- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 326 เสียงกลองรบในยามราตรี
ตอนที่ 326 เสียงกลองรบในยามราตรี
ตอนที่ 326 เสียงกลองรบในยามราตรี
ตอนที่ 326 เสียงกลองรบในยามราตรี
เมื่อก่อน หลี่มูมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าการกระทำที่ตั้งตนเป็นกบฏอย่างเปิดเผยของลู่ซิ่วหลินนั้นบ้าระห่ำเกินไป ทว่าจนกระทั่งบัดนี้ เขาถึงได้เข้าใจ ว่าโลกที่เน่าเฟะใบนี้ต่างหากที่บีบบังคับให้คนเราต้องบ้าคลั่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเลือกที่จะทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาโดยตลอด ทว่าก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่ดาหน้าวิ่งเข้าหาครั้งแล้วครั้งเล่าได้ ทว่าวันนี้เขาคิดตกอย่างถ่องแท้แล้ว หากต้องกล้ำกลืนฝืนทน มิสู้ล้มโต๊ะเล่นใหญ่ไปเลยจะดีกว่า มีเพียงการสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเท่านั้น ถึงจะข่มขวัญพวกหมาป่าที่จ้องจะขย้ำเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้กล้ามีความคิดชั่วร้ายใด ๆ อีก !
เดิมทีหลี่มูคิดว่าเมื่อตนพูดประโยคนี้ออกไป จะต้องทำให้ทุกคนแตกตื่นตกใจจนเกิดเสียงฮือฮา ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าปฏิกิริยาของบรรดาครอบครัวทหารจะสงบนิ่งถึงเพียงนี้
"เถ้าแก่ พวกเราเห็นท่านเป็นคนในครอบครัวมาตั้งนานแล้ว ท่านตัดสินใจจะทำสิ่งใด พวกเราล้วนสนับสนุนทั้งนั้น ! "
"ใช่แล้ว ! "
เมื่อได้ยินบทสนทนาของคนเหล่านั้น หลินเจียนก็รู้สึกว่าหว่างคิ้วของตนกระตุกริกไม่หยุด
"ไอ้พวกบ้า นี่มันไอ้พวกคนบ้าชัด ๆ ..." เขาอดไม่ได้ที่จะสบถด่าอย่างบ้าคลั่งในใจ
"ใช้กำลังทหารยึดครองทั้งอำเภอ การกระทำแบบนี้มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับไอ้กบฏลู่ซิ่วหลินเลยสักนิด นี่มันกบฏแผ่นดินอย่างโจ่งแจ้งชัด ๆ !"
การก่อกบฏ ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ใดก็ล้วนเป็นความผิดมหันต์ที่ต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตร ทว่าคนตรงหน้าเหล่านี้กลับพูดคุยเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ... หรือว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าคำว่า 'ตาย' เขียนอย่างไร ?
เคร้ง !
พร้อมกับกุญแจมือเส้นสุดท้ายที่ถูกปลดออก หลี่มูก็เปิดประตูคุก พาครอบครัวทหารทั้งหมดเดินออกมา
"จำคำพูดของข้าไว้ จงหนีไปพร้อมกับคนของพรรคเฉาปัง" หลี่มูล็อกตัวหลินเจียนมาบังไว้ด้านหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็เดินนำขบวนคนยี่สิบสามสิบชีวิตที่อยู่ด้านหลังมุ่งหน้าออกไปจากคุกใต้ดิน
"ท่านแม่ทัพ นักโทษพวกนี้ไม่ต้องใส่กุญแจมือหรือขอรับ ? " เมื่อมาถึงหน้าประตูคุกใต้ดิน ทหารยามที่เฝ้าอยู่เห็นภาพนี้ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ทำหน้าที่ของพวกเจ้าไป เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่งเกี่ยว ! " เมื่อสัมผัสได้ถึงคมกระบี่ที่จ่ออยู่ด้านหลัง หลินเจียนก็ตวาดใส่ลูกน้องด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
"ขะ... ขอรับ ! " ทหารนายนั้นถูกด่าจนคอหด ไม่กล้าเอ่ยปากซักไซ้ใด ๆ อีก
ภายใต้การนำทางของหลินเจียน ขบวนคนกลุ่มพิเศษนี้ก็เดินออกจากค่ายทหารไปอย่างเปิดเผย ฟ่านเหวินปินและคนอื่น ๆ ที่กำลังดักซุ่มรออยู่หน้าประตูเห็นภาพนี้ ตอนแรกยังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จนกระทั่งเห็นหลี่มูคุมตัวหลินเจียนมาหยุดอยู่ตรงหน้า ถึงได้เชื่อว่าภาพตรงหน้านี้คือเรื่องจริง
"น้องหลี่ เจ้า... เจ้าเพิ่งจะเข้าไปได้ไม่นานเองนะ ? ถึงกับช่วยพวกน้องไฉ่เวยออกมาได้หมดเลยรึ ? " ฟ่านเหวินปินรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตนถูกทุบทำลายอย่างรุนแรง
ตามแผนการก่อนหน้านี้ของเขา หากต้องการจะช่วยหลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ อย่างน้อยก็ต้องผ่านการต่อสู้นองเลือด ทิ้งชีวิตคนไว้หลายสิบคน และต้องเสียเวลาไปค่อนคืนถึงจะเป็นไปได้ ทว่าหลี่มูลอบเข้าค่ายทหารไปเพียงลำพัง ผ่านไปแค่หนึ่งเค่อ ก็สามารถช่วยตัวประกันออกมา พร้อมกับหลินเจียน เดินอาด ๆ ออกมาจากประตูใหญ่ได้อย่างหน้าตาเฉย... เขาทำได้อย่างไรกัน ?
"เรื่องบางเรื่องอันที่จริงมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่พวกท่านคิดหรอก" หลี่มูตบไหล่หลินเจียนที่อยู่ข้าง ๆ เบา ๆ พลางหัวเราะ "กุญแจสำคัญคือต้องหาจุดอ่อนให้เจอต่างหาก"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่มู ฟ่านเหวินปินถึงได้นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จู่ ๆ เขาก็ง้างหมัดชกเข้าใส่หลินเจียนอย่างแรง หมัดนี้กระแทกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง หลินเจียนหลบไม่ทัน ส่งเสียงครางทุ้มในลำคอ ก่อนจะหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้น
"ไอ้คนทรยศ คืนนี้ตกมาอยู่ในมือพวกข้า ก็ถือว่าถึงคราวตายของเจ้าแล้ว ! " ฟ่านเหวินปินแสยะยิ้มเหี้ยม ชักดาบยาวออกมา จับสองมือแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าไปแทงหลินเจียนให้ตายคาที่
"หลี่มู เจ้าเคยบอกว่าคืนนี้จะไว้ชีวิตข้าไม่ใช่รึไง ! " หลินเจียนกุมจมูกที่เลือดกำเดาไหลทะลัก แผดเสียงร้องลั่น "ที่นี่คือหน้าค่ายทหารของข้า ขอเพียงข้าตะโกนแค่คำเดียว ทหารสวมเกราะนับร้อยจะกรูออกมาทันที หากพวกเจ้าฆ่าข้า พวกเจ้าก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้เหมือนกัน"
"ไอ้บัดซบ ความตายมาเยือนถึงตัวแล้วยังกล้ามาขู่พวกข้าอีกรึ ? " ฟ่านเหวินปินเลิกคิ้วขึ้น ง้างดาบเตรียมจะฟันลงไป ทว่าวินาทีต่อมา หลี่มูกลับยื่นมือออกไปขวางไว้ "น้องหลี่ หรือว่าเจ้ายังคิดจะรักษากฎเกณฑ์ยุทธภพอะไรนั่นกับไอ้คนทรยศนี่อยู่อีกรึ ? " ฟ่านเหวินปินเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
หลี่มูส่ายหน้าพลางเอ่ย "คืนนี้เมืองอันผิงไม่สงบสุข การที่ช่วยพวกไฉ่เวยออกมาได้ก็ถือว่าสวรรค์คุ้มครองแล้ว อย่าสร้างเรื่องยุ่งยากแทรกซ้อนขึ้นมาอีกเลย"
เขาล้วงป้ายคำสั่งระบุตัวตนออกมาจากตัวหลินเจียน แล้วโยนให้ฟ่านเหวินปินอย่างลวก ๆ "นี่คือป้ายคำสั่งของทหารรักษาเมือง มีของสิ่งนี้ ก็สามารถสั่งให้ทหารยามเปิดประตูเมืองได้ พวกท่านรีบพาคนหนีออกจากเมืองอันผิงเดี๋ยวนี้"
แม้ยามนี้ฟ่านเหวินปินอยากจะสับหลินเจียนด้วยดาบเดียวให้ตายตกไปตามกัน ทว่าเมื่อมีหลี่มูคอยห้ามปราม เขาก็ทำได้เพียงยอมรามือ
คืนนี้เรื่องราวที่พรรคเฉาปังปลุกปั่นขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย บุกศาลาว่าการอำเภอ ฆ่าเจ้าหน้าที่ทางการและมือปราบ การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่พวกลัทธิโพกผ้าเหลืองเคยทำในอดีตเลยแม้แต่น้อย หากกองหนุนที่ท่านหม่าอ้างถึงกำลังเดินทางมาจริง ๆ ล่ะก็ พวกเขาคงต้องรีบหนีออกจากเมืองอันผิงให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นหากถูกขังอยู่ในเมือง ก็จะกลายเป็นตะพาบน้ำในไหแน่นอน
"แม่มเอ๊ย คืนนี้ถือว่าเจ้าดวงดีไป ข้าจะปล่อยเจ้าไปชั่วคราวก็แล้วกัน" ฟ่านเหวินปินปรายตามองหลินเจียน น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเสียดาย เขารับป้ายคำสั่งมา แล้วตะโกนเรียกให้บรรดาพี่น้องเดินจากไปพร้อมกัน เพียงไม่นาน ที่หน้าค่ายทหารรักษาเมืองก็เหลือเพียงหลี่มูกกับหลินเจียนแค่สองคน
"หลี่มู สิ่งที่เจ้าสั่งให้ข้าทำ ข้าก็ทำจนหมดแล้ว เจ้าควรจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่ไหม ? " หลินเจียนลุกขึ้นยืน เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าพลางเอ่ย ตอนนี้เขาไม่อยากจะอยู่กับหลี่มูต่อแม้แต่วินาทีเดียว กลัวว่าหากตนพูดจาผิดหูไปแม้แต่ประโยคเดียว จะไปกระตุ้นโทสะของอีกฝ่าย จนถูกดาบฟันคอขาดกระเด็น
"จะรีบไปไหนล่ะ ? " เมื่อหลี่มูเห็นว่าคนของตนจากไปหมดแล้ว ในใจก็ไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่หลินเจียนทันทีพลางเอ่ย "ข้ายังกะว่าจะคุยเปิดอกกับเจ้าทั้งคืนเลยนะเนี่ย"
พอได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหลินเจียนก็แปรเปลี่ยนเป็นพิกลพิการสุดขีด เขาย่อมไม่คิดว่าอีกฝ่ายอยากจะรื้อฟื้นความหลังหรือพูดคุยเรื่องความรู้สึกกับเขาจริง ๆ หรอก นี่มันก็แค่ข้ออ้าง... ข้ออ้างที่อีกฝ่ายยังไม่อยากจะปล่อยเขาไปต่างหาก !
"หลี่มู เจ้าต้องการอะไรกันแน่ ? " จู่ ๆ หลินเจียนก็แสดงอาการเกรี้ยวกราดขึ้นมา ตวาดลั่น "หากเจ้ายังดึงดันจะบีบคั้นข้าต่อไป อย่างมากพวกเราก็แตกหักตายตกไปตามกันเลย ! "
เสียงของเขาดังขึ้นกว่าเดิม ความเคลื่อนไหวอันผิดปกตินี้ ดึงดูดความสนใจของทหารยามที่หน้าค่ายทันที
เมื่อเห็นว่ามีคนทอดสายตามองมา รอยยิ้มของหลี่มูก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
"หลินเจียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าทั้งชีวิตนี้ข้าเกลียดคนประเภทไหนที่สุด ? " หลี่มูค่อย ๆ ล้วงป้ายเสือเรียกทัพออกมาจากอกเสื้อ ใช้ฝ่ามือลูบคลำมันเบา ๆ เน้นเสียงทีละคำ "ข้าเกลียดพวกหญ้าลู่ลม พวกไร้จุดยืน พลิกแพลงตามสถานการณ์ อย่างเจ้าและนายอำเภอเฉาที่สุด"
แม้วิธีการที่หลี่มูใช้ปราบปรามคนทั้งสองจะไม่ค่อยใสสะอาดนัก ทว่าเขาคิดว่าหลังจากได้ดึงตัวมาเป็นพวกพ้อง เขาก็ปฏิบัติต่อพวกเขาไม่เลวเลย !
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือน เงินทองที่คนทั้งสองกอบโกยได้ กลับมากมายยิ่งกว่าที่หามาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก
"ต่อให้เป็นแค่หมา ถ้าข้าให้อาหารมันกินหลาย ๆ มื้อ พอเห็นหน้าข้า มันก็ยังรู้จักกระดิกหาง" หลี่มูมองหลินเจียนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "แต่เจ้ากับเฉาหยางอี้ กลับถูกคนเขาพูดจาเป่าหูแค่ไม่กี่คำ ก็เปลี่ยนข้างซะแล้ว... พวกเจ้ามันเลวเสียยิ่งกว่าหมา ! "
ป้ายเสือเรียกทัพ ร้อนผ่าวจนแทบจะลวกมือ หลินเจียนฟังรังสีอำมหิตอันเข้มข้นที่แฝงอยู่ในคำพูดของหลี่มูออก เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกลองรบอันลี้ลับพิสดารดังกึกก้องขึ้นท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี !