- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 338 ว่านหลี่อวิ๋น
ตอนที่ 338 ว่านหลี่อวิ๋น
ตอนที่ 338 ว่านหลี่อวิ๋น
ตอนที่ 338 ว่านหลี่อวิ๋น
หลี่มูขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมใน พรรคฮวาจู๋มีอิทธิพลไม่ใช่น้อยก็จริง ทว่าหากพวกเขาต้องการจะจัดการกับเขา ย่อมไม่มีทางคิดตื้น ๆ โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเหยาเฟิงกับเจียงหู่มาเป็นจุดเริ่มต้นแน่ จากที่หลี่มูเข้าใจนิสัยของหม่าขุย เขารู้สึกเสมอว่าหากเป็นอีกฝ่ายล่ะก็ มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะเลือกใช้วิธีจ้างนักฆ่ามาลอบสังหารตรง ๆ
"เมื่อก่อนเจียงหู่กับเหยาเฟิงต่างก็เคยเป็นลูกสมุนปลายแถวของกองคาราวานอาชาเหล็ก หรือว่า... จะมีเศษเดนของกองคาราวานอาชาเหล็กที่ยังรอดชีวิต หนีไปกบดานที่เมืองฉีโจว แล้วเข้าร่วมกับพรรคฮวาจู๋เพื่อวางแผนแก้แค้น ? "
เขาครุ่นคิดอยู่นาน จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่คิดว่าสมเหตุสมผลที่สุดออกมา คืนนั้นที่หมู่บ้านซวงซี กองกำลังชั้นยอดของกองคาราวานอาชาเหล็กถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก หลังจากนั้นขุมกำลังและสำนักต่าง ๆ ในเมืองอันผิงก็พากันออกไล่ล่ากวาดล้างเศษเดนที่เหลือ ทว่าหลี่มูก็รู้ดีว่าสมาชิกกองคาราวานอาชาเหล็กมีจำนวนมากมายมหาศาล ไม่มีทางที่จะถูกถอนรากถอนโคนจนหมดจดได้ จะต้องมีปลาที่เล็ดลอดแห หนีรอดไปได้อย่างแน่นอน จู่ ๆ ในหัวของเขาก็มีเงาร่างของคนผู้หนึ่งสว่างวาบขึ้นมา
"ไม่สิ... ไม่น่าจะเป็นมัน... ตอนนั้นที่หน้าผาชัน มันถูกธนูยิงไปหลายดอก ซ้ำยังโดนแรงระเบิดจากระเบิดเพลิงจนร่วงตกลงไปในหุบเหวเฮยสุ่ย ต่อให้ร่างกายทำด้วยเหล็กไหลก็ควรจะแหลกละเอียดไปแล้ว"
หลี่มูรีบปัดตกข้อสันนิษฐานอันกล้าหาญของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกล่องสมบัติที่อยู่ตรงหน้า เรื่องมันดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว การไปนั่งเดาตัวตนของคนที่คอยวางแผนอยู่เบื้องหลังก็ไม่มีประโยชน์อันใด ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกองทัพใหญ่กำลังจะบุกมาประชิดเมือง การเปิดกล่องสมบัติเพื่อเพิ่มไพ่ตายให้ตัวเองต่างหากคือเรื่องเร่งด่วน
เมื่อนึกคิด ฝากล่องสมบัติระดับทองคำก็แง้มออก ลำแสงมากมายหลั่งไหลมารวมตัวกันที่กลางห้อง หลังจากแสงสว่างจางหายไป เงาร่างอันกำยำล่ำสันก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของหลี่มู นั่นคืออาชาชั้นยอดที่ตัวขาวโพลนไปทั้งตัวทว่ามีหางสีดำทะมึน ช่วงไหล่สูงใหญ่ โครงกระดูกบึกบึน ขนาดตัวใหญ่กว่าม้าทั่วไปถึงหนึ่งช่วงตัว ขนเรียบลื่นเป็นเงางาม สะท้อนแสงเทียนเป็นประกายคล้ายกับหยก แผงคอของมันสยายยาวราวกับเส้นผม ดูยุ่งเหยิงและดุร้าย นัยน์ตาสาดประกายเจิดจ้าดุจดวงดาราคู่หนึ่งที่ทอแสงสีฟ้าครามท่ามกลางห้องอันมืดสลัว
พรืด !
จู่ ๆ มันก็สะบัดหัวและส่งเสียงร้องคำรามออกมา
หลี่มูเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง เสียงร้องของม้าตัวนี้ไม่ได้เป็นเสียง "ฮี้ ๆ " เหมือนม้าทั่วไป ทว่ากลับเป็นเสียง "ตึง ๆ " ราวกับเสียงกลองศึกที่กึกก้องกัมปนาท สั่นสะเทือนจนทำให้คนฟังรู้สึกขวัญผวา และที่สำคัญที่สุด หลี่มูสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่า ตอนที่มันอ้าปากร้องคำราม ภายในปากของมันกลับเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมราวกับพยัคฆ์หรือเสือดาว ไม่ใช่ฟันตัดเรียบ ๆ เหมือนพวกวัว แพะ หรือม้าทั่วไป !
"ไอ้ตัวนี้... มันคือตัวอะไรกันแน่เนี่ย ? " เขาเบิกตากว้าง เป็นครั้งแรกที่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับของที่ได้มาจากกล่องสมบัติ ไม่นานนัก ข้อความอธิบายอย่างละเอียดก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[สายพันธุ์: ม้าศึก, สิ่งมีชีวิต]
[คำอธิบาย: เดิมเป็นราชันสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองหุบเขาหมื่นแมลงแห่งหนานเยว่ มีนิสัยดุร้าย สามารถล่าเสือและเสือดาวเป็นอาหาร เล่าลือกันว่าภายในร่างกายมีสายเลือดของ "ป๋อ" ( สัตว์วิเศษในตำนานจีน) ไหลเวียนอยู่ ทว่าจริงเท็จไม่อาจพิสูจน์ได้ ชาวบ้านท้องถิ่นเคารพบูชามันในฐานะสัตว์มงคล]
[ความสามารถ: เนื่องจากล่าเสือและเสือดาวมาตลอดทั้งปี จึงมีอำนาจสยบสัตว์ป่าโดยกำเนิด หากใช้เป็นพาหนะ จะสามารถวิ่งได้วันละพันลี้ กลางคืนแปดร้อยลี้ ! ]
หลี่มูละสายตาจากตัวอักษรกลางอากาศ รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ครั้งนี้เขาเปิดได้สุดยอดของดีระดับท็อปอีกแล้ว !
เขายื่นมือออกไปลูบหัวของว่านหลี่อวิ๋น ในตอนแรก ราชันสัตว์ป่าตัวนี้ดูเหมือนจะต่อต้านเล็กน้อย กีบเท้าทั้งสี่กระทืบพื้นอย่างกระวนกระวาย ทว่าค่อย ๆ ถูกความคุ้นเคยและการยอมจำนนที่มาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ทำให้มันยอมก้มหัวรับสัมผัสอย่างว่าง่าย
"นับแต่นี้เป็นต้นไป ชื่อของเจ้าคือ 'ว่านหลี่อวิ๋น' (เมฆาหมื่นลี้) ก็แล้วกัน" หลี่มูเอ่ยเสียงนุ่ม
……
เมืองฉีโจว ศูนย์บัญชาการใหญ่พรรคฮวาจู๋
"ท่านหัวหน้าตายที่เมืองอันผิงแล้ว เขาถูกหลี่มูฆ่าตาย ! "
"ไอ้เด็กนั่นมันกล้าลงมือจริง ๆ รึ ? "
"ท่านรองหัวหน้าพาคนตั้งหลายร้อยไปล้อมฆ่าไม่ใช่รึ ? ทำไมถึงปล่อยให้หลี่มูหนีรอดไปได้ล่ะ..."
"พวกพี่น้องที่กลับมาบอกว่า... หลี่มูไม่ใช่คน มันเป็นผี เป็นปีศาจ ! ถูกคนเป็นร้อยปิดล้อมไว้แท้ ๆ แต่พริบตาต่อมา กลับหายตัวไปดื้อ ๆ ราวกับสลายกลายเป็นหมอกควันไปเลย ! "
นับตั้งแต่ข่าวการตายของหม่าขุยถูกส่งกลับมา ภายในพรรคก็วุ่นวายปั่นป่วนไปหมด แม้จะมีหัวหน้าหอและหัวหน้าธูปซึ่งเป็นผู้ดูแลระดับกลางคอยควบคุมสถานการณ์ ทว่าก็ไม่อาจหยุดยั้งความหวาดผวาที่แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รองหัวหน้าพรรคนำคนรอดชีวิตกลับมา และเล่าเหตุการณ์การซุ่มโจมตีให้ฟังอย่างละเอียด ก็ยิ่งทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างและขวัญหนีดีฝ่อ ไม่มีใครกล้าสงสัยในความจริงเท็จของคำพูดเขา เพราะผู้ที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนั้น ไม่ได้มีแค่ลูกสมุนของพรรคฮวาจู๋ แต่ยังมีพวกนายพรานและโจรป่าในท้องถิ่นที่ถูกว่าจ้างมาด้วย ต่อให้เป็นถึงรองหัวหน้าพรรคฮวาจู๋ ก็ไม่มีปัญญาไปเตี๊ยมคำให้การของคนจำนวนมากขนาดนั้นให้ตรงกันได้หรอก
"ระ... เรื่องนี้จะเอาไงดีล่ะ ? "
หัวหน้าหอชิงหลง เป็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำ หน้าตาสุขุมเยือกเย็น ทว่ายามนี้กลับตื่นตระหนกจนแข้งขาพากันสั่นเทา เอ่ยเสียงสั่น "หากหลี่มูมันมีวิชาอาคมของภูตผีปีศาจหรือเซียนเทพจริง ๆ เกรงว่าวันหน้ามันคงต้องกลับมาแก้แค้นพวกเราแน่"
"ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พวกเราทำงานพลาด อาจจะทำให้ท่านอ๋องเจิ้นหนานไม่พอใจเอาได้ หากในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ จวนอ๋องเกิดทอดทิ้งพวกเราขึ้นมา นั่นก็เท่ากับเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเลยนะ"
หัวหน้าหอจูเชวี่ย รีบเอ่ยเสริมทันที "ต้องรีบหาวิธีแก้ไขสถานการณ์โดยด่วน"
"ข้าว่านะ พวกเราควรจะรีบเลือกคนขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ให้เร็วที่สุด ถึงยังไงกลุ่มมังกรจะไร้ผู้นำ ก็คงไม่ได้ ! "
"ไอ้ลูกหลานเนรคุณ! ศพท่านหัวหน้ายังไม่ทันเย็น เจ้าก็คิดจะแย่งชิงอำนาจแล้วรึ? ข้าดูออกตั้งนานแล้วว่าเจ้ามันไม่ได้หวังดี..."
"เจ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกันนะโว้ย ! "
ภายในโถงใหญ่ บรรดาหัวหน้าหอและผู้อาวุโสหลายคนต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือด ท้ายที่สุดก็ลุกลามไปถึงขั้นด่าทอและลงไม้ลงมือกัน
ส่วนรองหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นผู้นำอันดับสองของพรรคฮวาจู๋ มองดูภาพเหตุการณ์นี้กลับไม่คิดจะเข้าไปห้ามปราม ซ้ำยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ยามนี้ ภายในใจของเขาไม่ได้มีความคิดที่จะรอรับผลประโยชน์แบบตาอยู่ นั่งบนภูดูเสือกัดกัน รอให้คนพวกนี้ฟาดฟันกันจนตายไปข้างแล้วค่อยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเลยแม้แต่น้อย
ในหัวของรองหัวหน้าพรรคเอาแต่ฉายภาพเหตุการณ์ลอบสังหารหลี่มูเมื่อคืนนี้ซ้ำไปซ้ำมา ภายใต้วงล้อมของคนฝ่ายตนนับร้อยคน เป้าหมายกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย... นี่มันเป็นเรื่องที่ลี้ลับพิสดารขนาดไหนกัน ?
หากหลี่มูมีความสามารถในการหายตัวไปจากสายตาของเขาได้ เช่นนั้นก็เป็นการพิสูจน์แล้วใช่หรือไม่ว่า อีกฝ่ายก็สามารถมาโผล่ที่ด้านหลังของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว แล้วใช้ดาบบั่นคอเขาได้เช่นกัน ?
การที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับสองของพรรคฮวาจู๋ได้ รองหัวหน้าพรรคย่อมไม่ขาดแคลนความกล้าหาญที่จะเอาชีวิตเข้าแลกในการต่อสู้ ทว่าต่อให้เป็นคนที่ผ่านความเป็นความตายอันน่าสยดสยองมานับไม่ถ้วนอย่างเขา ยามนี้ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ เขารู้ตัวดีว่าตนเองได้เผยโฉมหน้าให้หลี่มูเห็นแล้ว หากวันหน้าอีกฝ่ายต้องการจะมาคิดบัญชีแค้นล่ะก็ ตนเองจะต้องถูกจัดให้อยู่ในอันดับแรกอย่างแน่นอน !
เสียงทะเลาะเบาะแว้งในโถงใหญ่ยิ่งมายิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รองหัวหน้าพรรครู้สึกว้าวุ่นใจจนแทบระเบิด จู่ ๆ เขาก็ผุดลุกขึ้นยืน เตะโต๊ะตรงหน้าจนล้มคว่ำ แล้วแผดเสียงคำรามลั่น
"แม่งเอ๊ย หุบปากกันให้หมด ! หัวหน้าตายไปแล้ว แต่ข้ายังอยู่โว้ย ! "
สิ้นเสียงคำราม ภายในโถงใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบกริบทันที
"แล้วไอ้คนพิการแซ่ฉินนั่นมันอยู่ไหน ? " จู่ ๆ รองหัวหน้าพรรคก็หันขวับไปมองหัวหน้าหอชิงหลงที่อยู่ข้าง ๆ แววตาฉายรังสีอำมหิตวาบผ่าน
"ตอนนั้นมันเป็นคนเสนอหน้ามาหาพวกเราเอง บอกว่ามีแผนการที่จะจัดการกับหลี่มู แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ทุกอย่างพังพินาศกลายเป็นแบบนี้"
"ไปลากคอมันมา กูจะสับมันเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ! "