- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 323 ค่ายทหารรักษาเมือง
ตอนที่ 323 ค่ายทหารรักษาเมือง
ตอนที่ 323 ค่ายทหารรักษาเมือง
ตอนที่ 323 ค่ายทหารรักษาเมือง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความร้อนรนและเกรี้ยวกราดในใจของหลี่มูก็ถูกแทนที่ด้วยกระแสความอบอุ่นสายหนึ่ง ค่ายทหารรักษาเมืองนับว่าเป็นถ้ำเสือวังมังกรเลยก็ว่าได้ ทหารยามเหล่านั้นล้วนสวมชุดเกราะ มีทั้งหน้าไม้และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เพิ่งจัดซื้อมาใหม่ แม้กำลังรบจะเทียบกับทหารชายแดนชั้นยอดไม่ได้ ทว่าก็แข็งแกร่งกว่าพวกนักเลงในพรรคทั่ว ๆ ไปอย่างเทียบไม่ติด ทว่าฟ่านเหวินปินกลับยอมบุกโจมตีสถานที่อันตรายเช่นนี้ เพียงเพื่อจะช่วยเหลือครอบครัวของเขา... น้ำใจเช่นนี้ จะไม่ให้รู้สึกตื้นตันได้อย่างไร ?
"ท่านหัวหน้าฟ่าน... ช่างเป็นคนมุทะลุที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมน้ำมิตรจริง ๆ " หลี่มูทอดถอนใจ จากนั้นก็ไม่รอช้า ขอยืมม้าจากอีกฝ่ายแล้วเร่งควบม้ามุ่งหน้าไปทางค่ายทหารรักษาเมืองทันที
ตลอดเส้นทาง เขาพบเห็นศพของมือปราบและคนของพรรคเฉาปังนอนตายเกลื่อนถนนเป็นหย่อม ๆ ทำให้รู้ว่าสถานการณ์ในยามนี้รุนแรงบานปลายถึงขีดสุดแล้ว เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าหลังจากถูกซื้อตัว เฉาหยางอี้และหลินเจียนก็ได้เปิดฉากปะทะกับพรรคเฉาปัง ยามนี้ภายในเมืองเต็มไปด้วยอันตรายแฝงอยู่ทุกหนทุกแห่ง หากเขาบังเอิญไปจ๊ะเอ๋กับพวกมือปราบหรือทหารรักษาเมืองเข้า ย่อมหนีไม่พ้นการปะทะกันอย่างแน่นอน
หลี่มูใช้มือขวาบังคับม้า ส่วนมือซ้ายล้วงเข้าไปในอกเสื้อ กอบกุมป้ายเสือเรียกทัพอันเย็นเฉียบไว้แน่น หากมีศัตรูโผล่มาขวางหน้าเมื่อใด เขาจะปลดผนึกเรียกใช้งานโดยไม่ลังเลทันที
……
ภายในค่ายทหารรักษาเมือง รถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างเชื่องช้า ท่านหม่าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและนายอำเภอเฉา ถูกคนพยุงลงมาจากรถม้าในสภาพทุลักทุเลสุดขีด เดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปในกระโจมผู้บัญชาการทหาร
"นายอำเภอเฉา ท่านหม่า เหตุใดพวกท่านถึงมีสภาพสะบักสะบอมเช่นนี้ ? " ภายในกระโจม หลินเจียน ผู้บัญชาการทหารรักษาเมืองเห็นสภาพของทั้งสองคน ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงจนเบิกตากว้าง
"เร็วเข้า รีบไปตามหมอทหารมารักษาใต้เท้าทั้งสองเดี๋ยวนี้ ! "
"อย่าให้พูดเลย พวกเราสองคนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดศาลาว่าการอำเภอแล้ว" นายอำเภอเฉาเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดผวา น้ำเสียงสั่นเครือ "ไอ้ฟ่านเหวินปิน พรรคเฉาปัง มันพาลูกน้องบุกโจมตีศาลาว่าการอำเภอ หากไม่ได้เตรียมรถม้าไว้ที่ถนนด้านหลังล่วงหน้า ป่านนี้พวกข้าคงถูกสับเละไปแล้ว"
หลินเจียนได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น ในฐานะผู้บัญชาการทหารรักษาเมืองแห่งอันผิง เขาได้เห็นโลกของผู้มีอำนาจมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป ย่อมมีความมักใหญ่ใฝ่สูงและกระหายในอำนาจเงินทองมากกว่าผู้คนทั่วไปนัก ดังนั้น คืนนี้เมื่อท่านหม่ามาปรากฏตัวในฐานะตัวแทนของจวนเจิ้นหนานอ๋อง เพื่อทาบทามและชี้แจงให้กระจ่างว่าหลี่มูไม่ได้เป็นคนของจวนอ๋อง เขาจึงตอบตกลงไปในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
สำหรับเขาแล้ว หลี่มูก็เป็นแค่พันธมิตรที่สามารถสร้างผลประโยชน์ให้เขาได้เท่านั้น วันวานที่เขาจำต้องก้มหัวรับใช้หลี่มู ก็เพราะถูกหลอก ซ้ำบัญชีรายรับรายจ่ายที่แอบทำธุรกิจกับพวกคนเถื่อนยังตกไปอยู่ในมือของหลี่มู จึงต้องยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับท่านหม่า ตัวแทนที่แท้จริงของจวนอ๋อง มีหรือที่หลินเจียนจะยังคงเกาะขาหลี่มูอยู่อีก
"ฟ่านเหวินปินรึ ? มันกินดีหมีหัวใจเสือมาอย่างนั้นรึ ? " หลินเจียนได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงเย็นชา ตบโต๊ะฉาดใหญ่
"ก็แค่พรรคนักเลงอันธพาลกระจอก ๆ ถึงกับบังอาจบุกโจมตีเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นี่มันข้อหากบฏชัด ๆ ! " "เตรียมกำลังพล ข้าจะไปกวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซากเดี๋ยวนี้ ! "
หลินเจียนผุดลุกขึ้นยืน ทำท่าจะก้าวเดินออกไป
"ท่านแม่ทัพหลิน ช้าก่อน" วินาทีนั้นเอง ท่านหม่าก็เอ่ยปากห้ามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "พรรคเฉาปังมีคนตั้งหลายร้อยคน เมื่อครู่ก็เพิ่งปะทะกับพวกเราที่ศาลาว่าการอำเภอ ยามนี้กำลังคนของศาลาว่าการอำเภอและทหารรักษาเมืองมีไม่มากนัก ทางที่ดีอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามออกไปปะทะกับพวกเขาจะดีกว่า"
"รอให้กำลังเสริมของข้ามาถึงก่อน ค่อยว่ากันอีกที ! "
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเจียนก็พยักหน้ารับแล้วนั่งลงตามเดิม พูดจากใจจริง เขาเองก็ไม่อยากจะนำทหารออกไปสู้รบตบมือกับพวกพรรคเฉาปังกลางดึกกลางดื่นเช่นนี้หรอก ทว่ายามนี้เขาเพิ่งจะเลือกสวามิภักดิ์ต่อจวนเจิ้นหนานอ๋อง ท่านหม่าก็ดันมาบาดเจ็บสาหัสในถิ่นของเขาเสียแล้ว
ในฐานะคนที่มีกำลังทหารอยู่ในมือมากที่สุด หากเขาไม่แสดงท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย ก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไปหน่อย แต่ในเมื่อท่านหม่าเอ่ยปากห้ามด้วยตัวเอง เขาก็ยินดีจะลงบันไดที่อีกฝ่ายทอดมาให้ อย่างไม่ขัดข้อง
"จัดการขังพวกชุนอี้ฟางเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ? " ท่านหม่าเอ่ยถามเสียงสั่น
"ท่านหม่าโปรดวางใจ คนพวกนั้นถูกขังรวมกันอยู่ในคุกใต้ดิน ล็อกกุญแจแน่นหนาถึงสามชั้น แถมข้ายังจัดทหารยามยี่สิบนายเฝ้าอย่างแน่นหนา รับรองว่าไม่มีทางเกิดเรื่องผิดพลาดแน่นอนขอรับ" หลินเจียนฉีกยิ้มกว้าง ตบหน้าอกรับประกันอย่างมั่นใจ
"เรื่องที่ชุนอี้ฟางถูกบุกจับ คงจะแพร่สะพัดไปถึงภูเขาต้าหลงก่อนรุ่งสางเป็นแน่ ถึงตอนนั้น กองทัพของหลี่มูต้องยกโขยงมาบุกเมืองอันผิงอย่างไม่ต้องสงสัย" ท่านหม่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาเคยประมือกับหลี่มูมาแล้ว ซ้ำยังรู้มาว่ากระทั่งฮว่าซานเยว่ยังเคยพ่ายแพ้ให้กับชายผู้นี้ ภายในใจจึงเกิดความหวาดหวั่นต่อกองทัพของหลี่มูจนถึงขีดสุด
"พวกตัวประกันนั่นคือไพ่ตายเพียงใบเดียวของพวกเรา"
"ขอเพียงมีพวกนางอยู่ กองทัพของหลี่มูก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่ ! "
นายอำเภอเฉาและหลินเจียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง พวกเขาคลุกคลีกับหลี่มูมามาก ย่อมรู้ดีว่าคนในชุนอี้ฟางนั้นมีความสำคัญต่อพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของหลี่มูมากเพียงใด พูดได้ไม่เกินจริงเลยว่า ขอเพียงกุมตัวประกันพวกนี้ไว้ได้ ฝ่ายตนก็ถือว่ากำชัยชนะไว้ในมือแล้ว
……
ห่างจากค่ายทหารไปไม่กี่ร้อยเมตร ฟ่านเหวินปินและพี่น้องพรรคเฉาปังหลายร้อยคน ทอดสายตามองกระโจมและหอคอยธนูที่อยู่ไม่ไกล แววตาลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธแค้น
"ท่านหัวหน้า สืบรู้มาแล้วขอรับ ! "
"มีคนเห็นทหารคุ้มกันรถม้าหลายคันเข้ามาในนี้ คนที่อยู่ในรถม้าน่าจะเป็นพวกแม่นางไฉ่เวยขอรับ"
สายสืบพรรคเฉาปังรูปร่างผอมเล็กคุกเข่าข้างหนึ่ง เอ่ยรายงานด้วยเสียงกระซิบ
"อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย" ฟ่านเหวินปินทอดถอนหายใจยาว
สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในเมืองอันผิง ที่หน้าประตูค่าย มีขวากกั้นม้าอันหนักอึ้งตั้งเรียงรายเป็นแนวยาว ด้านข้างยังมีหอคอยธนูตั้งตระหง่านอยู่หลายป้อม ทหารยามลาดตระเวนยามวิกาลล้วนสวมชุดเกราะเต็มยศ ยามย่างก้าวแผ่นเกราะเหล็กก็กระทบกันเกิดเสียงดังกริ๊งกรั๊ง หอกยาวและหน้าไม้ในมือของพวกเขาสะท้อนแสงไฟคบเพลิงส่องประกายเย็นเยียบ ที่นี่มันป้อมปราการชัด ๆ
ทว่าฟ่านเหวินปินก็รู้ดีว่าตนไม่มีทางเลือกอื่น หากคืนนี้เขาสามารถบุกเข้าไปช่วยหลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ ออกมาได้ ก็ยังพอจะจับมือเป็นพันธมิตรกับหลี่มู เพื่อต่อกรกับการปราบปรามของราชสำนักหรือจวนเจิ้นหนานอ๋องได้ ทว่าหากช่วยออกมาไม่ได้... หากวันหน้าหลี่มูจำต้องยอมจำนนเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน ถึงตอนนั้น ตนก็จะถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเพียงลำพัง ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน !
"พี่น้องทั้งหลาย จะอยู่หรือตายก็ตัดสินกันที่ศึกนี้แหละ ตั้งสติให้ดี ใครหน้าไหนกลัวตายก็ไสหัวกลับบ้าน เก็บข้าวของหนีออกจากเมืองอันผิงไปซะ ! " ฟ่านเหวินปินลดเสียงต่ำ ตะโกนสั่งการคนหลายร้อยคนที่อยู่ด้านหลัง
"ท่านหัวหน้าสั่งให้ลุย พวกข้าก็จะลุยขอรับ ! "
"เมื่อกี้ข้าก็ฟันพวกมือปราบไปแล้ว จะมากลัวอะไรกับอีแค่บุกค่ายทหาร ! "
"ลุย !"
"ลุยเลย ! "
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับอย่างฮึกเหิมของเหล่าพี่น้อง ฟ่านเหวินปินก็ตื้นตันจนขอบตาแดงก่ำ เขากระชับดาบยาวในมือแน่น จับจ้องไปยังค่ายทหารรักษาเมืองที่อยู่เบื้องหน้า เตรียมจะแผดเสียงคำรามแล้วพุ่งทะยานออกไปบุกทะลวง
ทว่าวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังก้องมาจากด้านหลัง ฟ่านเหวินปินเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทหารรักษาเมืองที่กลับมาจากการลาดตระเวน จึงหันขวับกลับไปมองทันที ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง กลับทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"น้องหลี่ ! " เสียงของฟ่านเหวินปินเจือปนไปด้วยความดีใจที่ยากจะเก็บซ่อนไว้มิด เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบหลี่มูในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ !
ทั้ง ๆ ที่คนที่เขาส่งไปส่งข่าวเพิ่งจะออกเดินทางไปได้ไม่นานเองนี่นา... หากคำนวณจากระยะทาง ป่านนี้คงยังไปไม่ถึงภูเขาต้าหลงด้วยซ้ำ !
"พี่ฟ่าน ! " หลี่มูมองเห็นพรรคพวกพรรคเฉาปังหลายร้อยคนกระจายตัวอยู่รอบ ๆ ส่วนฟ่านเหวินปินผู้เป็นหัวหน้าก็ถือดาบเตรียมพร้อมจะบุกทะลวงมาแต่ไกล จึงตวัดแส้ม้าเร่งความเร็ว พอม้าวิ่งเข้ามาใกล้ เขาก็กระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
"พวกท่านเตรียมจะบุกค่ายงั้นรึ ? "
"น้องหลี่ ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที พอไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครเลยจริง ๆ ! " ฟ่านเหวินปินที่มีสภาพเลือดท่วมตัว ก้าวเข้ามาจับมือหลี่มูไว้แน่น กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
"เฉาหยางอี้กับหลินเจียนมันเนรคุณ หักหลังพวกเราไปรับสินบนจากพรรคฮวาจู๋ แล้วบุกไปจับตัวครอบครัวของเจ้าที่ชุนอี้ฟางมากักขังไว้ที่นี่"
"ข้าเพิ่งจะนำกำลังไปสับพวกมือปราบตายไปหลายสิบคนที่หน้าศาลาว่าการ และกำลังจะพากันบุกเข้าไปช่วยพวกน้องไฉ่เวยออกมาเลย ! "
เมื่อเห็นสภาพอาบเลือดของฟ่านเหวินปิน และรอยแผลที่ปรากฏอยู่บนตัวพี่น้องพรรคเฉาปังคนอื่น ๆ หลี่มูก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาประสานมือโค้งคำนับอย่างจริงจัง เอ่ยกับทุกคนว่า "หลี่ผู้นี้ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านจากใจจริง ! "
"พวกเราเป็นพี่น้องกัน จะมามัวพิธีรีตองทำไมให้มากความ ? " ฟ่านเหวินปินรีบประคองแขนเขาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้ทำเพื่อเจ้าฝ่ายเดียวหรอกนะ ที่เมืองฉีโจวไอ้แก่แซ่หม่านั่นมันเคยฆ่าพี่น้องข้าตายไปสองคน ที่ข้าจะฆ่ามันก็เพื่อแก้แค้นเหมือนกัน"
"หัวหน้าพรรคฮวาจู๋มาด้วยตัวเองเลยรึ ? " หลี่มูได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะส่งแค่ทูตหรือตัวแทนมาเจรจา นึกไม่ถึงเลยว่าท่านหม่าจะถึงขั้นลงสนามมาเกลี้ยกล่อมนายอำเภอเฉากับหลินเจียนด้วยตัวเอง
"ใช่แล้ว ข้าเห็นกับตาเลยว่าเป็นไอ้แก่สารเลวนั่นแหละ" ฟ่านเหวินปินพยักหน้ายืนยัน "มันยังคิดจะมาเกลี้ยกล่อมให้ข้าสวามิภักดิ์ด้วยซ้ำ ผลก็คือ..." เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกว่งดาบเหล็กในมือทำท่าทางฟันลงมา ฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางเอ่ย "ข้าก็เลยประเคนดาบฟันมันซะ เกือบจะสับหัวมันหลุดจากบ่าไปแล้ว"
"น่าเสียดายที่ไอ้สุนัขรับใช้เฉาหยางอี้มันดันผลักหลบไปได้ เลยได้แค่แผลยาวที่หน้าอกเท่านั้น ! "
แววตาของหลี่มูทอประกายดุดันอำมหิตวาบผ่าน ท่านหม่าคือหัวหน้าพรรคฮวาจู๋ เป็นตัวแทนที่จวนเจิ้นหนานอ๋องเลือกให้มารวบรวมขุมกำลังในหมู่อันธพาล นับว่าเป็นปลาตัวใหญ่ที่สุดยอดตัวหนึ่ง หากสามารถจับเป็นหรือฆ่ามันได้ล่ะก็...
"น้องหลี่ ในเมื่อเจ้ามาถึงแล้ว เรื่องนี้ก็ยกให้เจ้าเป็นคนออกคำสั่งก็แล้วกัน" ฟ่านเหวินปินเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา เขาเคยร่วมงานกับหลี่มูมาหลายครั้ง ย่อมรู้ดีว่าความสามารถของอีกฝ่ายเหนือล้ำกว่าตนมากนัก ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนจัดการจะดีกว่า
"เถ้าแก่หลี่ ท่านสั่งมาได้เลย จะเอาไงว่ามา ? "
"จะให้บุกเข้าไปเลยไหม ? "
บรรดาพี่น้องพรรคเฉาปังที่อยู่รอบ ๆ ก็จ้องมองเขาตาเป๋ง รอคอยคำสั่งอย่างใจจดใจจ่อ
หลี่มูปรายตามองค่ายทหารรักษาเมืองที่ป้องกันอย่างแน่นหนา สลับกับมองดูพี่น้องพรรคเฉาปังที่ล้วนได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าพลางเอ่ย "พวกท่านรออยู่ที่นี่ก่อน ห้ามผลีผลามทำอะไรเด็ดขาด... ข้าจะลอบเข้าไปสอดแนมดูก่อน หากจำเป็นต้องใช้กำลังบุกทะลวงจริง ๆ ข้าจะส่งสัญญาณบอกพวกท่านเอง"
พี่น้องพรรคเฉาปังล้วนเป็นชายชาตรีผู้กล้าหาญ ทว่าชุดเกราะและอาวุธของพวกเขานั้นด้อยกว่าทหารรักษาเมืองมากนัก หากต้องบุกทะลวงเข้าไปจริง ๆ คืนนี้คงหลีกเลี่ยงการนองเลือดและล้มตายอย่างหนักไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำใจและคุณธรรมถึงเพียงนี้ หลี่มูย่อมไม่อาจทนดูพวกเขาไปส่งตัวตายได้ลงคอ