- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 347 ธงรบโลหิต
ตอนที่ 347 ธงรบโลหิต
ตอนที่ 347 ธงรบโลหิต
ตอนที่ 347 ธงรบโลหิต
เมื่อก่อนในเหตุการณ์ของใต้เท้าต่ง เจียงหู่ก็เคยเห็นหน้าหลิวจี้และฮั่วอวิ๋นเฟิงกับตาตัวเอง ย่อมจดจำหน้าตาและรูปร่างของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ยามนี้เขาควบม้าพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจจะเช็ดคราบเลือดที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้า ภายในดวงตามีเพียงหลิวจี้ผู้เดียวเท่านั้น
"มุ่งหน้ามาหาข้ารึ ? " หลิวจี้หว่างคิ้วกระตุกริก ๆ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงขุนนางใหญ่ฝ่ายหนึ่ง เป็นแม่ทัพรักษาเมืองที่กุมอำนาจบัญชาการทหารเกือบหมื่นนาย ทว่ายามนี้กลับถูกหลี่มูที่มีชาติกำเนิดต้อยต่ำราวกับโคลนตมตีจนต้องถอยร่นไม่เป็นท่า ภายในใจย่อมสะสมความโกรธแค้นและความอัปยศอดสูไว้อย่างเต็มเปี่ยม
ส่วนเจียงหู่น่ะรึ...
ในสายตาของเขาในอดีต ก็เป็นแค่ไอ้บ้านนอกคอกนาจอมป่าเถื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
"ไอ้สุนัขชั้นต่ำ ตอนนั้นถ้าข้ากับพี่ฮั่วไม่ออกโรงช่วย เจ้าจะมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้รึ ? ป่านนี้กลายเป็นซากศพข้างถนนไปตั้งนานแล้ว ยามนี้กลับใจกล้าเทียมฟ้ากล้ามาตะโกนปาว ๆ จะฆ่าข้า..."
หลิวจี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แกว่งดาบหัวตัดในมือวาดเป็นวงกลมตรงหน้า สองขากระหนาบหน้าท้องม้า: "องครักษ์อินทรีเหล็ก ตามข้าบุกเข้าไป สับหัวไอ้สุนัขปากดีนั่นมาซะ ! "
หลิวจี้ในฐานะแม่ทัพรักษาเมือง เมื่ออยู่บนสนามรบย่อมต้องมีองครักษ์คนสนิทคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย สิ้นเสียงคำสั่งของเขา ทหารม้ากว่าสามสิบนายที่ขี่ม้าสีดำทะมึนก็พุ่งพรวดออกมาตั้งแถวล้อมรอบตัวเขา รังสีอำมหิตฟุ้งกระจาย แตกต่างจากทหารแคว้นฉีที่กำลังห้ำหั่นอยู่บนสนามรบ ทหารม้าสามสิบกว่านายนี้ล้วนสวมชุดเกราะทองแดง องอาจผ่าเผย กระทั่งม้าศึกใต้หว่างขาพวกมันก็ยังสวมชุดเกราะ ห่อหุ้มมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า อาวุธของพวกมันดูประณีตและร้ายกาจกว่าทหารทั่วไปมาก ดาบหัวตัดสามสิบกว่าเล่มคมกริบวาววับ สันดาบหนา คมดาบบาง สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดประกายเย็นเยียบชวนให้ใจสั่นผวา
"พี่หลิว ! อย่าได้วู่วาม ! " เจ้าเมืองเฉินเห็นหลิวจี้คิดจะเอาตัวเข้าเสี่ยงภัยลงสนามรบด้วยตัวเอง ก็รีบเอ่ยปากห้ามปรามทันที
"ท่านคือมันสมองและผู้บัญชาการของกองทัพ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น กองทัพก็จะขาดผู้นำทันที อย่าได้ทำเรื่องเช่นนี้เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบเด็ดขาด"
"ท่านและข้าต่างก็เป็นขุนนางราชสำนัก ฐานะสูงส่ง จะไปลดตัวประลองกำลังกับพวกป่าเถื่อนพรรค์นี้ได้อย่างไร ? เครื่องเคลือบชั้นดีที่ไหนเขาเอาไปกระแทกกับก้อนหินกันเล่า ? "
คำพูดของเจ้าเมืองเฉินทำให้หลิวจี้ได้สติและใจเย็นลง เขาหอบหายใจหนักหน่วง ทอดสายตามองเจียงหู่ที่พุ่งเข้ามาจนเหลือระยะห่างไม่ถึงร้อยเมตร กัดฟันกรอดพลางสั่งการ "องครักษ์อินทรีเหล็ก สกัดพวกมันเอาไว้ ! "
"แล้วก็... ตีฆ้องถอยทัพ ! "
ยามนี้สถานการณ์บนสนามรบชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว ทหารที่หลิวจี้นำมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูที่สวมชุดเกราะเต็มยศก็ไม่อาจชิงความได้เปรียบได้เลยแม้แต่น้อย บ่อยครั้งต้องใช้คนหลายคนรุมล้อมถึงจะสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้อีกฝ่ายได้สักคน สงครามดำเนินไปไม่ถึงชั่วจิบชาเดียว กองทัพแคว้นฉีของกองบัญชาการทหารก็ล้มตายและบาดเจ็บไปเกือบสองร้อยคนแล้ว ส่วนฝั่งหลี่มูกลับสูญเสียไปเพียงยี่สิบสามสิบคนเท่านั้น อัตราการสูญเสียที่สูงเกือบสิบต่อหนึ่ง ทำให้ขุนนางบู๊ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในแวดวงขุนนางมานานอย่างหลิวจี้ ถึงกับอกสั่นขวัญผวา
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่าแม้กองทัพแคว้นฉีในชายแดนใต้จะไม่ถือว่าแข็งแกร่งมาก ทว่าต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับคนเถื่อนที่ดุร้ายอำมหิต พวกเขาก็ไม่เคยทำสถิติอัตราการสูญเสียที่น่าอนาถขนาดนี้มาก่อน หากฝืนรบต่อไปก็มีแต่จะเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ หลิวจี้ก็กัดฟันสั่งให้คนตีกลองที่อยู่ด้านข้างส่งสัญญาณทันที
ตึง ๆ ๆ ๆ ๆ !
ชั่วพริบตานั้น เสียงกลองส่งสัญญาณ ถอยทัพอันหนักหน่วงก็ดังกังวานไปทั่วทั้งสมรภูมิ
ส่วนองครักษ์อินทรีเหล็กนั้นพุ่งทะยานออกไปตั้งแต่ตอนที่หลิวจี้ออกคำสั่งให้สกัดเจียงหู่แล้ว พวกเขาสมกับที่เป็นกองทัพไพ่ตายของหลิวจี้จริง ๆ ตอนที่พุ่งชาร์จนั้นเด็ดขาดฉับไว ไร้ซึ่งความลังเล ทว่าก่อนที่จะเข้าปะทะกับพวกของเจียงหู่ พวกมันกลับบังคับม้าแยกออกไปทางซ้ายและขวา ไม่ได้เลือกที่จะพุ่งชนตรง ๆ
เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงหู่ก็ชะงักไป วินาทีต่อมา ก็เห็นพวกองครักษ์อินทรีเหล็กดึงโซ่เหล็กที่มีหนามแหลมคมออกมาจากด้านหลัง เหวี่ยงฟาดเข้าไปที่ขาของม้าพวกเจียงหู่อย่างรวดเร็ว "แย่แล้ว ! ไอ้พวกสารเลวนี่เล่นสกปรก ! "
ทันทีที่เห็นพวกมันเหวี่ยงโซ่เหล็ก เจียงหู่ก็รับรู้ได้ถึงอันตรายทันที เขากวัดแกว่งหอกยาวกวาดฟันไปข้างหน้า ได้ยินเพียงเสียงเคร้งคร้างดังขึ้น โซ่เหล็กสองเส้นถูกปัดป้องเอาไว้ได้ ไม่สามารถพันเข้าที่ขาม้าได้ ทว่ามันกลับพันรัดส่วนปลายของหอกยาวไว้แน่น ! แต่ทหารม้าสิบกว่านายที่อยู่ด้านหลังเจียงหู่ไม่ได้ตอบสนองได้รวดเร็วเช่นนั้น
แม้พวกเขาจะยกอาวุธขึ้นฟันโซ่เหล็กเช่นกัน ทว่ามีเพียงสองสามคนเท่านั้นที่ทำสำเร็จ โซ่เหล็กเส้นอื่น ๆ ล้วนตวัดรัดเข้าที่ขาม้าศึกใต้หว่างขาอย่างแม่นยำ ม้าศึกที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงเมื่อถูกพันขาหน้า ก็เสียหลักหน้าทิ่มลงกระแทกพื้นอย่างแรงในพริบตา พาเอาเจ้านายบนหลังร่วงหล่นลงมาตาม ๆ กัน
ชั่วพริบตานั้น ฝุ่นดินก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เสียงกระดูกหักดังระงม ม้าศึกเหล่านี้มีขนาดตัวใหญ่โต บวกรวมกับแรงเฉื่อยจากการวิ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อล้มคะมำลงไปก็ถูกกระแทกจนกระดูกหักเอ็นขาดในทันที บางตัวถึงกับคอหักตายคาที่ ส่วนทหารม้ากองทัพฉางหนิงสิบกว่านายนั้นก็ย่อมมีสภาพไม่ต่างกัน แม้บนร่างจะสวมชุดเกราะ ทว่ามันก็เอาไว้ใช้ป้องกันบาดแผลจากของมีคมอย่างดาบและกระบี่ได้เท่านั้น แรงกระแทกจากการตกจากที่สูงอย่างรุนแรงเช่นนี้ ชุดเกราะไม่อาจรับแรงกระแทกไว้ได้
ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ทหารม้าหลายคนแขนหัก บางคนก็ถูกม้าทับไว้ใต้ร่าง กระทั่งมีบางคนที่หัวฟาดพื้นสลบเหมือดไปคาที่
"ก็แค่ฝูงไก่ดินสุนัขกระเบื้อง พวกไร้น้ำยาที่โชคช่วยจนได้ดิบได้ดีก็เท่านั้น ไม่รู้จักทักษะการทำสงครามเลยสักนิด มีดีแต่ใช้กำลังป่าเถื่อน วันนี้แหละคือวันตายของพวกเจ้า"
องครักษ์อินทรีเหล็กสามสิบกว่านายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตีวงล้อมเจียงหู่และพวกไว้ตรงกลาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันดูแคลน เส้นเลือดดำบนหน้าผากเจียงหู่ปูดโปน สองแขนจับหอกยาวไว้แน่นพยายามจะกระชากออกจากโซ่ ทว่าโซ่เส้นนั้นกลับรัดแน่นมาก ส่วนปลายอีกด้านก็ถูกองครักษ์อินทรีเหล็กหลายคนดึงเอาไว้
