เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 322 หวนคืนอันผิง

ตอนที่ 322 หวนคืนอันผิง

ตอนที่ 322 หวนคืนอันผิง


ตอนที่ 322 หวนคืนอันผิง

ฟ่านเหวินปินก้าวเท้ายาว ๆ ไล่ตามเข้าไปติด ๆ พี่น้องพรรคเฉาปังใช้เวลาเพียงไม่นานก็ค้นศาลาว่าการอำเภอจนแทบจะพลิกแผ่นดินหา ทว่าน่าแปลกที่พวกเขากลับไม่พบวี่แววของท่านหม่าและนายอำเภอเฉาเลยแม้แต่เงา

"ไม่สิ พวกเขาบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น ต้องหนีไปได้ไม่ไกลแน่ ! " ฟ่านเหวินปินกำหมัดแน่น เอ่ยเสียงขรึม "ตามรอยเลือดไป ต้องลากคอไอ้สองตัวบัดซบนั่นออกมาให้ได้"

ลูกน้องทุกคนทำได้เพียงแยกย้ายกันออกค้นหาอีกครั้ง ไม่นานนัก ก็มีคนพบรอยเลือดบนถนนด้านหลังศาลาว่าการอำเภอ ทว่ารอยเลือดนั้นกลับหายวับไปดื้อ ๆ ตรงมุมถนน

"บัดซบเอ๊ย ช้าไปก้าวเดียว พวกเขาคงมีรถม้ามารอรับไปแล้วแน่ ๆ " ฟ่านเหวินปินก้มหน้าลงใกล้พื้นถนน เมื่อเห็นรอยล้อรถม้าจาง ๆ ก็ทุบกำปั้นลงบนพื้นอย่างเจ็บใจ

"คว้าน้ำเหลวเสียแล้ว ! "

"ท่านหัวหน้า ท่านว่าพวกเขาจะหนีไปหลบซ่อนตัวที่ไหนได้ล่ะขอรับ ? " ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม

"ต้องหนีไปที่ค่ายทหารรักษาเมืองแน่ ๆ " ฟ่านเหวินปินครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็เอ่ยปากตอบ

ในเมืองอันผิงแห่งนี้ หากพูดถึงสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ก็ต้องเป็นค่ายทหารรักษาเมืองอย่างแน่นอน แม้ศาลาว่าการอำเภอจะเป็นสถานที่ราชการเหมือนกัน ทว่าก็เป็นแค่บ้านเรือนที่ดูโอ่อ่าและมีกำแพงสูงกว่าบ้านชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีป้อมปราการหรืออุปกรณ์ป้องกันภัยอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ทว่าค่ายทหารรักษาเมืองนั้นต่างออกไป ที่นั่นเดิมทีก็เป็นสถานที่ฝึกทหาร ภายในค่ายมีทั้งหอคอยธนู ขวากกั้นม้า และกับดักนานาชนิด หากบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าคนของพรรคเฉาปังทั้งหมดคงได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นแน่

"เร็วเข้า ไปเปิดคุกหาตัวแม่นางไฉ่เวยกับคนอื่น ๆ เดี๋ยวนี้"

จู่ ๆ ฟ่านเหวินปินก็ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ความแค้นระหว่างเขากับท่านหม่าเอาไว้สะสางวันหลังก็ยังไม่สาย ทว่าคืนนี้หากหาตัวคนของชุนอี้ฟางที่ถูกจับไปไม่พบ นั่นแหละคือความพ่ายแพ้ย่อยยับอย่างแท้จริง ไม่นานนัก ภายใต้การปูพรมค้นหาของคนพรรคเฉาปัง คุกในศาลาว่าการอำเภอทุกซอกทุกมุมก็ถูกตรวจค้นจนทั่ว ทว่าผลลัพธ์กลับกลายเป็น... คว้าน้ำเหลว คนของชุนอี้ฟางไม่ได้ถูกขังอยู่ที่นี่ !

"จบเห่แล้ว" ฟ่านเหวินปินรู้สึกแข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น คืนนี้เขาบุกโจมตีศาลาว่าการอำเภอ จุดชนวนความขัดแย้งให้ปะทุขึ้น แม้ท้ายที่สุดจะฆ่ามือปราบและทหารรักษาเมืองไปได้ไม่น้อย แต่กลับปล่อยให้ตัวการสำคัญอย่างนายอำเภอเฉาและท่านหม่าหนีรอดไปได้ และปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือ เขาไม่สามารถช่วยหลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ กลับมาได้เลย ศึกในคืนนี้แม้จะดูเหมือนได้รับชัยชนะ ทว่าแท้จริงแล้วกลับพ่ายแพ้จนย่อยยับไม่มีชิ้นดี

หากพวกเขามีหลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ เป็นตัวประกัน กองทัพในภูเขาต้าหลงก็คงไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือแน่ ถึงตอนนั้น พอทหารม้าของจวนเจิ้นหนานอ๋องเดินทางมาถึง... ฟ่านเหวินปินไม่กล้าคิดให้ลึกไปกว่านี้แล้ว เขารู้สึกเพียงว่าคลื่นแห่งความสิ้นหวังกำลังถาโถมเข้ามากลืนกินตนอย่างช้า ๆ

"มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องเดินหน้าลุยให้สุดทางเท่านั้น" ฟ่านเหวินปินหันกลับมา เอ่ยกับเหล่าพี่น้องที่อยู่เบื้องหลัง "คืนนี้จงใช้กำลังทั้งหมดที่มี สืบหาสถานที่คุมขังคนของชุนอี้ฟางให้จงได้ หากรู้เบาะแสเมื่อไหร่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ต้องช่วยพวกเขาออกมาให้ได้"

"อีกอย่าง รีบส่งคนไปส่งข่าวที่ภูเขาต้าหลงเดี๋ยวนี้ ! "

ฟ่านเหวินปินออกคำสั่งอย่างต่อเนื่องหลายข้อ พรรคเฉาปังทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวทันที แม้ยามนี้จะเป็นช่วงเวลาค่ำคืน และประตูเมืองจะมีทหารเฝ้ายามอย่างแน่นหนา ทว่าในฐานะเจ้าถิ่น พรรคเฉาปังย่อมมีเส้นทางลับให้ออกจากเมืองได้อย่างสบาย ๆ

……

ภายในค่ายทหารภูเขาต้าหลง หลี่มูยืดเส้นยืดสาย นำกล่องสมบัติที่ได้มาในวันนี้ออกมา เตรียมจะเปิดมันตอนที่อยู่ตามลำพัง ทว่าวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเห่าหอนของสุนัขดังก้องมาจากภายในค่าย

"หือ ? เสียงนี้ฟังดูเหมือนเจ้าสยงผีเลยแฮะ ? " หลี่มูหูผึ่ง เขาย่อมจำเสียงหมาล่าเนื้อของตัวเองได้แม่นยำ ทว่ากลับรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง "เมื่อเช้านี้ข้าสั่งให้คนพาสยงผีไปส่งที่ชุนอี้ฟางแล้วไม่ใช่รึ แล้วทำไมดึกดื่นป่านนี้มันถึงวิ่งกลับมาล่ะ ? "

ด้วยความสงสัย เขาผลักประตูห้องออกไป แล้วเป่าปากส่งเสียงผิวปาก ทันทีที่เสียงผิวปากอันก้องกังวานดังขึ้น เจ้าสยงผีก็ราวกับจับพิกัดได้ มันวิ่งหน้าตั้งตรงดิ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็กระโจนข้ามกำแพงลานบ้านเข้ามาอย่างง่ายดาย แล้วพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของหลี่มูทันที

"เด็กดี เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าหือ ? " หลี่มูลูบหัวโต ๆ ของมัน สัมผัสได้ว่าอารมณ์ของมันดูไม่ค่อยคงที่นัก ส่วนสยงผีก็ส่งเสียงเห่าอย่างร้อนรน มันใช้กรงเล็บตะกุยพื้นดิน ขีดเขียนออกมาเป็นภาพวาดโย้เย้ดูไม่เป็นทรง ราวกับภาพวาดฝีมือเด็กอมมือก็ไม่ปาน

หลี่มูก้มลงมอง เห็นเพียงว่าบุคคลในภาพวาดนั้นก็คือหลี่ไฉ่เวย !

แม้สยงผีจะไม่มีทักษะวาดภาพที่สวยงาม ทว่ามันกลับรู้จักดึงจุดเด่นออกมาได้อย่างดีเยี่ยม หลี่ไฉ่เวยมักจะรวบผมด้วยที่คาดผมทรงโบว์เสมอ และในภาพวาดนี้ ที่คาดผมรูปโบว์ก็โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ส่วนในภาพวาดที่สอง กลับเป็นภาพของหลี่ไฉ่เวยที่สองมือถูกเชือกมัดไว้ ด้านข้างยังมีมนุษย์ก้างปลาหน้าตาดุร้ายกำลังแยกเขี้ยวใส่ด้วย

หลังจากดูภาพวาดติดต่อกันหลายภาพ แม้หลี่มูจะไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด ทว่าก็ตระหนักได้ว่าต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นในชุนอี้ฟางอย่างแน่นอน หลี่ไฉ่เวยถูกคนจับตัวไปแล้ว !

"ข้าเข้าใจแล้ว คนของพรรคฮวาจู๋แกล้งหลอกล่อให้ข้าออกไปนอกเมืองเพื่อหาโอกาสลงมือ นี่มันแผนโจมตีสองทางชัด ๆ " หลี่มูใจหายวาบ เขานึกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ตนเพิ่งเผชิญมาในวันนี้ได้ทันที "ว่าจ้างนักฆ่าไปลอบสังหารข้าที่อำเภอเหรินเจ๋อ ในขณะเดียวกันก็ส่งคนไปเล่นงานพวกไฉ่เวยที่เมืองอันผิง ทำแบบนี้จะได้บดขยี้ข้าให้พังพินาศอย่างสมบูรณ์แบบ ! "

เมื่อคิดได้ดังนี้ หลี่มูก็สบถด่าความประมาทเลินเล่อของตนในใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะคิดไม่ถึงจุดนี้ เขาไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรอีก รีบก้าวเท้ายาว ๆ มุ่งหน้าไปยังลานฝึกทหารแล้วเป่าเขาสัตว์ส่งสัญญาณทันที

ส่วนเจี่ยชวนและคนอื่น ๆ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นเขาเข้า ก็ตกตะลึงจนแทบจะถลนลูกตาออกมา "พี่หลี่... ไม่สิ ท่านแม่ทัพ ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ ? "

เจี่ยชวนแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเช้านี้เขาเพิ่งจะเห็นอีกฝ่ายขี่ม้าออกจากค่ายไปพร้อมกับเหยาเฟิงอยู่หลัด ๆ เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ทหารยามยังมารายงานอยู่เลยว่าอีกฝ่ายยังไม่กลับมา แล้วทำไมแค่พริบตาเดียว หลี่มูถึงมายืนตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้าเขาได้ล่ะ ?

"ข้าเพิ่งกลับมา" หลี่มูยกมือขึ้นขัดจังหวะความอยากรู้อยากเห็นของอีกฝ่าย เข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาทันที "รองแม่ทัพเจี่ย รีบรวบรวมกำลังพลแปดร้อยนาย สวมชุดเกราะอาวุธครบมือมุ่งหน้าไปที่เมืองอันผิงเดี๋ยวนี้ ! "

พอได้รับคำสั่งนี้ เจี่ยชวนก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติทันที รีบรับคำสั่งว่า "รับทราบ ! " จากนั้น เขาก็ลดเสียงต่ำลงกระซิบถาม "ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่เมืองอันผิงหรือขอรับ ? "

"วันนี้ข้าถูกพรรคฮวาจู๋ลอบโจมตีอยู่ข้างนอก โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ชุนอี้ฟาง... ก็อาจจะถูกพวกเขาบุกเล่นงานเหมือนกัน" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก "ยามนี้ยังไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด บุกเข้าเมืองไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ! "

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจี่ยชวนก็สะดุ้งเฮือก คนที่เหลืออยู่ในชุนอี้ฟางตอนนี้ ล้วนเป็นสตรีและเด็กที่ไร้ทางสู้ทั้งสิ้น หากไอ้พวกเดรัจฉานพรรคฮวาจู๋บุกไปเล่นงานที่นั่นจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาคงน่ากลัวจนไม่อาจจินตนาการได้ เขาไม่กล้าชักช้า รีบหันหลังไปตะโกนสั่งการรวบรวมกำลังพลทันที

ส่วนหลี่มู หลังจากสั่งการเรื่องราวต่าง ๆ เสร็จสิ้น ก็สั่งให้คนนำตัวเหยาเฟิงที่อยู่ในห้องของตนไปขังไว้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินหายลับเข้าไปในความมืดมิดของยามราตรี

