- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 317 หญ้าลู่ลม
ตอนที่ 317 หญ้าลู่ลม
ตอนที่ 317 หญ้าลู่ลม
ตอนที่ 317 หญ้าลู่ลม
คำพูดนี้เปรียบดั่งอสนีบาตฟาดฟัน ทำเอานายอำเภอเฉาตกตะลึงจนถึงขีดสุดในพริบตา เขาเบิกตากว้าง คล้ายกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "ท่านว่ากระไรนะ ? หลี่มูไม่ใช่คนของจวนเจิ้นหนานอ๋องงั้นรึ ? "
นายอำเภอเฉารู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอก ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เขายอมล่วงเกินผู้บังคับบัญชาในราชสำนัก เพื่อทำงานถวายหัวให้หลี่มู ก็เพียงเพราะคิดว่าหลี่มูมีความเกี่ยวข้องกับจวนเจิ้นหนานอ๋อง วันหน้าตนจะได้อาศัยความสัมพันธ์อันดีนี้ เพื่อกรุยทางสู่อนาคตอันสดใสในจวนอ๋อง ทว่ายามนี้กลับมีคนวิ่งมาบอกว่า 'ร่มไม้ใหญ่' ที่เขาเชื่อใจพึ่งพิงมาตลอด กลับกลายเป็นแค่สิบแปดมงกุฎลวงโลกงั้นรึ ?
"ไม่ นี่มันเป็นไปไม่ได้ หากหลี่มูไม่ใช่คนของจวนอ๋อง แล้วเขาจะเอาชนะกองคาราวานอาชาเหล็กได้อย่างไร จะมีทหารม้ามาช่วยสนับสนุนตอนที่ปะทะกับใต้เท้าต่งได้อย่างไร ? "
นายอำเภอเฉารู้สึกคอแห้งผาก ยากที่จะยอมรับความจริงข้อนี้ได้ หากตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่มูเพียงแค่สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีพยัคฆ์จริง ๆ เช่นนั้นตัวเขาจะไม่กลายเป็นไอ้โง่เง่าที่ถูกหลอกปิดหูปิดตามาตลอดหรอกรึ ?
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงถูกผู้คนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่
"นี่ก็คือสาเหตุที่พวกเราหวาดระแวงมันเช่นกัน" ท่านหม่าทอดถอนใจยาว เอ่ยเสียงเย็น "ในดินแดนชายแดนใต้นี้ หลี่มูไม่ใช่ทั้งคนของราชสำนัก และไม่ใช่คนใต้บังคับบัญชาของจวนเจิ้นหนานอ๋อง ทว่ากลับมีกองทหารม้าเกราะหนักนับร้อยนายอยู่ในครอบครอง..."
"แถมยังแอบซ่องสุมกำลังพล สะสมกองกำลังอยู่อย่างลับ ๆ ..."
"แท้จริงแล้วฐานะของมันคืออะไรกันแน่ ? มันต้องการจะทำอะไร ? "
คำพูดของท่านหม่าราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง ทำเอานายอำเภอเฉาหัวใจเต้นระรัว ข้อมูลในหัวเริ่มสับสนปนเปไปหมด ที่นี่คือชายแดนใต้ นอกเหนือจากจวนอ๋องและราชสำนักแล้ว ขุมกำลังที่อยู่ใกล้ที่สุด และมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะสร้างกองทหารม้านับร้อยนายขึ้นมาได้ ก็คือพวกคนเถื่อนบนทุ่งหญ้านอกด่าน หรือว่าหลี่มูจะเป็นไส้ศึกของพวกคนเถื่อนมาตั้งนานแล้ว ?
การที่เขาเกณฑ์ทหารซื้อม้า สร้างฐานที่มั่นในเมืองอันผิง ก็เพื่อรอให้ถึงวันที่พวกคนเถื่อนบุกเข้ามาในชายแดนใต้ แล้วคอยประสานงานเป็นไส้ศึกอยู่ภายใน เพื่อล้มล้างแคว้นต้าฉีอย่างราบคาบงั้นรึ ?
แม้นายอำเภอเฉาจะรู้สึกว่าความเป็นไปได้นี้มีน้อยมาก ซ้ำยังมีช่องโหว่เต็มไปหมด ทว่าเขาก็คิดหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลกว่านี้ไม่ออกจริง ๆ
"นายอำเภอเฉา ฐานะของหลี่มูผู้นี้ไม่ธรรมดา บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับพวกคนเถื่อนจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าท่านมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับเขายิ่งนัก... หากวันใดวันหนึ่ง ชายแดนใต้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพราะมันขึ้นมา ถึงตอนนั้น ท่านเองก็จะต้องแปดเปื้อนความผิดที่ซักล้างไม่ออกไปด้วย" ท่านหม่าแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"เป็นไปไม่ได้" นายอำเภอเฉาครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ส่ายหน้าช้า ๆ พลางเอ่ย "ข้าไม่เชื่อว่าหลี่มูจะเป็นไส้ศึกของคนเถื่อน หากเขาเป็นไส้ศึกจริง ๆ ก็คงไม่เกณฑ์ทหารไปกวาดล้างโจรภูเขาในอำเภอโดยรอบ เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ชาวบ้านหรอก"
"หากเป็นไส้ศึก ย่อมต้องหวังให้ชายแดนใต้ยิ่งวุ่นวายยิ่งดี ปล่อยข่าวลือสร้างความขัดแย้งสิถึงจะถูก ! "
"ทว่าเมืองอันผิงและอำเภอโดยรอบของข้า กลับนับวันยิ่งสงบสุขและปลอดภัยมากขึ้นเพราะหลี่มู กระทั่งการค้าขายในตลาดยังเฟื่องฟูขึ้นตั้งมากมาย"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ท่านหม่ายังไม่ทันอ้าปาก องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเขากลับชิงแค่นเสียงเย็นชาขึ้นก่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลนและมุ่งร้าย "นายอำเภอเฉารู้หรือไม่ว่าคนเราน่ะรู้จักเสแสร้งแกล้งทำ คนที่ชั่วร้ายสามานย์บางคน อาจจะแกล้งทำเป็นคนดีไปตลอดชีวิต เพื่อรอให้หลอกลวงทุกคนได้สำเร็จ ถึงค่อยลงมือทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าทรยศแผ่นดิน"
"การกระทำของหลี่มูในยามนี้ ก็เป็นเพียงการทำให้ผู้คนตายใจ ทำให้พวกท่านลดความระแวดระวังในตัวเขาลง เช่นนี้ถึงจะสามารถซ่องสุมกำลังพลได้อย่างเงียบ ๆ "
ท่านหม่าได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย เอ่ยว่า "พวกสัตว์ร้ายกินคนในป่าเขา ก่อนที่มันจะเติบโตเต็มที่ มันย่อมไม่มีทางเผยสัญชาตญาณความดุร้ายออกมาง่าย ๆ หรอก รอจนกว่าเขี้ยวจะแหลมคม กรงเล็บคมกริบดุจใบมีด เมื่อนั้นแหละถึงจะกล้าออกอาละวาดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด"
นายอำเภอเฉามีสีหน้าสับสนงุนงง เขารู้สึกเพียงว่าสมองของตนยุ่งเหยิงไปหมด ด้านหนึ่ง เขาพบว่าหลังจากได้ร่วมงานกับหลี่มู แม้จะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดผวา แต่เงินทองที่หามาได้กลับมากมายกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก พูดจากใจจริง นายอำเภอเฉาพึงพอใจกับชีวิตของตนในยามนี้มาก เขารู้ดีว่าทั้งหมดนี้หลี่มูเป็นคนนำมาให้ จึงไม่ได้อยากจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในปัจจุบัน
ทว่าอีกด้านหนึ่ง ท่านหม่าเป็นตัวแทนของจวนเจิ้นหนานอ๋อง ปากก็พร่ำบอกว่าหลี่มูอาจจะเป็นไส้ศึกของคนเถื่อน และต้องการจะถอนรากถอนโคนเขา... ตนควรจะเชื่อใครดี ?
"นายอำเภอเฉา อันที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องคิดมากให้ปวดหัวหรอก" ท่านหม่าเห็นท่าทีของเขา ย่อมเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลเรื่องอะไร จึงยิ้มบาง ๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วเอ่ยอย่างเนิบนาบว่า "หลี่มูจะเป็นไส้ศึกของคนเถื่อนหรือไม่ โดยแก่นแท้แล้วมันไม่สำคัญเลยสักนิด"
"สิ่งสำคัญคือในอาณาเขตสามเมืองชายแดนใต้นี้ หากท่านอ๋องต้องการให้มันหายไป ดังนั้นไม่ว่ามันจะเป็นไส้ศึกคนเถื่อนหรือเป็นราษฎรที่เคารพกฎหมาย มันก็ต้องหายไป ! "
เมื่อนายอำเภอเฉาได้ยินเช่นนี้ ก็รู้สึกราวกับถูกกระบองตีแสกหน้าจนตาสว่าง ความสับสนอลหม่านในหัวของเขา พลันแปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างแจ้งขึ้นมาในพริบตา
ใช่แล้ว...
แท้จริงแล้วฐานะที่แท้จริงของหลี่มูไม่สำคัญเลยสักนิด ตนเพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนของจวนเจิ้นหนานอ๋อง แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ตั้งแต่แรกที่ตนเลือกจะร่วมมือกับหลี่มู ด้านหนึ่งก็เพราะถูกเขาจับจุดอ่อนเรื่องที่ไปแอบติดต่อกับลู่ซิ่วหลินได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เพื่อจะได้เกาะร่มไม้ใหญ่อย่างจวนอ๋อง ยามนี้จวนอ๋องเป็นฝ่ายมาหาตนถึงที่ แล้วยังจะมีอะไรต้องลังเลอยู่อีกเล่า ?
"ท่านหม่าพูดมีเหตุผล ในอาณาเขตชายแดนใต้นี้ คำพูดของท่านอ๋องก็คือราชโองการ" นายอำเภอเฉาครุ่นคิดอยู่นาน มุมปากค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา เขามองไปทางท่านหม่าพลางเอ่ย "ท่านมีคำสั่งอันใดก็โปรดสั่งมาได้เลย ข้าน้อยจะจัดการให้สำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอนขอรับ ! "
"ดีมาก ! " เมื่อเห็นท่าทีของนายอำเภอเฉา ท่านหม่าก็หัวเราะลั่นด้วยความพึงพอใจทันที "หากงานสำเร็จ ข้าจะรายงานท่านอ๋องเพื่อขอความดีความชอบให้แก่ท่าน ! "
เขาตบไหล่อีกฝ่ายพลางเอ่ย "ข้าต้องการให้ท่านส่งคนไปจับกุมตัวคนในชุนอี้ฟางมาให้หมดเดี๋ยวนี้ นอกจากนี้ ให้คุมเข้มทางเข้าออกทั้งหมดของเมืองนี้ไว้ด้วย"
"รอจนทุกอย่างจัดการเรียบร้อย พรุ่งนี้ค่อยส่งจดหมายไปที่ภูเขาต้าหลง บีบให้พวกหัวโจกนำกองกำลังออกมายอมจำนน ! "
ท่านหม่าลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อตบตาผู้คน เขาจึงพกแค่องครักษ์คนสนิทมาเพียงคนเดียวเท่านั้น หากไม่อาจเกลี้ยกล่อมนายอำเภอเฉาได้สำเร็จ เกรงว่าคงไม่อาจเดินออกจากเมืองอันผิงได้แน่ แต่โชคดีที่คำพูดของเขา สามารถชักจูงอีกฝ่ายได้สำเร็จ
"ท่านหม่า หลี่มูผู้นั้นเป็นคนที่มีความพิลึกพิลั่นอยู่ในตัวมาก หลายครั้งที่เขาเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์เฉียดตายมาได้ ข้ากังวลว่าครั้งนี้..." น้ำเสียงของนายอำเภอเฉาแฝงไว้ด้วยความกังวลใจ
"นายอำเภอเฉาอย่าได้กลัวไปเลย" ท่านหม่ายิ้มบาง ๆ "ในเมื่อข้าคิดจะจัดการกับมัน ข้าย่อมต้องเตรียมแผนรับมือไว้อย่างรัดกุมที่สุดแล้ว ตอนนี้หลี่มูไม่ได้อยู่ในเมืองอันผิง แต่มันเดินทางออกไปนอกเมืองเพียงลำพังแล้ว"
"ป่านนี้ มันคงถูกลูกน้องของข้าปิดล้อม และถูกสับจนเละไปแล้วกระมัง ? "
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของนายอำเภอเฉาก็เปล่งประกายขึ้นมา ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนเพียงคนเดียวที่เขาหวาดกลัวก็คือตัวหลี่มู นอกเหนือจากเขาแล้ว คนอย่างพวกเจียงหู่หรือเจี่ยชวน แม้จะเก่งกาจห้าวหาญ ทว่าก็เป็นแค่พวกคนเถื่อนที่มีแต่กำลังกายแต่ไร้สมอง ย่อมไม่อาจสร้างความคุกคามใด ๆ ให้แก่เขาได้เลย