เคร้ง ! เห็นเพียงโซ่เหล็กสองเส้นถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
อาศัยโซ่เหล็กนี้ เจียงหู่และองครักษ์อินทรีเหล็กหลายคนก็เริ่มประลองกำลังกัน กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเจียงหู่ปูดนูนขึ้นมา ทั่วทั้งร่างเกร็งแน่น ส่วนอีกฝั่ง องครักษ์อินทรีเหล็กเจ็ดแปดคนที่จับโซ่ไว้แน่นกลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาว่า โซ่เหล็กกำลังค่อย ๆ ลื่นหลุดจากมือของพวกมันไปทีละนิด ชายฉกรรจ์ตรงหน้านี้ ถึงกับสามารถใช้พละกำลังเพียงลำพัง ดึงสู้กับคนเจ็ดแปดคนโดยไม่เพลี่ยงพล้ำเลยเชียวรึ ?
"ฆ่ามัน ! " หัวหน้าองครักษ์อินทรีเหล็กเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น ชักดาบยาวออกมาพุ่งแทงเข้าที่หน้าของเจียงหู่ทันที ส่วนองครักษ์อินทรีเหล็กในทิศทางอื่น ๆ ก็พร้อมใจกันชูอาวุธขึ้น เล็งแทงเข้าที่รอยต่อของชุดเกราะบนร่างเจียงหู่
เมื่อเห็นเจียงหู่ตกอยู่ในวงล้อม ใกล้จะสิ้นชีพลงปรโลก วินาทีต่อมา จู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในร่างกาย พลังนี้ราวกับภูเขาไฟระเบิด แผ่ซ่านไปทั่วแขนขาและกระดูกทุกส่วนในพริบตา
"ย๊า ! " เจียงหู่แผดเสียงคำรามลั่น สองแขนออกแรงกระชาก เหวี่ยงโซ่เหล็กสองเส้นพาเอาร่างขององครักษ์อินทรีเหล็กเจ็ดแปดคนลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ พร้อมกันนั้นก็ชูหอกยาวขึ้นกวัดแกว่งไปรอบตัว ปัดป้องอาวุธมากมายที่พุ่งเข้ามาหมายจะเอาชีวิตเขากระเด็นออกไปในคราวเดียว !
"น้ำหน้าอย่างพวกเจ้า ก็คิดจะฆ่าพี่น้องข้าเชียวรึ ? " เสียงของหลี่มูดังขึ้น ว่านหลี่อวิ๋นแบกเขาพุ่งทะลวงฝ่าสมรภูมิมาอย่างบ้าคลั่ง ม้าศึกของแคว้นฉีไม่มีตัวไหนกล้าขวางทาง ต่างขัดขืนคำสั่งเจ้านายอย่างเปิดเผย พากันวิ่งหนีแตกกระเจิงแหวกทางให้แต่โดยดี
มือซ้ายของเขากำ "ธงรบโลหิต" ที่แสดงอานุภาพแล้วไว้แน่น มือขวากระชับดาบยาวปลายแหลม เพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงตรงหน้า สัมผัสได้ถึงพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่าง
หลี่มูชูดาบขึ้นสูง ฟันฉับลงไปที่หัวหน้าองครักษ์อินทรีเหล็กทันที:
"ไปลงนรกซะ ! "
แกร๊ง !
เสียงเหล็กกล้าถูกฟันขาดสะบั้นดังลั่น การเคลื่อนไหวของหัวหน้าองครักษ์อินทรีเหล็กชะงักค้าง
หมวกเกราะทองแดงบนหัวของเขามีรอยแยกที่เรียบเนียนกริบปรากฏขึ้น ตามมาด้วยใบหน้าของเขาที่มีรอยแยกแบบเดียวกันปรากฏขึ้น และพร้อมกับรอยแยกที่ค่อย ๆ ขยายกว้าง ก็มีเลือดไหลรินลงมาตามคางของเขา วินาทีต่อมา หมวกเกราะที่ถูกผ่าครึ่งก็ร่วงหล่นลงพื้นซ้ายขวา หัวของเขาก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีก แบะตกลงไปพาดอยู่บนไหล่ทั้งสองข้างอย่างหมดสภาพ !