เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 368 คลื่นใต้น้ำในพรรคฮวาจู๋

ตอนที่ 368 คลื่นใต้น้ำในพรรคฮวาจู๋

ตอนที่ 368 คลื่นใต้น้ำในพรรคฮวาจู๋


ตอนที่ 368 คลื่นใต้น้ำในพรรคฮวาจู๋

นกสื่อสารตัวหนึ่งบินทะยานขึ้นจากกองบัญชาการทหารเมืองปิงโจว มุ่งหน้าไปยังเมืองฉีโจวอันเป็นที่ตั้งของจวนเจิ้นหนานอ๋อง ก่อนจะหายลับไปในความมืดมิดยามราตรีอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน เมืองฉีโจวก็ไม่ได้สงบสุขนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พรรคฮวาจู๋ หลังจากได้รับข่าวความพ่ายแพ้และตกตายของหลิวจี้ ภายในพรรคใหญ่ของพรรคฮวาจู๋ก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า

รองหัวหน้าพรรค 'หลิวหวู่อี้' นั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ทอดสายตาเย็นชามองเหล่าผู้อาวุโสและหัวหน้าหอที่อยู่เบื้องล่าง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน

"ทุกท่าน ยามนี้พวกเราควรทำเช่นไร หมากตานี้ควรจะเดินต่อไปยังไง ขอเชิญพวกท่านเสนอความเห็นมาได้เลย ! " น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการหยอกล้อและเย้ยหยัน

บรรดาผู้อาวุโสและหัวหน้าหอเบื้องล่างย่อมฟังออกถึงความประชดประชันที่แฝงอยู่ในประโยคนี้ ทว่ากลับไม่มีใครปริปากโต้แย้งเลยแม้แต่คนเดียว

หลิวหวู่อี้ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ เอ่ยเสียงขรึม "ทำไมถึงไม่พูดกันล่ะ ? นี่ไม่เหมือนนิสัยของพวกท่านเลยนะ..."

เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ขึ้นเสียงดังลั่น: "เมื่อหลายวันก่อนที่โถงด้านหลัง พวกท่านไม่ได้มีสภาพแบบนี้นี่นา แต่ละคนฝีปากกล้ากันทั้งนั้น พูดจาน้ำไหลไฟดับ ราวกับจะใช้คำพูดแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบมาสับข้าให้แหลกเป็นพันชิ้นหมื่นชิ้นเลยทีเดียว ! "

หลายวันก่อน ในคืนก่อนที่หลิวจี้จะนำทัพบุกเมืองอันผิง ภายในพรรคฮวาจู๋เกิดความวุ่นวายขึ้นเพราะขาดผู้นำ บรรดาผู้อาวุโสและหัวหน้าหอหลายคนต้องการแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ถึงกับจับมือกันลุกฮือขึ้นต่อต้านรองหัวหน้าพรรคหลิวหวู่อี้ หมายจะป้ายความผิดเรื่องการตายของท่านหม่าไปให้เขารับเคราะห์แต่เพียงผู้เดียว หากไม่ใช่เพราะหลิวหวู่อี้มีบารมีในพรรคค่อนข้างสูง ซ้ำในพรรคใหญ่ยังมีลูกน้องคนสนิทอยู่ไม่น้อย เกรงว่าคืนนั้นเขาคงถูกคนพวกนี้เชือดทิ้งไปแล้ว !

แต่ถึงกระนั้น นับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา ภายในพรรคฮวาจู๋ก็ไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป แต่ถูกแบ่งออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย

บรรดาผู้อาวุโสและหัวหน้าหอเหล่านี้ต่างก็ซ่อนแผนการร้ายไว้ในใจ ซ้ำยังมีลูกน้องคนสนิทของตัวเองอยู่ในพรรค แม้ฉากหน้าจะแสร้งทำเป็นรักษาความสามัคคี อยู่ร่วมกันได้ชั่วคราว ทว่าลับหลังกลับลอบใช้ลูกไม้ตุกติกกันอยู่ตลอดเวลา

"พูดสิ ! เป็นใบ้กันไปหมดแล้วรึไง ? "

หลิวหวู่อี้กวาดสายตามองทุกคน จู่ ๆ ก็ตบโต๊ะดังปังแล้วแผดเสียงคำรามลั่น

ในวินาทีนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องล่าง

"รองหัวหน้าพรรคหลิว การเรียกประชุมใหญ่ของพรรคในวันนี้ก็เพื่อปรึกษาหารือเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เพื่อให้ท่านมาระบายความโกรธแค้นในใจ หรือใช้อำนาจหน้าที่มาแก้แค้นส่วนตัวหรอกนะ"

