เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 402 ตามล่าสังหาร

ตอนที่ 402 ตามล่าสังหาร

ตอนที่ 402 ตามล่าสังหาร


ตอนที่ 402 ตามล่าสังหาร

"ซุนเย่าจู่... เจ้าสมควรตายจริง ๆ ! " หลู่เซียวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทว่าก็หมดหนทางกอบกู้สถานการณ์แล้ว

"ทหารผ่านศึกแห่งค่ายพิทักษ์จวนกรำศึกมานับร้อยยังรอดตายมาได้ ทว่าวันนี้กลับต้องมาทิ้งชีวิตไว้ในมือเจ้า ! "

คนที่เขาส่งไปขอความช่วยเหลือเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ต่อให้กองบัญชาการทหารเมืองส่งกำลังมาทันทีก็คงช่วยไม่ทันแล้ว ค่ายพิทักษ์จวน... จบสิ้นแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ หลี่มูไม่เคยลงมือด้วยตัวเองเลยสักครั้ง เขากำธงสีเลือดไว้แน่น คอยสังเกตการณ์ภาพรวมอย่างเยือกเย็นราวกับเข็มสมุทรติ้งไห่ ส่วนซุนเย่าจู่ยามนี้หน้าซีดเผือดดุจเถ้าถ่าน ริมฝีปากสั่นระริก จนกระทั่งวินาทีนี้ เขาถึงเพิ่งจะเริ่มเข้าใจลาง ๆ ว่า คำป้อยอประจบประแจงในวันวาน กับภาพนรกบนดินเบื้องหน้าที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ สิ่งไหนกันแน่คือความจริง

ทหารค่ายพิทักษ์จวนพยายามเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขา ทว่าทหารกองทัพฉางหนิงกลับโอบล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แต่ละคนราวกับคนเสียสติ เมื่อเห็นภาพนี้ ซุนเย่าจู่ก็ไม่สนหน้าตาหรือผลงานบ้าบออะไรอีกต่อไป เขาดึงสายบังเหียนหันหัวม้าหมายจะหลบหนี

"ท่านแม่ทัพ ท่านจะทำอะไร..." นายทหารยศเซี่ยวเว่ย ที่ร่างอาบชุ่มไปด้วยเลือดคว้าสายบังเหียนของเขาไว้พลางตวาดถามเสียงกร้าว

"ไสหัวไป ! " ซุนเย่าจู่เงื้อแส้ม้าฟาดใส่ ร่างกายสั่นเทา

"ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ จะหนีทัพเอาตัวรอดงั้นรึ ? " เซี่ยวเว่ยมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

"ข้าเป็นน้องเขยของท่านอ๋อง... ชีวิตของข้ามีค่า ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้ ! " ซุนเย่าจู่หอบหายใจแรง ใบหน้าซีดเผือด "เจ้าพาคนต้านพวกมันไว้ ข้าจะไปพูดจาสนับสนุนเจ้าต่อหน้าท่านอ๋อง ให้เจ้าได้เลื่อนขั้น..."

เซี่ยวเว่ยได้ยินคำพูดนี้ก็แทบจะโมโหจนหมดสติ บนโลกนี้ยังมีคำพูดไหนที่ไร้ยางอายไปกว่านี้อีกไหม ? ในยามที่สองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกันเลือดสาด แม่ทัพใหญ่กลับจะชิงหนีเอาตัวรอดเพราะความหวาดกลัว ทอดทิ้งลูกน้องที่กำลังสู้ถวายหัวเพื่อตนไว้เบื้องหลัง !

"ท่านแม่ทัพ ท่านคือที่พึ่งพิงทางจิตใจของพี่น้องทุกคน หากท่านอยู่ต่อ พวกเราก็ยังมีความหวังที่จะพลิกสถานการณ์ได้..." เซี่ยวเว่ยพยายามระงับความโกรธเกรี้ยว เอ่ยเกลี้ยกล่อมราวกับกำลังหลอกล่อเด็ก น้ำเสียงถึงขั้นเจือแววอ้อนวอน: "แต่ถ้าท่านหนีไป ทัพเราจะต้องแตกพ่ายเหมือนภูเขาถล่ม ! ขวัญกำลังใจพังทลายเมื่อไหร่ พวกเราก็จบเห่กันหมด ! "

ทว่าดูเหมือนซุนเย่าจู่จะถูกทำให้ขวัญหนีดีฝ่อไปจนหมดสิ้นแล้ว เขาไม่มีกะจิตกะใจจะฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลย เมื่อเห็นว่าเซี่ยวเว่ยผู้นั้นยังคงกำสายบังเหียนม้าของตนไว้แน่นแม้จะโดนแส้ฟาด ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น เขาถึงกับชักกระบี่แทงเข้าใส่อีกฝ่าย

ฉัวะ !

เซี่ยวเว่ยไม่ทันระวังตัว ถูกกระบี่แทงเข้าที่แขน ชั่วพริบตาก็เกิดเป็นบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว เนื้อหนังปลิ้นออกมา ! ด้วยความเจ็บปวด เขาจึงสะดุ้งปล่อยมือดุจโดนไฟช็อต

ซุนเย่าจู่หันหัวม้า ไม่พูดพร่ำทำเพลงแม้แต่คำเดียว ฟาดแส้ใส่ม้าอย่างแรง ควบตะบึงหลบหนีไปตามถนนหลวงเบื้องหน้า เมื่อมองแผ่นหลังที่กำลังหนีตายอย่างทุลักทุเลของอีกฝ่าย เซี่ยวเว่ยก็รู้สึกราวกับวิญญาณถูกสูบออกไปจากร่าง เลือดสด ๆ ไหลรินจากแขนเป็นทางยาวลงสู่พื้น ทว่ายามนี้เขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ อีกแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทรุดตัวลงนั่งแหมะบนพื้นแล้วหัวเราะอย่างอนาถ

"มารดามันเถอะ... เรื่องประหลาด เรื่องประหลาดที่สุดในใต้หล้าชัด ๆ ! ลูกน้องสู้รบถวายหัว แต่แม่ทัพใหญ่กลับชิงหนีเอาตัวรอดไปก่อนใคร ! "

"ชื่อเสียงอันเกรียงไกรที่จวนเจิ้นหนานอ๋องสั่งสมมาหลายปี ถูกไอ้สวะนี่เอามาทิ้งจนป่นปี้หมดแล้ว ! "

หลี่มูมองเห็นภาพการหลบหนีของซุนเย่าจู่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงกังวานใสแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสมรภูมิรบในพริบตา "คนของค่ายพิทักษ์จวน ยอมจำนนซะเถอะ ผู้นำของพวกเจ้าหลบหนีไปแล้ว หากยังขัดขืนต่อไปจะมีประโยชน์อะไร ? "

"วางอาวุธลง ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า"

สิ้นประโยคนี้ เซี่ยวเว่ยที่เดิมทีใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังก็พลันลุกพรวดขึ้นมา กำหอกยาวไว้แน่น จ้องมองกองทัพฉางหนิงที่กำลังบีบวงล้อมเข้ามา ใบหน้าปรากฏแววบ้าคลั่ง ส่วนทหารค่ายพิทักษ์จวนที่อยู่ข้างกายเขา ต่างก็เผยสีหน้าดื้อรั้นทรนงเช่นกัน แม้สภาพของพวกเขาจะดูย่ำแย่ ทว่ากลับไม่มีใครยอมทำตามคำพูดของหลี่มูแม้แต่คนเดียว ตรงกันข้าม กลับตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้รบต่อไป

"ไม่ยอมจำนนงั้นรึ ? " หลี่มูเลิกคิ้ว "พวกเจ้าแพ้แน่แล้ว สู้ต่อไปก็มีแต่ทางตายสถานเดียว"

"ถุย ! " เซี่ยวเว่ยถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "พวกข้าติดตามท่านอ๋องทำศึกกับคนเถื่อนที่ชายแดนมาเป็นสิบ ๆ ปี รอยแผลเป็นบนร่างแต่ละคนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยรอย พวกข้าเคยพ่ายแพ้ แต่มารดามันเถอะ พวกข้าไม่เคยกลัว และไม่เคยยอมจำนน ! "

"อยากให้พวกข้าทิ้งอาวุธล่ะก็ เว้นเสียแต่จะสับหัวพวกข้าให้ขาด ! " เซี่ยวเว่ยแผดเสียงคำรามลั่น กำหอกยาวพุ่งเข้าใส่ทันที และทหารสวมเกราะค่ายพิทักษ์จวนที่อยู่ข้างกายเขา ก็พุ่งตามไปติด ๆ เช่นกัน

"นับถือ" หลี่มูพยักหน้ารับเบา ๆ จากนั้นก็หันไปสั่งทหารที่อยู่ข้างกาย "ถ้าเป็นไปได้ ก็พยายามเหลือศพที่สมบูรณ์ให้พวกเขาก็แล้วกัน"

เซี่ยวเว่ยบ้าคลั่งราวกับพยัคฆ์ร้าย คล้ายกับทิ้งความเป็นความตายไว้เบื้องหลังไปแล้ว เขาพุ่งทะยานเข้าไปแทงทหารฉางหนิงล้มลงสองนาย ทว่าวินาทีต่อมา ก็มีคนอีกมากมายกรูกันเข้ามาล้อมกรอบเขาไว้

ฉึก ! เคร้ง !

เสียงคมดาบทะลวงเนื้อหนัง เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไม่ขาดสาย เซี่ยวเว่ยถูกคนหลายสิบคนล้อมไว้ตรงกลาง หอกยาวและดาบศึกฟาดฟันลงมาบนร่างเขาอย่างต่อเนื่อง แทงทะลุผ่านช่องโหว่ของชุดเกราะ หรือไม่ก็รักแร้ ข้อมือ และจุดตายอื่น ๆ ไม่นาน เขาก็กลายสภาพเป็นมนุษย์เลือด ทว่าเขาก็ยังคงไม่ล้มลง ยืนหยัดต่อสู้กับทหารกองทัพฉางหนิงนับสิบนายเพียงลำพัง !

"หลีกไป" จังหวะนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามา ทหารกองทัพฉางหนิงหันไปมอง เห็นเพียงเจียงหู่กำหอกยาวบนหลังม้า ที่มีขนาดใหญ่จนน่ากลัวยืนอยู่ตรงนั้น ทุกคนที่กำลังรุมล้อมเซี่ยวเว่ยต่างก็หลีกทางให้ทันที เพื่อเปิดพื้นที่ในการต่อสู้ให้กับเขาอย่างเต็มที่

เซี่ยวเว่ยมองเจียงหู่แวบหนึ่ง ก็จดจำได้ว่าอีกฝ่ายคือผู้นำกองทหารม้ากองนั้น

"เจ้าคือ... แม่ทัพทะลวงฟันใต้สังกัดของหลี่มูงั้นรึ ? " เซี่ยวเว่ยฉีกยิ้ม ภายในปากเต็มไปด้วยเลือด "คืนนี้พวกเราพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเจ้า หากไม่มีกองทหารม้าของเจ้าล่ะก็... แค่ก ๆ พวกเราคงไม่มีทางแพ้ ! "

"..." เจียงหู่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ทำเพียงยกหอกยาวพาดบ่า ตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจม "ตอนหนุ่ม ๆ ข้าก็เคยเป็นแม่ทัพทะลวงฟันใต้สังกัดผู้บัญชาการเฉินเหมือนกัน แต่บังเอิญไปรับบาดเจ็บในสนามรบ ก็เลยถูกสั่งให้มาประจำการอยู่แนวหลังนี่ไง เข้ามา... พวกเรามาประลองกันสักตั้ง ! "

เซี่ยวเว่ยชูหอกยาวที่บิ่นหัก ลากสังขารที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงพุ่งชาร์จเข้าไปหาอีกครั้ง

"ย้าก ! " จู่ ๆ เจียงหู่ก็แผดเสียงคำรามลั่น เหวี่ยงหอกยาวฟาดออกไปในแนวนอน ใช่ ไม่ใช่แทง แต่เป็นฟาด !

ปัง !

หอกยาวฟาดเข้าใส่ร่างของเซี่ยวเว่ย เริ่มแรกก็หักหอกยาวในมือของเขาจนแหลกกระจุยดั่งไม้ผุ ๆ จากนั้นก็กระแทกเข้าที่ลำตัวอย่างจัง ร่างของเซี่ยวเว่ยปลิวละลิ่วราวกับกระสอบขาด ๆ ลอยไปกระแทกพื้นอย่างแรงท่ามกลางฝูงชน เขาพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ทว่าเลือดสด ๆ กลับพุ่งทะลักออกมาจากปากราวกับน้ำพุ ปะปนมาพร้อมกับเศษอวัยวะภายในที่ฉีกขาด เห็นได้ชัดว่าคงไม่รอดแล้ว

"หึ ตัวแค่นี้ ริอาจมาประลองกับแม่ทัพทะลวงฟันของพวกเรางั้นรึ ? "

"ฮ่า ๆ ช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย ! "

ทหารกองทัพฉางหนิงสองสามคนเห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่น

ทว่าสีหน้าของเจียงหู่กลับเคร่งขรึม ซ้ำยังแฝงไว้ด้วยความเคารพยกย่อง เขามองดูเซี่ยวเว่ยที่ล้มจมกองเลือด เอ่ยขัดจังหวะเสียงหัวเราะเยาะของทหารเหล่านั้นเสียงขรึม "พอได้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตลก"

ทุกคนชะงักไป เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขา ต่างก็รู้ว่าควรหุบปากเสีย

ณ หน้าพรรคใหญ่พรรคฮวาจู๋ บทสรุปแทบจะถูกกำหนดไว้แล้ว

"เจียงหู่ ซุนเย่าจู่หนีไปแล้ว" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก หันไปสั่งการ "ที่นี่ให้เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าพาคนไป อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้"

……

บนถนนสายยาวอันมืดมิดในเมืองฉีโจว ซุนเย่าจู่กำลังควบม้าหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย "บัดซบ ไอ้พวกกบฏ... ไอ้พวกไพร่เปื้อนโคลน พวกมันยังตามข้ามาอีก ! "

เขาหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าม้าและเสียงตะโกนไล่ฆ่าดังกระหึ่ม นั่นคือทหารฉางหนิงที่ต้องการเอาหัวของเขาไปแลกเงินและเลื่อนยศ

"ต้องหนี ต้องหนีให้พ้น... ขอแค่รอดไปได้ เอาข่าวไปบอกท่านอ๋อง เขาจะต้องส่งทหารกลับมาแน่"

แววตาของซุนเย่าจู่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น กัดฟันกรอดเอ่ย "ถึงตอนนั้น ข้าจะต้องฆ่าหลี่มูด้วยมือตัวเองให้ได้ เพื่อระบายความแค้นนี้ ! "

ยามนี้ เขายังคงไม่ตระหนักถึงความผิดของตัวเอง ทว่ากลับเอาความหวังไปฝากไว้กับ "พี่เขย" ของตน หวังพึ่งให้อีกฝ่ายส่งผู้บัญชาการที่ถูกดึงตัวไปรับมือคนเถื่อนที่ชายแดนกลับมา เพื่อล้างแค้นให้ตนเอง

แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังวาดฝันถึงการล้างแค้นในอนาคตอยู่นั้น ที่หัวมุมถนนเบื้องหน้า จู่ ๆ ก็มีทหารฉางหนิงหลายนายพุ่งพรวดออกมา

"ท่านแม่ทัพ จะหนีไปไหน ! " ทหารที่เป็นผู้นำแผดเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง หอกยาวในมือฟาดแหวกอากาศเข้าใส่ !

ปัง !

เสียงทึบหนักดังขึ้น ขาหน้าของม้าศึกใต้ร่างซุนเย่าจู่ถูกฟาดเข้าอย่างจัง ม้าศึกร้องเสียงหลง ล้มครืนลงกับพื้น เหวี่ยงร่างของเขากระเด็นออกไปคลุกฝุ่นจนมอมแมมไปทั้งตัว หมวกเกราะหลุดกระเด็น ผมเผ้ายุ่งเหยิงดูไม่ได้ เขาพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น ทว่าหอกยาวอันเย็นเยียบหลายเล่มก็จ่อเข้าที่คอหอยและหน้าอกเสียแล้ว เห็นเพียงทหารหอกคนนั้นก้มตัวลงมา เงื้อแขนขึ้นตบหน้าเขาไปมาเป็นสิบฉาด ใบหน้าของซุนเย่าจู่บวมเป่งขึ้นมาทันที

"ท่านแม่ทัพ สายเลือดฮ่องเต้ พระญาติราชวงศ์..." ทหารนายนั้นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ในจวนอ๋องท่านอาจจะเป็นบุคคลสำคัญ แต่พอมาอยู่บนสนามรบ ตำแหน่งพวกนี้ของท่าน... มันจะมีค่าหาพระแสงอะไรวะ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 402 ตามล่าสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว