เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 321 ศึกนองเลือด

ตอนที่ 321 ศึกนองเลือด

ตอนที่ 321 ศึกนองเลือด


ตอนที่ 321 ศึกนองเลือด

ฟ่านเหวินปินจู่ ๆ ก็ตวัดดาบฟันลงมาอย่างกะทันหัน ซึ่งอยู่นอกเหนือความคาดหมายของทุกคน !

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเขาจะกล้าพลิกหน้าหักหลัง แล้วลงมืออย่างเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ เห็นเพียงคมดาบตวัดวูบ ฟันฉับลงมาที่ลำคอของท่านหม่าโดยตรง ด้วยระยะที่ใกล้ชิด ประกอบกับความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ดาบนั้นจึงฟาดฟันลงมาถึงตัวแทบจะในชั่วพริบตา !

แม้ท่านหม่าจะเป็นถึงหัวหน้าพรรคผู้ยิ่งใหญ่ ทว่าถึงอย่างไรเขาก็แก่ชราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือความรวดเร็วในการตอบสนอง ย่อมไม่อาจเทียบกับชายหนุ่มวัยฉกรรจ์อย่างฟ่านเหวินปินได้ เขาเบิกตากว้างมองดูดาบยาวที่ฟันลงมา ม่านตาหดเกร็งวูบ

"หลบเร็ว ! " ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง กลับเป็นนายอำเภอเฉาที่ผลักท่านหม่าออกไปสุดแรง จนร่างของท่านหม่าหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้น และด้วยความช่วยเหลือนี้เอง ดาบยาวของฟ่านเหวินปินจึงเฉี่ยวผ่านนิ้วก้อยซ้ายของนายอำเภอเฉาไป ตัดนิ้วก้อยของเขาขาดสะบั้นในพริบตา จากนั้นคมดาบที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ก็พุ่งทะยานต่อไป กรีดเสื้อคลุมตัวหนาของท่านหม่าจนขาดวิ่น ทิ้งรอยแผลยาวเกือบหนึ่งฉื่อ ไว้บนหน้าอกของเขา !

ชั่วพริบตานั้น เลือดสด ๆ ก็สาดกระเซ็นไปทั่ว !

"พี่น้องทั้งหลาย ไอ้แก่พรรคฮวาจู๋นี่มันเป็นพวกตลบตะแลงเชื่อถือไม่ได้ วันนี้มันปากหวานหลอกล่อบอกว่าจะให้ผลประโยชน์หากยอมสวามิภักดิ์ ทว่าวันหน้ามันต้องกลืนน้ำลายตัวเองแน่ ! "

ฟ่านเหวินปินที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เมื่อเห็นว่าดาบแรกไม่อาจปลิดชีพท่านหม่าได้ ก็ง้างดาบเตรียมจะฟันซ้ำทันที

"เราจะไม่ยอมเป็นไก่รองบ่อนให้พวกเขาเชือดทิ้ง รอให้พวกเขามาเหยียบย่ำ พวกเราบุกเข้าไปในศาลาว่าการอำเภอ ช่วยสหายในชุนอี้ฟางออกมา แล้วยึดเมืองอันผิงมาเป็นของพวกเราเลยจะดีกว่า ! "

ฟ่านเหวินปินเป็นถึงหัวหน้าพรรค ภายในพรรคย่อมต้องมีลูกน้องคนสนิทที่พร้อมตายถวายหัวให้อยู่แล้ว

เมื่อเห็นเขาลงมือฟันท่านหม่า ลูกน้องคนสนิทก็แผดเสียงตะโกนลั่นทันที "ตามหัวหน้าไป ฆ่าศัตรูล้างแค้น ! "

"สับไอ้แก่หน้าโง่นั่นให้เละ แก้แค้นให้พี่น้องที่ตายไป ! "

สิ้นเสียงตะโกน ชายฉกรรจ์หลายคนก็พุ่งพรวดออกจากฝูงชน บุกเข้าไปปะทะกับพวกมือปราบและทหารรักษาเมืองที่หน้าประตูศาลาว่าการอำเภอทันที ส่วนคนอีกหลายร้อยคนที่เหลือ ชะงักอึ้งไปเพียงสามอึดใจ จากนั้นก็ราวกับถูกฉีดเลือดไก่ ต่างแผดเสียงคำรามพุ่งเข้าล้อมกรอบ ชั่วพริบตาเดียว หน้าประตูศาลาว่าการอำเภอก็กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่ชุลมุนวุ่นวายสุดขีด

คนเรามักจะมีอุปาทานหมู่ คล้อยตามคนหมู่มากเสมอ หากเมื่อครู่มีเพียงฟ่านเหวินปินคนเดียวที่แหกปากบอกว่าจะฆ่าคน จะก่อกบฏ เกรงว่าคงมีคนตามเขาไปไม่มากนัก เพราะลูกน้องในพรรคส่วนใหญ่ก็แค่มาทำงานแลกข้าวประทังชีวิตไปวัน ๆ ทว่าเมื่อลูกน้องคนสนิทหลายคนเข้าร่วมวงด้วย สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปทันที เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นจนเดือดพล่าน คนเราย่อมไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือผลที่ตามมาอีกต่อไป !

เฉกเช่นเดียวกับคนของพรรคเฉาปังในยามนี้ พวกเขาตาแดงก่ำพุ่งทะยานเข้าไป แกว่งไกวอาวุธในมือเข้าห้ำหั่นกับพวกมือปราบอย่างดุเดือด เพียงพริบตาเดียวก็มีคนถูกฟันร่วงลงไปหลายคน เสียงร้องโหยหวนและเสียงอาวุธปะทะกันดังกึกก้องผสมปนเปกันไปหมด ราวกับเสียงร้องของภูตผีในขุมนรกก็ไม่ปาน

ฟ่านเหวินปินทอดสายตามองท่านหม่าที่ล้มกองอยู่บนบันไดหิน เขายิ้มเหี้ยม ก้าวเท้ายาว ๆ สามก้าวรวบเป็นสองก้าวพุ่งเข้าไปหา ง้างดาบขึ้นสูงเตรียมจะฟันซ้ำลงไป

"ไอ้แก่สารเลว ลงนรกไปซะเถอะ ! "

ดาบยาวส่งเสียงหวีดหวิว ฟันแสกหน้าลงมาอย่างดุดัน ลมพายุพัดกระโชกแรง แม้คมดาบยังไม่ทันจะถึงตัว ทว่าผิวหนังของท่านหม่ากลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแปลบปลาบ !

ทว่าในวินาทีที่ดาบยาวกำลังจะสับลงมา จู่ ๆ ก็มีเงาดำสายหนึ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ฉวยหอกจากทหารรักษาเมืองที่อยู่ด้านข้าง แล้วตวัดหอกขึ้นรับคมดาบของฟ่านเหวินปินไว้อย่างแม่นยำ !

เคร้ง !

เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน ฟ่านเหวินปินซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว รู้สึกชาหนึบไปทั้งท่อนแขน เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงคนที่ถือหอกเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำ การแต่งกายเหมือนกับท่านหม่าไม่มีผิดเพี้ยน สวมเสื้อคลุมสีดำทะมึนเช่นเดียวกัน ยามนี้ ชายชุดดำถือหอกขวางอยู่เบื้องหน้าท่านหม่า สีหน้าเหี้ยมเกรียมดุดัน แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ทว่ากลับแผ่รังสีอำมหิตอันเข้มข้นทะลักล้นออกมาจนน่าขนลุก

ฟ่านเหวินปินคลุกคลีอยู่ในวงการนักเลงมาหลายปี สมัยหนุ่ม ๆ ก็เคยประลองฝีมือกับคนมานับไม่ถ้วน สั่งสมประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชน ทว่าเพียงแค่ประมือกับอีกฝ่ายเมื่อครู่ เขาก็รู้ตัวทันทีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายผู้นี้เลย ดาบที่เขาฟันลงมาอย่างสุดแรง กลับถูกอีกฝ่ายต้านรับไว้ได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังสะท้อนกลับมาจนข้อมือเขาเจ็บแปลบ

พละกำลังระดับนี้... ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้แน่ !

และที่สำคัญที่สุด อีกฝ่ายต้านรับดาบนี้ไว้ด้วยหอกที่เพิ่งจะแย่งมาเมื่อครู่เท่านั้น !

ฟ่านเหวินปินลอบคำนวณในใจ หากต้องมาประจันหน้ากันแบบตัวต่อตัวพร้อมอาวุธครบมือ เกรงว่าเขาคงรับมืออีกฝ่ายไม่ได้ถึงสามกระบวนท่า ก็คงถูกฟันคอขาดกระเด็นตายคาที่แน่ ๆ

"เรี่ยวแรงมหาศาลดีนี่" เขาขยับข้อมือไล่ความชา สายตาจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาพลางเอ่ย "เจ้าเป็นยอดฝีมือจริง ๆ นั่นแหละ แต่ต่อให้เก่งแค่ไหนก็เป็นแค่คนธรรมดา ข้ามีพี่น้องอยู่ตรงนี้ตั้งหลายร้อยคน ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะรับมือได้สักกี่คนกันเชียว ? "

ฟ่านเหวินปินถอยหลังไปสองก้าว โบกมือเป็นสัญญาณ ลูกน้องหลายคนก็พุ่งเข้าไปล้อมกรอบทันที นี่ไม่ใช่ความขี้ขลาดตาขาว เขาคือหัวหน้าพรรค เป็นศูนย์รวมจิตใจของพรรคเฉาปัง จะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นศึกชุลมุนในคืนนี้ พรรคเฉาปังจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ยับเยินอย่างแน่นอน

"ท่านรีบไปก่อน" เมื่อเห็นศัตรูนับสิบพุ่งเข้ามา ชายชุดดำก็ย่อตัวลงต่ำ หันไปสั่งการท่านหม่าโดยไม่หันหน้าไปมอง "ข้าจะต้านพวกเขาไว้เอง"

เวลานี้ท่านหม่าถูกฟันบาดเจ็บ เลือดสด ๆ ไหลชุ่มเสื้อผ้าด้านหน้าไปหมด ส่วนนายอำเภอเฉาก็มีสภาพทุลักทุเลไม่ต่างกัน นิ้วก้อยซ้ายของเขาถูกฟันขาดสะบั้น เจ็บปวดจนแทบจะสลบเหมือด ทว่าเพื่อรักษาชีวิตรอด เขาก็จำต้องกัดฟันทนความเจ็บปวด พยุงท่านหม่าหนีเข้าไปในลานกว้างของศาลาว่าการอำเภอ ส่วนชายชุดดำผู้นั้น ก็ยืนถือหอกตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับทวารบาล ผู้เดียวเผชิญหน้ากับการโจมตีของลูกน้องพรรคเฉาปังนับสิบคน ทว่ากลับไม่เพลี่ยงพล้ำเลยแม้แต่น้อย

เพียะ !

มือปราบคนหนึ่งถูกฟาดจนล้มลงไปกองกับพื้น ฟ่านเหวินปินกระชากคอเสื้อดึงตัวมันขึ้นมา ตวาดถามเสียงกร้าว "พวกชุนอี้ฟางถูกขังไว้ที่ไหน รีบบอกมา ! "

ที่คืนนี้ฟ่านเหวินปินกล้าลงมือกับนายอำเภอเฉาและท่านหม่า ด้านหนึ่งก็เพราะเขาไม่เชื่อคำลวงของพวกเขา ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะเขายังมีหลี่มูเป็นพันธมิตรอยู่ เขารู้ดีว่าในภูเขาต้าหลงยังมีทหารอีกนับพันนาย นั่นคือไพ่ตายของหลี่มู และเป็นความมั่นใจที่ทำให้เขากล้าพลิกหน้าหักหลังในคืนนี้ จากการที่ได้คบค้าสมาคมกับหลี่มูมานาน เขาดูออกว่าหลี่มูมีความสามารถในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน ท้ายที่สุดหลี่มูก็มักจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้ และยังกอบโกยผลประโยชน์ไปได้เสมอ...

ขอเพียงแค่ร่วมมือกับหลี่มู ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับจวนเจิ้นหนานอ๋อง ภายในใจของฟ่านเหวินปินก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าไหร่นัก

แต่ว่า... คนของชุนอี้ฟางที่ถูกจับตัวไปในคืนนี้ จะต้องช่วยกลับมาให้ได้ คนเหล่านั้นคือครอบครัวของพี่น้องคนสนิทของหลี่มู หากพวกเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู ก็เท่ากับถูกบีบจุดตายเอาไว้ ยังไม่ทันได้เริ่มทำศึกก็แพ้ราบคาบไปแล้ว !

"ข้า... ข้าไม่รู้... คนพวกนั้นถูกหัวหน้าหลี่จับไปขังไว้ ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย" มือปราบผู้นี้ถูกฟ่านเหวินปินกระชากคอเสื้อจนตัวลอย ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่ากลับไม่รู้จริง ๆ ว่าหลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ ถูกนำตัวไปขังไว้ที่ไหน

"ไม่รู้รึ ถ้างั้นเจ้าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ? " แววตาของฟ่านเหวินปินฉายแววอำมหิต ง้างดาบแทงทะลุหน้าอกของมือปราบผู้นั้นทันที เลือดสาดกระเซ็น มือปราบเบิกตากว้าง ร่างกายชักกระตุกรุนแรง เพียงไม่นานก็สิ้นใจตาย หลังจากได้ลงมือฆ่าขุนนางด้วยมือตัวเอง ฟ่านเหวินปินก็รู้สึกว่าความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานได้รับการปลดปล่อย เขายื่นมือไปกระชากคอมือปราบอีกคนมาถามคำถามเดิม ทว่าน่าเสียดาย ที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ที่คุมขังเช่นเดียวกัน

"แม่มเอ๊ย ไอ้หมาลอบกัดเฉาหยางอี้ มันเอาพวกแม่นางไฉ่เวยไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่วะ ? "

ฟ่านเหวินปินเริ่มร้อนใจ เขารู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที ทหารรักษาเมืองและมือปราบในเมืองอันผิงแม้จะมีไม่มาก แต่รวม ๆ กันแล้วก็มีถึงห้าหกร้อยคน แม้กำลังรบของมือปราบจะอ่อนแอ ทว่าทหารรักษาเมืองนั้นต่างออกไป เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ หลินเจียนเพิ่งจะเอาเงินที่ได้จากการริบทรัพย์ตระกูลหวัง มาจัดหาชุดเกราะและอาวุธใหม่ให้ทหารในกองทัพทั้งหมด ทำให้กำลังรบของทหารเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามระดับ

ฟ่านเหวินปินรู้ดีว่าในสงครามยุคนี้ ชุดเกราะนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน ในกรณีที่ฝีมือสูสีกัน ทหารที่สวมชุดเกราะหนึ่งคน สามารถรับมือกับศัตรูที่ไม่มีชุดเกราะได้ถึงห้าคนอย่างสบาย ๆ !

หากทหารรักษาเมืองสองร้อยนายที่สวมชุดเกราะเต็มยศบุกเข้ามาล่ะก็ ย่อมสามารถตีฝ่าวงล้อมลูกน้องหลายร้อยคนของเขาได้อย่างแน่นอน... กระทั่งทหารรักษาเมืองยี่สิบกว่าคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูศาลาว่าการอำเภอในยามนี้ ก็ยังรับมือยากกว่าพวกมือปราบเป็นไหน ๆ

ฟ่านเหวินปินทอดสายตามองไปที่วงล้อมการต่อสู้ เห็นเพียงทหารรักษาเมืองเหล่านั้น ล้วนถือหอกและมีดสั้น สวมชุดเกราะ ดาบของคนพรรคเฉาปังฟันลงไปบนชุดเกราะของพวกเขา ไม่สามารถสร้างบาดแผลใด ๆ ได้เลย ทว่าพวกเขาเพียงแค่ตวัดดาบเบา ๆ ก็สามารถฝากแผลฉกรรจ์เลือดสาดไว้บนร่างของคนพรรคเฉาปังได้แล้ว ในใจของฟ่านเหวินปินเริ่มร้อนรน หากไม่มีทหารรักษาเมืองพวกนี้คอยขวางไว้ ป่านนี้ลูกน้องหลายร้อยคนของเขาคงบุกเข้าไปในศาลาว่าการอำเภอ จับเป็นนายอำเภอเฉากับท่านหม่าได้ตั้งนานแล้ว

"หลบไปให้หมด ให้ข้าจัดการเอง ! " สิ้นเสียงคำรามอันทรงพลัง ชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โตราวกับหมีพานผู้หนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มคนพรรคเฉาปัง ท่อนแขนของเขาล่ำสันเทียบเท่ากับท่อนขาของคนธรรมดาทั่วไป เขากวัดแกว่งขวานยักษ์เล่มโต พุ่งทะยานเข้าหาทหารรักษาเมือง กวัดแกว่งขวานฟาดฟันเข้าใส่ราวกับผานกู่เบิกฟ้า (เทพในตำนานจีนที่ใช้ขวานแยกฟ้าดิน)

แกรก ๆ ๆ ! ภายใต้คมขวานยักษ์เล่มนี้ หอกของทหารรักษาเมืองก็เปราะบางราวกับไม้จิ้มฟัน ถูกฟันขาดสะบั้นไปหลายด้าม ในที่สุดก็ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างของทหารที่อยู่หน้าสุดอย่างจัง ได้ยินเพียงเสียงเหล็กบิดเบี้ยวเสียดสีกันดังกึกก้องจนเสียวฟัน

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน ร่างของทหารนายนั้นก็ปลิวลอยละลิ่วราวกับกระสอบทรายขาด ๆ ลอยไปกระแทกทหารที่อยู่ด้านหลังล้มระเนระนาดไปอีกหลายคนถึงจะหยุดลง เมื่อร่วงลงสู่พื้น ร่างกายของเขาก็บิดเบี้ยวโค้งงอเป็นรูปตัวยู ชุดเกราะที่สวมใส่ก็ยุบตัวบุบบี้อย่างน่าสยดสยอง เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกจากปากและจมูก ดูท่าทางคงไม่รอดแล้ว

"ซานจื่อ ทำได้ดี ! " เสียงโห่ร้องชื่นชมของคนพรรคเฉาปังดังลั่น !

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หัวเราะร่วนอย่างใสซื่อ ก่อนจะกระชับขวานยักษ์ในมือ พุ่งเข้าใส่ทหารรักษาเมืองคนอื่น ๆ ต่อ การจะรับมือกับศัตรูที่สวมชุดเกราะ ก็ต้องอาศัยอาวุธหนัก ๆ แบบนี้แหละถึงจะทลายการป้องกันได้

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟ่านเหวินปินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับได้ยินเสียงคำรามดังมาจากหน้าประตู ปรากฏว่าเป็นชายชุดดำลูกน้องของท่านหม่า ที่สามารถตีโต้การรุมล้อมของคนนับสิบได้หลายต่อหลายครั้ง ยามนี้ทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผล แต่กระนั้น ที่แทบเท้าของมัน ก็มีศพของคนพรรคเฉาปังนอนตายเกลื่อนกลาดอยู่เจ็ดแปดศพ แม้จะเป็นศัตรูกัน ทว่าฟ่านเหวินปินก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจยอมรับในความห้าวหาญของอีกฝ่าย ในบรรดาคนที่เขาเคยพบเจอมาทั้งชีวิต เกรงว่าคงมีเพียงเจียงหู่คนเดียวเท่านั้นที่พอจะต่อกรกับชายผู้นี้ได้

"ฆ่า ! " ชายชุดดำคำรามลั่น ดูเหมือนมันจะรู้ตัวดีว่าบาดเจ็บสาหัสและคงยื้อไว้ได้อีกไม่นานนัก มันเงยหน้าขึ้น จ้องมองฟ่านเหวินปินที่ยืนอยู่หลังฝูงชนเขม็ง มันกวัดแกว่งหอกในมือ ตีฝ่าวงล้อมของคนหลายคน พุ่งทะยานเข้ามาหาเขาราวกับเสือ

"ไอ้หมอนี่มันจ้องจะเล่นงานท่านหัวหน้าแล้ว ! "

"อย่าปล่อยให้มันเข้าไปใกล้... ขวางมันไว้ ! "

"แม่มเอ๊ย ทำไมแรงมันเยอะจังวะ..."

เมื่อเห็นดังนั้น คนของพรรคเฉาปังหลายคนก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าทันที พยายามสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายบุกเข้าไปถึงตัวฟ่านเหวินปินได้ ทว่าชายชุดดำผู้นี้กลับห้าวหาญผิดมนุษย์มนา มันยอมแม้กระทั่งปล่อยให้คมดาบของศัตรูฟันเข้าที่เนื้อตัว ตีฝ่าวงล้อมไปได้ถึงสามสี่ชั้น เพียงพริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ห่างจากฟ่านเหวินปินไม่ถึงสามเมตร

"ตายซะ ! " ยามนี้ผมเผ้าของมันหลุดลุ่ย ทั่วร่างอาบย้อมไปด้วยเลือด ทว่าแววตากลับสาดประกายรังสีอำมหิตจนน่าขนลุก มันชูหอกในมือขึ้นสุดแขน รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แทงสวนเข้าที่หน้าอกของฟ่านเหวินปินอย่างสุดแรงเกิด

และในขณะเดียวกัน ดาบหลายเล่มก็แทงทะลุหน้าท้องของมันเช่นกัน หอกหลุดจากมือ พุ่งแหวกอากาศยามราตรีกลายเป็นประกายแสงเย็นเยียบ

ฟ่านเหวินปินม่านตาหดเกร็ง รีบเบี่ยงตัวหลบสุดชีวิต บางทีอาจเป็นเพราะชายชุดดำหมดเรี่ยวแรงแล้ว หอกเล่มนั้นจึงไร้ซึ่งความแม่นยำและพละกำลัง ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงเฉี่ยวแก้มของเขาไปเท่านั้น

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่ข้างแก้ม ฟ่านเหวินปินก็คิ้วกระตุก เขามองดูชายชุดดำที่ถูกดาบแทงจนไส้ทะลัก เอ่ยเสียงเรียบ "น่าเสียดายนะ ที่เจ้าฆ่าข้าแทนเจ้านายเจ้าไม่ได้"

ชายชุดดำไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้อีก มันซวนเซและล้มตึงลงไป กองเลือดขนาดใหญ่ค่อย ๆ ขยายวงกว้างอยู่ใต้ร่างของมัน เมื่อสูญเสีย "ทวารบาล" ผู้นี้ไปแล้ว คนของพรรคเฉาปังที่เหลือก็รีบบุกทะลวงผ่านประตูศาลาว่าการอำเภอเข้าไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 321 ศึกนองเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว