- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 406 จดหมาย
ตอนที่ 406 จดหมาย
ตอนที่ 406 จดหมาย
ตอนที่ 406 จดหมาย
ม่านกำมะหยี่ปักดิ้นทองของเกี้ยวหลังเล็กถูกเลิกขึ้น เห็นเพียงสตรีร่างงามในชุดคลุมขนจิ้งจอกก้าวออกมาด้วยความร้อนรน นางแต่งกายหรูหรา รูปร่างหน้าตางดงามยั่วยวน... นางก็คืออนุภรรยาคนโปรดของจวนเจิ้นหนานอ๋องนับตั้งแต่พระชายาเอกสิ้นพระชนม์ และเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของซุนเย่าจู่นั่นเอง !
ยามนี้ บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ทันทีที่ลงจากเกี้ยว ก็เห็นซากแขนขาที่ขาดวิ่นและเลือดที่เจิ่งนองเต็มพื้นหน้าพรรคใหญ่พรรคฮวาจู๋ ชั่วพริบตานั้น ฮูหยินรองก็หน้าซีดเผือด โก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรง
"ใครสั่งใครสอนให้พวกเจ้าพาฮูหยินรองมาที่พรรค์นี้ ? " หลู่เซียวขมวดคิ้ว ตวาดใส่บ่าวไพร่ที่หามเกี้ยว
บ่าวไพร่ที่เป็นหัวหน้าดูเหมือนจะเคยเห็นฉากแบบนี้เป็นครั้งแรก หน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก อธิบายตะกุกตะกัก
"ฮ... ฮูหยินรองได้ยินว่านายท่านซุนเกิดเรื่อง ก็เลยโวยวายจะมาดูให้ได้ขอรับ พวกข้าน้อยเป็นแค่บ่าวไพร่... จะกล้าขัดขวางได้ยังไงล่ะขอรับ"
หลู่เซียวสบถด่าในใจ ไม่รู้ว่าไอ้ลูกเต่าปากบอนคนไหนแอบเอาข่าวไปแจ้งนาง ! นี่มันหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ ! หลี่มูเพิ่งจะจับตัวซุนเย่าจู่ไป ป่านนี้เกรงว่าคงจวนจะถึงประตูเมืองอยู่แล้ว เดิมทีเขายังคิดว่ารอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไป ทุกอย่างได้ข้อสรุปที่แน่นอนแล้ว ค่อยนำความจริงไปรายงานให้ฮูหยินรองทราบ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะได้รับข่าวล่วงหน้า ซ้ำยังบุกมาถึงที่นี่ตอนนี้เลย!
"ครูฝึกหลู่ ข้า... ข้าไม่เป็นไร... ท่านรีบบอกข้ามาเร็วเข้า เย่าจู่น้องข้าเป็นยังไงบ้าง ? " นางจับข้อมือหลู่เซียว น้ำเสียงร้อนรน แววตามีน้ำตาคลอเบ้า นางย่อมรู้ดีว่าน้องชายของตัวเองมีสันดานเช่นไร คืนนี้ที่นี่สู้รบกันดุเดือดปานนี้ กระทั่งทหารผ่านศึกแห่งค่ายพิทักษ์จวนยังบาดเจ็บล้มตายไปตั้งมากมาย แล้วฝีมืออันน้อยนิดของซุนเย่าจู่ มันจะไปรอดพ้นได้อย่างไร ?
"ฮูหยินรอง เขา..." หลู่เซียวอึกอัก
"เขา... เขาตายแล้วใช่ไหม ? " น้ำเสียงของฮูหยินรองสั่นเครือ
"ก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นขอรับ... เพียงแต่..."
"มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ! " น้ำเสียงของนางแทบจะกลายเป็นเสียงร้องไห้แล้ว
หลู่เซียวขบกรามแน่น ฝืนใจตอบ "แม่ทัพซุนถูกหลี่มูจับตัวไปแล้วขอรับ ! "
ถูกจับตัวไปแล้ว ?
ฮูหยินรองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด "เย่าจู่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพิทักษ์จวน พวกเจ้าปล่อยให้เขาถูกจับตัวไปได้ยังไง ? "
"พวกเจ้าควรจะปกป้องเขาให้ดีสิ ! "
ได้ยินดังนั้น หลู่เซียวก็ถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "ฮูหยินรอง ท่านไม่รู้หรอกว่าสถานการณ์เมื่อครู่เป็นอย่างไร ทหารหุ้มเกราะของหลี่มูรบเก่งกาจมาก พี่น้องค่ายพิทักษ์จวนบาดเจ็บล้มตายไปตั้งมากมาย..."
ทว่าคำพูดของเขายังไม่ทันจบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงด่าทออย่างบ้าคลั่ง
"พวกมันเป็นทหาร การตายในสนามรบก็คือหน้าที่ของพวกมัน ! " เสียงของฮูหยินรองแหลมปรี๊ด ชี้หน้าด่าบรรดาทหารค่ายพิทักษ์จวนที่กำลังประคองและทำแผลให้เพื่อนทหารที่บาดเจ็บ เอ่ยเสียงสั่น "แม้แต่แม่ทัพของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ทหารพวกนี้จะมีประโยชน์อะไร ? ! "
"พวกมันไม่คู่ควรจะรับเบี้ยหวัดจากจวนอ๋องด้วยซ้ำ ไอ้พวกสวะ สวะทั้งนั้น ! "
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรี เสียงตะโกนด่าทอของฮูหยินรองดังก้องกังวานชัดเจน ทหารค่ายพิทักษ์จวนหลายคนหันขวับมามอง สีหน้าของพวกเขาคือความโกรธแค้น !
และที่มากไปกว่านั้นคือความสับสนงุนงงและไม่อยากจะเชื่อ เหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายสี หลายคนที่เมื่อครู่ตอนสู้เลือดสาดกับกองทัพฉางหนิง แม้จะมีบาดแผลเต็มตัวก็ไม่เคยถอยหนีหรือหวาดกลัวเลยสักนิด ยามนี้กลับหัวเราะอย่างอนาถและร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง
"ที่แท้... ในสายตาของพวกชนชั้นสูง พวกข้าก็เป็นแค่ของพรรค์นี้เองสินะ"
"โคตรน่าขันเลย มารดามันเถอะ"
"ท่านอ๋อง... ก็มองพวกเราแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม ? "
ขวัญกำลังใจของค่ายพิทักษ์จวนเดิมทีก็ตกต่ำอยู่แล้ว พอมาได้ยินคำพูดของฮูหยินรอง สภาพจิตใจของทุกคนก็มาถึงจุดแตกหัก
หลู่เซียวแทบจะถูกสองพี่น้องคู่นี้ทำให้เป็นบ้าตายอยู่แล้ว คืนนี้ เขาเพิ่งจะตามล้างตามเช็ดความโง่เขลาจากการสั่งการของซุนเย่าจู่ ยามนี้เพิ่งจะสะกดสถานการณ์ให้สงบลงได้ ทว่าคำพูดของฮูหยินรองกลับสาดน้ำมันเข้ากองไฟอีกครั้ง
เมื่อเห็นสายตาดุร้ายเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ป่าของบรรดาทหารค่ายพิทักษ์จวนที่มองมา หลู่เซียวก็รู้ทันทีว่าหากปล่อยให้เรื่องราวบานปลายต่อไป อาจจะเกิดการก่อกบฏแข็งข้อขึ้นมาได้ !
"ฮูหยินรอง ท่านพูดแบบนี้ได้ยังไง ? "
ยามนี้เขาไม่สนแล้วว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นบ่าว และลืมเรื่องความเคารพยำเกรงไปจนสิ้น ตวาดสวนกลับไปเสียงแข็ง "ทหารค่ายพิทักษ์จวนสู้รบเพื่อปกป้องความสงบสุขของเมืองฉีโจว ไม่ใช่ทหารส่วนตัวที่มีหน้าที่คุ้มครองใครคนใดคนหนึ่ง"
"ยิ่งไปกว่านั้น ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินในคืนนี้ สาเหตุหลักก็มาจากคำสั่งอันโง่เขลาของซุนเย่าจู่นั่นแหละ ! "
"ท่านในฐานะนายหญิงของจวนอ๋อง ยามนี้สมควรจะแสดงความเมตตากรุณา ไฉนถึงมาด่าทอเหล่าทหารหาญเช่นนี้ ? "
ฮูหยินรองเบิกตากว้าง นางคิดไม่ถึงเลยว่าหลู่เซียวจะกล้าตวาดใส่นาง ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่จวนอ๋อง ด้วยความโปรดปรานของเจิ้นหนานอ๋อง แทบทุกคนล้วนปฏิบัติต่อนางอย่างนอบน้อม แม้นางจะเป็นแค่อนุภรรยา แต่สถานะที่แท้จริงก็ไม่ต่างอะไรกับนายหญิงของจวน นางเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง กำลังจะอ้าปากเถียง แต่สาวใช้ข้างกายกลับกระตุกแขนเสื้อนางเบา ๆ อย่างแนบเนียน แล้วชี้มือไปยังทิศทางของทหารค่ายพิทักษ์จวน ฮูหยินรองหันไปมอง ร่างกายก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เห็นเพียงทหารเหล่านั้นแต่ละคนดวงตาแดงก่ำดุดัน จ้องเขม็งมาที่นางราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด คล้ายกับพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉีกร่างนางให้เป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเมื่อ
"พวกเจ้า... พวกเจ้า..." ฮูหยินรองกลืนคำพูดที่เตรียมจะพ่นออกมาลงคอไป ท้ายที่สุดก็ไม่กล้าพูดจายั่วยุสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก ทำได้เพียงทิ้งท้ายอย่างเสียหน้าว่า "รอท่านอ๋องกลับมาก่อนเถอะ... ข้าจะให้เขาเอาผิดพวกเจ้าแน่ ! " พูดจบ นางก็ไม่กล้าอยู่ต่อ รีบมุดตัวเข้าเกี้ยวแล้วสั่งให้คนรีบพามุ่งหน้ากลับจวนทันที
คล้อยหลังเกี้ยวลับสายตาไป หลู่เซียวเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นเงาคนทำลับ ๆ ล่อ ๆ แอบมองอยู่ที่หัวมุมถนน จึงตวาดเสียงกร้าว "นั่นใคร ! "
เงานั้นสะดุ้งโหยง กำลังจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกทหารค่ายพิทักษ์จวนสองสามคนพุ่งเข้าไปตะครุบตัวไว้ แล้วลากมาโยนตรงหน้าหลู่เซียว "น... นายท่านลู่ ผู้น้อยคือหัวหน้าหอจูเชวี่ยแห่งพรรคฮวาจู๋ไงขอรับ ท่านลืมไปแล้วรึ เมื่อกี้ตอนที่หลี่มูบุกเข้าเมือง ข้ายังเป็นคนไปส่งข่าวให้ท่านอยู่เลยนะขอรับ ! " ชายคนนั้นตะเกียกตะกายเงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มประจบสอพลอเต็มใบหน้า
"เจ้างั้นรึ ? " หลู่เซียวเลิกคิ้ว จู่ๆ ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นดุดันกระชั้นชิด "งั้นไอ้ลูกเต่าที่แอบไปส่งข่าวให้ฮูหยินรอง... ก็เป็นฝีมือเจ้าด้วยใช่ไหม ? "
หัวหน้าหอจูเชวี่ยชะงักไป "ปรักปรำกันชัด ๆ ! ตั้งแต่ข้าส่งข่าวให้ท่านเสร็จ ข้าก็หลบซ่อนตัวอยู่แต่ในมุมมืด ไม่กล้าขยับไปไหนเลยนะขอรับ"
หลู่เซียวยกมือขึ้นลูบจมูก ขมวดคิ้วมุ่น ฮูหยินรองแม้จะมีฐานะสูงส่งในจวนอ๋อง แต่นางก็เป็นแค่สตรีที่อยู่ในเรือนหลัง ตามหลักแล้วเรื่องพรรค์นี้นางไม่สมควรจะล่วงรู้ได้เร็วขนาดนี้ คนในจวนอ๋องล้วนรู้กฎระเบียบและรู้จักหนักเบา การที่ซุนเย่าจู่เกิดเรื่อง... หากส่งข่าวให้ฮูหยินรองรู้ มีแต่จะยิ่งทำให้เรื่องราวมันวุ่นวายและเลวร้ายลงไปอีก คนที่แอบไปส่งข่าว... เกรงว่าจงใจอยากให้สถานการณ์มันยุ่งเหยิงจนยากจะควบคุมเป็นแน่
"ไอ้ลูกเต่านี่... มันเป็นใครกันแน่ ? " สมองของหลู่เซียวขบคิดอย่างหนัก
……
หลี่มูควบม้าตะบึงทะยานไปตลอดทาง ผลบัฟของธงสีเลือดจางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือผลข้างเคียงที่รุนแรงเป็นสองเท่า อาการบาดเจ็บของทหารกองทัพฉางหนิงหลายคนที่ได้รับจากการปะทะเมื่อครู่ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ ชั่วขณะนั้น หลายคนเริ่มกัดฟันร้องครางด้วยความเจ็บปวด
"รีบเร่งความเร็วออกจากเมืองก่อน พอพ้นกำแพงเมืองค่อยหาที่พักเหนื่อยชั่วคราว แล้วจัดการทำแผลซะ" หลี่มูไม่หยุดพัก ทำเพียงตะโกนเร่งให้ทหารเร่งฝีเท้าม้า
พอไปถึงประตูเมือง เจียงหู่กับเจี่ยชวนก็รออยู่นานแล้ว เมื่อรวมพลกันเสร็จสรรพ ก็เตรียมตัวจะควบออกจากเมืองฉีโจว ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าก็ดังไล่หลังมา หลี่มูหันกลับไปมอง เห็นเพียงบ่าวรับใช้สวมชุดสีเขียวคนหนึ่งควบม้าตามมา
เมื่อเห็นพวกหลี่มู เขาก็รีบตะโกนเสียงหลง "คนข้างหน้าใช่ท่านแม่ทัพหลี่มูหรือไม่ ? "
"ข้าน้อยเป็นบ่าวรับใช้จากเรือนของฮูหยินรองแห่งจวนเจิ้นหนานอ๋อง รับคำสั่งให้นำจดหมายมาส่งขอรับ ! "
ฮูหยินรอง ?
ได้ยินชื่อนี้ หลี่มูยังไม่ทันจะตั้งตัว ซุนเย่าจู่ที่ถูกมัดเป็นบ๊ะจ่างอยู่บนหลังม้าข้างๆ กลับตื่นเต้นดีใจขึ้นมาทันที "พี่ข้า ! พี่ข้ามาช่วยข้าแล้ว ! "
เพียะ ! เพียะ !
เห็นเพียงเจี่ยชวนตบหน้ามันไปสองฉาดใหญ่ ซุนเย่าจู่ก็เงียบกริบไปทันที
"เจียงหู่ เหล่าเจี่ย พาพี่น้องออกเมืองไปก่อน" หลี่มูกำชับคำหนึ่ง ก่อนจะกวักมือเรียกให้บ่าวคนนั้นส่งจดหมายมา บ่าวรับใช้ส่งจดหมายให้อย่างนอบน้อม หลี่มูเปิดกระดาษจดหมายออก ด้านบนมีตัวอักษรลายมือบรรจงเขียนอักษรตัวโตไว้สองสามประโยค
[ปล่อยคนเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะละเว้นโทษตายให้]
[หากยังดื้อดึงไม่รู้สำนึก ข้าจะประหารล้างบางเก้าชั่วโคตร ! ]