หากต้องการเดินทางกลับเมืองอันผิง เขามีวิธีที่รวดเร็วกว่านั้น เขาล้วงป้ายหยกเทวะท่องพันลี้ออกมาจากอกเสื้อ เมื่อนึกคิด โลกเบื้องหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวอีกครั้ง วินาทีต่อมา หลี่มูก็มาปรากฏตัวอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้ามกับชุนอี้ฟาง การรวบรวมทหารในภูเขาต้าหลงยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ทว่าหลี่มูกลับรอไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว เขามีป้ายเสือเรียกทัพซุกซ่อนอยู่ในอกเสื้อ ต่อให้ต้องบุกเดี่ยวเข้าไปในดงศัตรู เขาก็ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวทั้งนั้น

เขายืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ทอดสายตามองไปที่ชุนอี้ฟาง เห็นเพียงหน้าประตูหอมีคนของพรรคเฉาปังยืนเฝ้าอยู่หลายคน พวกเขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ราวกับกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูที่อาจโผล่มาได้ทุกเมื่อ "คนของพรรคเฉาปังอยู่ที่นี่ ก็แสดงว่าพวกศัตรูถอยทัพไปแล้ว" หลี่มูลูบคาง ก้าวเท้าเดินออกจากเงามืด

"ใครน่ะ ? " พอเห็นเขาปรากฏตัว พี่น้องพรรคเฉาปังสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูชุนอี้ฟางก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ตายทันที ตะโกนถามเสียงกร้าว

"ข้าเอง หลี่มู ! "

ทั้งสองเบิกตากว้างเพ่งมอง เมื่อเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก รีบเดินเข้าไปหาพลางเอ่ย "เถ้าแก่หลี่ แย่แล้วขอรับ ! จู่ ๆ คนของศาลาว่าการอำเภอก็บุกมาที่ชุนอี้ฟาง จับครอบครัวของพวกท่านไปจนหมดเกลี้ยงเลย ท่านหัวหน้าของข้าก็เลยไปทวงความยุติธรรมให้พวกท่าน ผลก็คือไปปะทะกับพวกทหารที่หน้าศาลาว่าการเข้า"

"ตอนนี้ที่หน้าศาลาว่าการมีแต่คนตายเต็มไปหมด ท่านหัวหน้าของข้ากำลังระดมพี่น้องให้ออกตามหาสถานที่คุมขังอยู่ขอรับ ! "

คนของศาลาว่าการอำเภองั้นรึ ?

หลี่มูค่อย ๆ กำหมัดแน่น หากบอกว่าเรื่องที่เขาถูกลอบสังหารอยู่ข้างนอกในวันนี้ เป็นเพียงการคาดเดาว่าพรรคฮวาจู๋น่าจะได้รับการหนุนหลังจากจวนเจิ้นหนานอ๋องล่ะก็ ยามนี้ก็สามารถฟันธงได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับจวนเจิ้นหนานอ๋องอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น ต่อให้พรรคต่าง ๆ จะมีอิทธิพลคับฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางบีบบังคับให้ขุนนางราชสำนักยอมทรยศ และทำให้เฉาหยางอี้กล้าหักหลังเขาได้แน่ !

"ตอนนี้ท่านหัวหน้าของเจ้าอยู่ที่ไหน ? " หลี่มูเอ่ยถาม ยามนี้การจะค้นหาสถานที่คุมขังครอบครัวทหารในเมืองอันผิงอันกว้างใหญ่ ลำพังกำลังของเขาคนเดียวคงไม่ไหวแน่ เขาต้องการความช่วยเหลือจากพรรคเฉาปัง

"ท่านหัวหน้าไปที่ค่ายทหารรักษาเมืองแล้วขอรับ ข้าได้ยินพี่น้องบอกว่าท่านหัวหน้าสงสัยว่าพวกแม่นางไฉ่เวยอาจจะถูกขังไว้ที่นั่น" ลูกน้องพรรคเฉาปังตอบตามความจริง "ตอนนี้ท่านหัวหน้าเรียกระดมพลพี่น้องทั้งหมด เตรียมจะบุกโจมตีค่ายทหารแล้วขอรับ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 322 หวนคืนอันผิง

คัดลอกลิงก์แล้ว