- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 337 การเตรียมพร้อม
ตอนที่ 337 การเตรียมพร้อม
ตอนที่ 337 การเตรียมพร้อม
ตอนที่ 337 การเตรียมพร้อม
ความคิดของชาวบ้านแคว้นต้าฉีเหล่านี้เรียบง่ายมาก สิ่งที่พวกเขาต้องการมีไม่มากนัก เพียงแค่อยากมีชีวิตรอดในยุคสมัยนี้ ได้กินอิ่มนอนอุ่นเท่านั้น ทว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นราชสำนักหรือจวนอ๋อง ก็ไม่อาจตอบสนองความปรารถนาของพวกเขาได้เลย โจรผู้ร้ายชุกชุม เศรษฐีเจ้าของที่ดินทำตัวอันธพาล ทุกคนล้วนอยากจะขูดรีดหยาดเหงื่อหยดสุดท้ายไปจากชาวบ้านที่รังแกง่ายที่สุดเหล่านี้ให้แห้งเหือด...
และภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การปรากฏตัวของหลี่มูสำหรับพวกเขาแล้ว ย่อมไม่ต่างอะไรกับคบเพลิงท่ามกลางความมืดมิด เขาฆ่าล้างหอหมาป่าอินทรี ต่อมาก็กวาดล้างโจรภูเขาวั่วหนิว พี่น้องใต้บังคับบัญชายังบั่นคอของนายอำเภอชิงสุ่ยที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง... วีรกรรมมากมายที่ผนวกรวมกันนี้ ย่อมทำให้ชาวบ้านในเขตมณฑลหงโจวมองเขาเป็นดั่งจอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรม !
"รองแม่ทัพเจี่ย จดบันทึกชื่อและประวัติของพวกเขาให้เรียบร้อย แล้วบรรจุเข้ากองทัพรอรับคำสั่ง"
สำหรับชายฉกรรจ์ที่เดินทางมาสวามิภักดิ์ถึงหน้าประตูในยามนี้ หลี่มูย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขารับทุกคนเข้าสู่ใต้บังคับบัญชาอย่างไม่ลังเล อีกไม่นานเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการร่วมมือกันกวาดล้างของจวนเจิ้นหนานอ๋องและกองบัญชาการทหารเมืองหงโจว กำลังพลใต้บังคับบัญชาย่อมยิ่งมากก็ยิ่งดี ยิ่งมีบารมีน่าเกรงขาม อีกฝ่ายก็ยิ่งไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
"รับทราบ ! " เจี่ยชวนรับคำสั่งแล้วถอยออกไป ชายฉกรรจ์เหล่านี้เพิ่งจะเข้าร่วมกะทันหัน กำลังรบย่อมไม่อาจเทียบกับทหารผ่านศึกที่มีอยู่ก่อน ทว่าสงครามคือสิ่งที่สามารถทำให้คนเราเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุด ต่อให้เป็นพลทหารใหม่หน้าอ่อนที่กระทั่งง้างธนูยังไม่เป็น ขอเพียงแค่ได้ลงสนามรบสักครั้งแล้วไม่ตาย ก็จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นทหารผ่านศึกโดยอัตโนมัติ เส้นตายระหว่างความเป็นความตาย สามารถทำให้คนเราเรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์ได้มากมายนัก
……
เหยี่ยวเหินสีขาวโพลนทั้งตัวส่งเสียงร้องแหลมเล็กโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะหายลับไปจากสายตา
"ข้าได้ส่งทหารหลายสิบคนปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่เดินทางออกจากเมืองอันผิง มุ่งหน้าไปยังเมืองหงโจวและอำเภออื่น ๆ เพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของกองบัญชาการทหารอยู่ตลอดเวลาแล้ว"
"เสี่ยวไป๋หลงเองก็เป็นหูเป็นตา คอยลาดตระเวนไปตามถนนหลวงรอบ ๆ เมืองอันผิงได้ ไม่ว่าจะมีลมพัดหญ้าไหว ความเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาพวกเราไปได้"
หลี่มูยืนอยู่บนกำแพงเมืองอันผิง ยามนี้เขากุมอำนาจกองทัพที่มีกำลังพลราวสองพันนาย ป้ายเสือเรียกทัพยังสามารถใช้งานได้อีกสองครั้ง นอกเหนือจากนี้ยังมีป้ายหยกเทวะท่องพันลี้ และธงโลหิตที่ช่วยเสริมพลังรบแบบกลุ่ม พลังอำนาจของเขาในยามนี้ ต่อให้วางไว้ในดินแดนชายแดนใต้ทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายหนึ่งได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน แม้หลี่มูจะไร้ซึ่งประสบการณ์ ทว่ากลับมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