"หลังจากหัวหน้าพรรคหม่าตาย ท่านคือผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุด เรื่องนี้ท่านสมควรจะเป็นผู้ออกความเห็นก่อน พวกเราก็อยากจะฟังความคิดเห็นอันสูงส่งของท่านอยู่เหมือนกัน"

สิ้นประโยคนี้ สีหน้าของหลิวหวู่อี้ก็แปรเปลี่ยนไปทันที เขาหันมองตามทิศทางของเสียง เห็นเพียงที่นั่งรั้งท้ายสุดของฝูงชนทางฝั่งซ้าย มีร่างของคนผู้หนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีดำมิดชิด ภายใต้แสงเทียนสลัว ใบหน้าครึ่งซีกที่โผล่พ้นหมวกคลุมออกมาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอันน่าสยดสยอง

"เป็นเจ้ารึ ? ฉินเซี่ยหู่ ! "

หว่างคิ้วของหลิวหวู่อี้ฉายแววเหยียดหยามดูแคลน แค่นหัวเราะพลางเอ่ย "นี่มันเรื่องภายในพรรคฮวาจู๋ของข้า สุนัขไร้บ้านอย่างเจ้า มีสิทธิ์อะไรมาสอดปากด้วย ? "

เขายกมือชี้หน้าอีกฝ่าย: "คืนนั้นข้าไม่ฆ่าเจ้าก็ถือว่าปรานีมากแล้ว วันนี้เจ้ายังกล้าเสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอีก เด็ก ๆ ... ลากตัวไอ้สารเลวที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ออกไปตีให้ตาย ! "

สิ้นคำสั่งของหลิวหวู่อี้ ชายฉกรรจ์ร่างกำยำบึกบึนสองคนที่อยู่ด้านหลังก็เดินพรวดออกมา พุ่งตรงไปตรงหน้าฉินเซี่ยหู่หมายจะลงมือ

ทว่าวินาทีที่มือของพวกเขากำลังจะคว้าตัวฉินเซี่ยหู่ หัวหน้าหอจูเชวี่ย ก็ลุกพรวดขึ้น เอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า "ช้าก่อน ! "

"เมื่อวานข้าได้ตั้งกระถางธูปสาบานเป็นพี่น้องกับน้องฉินแล้ว ซ้ำยังพาเขาเข้าไปกราบไหว้ปรมาจารย์ในศาลบรรพชนของพรรคเป็นที่เรียบร้อย ยามนี้เขาคือศิษย์ใต้สังกัดหอจูเชวี่ยของข้า มีตำแหน่งรองจากข้าเพียงคนเดียว"

"หากรองหัวหน้าหลิวคิดจะแตะต้องเขา ข้านี่แหละที่จะไม่ยอมเป็นคนแรก"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ชะงักงัน พรรคฮวาจู๋แบ่งออกเป็นสี่หอใหญ่ ในบรรดานี้หอจูเชวี่ยมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด และภายในพรรคมีกฎระเบียบอยู่ว่า แกนนำระดับสูงที่มีตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าหอหรือหัวหน้ากระถางธูปขึ้นไป มีสิทธิ์รับคนใหม่เข้าพรรคได้ นอกจากหัวหน้าพรรคแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ก้าวก่าย หลิวหวู่อี้แม้ในยามนี้จะมีตำแหน่งสูงสุดในพรรคฮวาจู๋ ทว่าท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงรองหัวหน้าพรรค ไม่มีสิทธิ์ไปจำกัดการรับสมาชิกใหม่ของสี่หอใหญ่อยู่ดี

"การประชุมใหญ่ของพรรคเดิมทีก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ รองหัวหน้าหลิวทำตัวเผด็จการบ้าอำนาจเช่นนี้ จะทำให้พี่น้องเบื้องล่างยอมรับได้อย่างไร ? "

ฉินเซี่ยหู่หัวเราะเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาดุจหมาป่าคู่หนึ่งสาดประกายทะลุหมวกคลุมออกมา

หลิวหวู่อี้กำหมัดแน่น ภายในแววตาของเขามีจิตสังหารพลุ่งพล่าน เมื่อนึกถึงตอนที่ฉินเซี่ยหู่ยังเป็นเพียงสุนัขไร้บ้านเมื่อหลายวันก่อน ทว่ายามนี้กลับกล้าเหยียบย่างเข้ามาในโถงใหญ่ อาศัยบารมีของหัวหน้าหอมาตั้งตนเป็นศัตรูกับเขา...

