- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 327 บุกค่ายทหาร
ตอนที่ 327 บุกค่ายทหาร
ตอนที่ 327 บุกค่ายทหาร
ตอนที่ 327 บุกค่ายทหาร
เสียงกลองรบดังกึกก้องกัมปนาทราวกับร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า แฝงไว้ด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและกลิ่นอายกดดันอันรุนแรง จู่ ๆ หลินเจียนก็รู้สึกหวาดผวาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มันเป็นความกระวนกระวายที่มาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ !
เขาไม่รู้ว่าเสียงกลองนี้หมายถึงสิ่งใด ทว่ากลับสัมผัสได้ลาง ๆ ว่ามีอันตรายถึงชีวิตกำลังคืบคลานเข้ามา
"หลี่มู..." หลินเจียนอ้าปาก เพิ่งจะคิดเอ่ยปากร้องขอชีวิต ทว่าวินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็ต้องแข็งค้างไป เพราะเขามองเห็นว่า ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีด้านหลังหลี่มูที่เดิมทีว่างเปล่าไร้ผู้คน ยามนี้กลับมีกองทหารม้าปรากฏตัวขึ้นมา !
ทหารม้าเหล่านั้นสวมชุดเกราะสีเงิน ม้าศึกใต้หว่างขาล้วนสูงใหญ่กำยำ ท่ามกลางความมืดมิด พวกเขาดูราวกับฝูงหมาป่าและพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออยู่ตลอดเวลา แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมา กระทบกับคมดาบวาววับในมือที่แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้น
"นี่... นี่คือกองทหารม้าที่เอาชนะพวกนักฆ่าที่ใต้เท้าต่งเรียกมาตอนนั้นงั้นรึ ? " หลินเจียนในฐานะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ของใต้เท้าต่งในวันวาน ย่อมรู้รายละเอียดของการต่อสู้ชี้ชะตาครั้งนั้นดี ตอนนั้นแม่ทัพรักษาเมืองฮั่วและหลิวตั้งใจจะปล่อยให้พวกหลี่มูถูกฆ่าตาย เพื่อเอาชีวิตของพวกเขาไปปรักปรำใต้เท้าต่งให้ดิ้นไม่หลุด
ทว่ากองทหารม้าที่จู่ ๆ ก็โผล่มากลับทำลายแผนการทั้งหมดของพวกเขาจนย่อยยับ กองทหารม้ากลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ทำลายความฝันที่จะแก้แค้นให้บุตรชายของใต้เท้าต่ง ทว่ายังถือโอกาสสั่งสอนและข่มขวัญสองแม่ทัพรักษาเมืองไปด้วยในตัว หลังจากเหตุการณ์นั้น ทั้งแม่ทัพฮั่วและแม่ทัพหลิว กระทั่งหลินเจียนและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็แอบคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่ากองทหารม้ากลุ่มนี้มาจากที่ใดกันแน่ ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ
ทว่าวันนี้ เมื่อหลินเจียนได้เห็นกองทหารม้ากลุ่มนี้ปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศ ภายในใจก็ราวกับจะกระจ่างแจ้งถึงบางสิ่งบางอย่าง ชั่วพริบตาก็เกิดความคิดอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาในหัว หรือว่ากองทหารม้ากลุ่มนี้จะไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์ ? แต่เป็นทหารสวรรค์แม่ทัพเทพที่หลี่มูใช้วิชาอาคมอัญเชิญมา !
แม้ความคิดนี้จะดูไร้สาระสิ้นดี ทว่ายามนี้หลินเจียนก็หาคำอธิบายอื่นที่สมเหตุสมผลกว่านี้ไม่ออกแล้วจริง ๆ
"ทหารทุกนายในกองทัพเป้ยกุยล้วนเป็นนักรบพยัคฆ์ที่หาตัวจับยาก ทว่าวันนี้ดาบของพวกเขา กลับต้องมาบั่นคอพวกหนูโสโครกอย่างเจ้า.. ช่างน่าเสียดายจริง ๆ " หลี่มูทอดสายตาข้ามไหล่หลินเจียนไป จับจ้องค่ายทหารรักษาเมืองที่อยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ ยกมือขึ้นชี้ไปยังที่แห่งนั้น แล้วออกคำสั่งประกาศิต "บดขยี้ที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง หากมีผู้ใดต่อต้าน ฆ่าทิ้งไม่ละเว้น ! "
ภายในค่ายทหารรักษาเมืองมีทั้งหอคอยธนู กับดัก และทหารสวมชุดเกราะอาวุธครบมือ นับว่าเป็นถ้ำเสือวังมังกรก็ว่าได้ แต่นั่นก็แค่เมื่อเทียบกับพรรคเฉาปังและกองทัพธรรมดาทั่วไปเท่านั้น หากต้องมาเผชิญหน้ากับทหารเป้ยกุยทั้งสามร้อยนาย ทหารรักษาเมืองก็ดูน่าขันไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
"หลี่มู ข้าผิดไปแล้ว... ข้าถูกไอ้แซ่หม่านั่นหลอก มันบอกว่าเจ้าตายอยู่ต่างเมืองแล้ว ข้าถึงได้เลือกไปอยู่ฝั่งมัน ! เจ้าให้โอกาสข้าอีกสักครั้งเถอะ..." ยามนี้ หลินเจียนถูกข้อเท็จจริงที่เหนือล้ำเกินกว่าความเข้าใจของตนถาโถมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนหวาดกลัวจนตัวเย็นเฉียบ ขาทั้งสองข้างสั่นระริก หัวเข่าแทบจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นอยู่รอมร่อ
หมับ !
หลี่มูคว้าคอเสื้อของเขาไว้อย่างไร้อารมณ์ เอ่ยเสียงขรึม "หลินเจียน ถึงยังไงเจ้าก็เป็นถึงทหาร เป็นถึงแม่ทัพ มีความเด็ดเดี่ยวบ้างไม่ได้รึไง ? "
"ตายอย่างลูกผู้ชายหน่อย อย่างน้อยก็จะได้ทำให้ข้ามองเจ้าดีขึ้นมาบ้าง ! "
ใบหน้าของหลินเจียนซีดเผือด แววตาเหม่อลอยและสิ้นหวัง เขาสัมผัสได้จากคำพูดของหลี่มูแล้วว่า คืนนี้ตนไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน พฤติกรรมการทรยศหักหลัง เป็นสิ่งที่ไม่มีวันได้รับการให้อภัย เมื่อคิดได้ดังนี้ นัยน์ตาของเขาก็ฉายแววเหี้ยมเกรียมวาบผ่าน จู่ ๆ ก็พุ่งพรวดไปข้างหน้า ล้วงมีดสั้นออกจากแขนเสื้อ หมายจะแทงทะลุหน้าอกของหลี่มูที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ตายตกไปตามกันเถอะ ! "
เขาเป็นถึงแม่ทัพบู๊ ย่อมมีฝีมือเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ยามนี้เมื่อจู่โจมกะทันหัน ความเร็วจึงรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ใบหน้าของหลินเจียนบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย เพียงพริบตาเดียวคมมีดในมือก็พุ่งถึงตัวเป้าหมาย ทว่าหลี่มูกลับทำเพียงมองเขาด้วยสายตาสมเพชเวทนา ร่างกายไม่คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย
เคร้ง ! มีดสั้นแทงทะลุเสื้อผ้า ทว่ากลับเกิดเสียงโลหะปะทะกันดังลั่น และหยุดชะงักลงกลางคันอย่างดื้อ ๆ
"การดิ้นรนของสัตว์ที่ใกล้ตาย ช่างไร้ความหมายสิ้นดี" หลี่มูยื่นมือไปคว้าข้อมือที่ถือมีดสั้นของอีกฝ่ายไว้ จากนั้นมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ พลางเอ่ย "บางทีเจ้าอาจจะยังไม่รู้ ว่าข้ามีนิสัยชอบสวมเกราะอ่อนไว้ข้างในเสมอ"
ม่านตาของหลินเจียนหดเกร็งวูบ เขามองเห็นแสงสีเงินสะท้อนออกมาจากรอยขาดบนเสื้อของหลี่มู นั่นคือเกราะถักห่วงโซ่ มันคือของที่หลี่มูเปิดได้จากกล่องสมบัติเมื่อครั้งที่เข้าป่าล่าเสือกับพวกติงอวี่ น้ำหนักของมันเบาหวิวและแนบเนื้อเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่คราวนั้น เขาก็สวมมันติดตัวไว้ตลอดเวลาไม่เคยถอดออกเลย
"ออกเดินทาง ไปปรโลกได้แล้ว ! " หลี่มูสูญเสียความอดทนที่จะพูดคุยกับหลินเจียนต่อแล้ว เขาลงมืออย่างว่องไวปราดเปรียว บิดข้อมือชิงมีดสั้นมาจากมืออีกฝ่าย จากนั้นก็เล็งไปที่คอหอยแล้วแทงสวนกลับไป
ฉึก !
เสียงคมมีดทะลวงร่างดังขึ้น ร่างของหลินเจียนสั่นสะท้าน ซวนเซถอยหลังไปสองก้าว
เลือดสด ๆ ค่อย ๆ ไหลทะลักออกมาตามร่องเลือดของมีดสั้น ย้อมชุดใหม่ราคาแพงระยับของเขาจนแดงฉานไปหมด เขากางแขนออกไขว่คว้าอากาศสะเปะสะปะ ปากอ้า ๆ หุบ ๆ ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าการพุ่งโจมตีของทหารม้าเป้ยกุยที่อยู่ด้านหลังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ม้าศึกตัวหนึ่งพุ่งชนร่างของหลินเจียนจนกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น จากนั้น กีบเท้าม้าอันหนักอึ้งนับไม่ถ้วนก็เหยียบย่ำลงบนร่างของเขา เพียงพริบตาเดียว แม่ทัพรักษาเมืองผู้มีอำนาจบารมีล้นฟ้าในเมืองอันผิง ก็กลายสภาพเป็นเพียงกองเนื้อบดกองหนึ่ง !
"ฟู่..." หลี่มูมองดูภาพนี้ แล้วลอบระบายลมหายใจออกมาเงียบ ๆ ความประทับใจที่เขามีต่อหลินเจียนนั้นไม่ค่อยจะดีนักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้ในอดีตอีกฝ่ายจะเคยช่วยเขากำจัดภัยคุกคามจากตระกูลหวัง ทว่านั่นก็เป็นเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์เท่านั้น ภายหลังในเหตุการณ์ของใต้เท้าต่ง ตอนที่เขาไปขอความช่วยเหลือ อีกฝ่ายกลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดีเพราะความขี้ขลาด โลภมาก เป็นพวกหญ้าลู่ลม...
คนพรรค์นี้น่ะ ตายไปก็ไม่น่าเสียดายเลยสักนิด !
"ฆ่าไปหนึ่ง ยังเหลืออีกสอง" หลี่มูพึมพำเสียงต่ำ ในหัวปรากฏภาพเงาร่างของคนสองคนขึ้นมา นายอำเภอเฉา ! ท่านหม่า ! ในเหตุการณ์ที่พุ่งเป้าเล่นงานชุนอี้ฟางในคืนนี้ คนทั้งสองนี้ก็คือตัวการสำคัญเช่นเดียวกัน สำหรับนายอำเภอเฉาย่อมไม่ต้องพูดถึงให้มากความ... ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผลประโยชน์ที่เขาได้รับจากหลี่มูนั้นมากมายยิ่งกว่าหลินเจียนเสียอีก ทว่าเมื่อท่านหม่ายื่นข้อเสนอชักชวน เขากลับตอบตกลงไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
"ดูเหมือนว่าวันหน้าหากต้องเจอคนพรรค์นี้อีก ก็คงจะทำดีด้วยมากไม่ได้ ต้องคอยทุบตีสั่งสอนอยู่บ่อย ๆ มิเช่นนั้นก็จะแว้งกัดเอาได้ ! " หลี่มูค่อย ๆ กำหมัดแน่น
ตึก ! ตึก ! ตึก !
กองทหารม้าเป้ยกุยเริ่มพุ่งโจมตีแล้ว เสียงฝีเท้าม้าอันหนักหน่วงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนปฐพี ภายในค่ายทหารรักษาเมืองมีคนพบเห็นศัตรูทันที และส่งสัญญาณเตือนภัยเป็นอันดับแรก
"แย่แล้ว มีคนบุกค่าย ! "
"รีบเตรียมตัวรับมือเร็วเข้า ! "
ภายในค่าย ทหารรักษาเมืองรีบมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ชูหอกยาวป้องกันค่าย จัดตั้งเป็นกระบวนทัพพลองหอก ส่วนบนหอคอยธนูที่อยู่ข้างประตูค่าย ก็มีทหารหลายนายน้าวสายธนูจนสุดแขนเตรียมพร้อม ทว่าเมื่อแสงคบเพลิงส่องสว่างไปเบื้องหน้า เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของกองทหารม้าเป้ยกุยที่โผล่พ้นออกมาจากความมืดมิด ทหารรักษาเมืองต่างก็รู้สึกเหน็บหนาวไปถึงขั้วหัวใจราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง !
เดิมทีพวกเขาคิดว่าคนที่บุกมาปล้นค่ายคือกองกำลังของพรรคเฉาปัง แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏตัวขึ้นในยามนี้ กลับเป็นกองทหารม้าเกราะหนัก !
โครม !
เสียงระเบิดดังกึกก้อง !
ขวากกั้นม้าที่ประตูค่ายถูกกองทหารเป้ยกุยพุ่งชนกระจุยกระจายอย่างง่ายดาย ลูกธนูที่ยิงสาดลงมา ก็ถูกชุดเกราะสะท้อนกลับไปจนหมดสิ้น ! กระบวนทัพหอกยาวที่ทหารรักษาเมืองตั้งขึ้น ทนรับแรงกระแทกได้ไม่ถึงสามอึดใจ ก็ถูกพุ่งชนจนแตกกระเจิงไม่เป็นท่า ! กองทหารเป้ยกุยสามร้อยนายบุกทะลวงเข้าค่ายทหาร ราวกับพยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าฝูงแกะ ไร้ผู้ใดต่อกรได้ !