจนเลือดอาบไปทั้งตัว แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขายากจะยอมรับที่สุด

สิ่งที่ทำให้ฉินเซี่ยหู่เจ็บปวดที่สุดก็คือรูปลักษณ์นี้ อดีตเขาคือหัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็ก รูปร่างหน้าตาแม้จะไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นหล่อเหลา ทว่าก็เรียกได้ว่าสง่าผ่าเผย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องในพรรคหรือคนอื่น ๆ ยามมองมาที่เขาล้วนเต็มไปด้วยความยำเกรงอย่างหาที่สุดไม่ได้ แต่ตอนนี้ล่ะ ? สภาพเหมือนผีสางของตัวเองนี้เดินไปที่ไหนก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ต้องเผชิญกับการตวาดด่า สายตาดูถูกเหยียดหยาม กระทั่งการด่าทอ เขาทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวโคร่ง ต่อให้ออกไปข้างนอก ก็ต้องพยายามเลือกเวลาที่ดึกสงัดไร้ผู้คน กระทั่งบ่าวไพร่และทาสที่จ้างมา สายตาที่มองเขาก็มักจะแฝงไว้ด้วยความหวาดผวาราวกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาด จากหัวหน้าพรรคที่ผู้คนจับตามองและเคารพเลื่อมใส ต้องตกต่ำกลายมาเป็นตัวประหลาดที่ทุกคนต่างก็หลีกหนีให้ไกล...

ความรู้สึกตกต่ำจากสวรรค์ลงสู่นรกเช่นนี้ ทำให้ทุกค่ำคืนฉินเซี่ยหู่ต้องเคียดแค้นและเดือดดาลจนแทบจะเป็นบ้า !

หากไม่ใช่เพราะมีความคิดแก้แค้นคอยค้ำจุนอยู่ เขาถึงขั้นเคยคิดจะปลิดชีพตัวเอง เพื่อจบสิ้นชีวิตอันแสนรันทดนี้เสีย

"ใต้เท้า" บ่าวรับใช้ชุดเขียวมองดูสภาพอันน่าสยดสยองของฉินเซี่ยหู่ รูม่านตาหดเกร็ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างแนบเนียน ก้มหน้าเอ่ยประจบประแจง

"ครั้งนี้ท่านจะต้องสมปรารถนาอย่างแน่นอนขอรับ ต่อให้หลี่มูจะมีฝีมือเก่งกาจปานใด ก็ไม่มีทางรับมือกองทัพใหญ่ของจวนเจิ้นหนานอ๋องได้หรอก"

"ฮูหยินรองผู้นั้นเป็นที่โปรดปรานอย่างมาก หากรู้ว่าน้องชายร่วมสายเลือดถูกสับมือทั้งสองข้าง นางจะต้องคลุ้มคลั่งแน่ เจิ้นหนานอ๋องเพื่อปลอบใจอนุภรรยาคนโปรด มีความเป็นไปได้สูงที่จะสั่งให้ผู้บัญชาการสักคนนำทัพกลับมาจากชายแดนเพื่อกวาดล้างหลี่มูโดยตรงเลยขอรับ"

"เพียงแต่ว่า... หากจวนอ๋องตั้งใจจะสืบสวนเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าพวกเราคงปิดไว้ไม่อยู่หรอกนะขอรับ ! "

ฉินเซี่ยหู่พยักหน้ารับเบา ๆ มุมปากที่มีรอยไฟลวกเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

เขาย่อมรู้ดีว่าแผนการนี้มีความเสี่ยงสูงมาก คนระดับเจิ้นหนานอ๋อง หากรู้ว่าเขาเป็นคนคอยยุแยงตะแคงรั่วอยู่เบื้องหลัง หลังจากกำจัดหลี่มูได้แล้ว ก็ย่อมไม่มีทางปล่อยเขาเอาไว้แน่ แต่... ก็ไม่มีทางเลือก

"หึ ใครใช้ให้พวกพรรคฮวาจู๋มันเป็นพวกไม่ได้เรื่องล่ะ ? " ในดวงตาของฉินเซี่ยหู่ปรากฏแววดูแคลนและอับจนหนทางอย่างเข้มข้น

"เดิมทีข้าคิดจะยืมอำนาจของพวกมันมากำจัดศัตรูคู่แค้น คิดไม่ถึงเลยว่าพวกผู้อาวุโสและหัวหน้าหอพวกนี้จะวุ่นวายกันอยู่ตั้งนาน ผลสุดท้ายไม่เพียงแต่จะฆ่าหลี่มูไม่ได้ กลับถูกอีกฝ่ายถล่มซะราบเป็นหน้ากลอง"

ก่อนหน้านี้ฉินเซี่ยหู่พยายามประจบเอาใจหัวหน้าหอจูเชวี่ยสารพัดวิธี ยอมสละทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตัวเอง ซ้ำยังใช้ข้อเสนอ "แนะนำให้ซื้อดินระเบิดจากพ่อค้าชาวซีอวี้" เป็นข้อแลกเปลี่ยน ถึงจะได้ขึ้นเรือลำใหญ่ของหัวหน้าหอจูเชวี่ย และมีที่ยืนในพรรคฮวาจู๋ได้ เดิมทีเขาคิดจะอาศัยความขัดแย้งภายในของพรรคฮวาจู๋มาล้างแค้น ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าหลี่มูจะกล้านำกำลังบุกมาถึงเมืองฉีโจว ใช้กำลังที่เหนือกว่าบดขยี้พรรคฮวาจู๋จนพังพินาศไม่เป็นท่า

แกนนำระดับสูงหลายคนในพรรค ส่วนใหญ่ก็ล้วนตายด้วยน้ำมือของกองทัพฉางหนิง ลูกกระจ๊อกที่เหลือก็เปรียบเสมือนงูไร้หัว ย่อมไม่อาจรวมพลังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเขาแก้แค้นต่อไป ส่วนฉินเซี่ยหู่ที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในคืนนี้ด้วยตาตัวเอง ก็ทำได้เพียงหาทางออกอื่น ส่งคนไปสวมรอยเป็นคนของจวนอ๋องเพื่อยั่วยุหลี่มู ขยายความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายให้รุนแรงยิ่งขึ้น

เพื่อยืมมือฮูหยินรองมากำจัดหลี่มูให้เร็วที่สุด สาเหตุที่เขาต้องวางหมากอย่างเร่งรีบและเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนี้ นอกเหนือจากความโกรธแค้นในใจของฉินเซี่ยหู่ที่ยากจะทนทานได้อีกต่อไปแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ นั่นก็คืออัตราการเติบโตของหลี่มูนั้นรวดเร็วเกินไปแล้ว ฉินเซี่ยหู่เป็นพยานที่เห็นด้วยตาตัวเองว่า หลี่มูก้าวขึ้นมาจากนายพรานยากจนในชนบททีละก้าว ๆ จนผงาดขึ้นยึดครองเมืองอันผิง กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีทหารในสังกัดหลายพันนายได้อย่างไร !

และทั้งหมดนี้ เขาใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น เจิ้นหนานอ๋องทำศึกกับพวกคนเถื่อนที่ชายแดน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ล้วนต้องใช้เวลาหลายเดือน รอจนถึงเวลานั้น ขุมกำลังของหลี่มูเกรงว่าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ ส่วนทหารค่ายพิทักษ์จวนที่ต้องไปสู้กับคนเถื่อนก็ย่อมต้องสูญเสียกำลังพลไป ในสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งขึ้นแต่อีกฝ่ายอ่อนแอลงเช่นนี้ การจะเอาชนะหลี่มูได้หรือไม่นั้น ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจรู้ได้ !

เพื่อหลีกเลี่ยงอนาคตอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ฉินเซี่ยหู่จึงทำได้เพียงเร่งแผนการของตัวเองให้เร็วขึ้น

"หากจวนอ๋องรู้เรื่องนี้ในภายหลัง ก็ช่างประไร" น้ำเสียงของฉินเซี่ยหู่ราบเรียบ ทว่าภายใต้ความราบเรียบกลับแฝงไว้ด้วยความคุ้มคลั่ง

"แรงผลักดันเดียวที่ทำให้ข้ามีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ก็คือการแก้แค้น ขอเพียงหลี่มูตาย ข้าจะอยู่หรือตายก็ไม่สำคัญแล้ว"

"ถึงยังไง สภาพที่เหมือนผีแบบนี้... ข้าก็ทนมามากพอแล้ว ! "

บ่าวรับใช้ชุดเขียวฟังคำพูดของเขา ก็ก้มหน้าต่ำลงไปอีก ท่าทางอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด

ฉินเซี่ยหู่มองเขา ล้วงตั๋วเงินใบหนึ่งออกจากอกเสื้อแล้วโยนไปให้ พลางเอ่ย "คืนนี้เจ้าเสี่ยงอันตรายทำงานให้ข้า ข้าย่อมไม่เอาเปรียบเจ้า... เงินสามร้อยตำลึงที่ตกลงกันไว้ รับไปเถอะ"

"พ้นคืนนี้ไป หากเจ้าหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ที่เมืองฉีโจวต่อ ข้าสามารถไปพูดกับพ่อค้าชาวซีอวี้ ให้เจ้าเข้าร่วมกองคาราวานของพวกเขาเพื่อเดินทางออกจากต้าฉีได้"

บ่าวรับใช้ชุดเขียวรับตั๋วเงินมา ใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานพลางเอ่ย "ขอบพระคุณใต้เท้าขอรับ"

"ดึกมากแล้ว ไปเถอะ เอามือคู่นี้ไปส่งที่จวนเจิ้นหนานอ๋องซะ" ฉินเซี่ยหู่โบกมือ ดูเหมือนจะไม่มีอารมณ์สนทนาต่อแล้ว เอ่ยถาม "พอไปถึงจวนอ๋อง เจ้ารู้ใช่ไหมว่าจะต้องพูดยังไง ? "