"อีกอย่าง สั่งให้โรงตีเหล็กในภูเขาต้าหลงและในเมือง เร่งมือสร้างลูกธนูและหน้าไม้ให้เร็วที่สุด"
"ข้าต้องการลูกธนูหนึ่งหมื่นดอกภายในเวลาสามวัน ! "
จากการคำนวณของหลี่มู ต่อให้กองบัญชาการทหารเมืองหงโจวและจวนเจิ้นหนานอ๋องต้องการจะรวบรวมกำลังพลยกทัพมา ก็ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยสามวัน ภายในสามวันนี้ เขาจำต้องเตรียมตัวให้พร้อมสรรพที่สุด อาวุธยุทโธปกรณ์ ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
"รับทราบ ! " เจียงหู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างขานรับ แม้ตำแหน่งในกองทัพของเขาคือแม่ทัพทัพหน้า ทว่าเขาก็เป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดกับหลี่มูที่สุดเช่นกัน หลังจากเจี่ยชวนรับคำสั่งและจากไป เขาก็รั้งอยู่ข้างกายเพื่อรอรับใช้
หลี่มูทอดสายตามองไปสุดขอบฟ้า สูดลมหายใจเข้าลึก เขาหมุนตัวเตรียมจะเดินลงจากกำแพงเมือง เพื่อหาสถานที่เงียบสงบเปิดกล่องสมบัติระดับทองคำที่ได้จากการฆ่าเสือที่อำเภอเหรินเจ๋อ ทว่ากลับเห็นเจียงหู่ยืนนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าดูย่ำแย่ คล้ายกับมีเรื่องอยากจะพูด แต่ก็อึกอักพูดไม่ออก
"หู่จื่อ มีอะไรอีกรึ ? " หลี่มูเลิกคิ้วถาม ในความทรงจำของเขา นิสัยของเจียงหู่เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมามาโดยตลอด น้อยนักที่จะทำท่าทีอ้ำอึ้งเช่นนี้
"พี่หลี่... วันนี้ข้าได้ยินจากปากคนอื่นมา ว่าเฉาหย่างอี้กับหลินเจียนถูกหม่าขุยแห่งพรรคฮวาจู๋เกลี้ยกล่อมให้แปรพักตร์ ฉวยโอกาสตอนที่พวกเราไม่อยู่ลอบโจมตีชุนอี้ฟาง เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่ามีการวางแผนอย่างรัดกุมมาล่วงหน้าแล้ว"
เจียงหู่กัดฟัน กำหมัดแน่นพลางเอ่ยถาม "ข้าก็เลยอยากจะถามท่าน ว่าเมื่อวานนี้ที่พี่เหยาเฟิงชวนท่านออกไปกว้านซื้อสัตว์เป็นนอกเมือง ก็เป็นหนึ่งในแผนการของพรรคฮวาจู๋ด้วยใช่หรือไม่ ? "
แม้เจียงหู่จะสมองทึบ ทว่าก็ไม่ได้โง่เง่าจนตามคนไม่ทัน เหยาเฟิงเพิ่งจะชวนหลี่มูออกจากเมืองอันผิงเมื่อวาน พอตกดึกชุนอี้ฟางก็ถูกโจมตี หากบอกว่าสองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน... ให้ผีสางที่ไหนมาฟังก็คงไม่เชื่อ !
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ "ถูกต้อง เหยาเฟิงรับคำสั่งจากพรรคฮวาจู๋ให้หลอกข้าออกจากเมืองอันผิง หากไม่ได้โชคช่วยล่ะก็... เมื่อวานนี้ข้าคงถูกสับจนเละไปแล้ว"
ปัง !
ดวงตาของเจียงหู่แดงก่ำ หว่างคิ้วกระตุกริก ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ เขาชกกำปั้นเข้าที่กำแพงอย่างแรง
"เหยาเฟิง ! เหยาเฟิง ! เสียแรงที่ข้าไว้ใจเขา เห็นเขาเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย เขากลับทำเรื่องเนรคุณหักหลังเช่นนี้ได้ลงคอ..."
จู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้น ตวาดเสียงกร้าว "พี่หลี่ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ข้าจะไปเค้นคอถามเขาต่อหน้า ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ข้า... ข้าจะฆ่าเขาด้วยมือของข้าเอง ! "
ใบหน้าของเจียงหู่บิดเบี้ยว เส้นเลือดดำที่ขมับปูดโปน
เหยาเฟิงเป็นคนที่เขาแนะนำให้หลี่มูรู้จัก หากเมื่อวานหลี่มูเป็นอะไรไปจริง ๆ เขานี่แหละคือคนบาปที่เลวร้ายที่สุด แล้วเขาจะมีหน้าไปสู้หน้าเจี่ยชวน หลี่ไฉ่เวย และพี่น้องคนอื่น ๆ ได้อย่างไร ?
พอคิดถึงผลลัพธ์นี้ ความรู้สึกผิด ความละอายใจ และความโกรธแค้นก็พรั่งพรูขึ้นมาพร้อมกัน กลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปจนหมดสิ้น
"หู่จื่อ" หลี่มูยกมือขึ้นห้ามเจียงหู่ไว้ "อย่าเพิ่งวู่วาม แม้เหยาเฟิงจะรับคำสั่งพรรคฮวาจู๋ให้หลอกข้าออกจากเมืองก็จริง ทว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ตัวเขาเองก็จะถูกหลอกใช้เหมือนกัน"
เมื่อวานนี้ตอนที่พักค้างแรมในหมู่บ้านของอำเภอเหรินเจ๋อ เหยาเฟิงเคยพยายามเตือนหลี่มูหลายต่อหลายครั้งให้เข้าไปพักในเมือง ท้ายที่สุดถึงขนาดยอมเปิดเผยตัวเอง และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างหมดเปลือก เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนเลวโดยสันดาน หากไม่ใช่เพราะคำเตือนสุดท้ายของเขา หลี่มูคงบั่นคอเขาไปตั้งแต่ก้าวแรกที่กลับมาถึงภูเขาต้าหลงแล้ว ไม่มีทางเก็บชีวิตเขาไว้แน่
"ข้าไม่ได้ฆ่าเขา แต่พาเขากลับมาขังไว้ที่ภูเขาต้าหลง" หลี่มูเอ่ยเสียงขรึม "ถึงอย่างไรเขาก็เคยช่วยชีวิตเจ้าไว้ เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้บอกใคร ความเป็นตายของเขายกให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ"
หลี่มูไม่ได้ใส่ใจความเป็นตายของเหยาเฟิง ทว่าเขากลับต้องใส่ใจความรู้สึกของเจียงหู่
"พี่หลี่ ขอบคุณมาก" เจียงหู่หน้าแดงก่ำ เค้นคำพูดนี้ออกมาจากไรฟัน เขารู้ดีว่าหลี่มูกำลังรักษาหน้าให้ตน เพราะหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ต่อให้ไม่ได้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายอะไร ทว่าพี่น้องคนอื่น ๆ ก็ต้องมองว่าเขา "ทำงานไม่รัดกุม" อย่างแน่นอน
ป้าบ ๆ !
หลี่มูไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป เขาเดินทางกลับมาที่ชุนอี้ฟาง ปิดหน้าต่างและประตูจนมิดชิด เมื่อนึกคิด ลำแสงสีทองสายหนึ่งก็พุ่งพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ กลายสภาพเป็นกล่องสมบัติระดับทองคำ ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
"แม้เหยาเฟิงจะตั้งใจหลอกลวงข้า ทว่าเขาก็ช่วยข้าหากล่องสมบัติมาได้หลายกล่องจริง ๆ ..." หลี่มูมองดูมันด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"เพื่อที่จะฆ่าข้า พรรคฮวาจู๋ก็ทุ่มเทไปไม่น้อยเลยทีเดียว น่าเสียดายที่สุดท้ายกลับกลายเป็นส่งเสริมให้ข้าได้รับโชคจากเคราะห์ร้ายแทน"
การเดินทางไปอำเภอเหรินเจ๋อเมื่อวานนี้ หลี่มูได้กล่องสมบัติระดับทองคำมาหนึ่งกล่อง และระดับเหล็กดำอีกหลายกล่อง เรียกได้ว่ากอบโกยผลประโยชน์มาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่เขากำลังจะเปิดกล่องสมบัติทองคำตรงหน้านี้ จู่ ๆ ก็มีความคิดสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
"เดี๋ยวก่อน เหยาเฟิงก็เป็นแค่คนเล็กๆ คนหนึ่ง... คนของพรรคฮวาจู๋ไปรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจียงหู่ได้ยังไง ในมณฑลหงโจวไม่มีสายสืบของพวกเขานี่นา ต่อให้อยากจะสืบเรื่องนี้ก็ยังต้องออกแรงเหนื่อยน่าดู" หลี่มูค่อย ๆ ขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกตะหงิด ๆ ว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นแผนการของหม่าขุย แต่กลับเหมือนฝีมือของคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางในความสัมพันธ์ของเจียงหู่เป็นอย่างดี เป็นคนลงมือเองมากกว่า !