หลิวหวู่อี้รู้ดีว่าด้วยขุมกำลังของตนในพรรค หากวันนี้คิดจะลงมือสังหารฉินเซี่ยหู่ทิ้งเสียที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่หากทำเช่นนั้น พรรคฮวาจู๋ก็คงแตกหักอย่างสมบูรณ์แบบ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง

"พรรคฮวาจู๋คือหยาดเหงื่อแรงกายทั้งชีวิตของหัวหน้าหม่า ข้าจะยอมให้มันมาพังทลายลงในมือข้าไม่ได้เด็ดขาด..."

หลิวหวู่อี้ค่อยๆ กดข่มจิตสังหารในใจลงไป ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"น้องฉินพูดมีเหตุผล เรื่องนี้ข้าหลิวหวู่อี้วู่วามไปเอง"

"ยังไม่รีบไสหัวกลับมาอีก ! " เขาหันไปตวาดใส่ชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่หน้าฉินเซี่ยหู่

เมื่อเห็นหลิวหวู่อี้ยอมก้มหัวให้จริง ๆ มุมปากของหัวหน้าหอจูเชวี่ยก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา ผู้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ล้วนเป็นแกนนำระดับสูงของพรรคฮวาจู๋ การที่หลิวหวู่อี้ยอม "โอนอ่อนผ่อนตาม" ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ บารมีของเขาย่อมต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน หม่าขุยตาย ตำแหน่งหัวหน้าพรรคฮวาจู๋ว่างลง หัวหน้าหอ ผู้อาวุโส และรองหัวหน้าพรรค ล้วนเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และพวกเขาทุกคนก็เข้าใจดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคืออีกฝ่ายล้วนมีกำลังพลในมือไม่ใช่น้อย หากเปิดศึกห้ำหั่นแย่งชิงกันตรง ๆ ท้ายที่สุดก็มีแต่จะพินาศย่อยยับไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย หรือไม่ก็เป็นชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนักหน่วง

ยามนี้สถานการณ์ใต้หล้ากำลังปั่นป่วน พวกเขาทุกคนล้วนอยากครอบครองพรรคฮวาจู๋ที่สมบูรณ์และแข็งแกร่ง ไม่มีใครอยากรับช่วงต่อซากปรักหักพังที่ถูกทำลายจนย่อยยับหรอก พร้อมกับการจากไปของนักเลงทั้งสองคน สายตาของทุกคนในโถงใหญ่ก็กลับมารวมศูนย์อยู่ที่หลิวหวู่อี้อีกครั้ง

"ในเมื่อทุกท่านอยากฟังความคิดเห็นของข้า งั้นข้าก็จะพูดล่ะนะ... ยามนี้เส้นทางที่วางอยู่ตรงหน้าพวกเรามีเพียงสองทาง หนึ่ง สงวนท่าที รอดูสถานการณ์ไปก่อน" รองหัวหน้าพรรคเอ่ยเสียงขรึม "ถึงยังไงพรรคเราก็ทำงานรับใช้จวนอ๋อง ดังคำกล่าวที่ว่า 'ตีสุนัขต้องดูเจ้าของ' แม้หลี่มูจะคว่ำหลิวจี้ได้สำเร็จ แต่เมืองฉีโจวก็มีทหารชั้นยอดของจวนอ๋องคอยคุ้มกันอยู่... ในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ มันย่อมไม่กล้ามากำเริบเสิบสานที่นี่แน่"

เมื่อทุกคนได้ยินก็มองหน้ากันแล้วพยักหน้าเบา ๆ ในบรรดาสามเมืองแห่งชายแดนใต้ เมืองฉีโจวถือเป็นเมืองที่พิเศษที่สุด กำลังทหารแข็งแกร่งที่สุด ทหารชั้นยอดหลายหมื่นนายของจวนอ๋องกว่าครึ่งล้วนปักหลักอยู่ที่นี่ แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก

"แต่ปัญหาคือ... นับตั้งแต่หัวหน้าพรรคหม่าตาย จวนอ๋องก็ไม่ส่งคำสั่งใด ๆ ลงมาให้พวกเราตั้งหลายวันแล้ว นี่มันไม่ปกติเอาเสียเลย"

ผู้อาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้ว จวนเจิ้นหนานอ๋องคือที่พึ่งพิงที่ใหญ่ที่สุดของพรรคฮวาจู๋ ทว่ายามนี้ท่าทีที่มีต่อพวกเขากลับดูแปลกประหลาดไปเสียแล้ว: "ท่านอ๋องคงไม่ได้คิดว่าผลงานของพวกเราในเรื่องหลี่มูนั้นทำได้ไม่ดีพอ เลยคิดจะถีบหัวส่งพวกเราหรอกนะ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 368 คลื่นใต้น้ำในพรรคฮวาจู๋

คัดลอกลิงก์แล้ว