"รู้ขอรับ" บ่าวรับใช้ชุดเขียวพยักหน้า "ก็บอกว่าผู้น้อยเป็นคนตีเกราะเคาะไม้เดินยามกลางคืน บังเอิญไปเจอกองทหารม้าของหลี่มูเข้าพอดี เขาฟันมือของซุนเย่าจู่ขาด แล้วให้ข้านำมาส่งที่จวนอ๋อง พร้อมบอกว่านี่คือจุดจบของการตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา"

เขาชี้ไปที่บาดแผลบนหัวไหล่ของตัวเอง นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดพลางเอ่ย "มีแผลนี่อยู่ คนของจวนอ๋องไม่มีทางสงสัยแน่ขอรับ"

ฉินเซี่ยหู่พยักหน้า ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายไปได้ บ่าวรับใช้กำลังจะหันหลังเดินจากไป จู่ ๆ ฉินเซี่ยหู่ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบร้องเรียก "เดี๋ยวก่อน เอามือคู่นั้นมาให้ข้าดูหน่อย"

อีกฝ่ายชะงักไป แต่ก็ยอมยื่นให้ตามคำสั่ง ฉินเซี่ยหู่กำมือที่ชุ่มเลือดคู่นั้นพินิจดูอยู่สองสามอึดใจ จู่ ๆ หว่างคิ้วก็ขมวดมุ่นขึ้นมา

"มีบางอย่างผิดปกติ ! "

บ่าวรับใช้ได้ยินดังนั้นก็รีบก้าวเข้ามาหา "ใต้เท้า มีอะไรผิดปกติหรือขอรับ ? "

"ซุนเย่าจู่แม้จะเป็นแม่ทัพ แต่ปกติก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย กระทั่งการฝึกซ้อมก็แทบจะไม่เคยลงไปทำด้วยตัวเอง ทว่ามือคู่นี้กลับเต็มไปด้วยรอยด้าน บนหลังมือยังมีรอยแผลเป็นจากหิมะกัด..." คิ้วของฉินเซี่ยหู่ยิ่งขมวดแน่นขึ้น ภายในใจเริ่มมีความรู้สึกไม่สู้ดีก่อตัวขึ้นมา: "นี่มันดูเหมือนมือของชาวนาหรือผู้ใช้แรงงานที่ทำงานหนักเป็นประจำมากกว่า ! "

ป้าบ !

ฉินเซี่ยหู่เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่ยถาม "เจ้าเห็นกับตาตัวเองรึเปล่า ว่าหลี่มูเป็นคนฟันมือซุนเย่าจู่ ? "

"เอ่อ... ข ข้าไม่ได้เห็นขอรับ" บ่าวรับใช้ชุดเขียวชะงักไป ส่ายหน้าปฏิเสธ

"แย่แล้ว ! " ฉินเซี่ยหู่ใจหายวาบ มือคู่นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่มือของซุนเย่าจู่... แล้วเป็นของใครล่ะ ? หลี่มูถูกยั่วโมโหจนเดือดดาลขนาดนั้น ซ้ำยังพูดต่อหน้าบ่าวรับใช้ชุดเขียวว่าจะฟันมือซุนเย่าจู่ แต่กลับไม่ทำตามที่พูด กลับตบตาหลอกลวงงั้นรึ !

นี่แสดงว่า... ตอนนั้นมันก็มองทะลุแผนการของเขาออกแล้วสิ !

สมองของฉินเซี่ยหู่คิดทบทวนอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน สัมผัสที่หกก็ส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างรุนแรง !

ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องแหลมปรี๊ดของเหยี่ยวดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงลูกธนูแหวกอากาศดังแสบแก้วหูพุ่งทะยานเข้ามา

"ใต้เท้า ท่าน..." บ่าวรับใช้ชุดเขียวยังอยากจะพูดอะไรต่อ

"วิ่ง ! " ฉินเซี่ยหู่แผดเสียงตะโกนลั่น ร่างกายพุ่งพรวดไปข้างหน้า ล้มลุกคลุกคลานกลิ้งตัวหลบออกไป

ฉึก !

เสียงทึบหนักดังขึ้น เห็นเพียงบนพื้นตรงจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ มีลูกธนูปักอยู่ดอกหนึ่ง ปลายหางยังคงสั่นระริก

ฉินเซี่ยหู่หอบหายใจแรง ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาด้วยความหวาดผวา

เห็นเพียงภายใต้แสงจันทร์ หลี่มูไปยืนอยู่อย่างเงียบเชียบที่สุดถนนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คันธนูยาวในมือของเขายังคงค้างอยู่ในท่าง้างยิง

เมื่อเห็นฉินเซี่ยหู่หันมามอง มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น น้ำเสียงเจือแววหยอกล้อ: "หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนานนะ"

จบบทที่ ตอนที่ 408 หัวหน้าพรรคฉิน ไม่ได้พบกันเสียนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว