เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 366 สังหารหลิวจี้

ตอนที่ 366 สังหารหลิวจี้

ตอนที่ 366 สังหารหลิวจี้


ตอนที่ 366 สังหารหลิวจี้

หลี่มูกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นเพียงทหารแคว้นฉีเหล่านั้นยามนี้ทั่วร่างโชกไปด้วยเลือด แต่ละคนล้วนมีบาดแผลเต็มตัว ช่องว่างพลังรบระหว่างทหารม้าและทหารราบนั้นห่างชั้นกันเกินไป บวกรวมกับกองทัพฝ่ายตนล้วนสวมชุดเกราะเต็มยศ และทหารชั้นยอดส่วนใหญ่ของหลิวจี้ก็ถูกส่งไปดักซุ่มที่หุบเขาหมาป่าหมดแล้ว ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จึงยืดเยื้อไม่นานนัก เวลาผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป ทหารแคว้นฉีสามร้อยกว่านายนี้ก็ถูกตีแตกพ่ายยับเยิน บาดเจ็บสาหัสทั่วร่าง ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านได้อีกต่อไป

"หลิวจี้ เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นห่วงใยลูกน้อง เพื่อหวังจะสร้างภาพลักษณ์ดี ๆ ลบล้างชื่อเสียงที่เน่าเฟะของเจ้าหรอกนะ"

หลี่มูมองดูทหารบาดเจ็บเหล่านั้น แววตาฉายแววเย้ยหยันและเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง

"หากเจ้ารักและห่วงใยทหารจริง ๆ หลายปีมานี้คงไม่อมเบี้ยหวัดทหารจนกระเป๋าตุง ปล่อยให้ทหารพวกนี้ต้องใช้อาวุธและชุดเกราะที่เก่าซอมซ่อหรอก"

"และในสนามรบเมื่อวาน เจ้าก็คงไม่ทิ้งให้ทหารตายแล้วหลบหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวแน่ ! "

หลายปีมานี้แม้ราชสำนักจะคอยกดขี่ขุนนางฝ่ายบู๊มาโดยตลอด ทว่าชายแดนใต้ในฐานะประตูด่านหน้าสำหรับต้านทานชนเผ่าคนเถื่อน งบประมาณทหารที่ฮ่องเต้จัดสรรมาให้จึงมีจำนวนมากกว่ามณฑลอื่น ๆ อย่างเทียบไม่ติด แต่ในศึกเมื่อวาน หลี่มูกลับเห็นกับตาว่าทหารแคว้นฉีเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนใช้อาวุธที่เก่าและขึ้นสนิม

นอกจากนายกองร้อยและทหารชั้นยอดบางส่วนแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนสวมแค่เกราะฝ้าย เกราะหนัง หรือกระทั่งไม่มีเกราะป้องกันเลยด้วยซ้ำ... ต่อให้ชุดเกราะเหล็กจะมีราคาแพงหูฉี่จนงบประมาณทหารไม่เพียงพอจะจัดหามาให้ แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีเงินเปลี่ยนอาวุธให้ใหม่ไม่ใช่หรือ ? ที่สำคัญที่สุดคือ ทหารแต่ละคนล้วนมีรูปร่างผอมแห้งแคระแกร็น

ปัจจัยต่าง ๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันนี้ เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า งบประมาณทหารส่วนใหญ่ล้วนตกไปอยู่ในกระเป๋าส่วนตัวของใครบางคน !

หลิวจี้ในฐานะแม่ทัพรักษาเมืองหงโจว เป็นขุนนางบู๊ที่มีตำแหน่งสูงสุดในมณฑล เขาก็คือหัวหน้าขบวนการยักยอกเงินในกองทัพนั่นเอง หลายปีมานี้ตัวเองกินจนพุงกางโดยไม่สนความเป็นตายของทหารใต้บังคับบัญชา ทว่ายามนี้กลับมาทำตัวเป็นคนดีมีคุณธรรม... ก็แค่หวังจะกอบกู้ชื่อเสียงดี ๆ กลับคืนมาบ้างก็เท่านั้น

"หลี่มู เจ้า..."

เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวจี้ก็หน้าแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนตรงขมับ เห็นได้ชัดว่าถูกแทงใจดำจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

"ฮึ ! ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ วันนี้ข้าตกอยู่ในกำมือเจ้า จะฆ่าก็ฆ่าได้เลย เหตุใดต้องใช้วาจามาหยามเกียรติข้าด้วย ? "

เพียะ !

หลี่มูยกมือขึ้นตบหน้าหลิวจี้ฉาดใหญ่ การตบครั้งนี้รุนแรงมาก หลิวจี้ถูกตบจนเซถอยหลังไปสองก้าว แก้มซ้ายบวมเป่งแดงเถือกในชั่วพริบตา กระทั่งลูกตายังแดงก่ำไปด้วยเลือด !

"หลิวจี้ เจ้ากลายเป็นนักโทษแล้ว ยังจะมาเสแสร้งทำตัวเป็นวิญญูชน เป็นลูกผู้ชายอะไรกับข้าอีก ? " น้ำเสียงของหลี่มูแปรเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมดุดัน หว่างคิ้วขมวดมุ่น จิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมในแววตาแทบจะกลายร่าง

"เรื่องระยำที่เจ้าทำในวันนี้ คนที่มีความเป็นลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันหรอก เจ้ามันเลวยิ่งกว่าคนเถื่อน ต่ำช้ายิ่งกว่าหมาป่าในหุบเขาเสียอีก"

"ความตายมาจ่อคอหอยอยู่แล้ว ยังจะมาทำท่าทางหยิ่งผยอง วางมาดสูงส่ง ยกย่องตัวเองว่าเป็นวิญญูชนอีก..."

จู่ ๆ หลี่มูก็ก้มตัวลง ดาบยาวในมือแทงสวนเข้าไปอย่างแรง

คมดาบเสียบทะลุฝ่ามือของหลิวจี้ในชั่วพริบตา !

"อ๊ากกก ! " เสียงร้องโหยหวนดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วท้องฟ้า

"เศษสวะอย่างเจ้า อย่าหวังว่าจะได้ตายอย่างสงบ การแล่เนื้อเถือหนัง ถูกสับเป็นพันชิ้นหมื่นชิ้นต่างหากคือจุดจบของเจ้า" หลี่มูยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูของเขา กดเสียงต่ำ แล้วเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน

ในหมู่บ้านหวงซาน ชาวบ้านที่ถูกดันมาอยู่หน้าสุดเมื่อครู่นี้ จากสิบล้วนตกตายไปในความชุลมุนวุ่นวายไปเจ็ดแปดส่วนแล้ว แม้หลี่มูจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอะไรกับพวกเขา ทว่าในฐานะที่เป็นชาวแคว้นฉีด้วยกัน ไม่สิ... ควรจะบอกว่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เมื่อเขาเห็นภาพนี้ ภายในใจก็เกิดความโกรธแค้นที่ไม่อาจระงับได้พวยพุ่งขึ้นมา เจ้าของร่างเดิมของเขาเป็นเพียงชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่มีใครสนใจในหมู่บ้านของแคว้นฉี ใช้ชีวิตอยู่ต่ำสุดของโครงสร้างสังคมในแคว้นนี้ ดังนั้นเขาจึงรู้ซึ้งดีว่าชาวบ้านเหล่านี้ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากเพียงใด ชาวบ้านเหล่านี้ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำไปวัน ๆ ยอมส่งมอบเสบียงอาหารและเงินทองที่หามาได้อย่างยากลำบากกว่าครึ่งหนึ่งให้แก่แคว้นฉี เพื่อนำไปเลี้ยงดูพวกขุนนางในราชสำนัก

ในประเทศอันยิ่งใหญ่กว้างขวางแห่งนี้ ชาวบ้านตัวเล็ก ๆ ราวกับมดปลวกนับแสนนับล้านคนเหล่านี้ คือผู้ที่หล่อเลี้ยงทุกสิ่งทุกอย่าง ใช้เลือดและน้ำตาของพวกเขาคอยค้ำจุนการทำงานของกลไกแห่งราชสำนักนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นเรียบง่ายมาก เพียงแค่ได้กินอิ่มสวมเสื้อผ้าอุ่น สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ในยุคสมัยที่วุ่นวายนี้เท่านั้น ทว่าโจรภูเขาก็กำเริบเสิบสาน อันธพาลก็ข่มเหงรังแก คนเถื่อนที่ชายแดนก็จ้องจะรุกราน ยามนี้กระทั่งกองทัพที่ควรจะทำหน้าที่ปกป้องพวกเขา กลับหันปลายดาบเข้าหา และใช้ชีวิตของพวกเขามาเป็นโล่มนุษย์...

หว่างคิ้วของหลี่มูกระตุกอย่างรุนแรง

แม้เขาจะไม่ใช่คนประเภทห่วงใยบ้านเมืองและราษฎรเหมือนอย่างลู่ซิ่วหลิน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ในฐานะลูกผู้ชายเลือดเดือด เมื่อต้องมาเห็นสภาพสังคมที่เหลวแหลกบัดซบเช่นนี้ ภายในใจจะไม่มีความโกรธแค้นได้อย่างไร ?

"เจียงหู่ ตีแขนขาของมันให้หัก แล้วเอามันไปแขวนไว้ที่ต้นไม้หน้าหมู่บ้านหวงซาน ควักไส้ควักพุงมันออกมาซะ" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก พิพากษาชะตากรรมของหลิวจี้

"รับทราบ ! " เจียงหู่พุ่งตัวเข้ามา กวัดแกว่งทวนยาวในมือฟาดลงบนข้อต่อแขนขาทั้งสี่ของหลิวจี้อย่างรุนแรง

ได้ยินเพียงเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน เจ้าเมืองเฉินและทหารแคว้นฉีที่รอดชีวิต ซึ่งได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้กับตา ล้วนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

"หลี่มู เจ้าจะฆ่าข้าก็ได้... แต่เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาไหม ? ข้าเป็นถึงขุนนางขั้นห้าของราชสำนัก หากต้องมาตายที่นี่ ราชสำนักจะต้องส่งกองทัพใหญ่มากวาดล้างเจ้าแน่ ! "

หลิวจี้เจ็บปวดจนตัวสั่นเทา ทว่าก็ยังฝืนกลั้นใจแผดเสียงคำราม: "เจ้าคิดจริงๆ รึว่าตัวเองจะสามารถต่อกรกับต้าฉีทั้งแคว้นได้ ? "

ยังคงเป็นคำขู่ที่ซ้ำซากจำเจเหมือนเดิม...

หลี่มูโบกมือด้วยความรำคาญใจ ดูเหมือนว่าขุนนางทุกคนที่ตายด้วยน้ำมือของเขา ล้วนชอบใช้คำพูดทำนองเดียวกันนี้ดิ้นรนก่อนตาย หลิวจี้เป็นขุนนางขั้นห้า เฉาหยางอี้และหลินเจี้ยนเป็นขุนนางขั้นเจ็ด ทว่าสำหรับหลี่มูแล้ว ความแตกต่างของตำแหน่งขุนนางนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไป

การสังหารขุนนาง ก็เท่ากับการก่อกบฏ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาลงมือบั่นคอเฉาหยางอี้ด้วยตัวเอง หลี่มูก็ได้เตรียมใจที่จะเป็นศัตรูกับต้าฉีทั้งแคว้นไว้เรียบร้อยแล้ว

"หู่จื่อ ลงมือให้ไวหน่อย" เขาเร่งเร้าคำหนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งเจี่ยชวนว่า "จับกุมคนอื่น ๆ กลับภูเขาต้าหลงไปให้หมด พวกที่เจ็บเบาก็ขังไว้ก่อน วันหน้าค่อยเอามาใช้เป็นแรงงานทาส ส่วนพวกเจ็บหนักก็โยนทิ้งไว้ในป่าให้ตายไปเองก็แล้วกัน"

เจียงหู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม หิ้วคอหลิวจี้เดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ไกลออกไป เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาก็ดังขึ้น ต่อหน้าสายตาของทุกคน แม่ทัพรักษาเมืองหงโจวผู้นี้ถูกจับถอดชุดเกราะ ถูกมีดผ่าท้องจนอวัยวะภายในไหลทะลักออกมากองเต็มพื้น เขาดิ้นทุรนทุรายท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่หลายสิบอึดใจ ถึงได้สิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์

เมื่อเห็นหลิวจี้ถูกเชือดทิ้งราวกับหมูหมา เจ้าเมืองเฉินก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ เดิมทีเขาคิดว่าอาศัยตำแหน่งขุนนางของตน ต่อให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของหลี่มู ก็คงไม่ถึงกับเสียชีวิต ถึงอย่างไรเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นขุนนางระดับนี้ได้ ในมือย่อมต้องกุมข้อมูลและทรัพยากรไว้มากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีมูลค่ามหาศาล หากเป็นคนทั่วไป ย่อมต้องใช้ชีวิตของพวกเขาเป็นข้อต่อรอง เพื่อบีบบังคับให้พวกเขาส่งมอบทรัพยากรส่วนหนึ่งมาแลกกับโอกาสในการรอดชีวิต

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้อยู่ในการทำศึกระหว่างสองแคว้น หากแม่ทัพของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกจับเป็นเชลย ก็จะไม่ถูกสังหารโดยง่าย ทว่ามักจะถูกใช้เป็นตัวประกันเพื่อบีบให้อีกฝ่ายยอมยกเมืองหรือนำเงินทองมาไถ่ตัว ทว่าเจ้าเมืองเฉินคาดไม่ถึงเลยว่า หลี่มูจะโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้ และไม่ยอมเล่นตามกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

จบบทที่ ตอนที่ 366 สังหารหลิวจี้

คัดลอกลิงก์แล้ว