เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 367 ปฏิกิริยาจากทุกสารทิศ

ตอนที่ 367 ปฏิกิริยาจากทุกสารทิศ

ตอนที่ 367 ปฏิกิริยาจากทุกสารทิศ


ตอนที่ 367 ปฏิกิริยาจากทุกสารทิศ

"เจ้าคือเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองหงโจวรึ ? " หลี่มูหันขวับกลับมามองเขา บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

เจ้าเมืองเฉินเพิ่งจะเห็นสภาพการตายอย่างอนาถของเพื่อนขุนนางมาหมาด ๆ พอถูกถามกะทันหันก็สะดุ้งตกใจ ทว่าไม่นานก็สูดลมหายใจเข้าลึก บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง พยักหน้าพลางเอ่ย "ขุนนางผู้นี้... มีนามว่าเฉินซงหยาง เมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งได้รับราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเมืองหงโจว เป็นขุนนางขั้นห้า"

"ใต้เท้าเฉิน ท่านว่าข้าสมควรจะฆ่าท่าน หรือปล่อยท่านไปดีล่ะ ? " หลี่มูเอ่ยถาม

เจ้าเมืองเฉินได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น เขาย่อมไม่โง่พอที่จะคิดว่าหลี่มูจะใจดีปล่อยตนไป ตำแหน่งเจ้าเมืองขั้นห้านี้อาจจะพอข่มขวัญคนธรรมดาทั่วไปได้ ทว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ กระทั่งหลิวจี้ที่เป็นแม่ทัพรักษาเมืองขั้นห้าเหมือนกันยังเชือดทิ้งมาแล้ว ย่อมไม่มีทางหวาดกลัวตนแน่...

"เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร ! " เจ้าเมืองเฉินส่ายหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

"ชีวิตข้าอยู่ในกำมือเจ้า จะเอาไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หากเจ้าคิดจะใช้วาจามาหยามเกียรติหรือล้อเล่นกับข้าล่ะก็ ไม่จำเป็นหรอก"

"ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงไม่ใช่คนที่มีความคิดตื้นเขินและทำตัวเป็นเด็ก ๆ แบบนั้น"

สองทัพทำศึก ฝ่ายที่พ่ายแพ้แม่ทัพถูกสังหารย่อมเป็นเรื่องปกติ ทว่าหากฝ่ายชนะจับเป็นอีกฝ่ายได้ แล้วใช้วิธีแมวหยอกหนูมาหยามเกียรติแม่ทัพศัตรู นั่นดูจะเป็นการกระทำที่ใจแคบไปสักหน่อย

หลี่มูหัวเราะลั่น เขาขยับตัวขึ้นควบหลังว่านหลี่อวิ๋นอย่างคล่องแคล่ว ทอดสายตามองลงมาพลางเอ่ย "ท่านวางใจได้ ข้ายังไม่ฆ่าท่านในตอนนี้หรอก เจ้าเมืองขั้นห้าที่ยังมีชีวิตอยู่ มีประโยชน์กว่าศพตั้งเยอะ"

"หู่จื่อ มัดตัวเขาไว้ เอาเชลยไปด้วย พวกเรากลับเมือง ! "

พวกหลี่มูมาไว ไปไวเสียยิ่งกว่า เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ทหารม้ากองทัพฉางหนิงก็จับมัดเชลยศึกไว้เป็นจำนวนมาก แล้วจากหมู่บ้านหวงซานไปรวดเร็วปานสายลม

กว่าที่กองทัพสา  ของแคว้นฉีจะได้ข่าวและรุดหน้ามาสนับสนุน สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็มีเพียงรอยเลือดเจิ่งนอง เศษซากแขนขาที่ขาดกระเด็นเกลื่อนพื้น และศพของหลิวจี้ที่ถูกแขวนประจานอยู่บนต้นไม้หน้าหมู่บ้าน !

"นั่นมัน... นั่นมันใต้เท้าแม่ทัพรักษาเมืองนี่ ! "

บรรดารองแม่ทัพที่นำทัพมา เมื่อเห็นภาพนี้ก็รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงทั่วร่างถูกสูบออกไปในชั่วพริบตา แข้งขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงกับพื้น

"ใต้เท้าแม่ทัพตายแล้ว ! "

"ใต้เท้าเฉินหายตัวไป ! " .

"หลี่มูโจมตีค่าย ฆ่าพี่น้องไปตั้งมากมาย แล้วก็จับตัวเจ้าเมืองเฉินหนีไปแล้ว ! "

พวกรองแม่ทัพราวกับคนเสียสติ พุ่งพรวดเข้าไปในหมู่บ้านหวงซานเพื่อตามหาทหารแคว้นฉีที่รอดชีวิต และได้เค้นถามผลลัพธ์ของการต่อสู้เมื่อครู่จากปากของพวกเขา จนกระทั่งได้รับรู้สถานการณ์ทั้งหมด ภายในใจของพวกเขาก็บังเกิดความคิดเดียวกันขึ้นมา จบสิ้นแล้ว ศึกปราบปรามกบฏที่มุ่งเป้าไปที่หลี่มูในครั้งนี้ พ่ายแพ้อย่างราบคาบแล้ว แม่ทัพใหญ่สองคน คนหนึ่งตายในสนามรบ อีกคนถูกจับเป็น กองทัพสายที่เหลือยังต้องคอยดูแลทหารบาดเจ็บสาหัสอีกหลายร้อยนายในหมู่บ้านหวงซาน... ศึกครั้งนี้ไม่มีความหมายที่จะต้องสู้รบต่อไปอีกแล้ว

"ถอยทัพเถอะ" รองแม่ทัพที่อายุมากที่สุดนิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะเค้นคำพูดสามคำนี้ออกมาอย่างยากลำบาก

ในตอนแรก ข้อเสนอของเขาถูกรองแม่ทัพหลายคนปฏิเสธ กระทั่งมีรองแม่ทัพสองคนที่มีอารมณ์รุนแรง แผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งว่าจะนำทัพบุกเข้าเมืองอันผิงเพื่อแก้แค้นให้หลิวจี้

ทว่าท้ายที่สุด พวกเขาก็ถูกเกลี้ยกล่อมจนยอมเปลี่ยนใจ นับตั้งแต่มาถึงเมืองอันผิง กองทัพแคว้นฉีและหลี่มูปะทะกันหลายครั้ง ล้วนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยิน หากยังดันทุรังทำศึกต่อไป ไม่แน่ว่ากองทัพเกือบหมื่นนายนี้อาจจะต้องมาถูกฝังกลบอยู่ที่นี่จนหมดสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้แม่ทัพใหญ่ตายไปแล้ว ทหารที่เหลือก็ล้วนขวัญหนีดีฝ่อ การฝืนบุกโจมตีเมืองนอกจากจะเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย

"เก็บศพใต้เท้าแม่ทัพ แล้วพวกเรากลับเมืองหงโจว" รองแม่ทัพอาวุโสผู้นั้นออกคำสั่ง เหล่าทหารก็ปฏิบัติตาม ปลดศพของหลิวจี้ลงมาจากต้นไม้ นำทหารบาดเจ็บหลายร้อยนายในหมู่บ้านหวงซานมุ่งหน้าลงใต้ และถอนกำลังออกจากเมืองอันผิงไปในคืนนั้นเอง

……

ข่าวการพ่ายแพ้ของกองทัพแคว้นฉีแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในชายแดนใต้เวลานี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่คอยจับตาดูผลแพ้ชนะของศึกครั้งนี้อยู่ทุกฝีก้าว ทั้งจวนเจิ้นหนานอ๋อง พรรคฮวาจู๋ ศาลาว่าการอีกสองมณฑล และขุมกำลังที่ยังไม่เผยตัวตนในที่แจ้ง พวกเขาล้วนส่งสายสืบและทหารสอดแนมมาที่เมืองอันผิงตั้งนานแล้ว และเมื่อหลิวจี้ตาย กองทัพแคว้นฉีพ่ายแพ้ สายสืบเหล่านี้ก็รีบใช้นกพิราบสื่อสาร เหยี่ยว หรือวิธีอื่น ๆ ส่งข่าวกลับไปให้นายของตนอย่างรวดเร็ว

กองบัญชาการทหารเมืองปิงโจว

ฮั่วอวิ๋นเฟิงจ้องมองจดหมายรายงานลับในมือ สีหน้ามืดครึ้มจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ เขาไม่ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าเส้นเลือดดำตรงขมับกลับปูดโปนขึ้นมาราวกับลูกงู ภายในโถงใหญ่ ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่กดดันและน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด

บรรดารองแม่ทัพและนายกองที่ยืนอยู่สองฝั่งกระทั่งหายใจแรงยังไม่กล้า เกรงว่าหากตนปริปากพูดอะไรออกไป จะไปจุดชนวนความโกรธของฮั่วอวิ๋นเฟิงให้ระเบิดออกมา

"หลี่มู... หลี่มู อดีตเป็นแค่นายพรานคนหนึ่ง มาวันนี้กลับกลายเป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตไปเสียแล้ว ! "

กล้ามเนื้อบนใบหน้าฮั่วอวิ๋นเฟิงสั่นกระตุก นิ้วทั้งห้าออกแรงขยำกระดาษในมือจนแหลกละเอียด เขาหลับตาลง ในหัวผุดภาพเหตุการณ์วันวานที่พวกเจียงหู่เดินทางมาขอความช่วยเหลือที่หน้ากองบัญชาการทหารอย่างทุลักทุเล ในตอนนั้น เขาและหลิวจี้คือผู้กุมชะตาชีวิต เป็นผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่เพียงคำพูดและท่าทีก็มากพอที่จะชี้เป็นชี้ตายพวกไพร่ชั้นต่ำเหล่านี้ได้ ทว่ามาวันนี้ หลิวจี้กลับต้องมาพ่ายแพ้และตกตายด้วยน้ำมือของหลี่มู แถมยังตายแบบสภาพศพไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก !

ฮั่วอวิ๋นเฟิงรู้สึกเพียงว่ากลางอกมีเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นกำลังลุกโชน แทบจะกลายเป็นรูปร่างอยู่แล้ว เขาและหลิวจี้รับราชการมาด้วยกันหลายปี ซ้ำยังเป็นขุนนางฝ่ายบู๊เหมือนกัน ความสัมพันธ์ย่อมต้องดีเยี่ยมเป็นธรรมดา ทว่าความโกรธแค้นของเขาไม่ได้มาจากความโศกเศร้าที่สหายรักตายจากไปเท่านั้น แต่ยังมีก้อนความหวาดระแวงและความกลัวที่ถูกกดข่มไว้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย ฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้เป็นแม่ทัพรักษาเมืองเหมือนกัน ตำแหน่งเท่ากัน ขุมกำลังใต้บังคับบัญชาก็พอ ๆ กัน

ที่สำคัญที่สุดก็คือ... ตอนที่วางแผนลอบกัดหลี่มูที่เมืองอันผิง มันเป็นความคิดของเขา !

ยามนี้หลี่มูสังหารขุนนางไปตั้งหลายคน นับว่าเป็นกบฏเต็มตัวแล้ว และไอ้กบฏคนนี้ก็ยังแข็งแกร่งมากด้วย... วันหน้าจะมีสักวันไหม ที่อีกฝ่ายจะบุกมาถึงเมืองปิงโจว เพื่อล้างแค้นตนในอดีต ?

หว่างคิ้วของฮั่วอวิ๋นเฟิงกระตุกไม่หยุด

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน หลี่มูก็เติบโตจากหัวหน้านายพราน จนสามารถบดขยี้แม่ทัพรักษาเมืองในการปะทะซึ่ง ๆ หน้าได้

หากปล่อยเวลาให้มันอีกสักครึ่งค่อนปี... เกรงว่ามันคงมีอำนาจพอจะต่อกรกับจวนเจิ้นหนานอ๋อง ฮ่องเต้น้อยแห่งแดนใต้ได้แล้ว !

"ราชสำนักกำลังสาละวนอยู่กับการปราบปรามกบฏของลู่ซิ่วหลิน ไม่มีเวลามาสนใจชายแดนใต้ กระทั่งกองทัพเถี่ยอี้ ก็ยังถูกเรียกตัวกลับไปป้องกันเมืองหลวง ไม่มีกำลังทหารเหลือพอจะส่งมาช่วยข้าปราบหลี่มูที่ชายแดนใต้หรอก"

เมื่อฮั่วอวิ๋นเฟิงทราบข่าวการตายของหลิวจี้ ภายในใจของเขาก็ว้าวุ่นจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว เพราะหากราชสำนักรู้เรื่อง ย่อมต้องส่งเขาไปสานต่องานปราบกบฏที่หลิวจี้ทำไม่สำเร็จแน่ และเขาจะต้องปะทะกับหลี่มูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเอาชนะหลี่มูได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฮั่วอวิ๋นเฟิงได้รู้ว่าตอนที่หลี่มูตีหลิวจี้จนแตกพ่ายนั้น ไม่ได้เคลื่อนพลกองทหารม้าเกราะหนักที่เคยปรากฏตัวนอกเมืองอันผิงวันนั้นเลย ความหวาดระแวงในใจก็พุ่งทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุด

นี่แสดงว่าหลี่มูยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ มันยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีก !

"ข้าต้อง... รีบวางแผนรับมือแต่เนิ่น ๆ แล้ว" ฮั่วอวิ๋นเฟิงนิ่งเงียบอยู่นาน จู่ ๆ ก็หันขวับไปมองบรรดารองแม่ทัพใต้สังกัด พลางเอ่ย "ช่วยข้าร่างจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วให้ม้าเร็ว รีบนำส่งไปที่จวนเจิ้นหนานอ๋องภายในคืนนี้เลย ! "

จบบทที่ ตอนที่ 367 ปฏิกิริยาจากทุกสารทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว