- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 312 เหตุไม่คาดฝัน
ตอนที่ 312 เหตุไม่คาดฝัน
ตอนที่ 312 เหตุไม่คาดฝัน
ตอนที่ 312 เหตุไม่คาดฝัน
หมาป่าห้าตัวถูกเชือกคล้องคอ ปลายอีกด้านผูกติดกับลำต้นไม้ใหญ่อย่างแน่นหนา ทั่วร่างของพวกมันเต็มไปด้วยบาดแผล เมื่อเห็นหลี่มูเดินเข้าไปใกล้ พวกมันก็แยกเขี้ยวส่งเสียงคำรามขู่กรรโชกทันที ประสาทรับกลิ่นของหมาป่านั้นฉับไวเป็นอย่างยิ่ง พวกมันสามารถได้กลิ่นคาวเลือดบนตัวหลี่มู และสัมผัสได้ถึงอันตรายจากชายผู้ที่อยู่ตรงหน้า ขนบริเวณลำคอของพวกมันจึงลุกชัน ดูตื่นตัวและหวาดระแวงเป็นพิเศษ
"เถ้าแก่เหยา ไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้มันเจ้าเล่ห์นัก พี่น้องของพวกข้าต้องเสียแรงไปไม่น้อยกว่าจะจับพวกมันกลับมาได้ ท่านดูเรื่องราคา..." พรานป่าสองสามคนเดินเข้ามา พออ้าปากปุ๊บก็ใช้คำพูดหว่านล้อมแบบเดียวกับพรานป่าตู้ซงที่หมู่บ้านหนานกั่ง เมื่อครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน
"พวกเจ้าต้องการเท่าไหร่ ? " เหยาเฟิงขมวดคิ้วเอ่ยถาม
"ตัวละยี่สิบตำลึง" พรานเฒ่าผู้หนึ่งชูสองมือขึ้นมาพลิกไปมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไม่ยอมให้ต่อรอง "ต่ำกว่าราคานี้ไม่ขายหรอก เพื่อจะจับเป็นพวกมัน ทีมล่าสัตว์ของเรามีเด็กหนุ่มสองคนโดนกัดเจ็บหนัก ตอนนี้ยังนอนซมอยู่บนเตียงรอเงินไปจ้างหมอมาดูอาการอยู่เลย"
หลี่มูได้ยินดังนั้น มุมปากก็แค่นยิ้มเย็นชา เขาย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังฉวยโอกาสโก่งราคา สัตว์ป่าอย่างหมาป่านั้นแตกต่างจากเสือหรือหมี กล่องสมบัติที่ดร็อปออกมามีระดับต่ำ แถมบนตัวพวกมันก็ไม่มีชิ้นส่วนอะไรที่มีค่ามากมายนัก ราคาปกติย่อมไม่เกินสิบสองตำลึง การที่พรานเฒ่าผู้นี้เรียกราคาถึงยี่สิบตำลึง ถือว่าเป็นการขูดรีดโก่งราคาชัด ๆ
เมื่อหลี่มูได้ยินราคา ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า "พวกเจ้าล่าสัตว์แล้วบาดเจ็บ ก็เป็นเพราะฝีมือไม่ถึงขั้น เตรียมตัวมาไม่ดีพอ บาดเจ็บแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนซื้ออย่างข้าด้วย ? "
"หากจะใช้เหตุผลนี้มาโก่งราคาล่ะก็ ข้าไม่ตกลง"
เขาล้วงตั๋วเงินราคาห้าสิบตำลึงหนึ่งใบและสิบตำลึงอีกหนึ่งใบออกมาจากอกเสื้อ แกว่งไปมาตรงหน้าอีกฝ่ายพลางเอ่ย "หมาป่าห้าตัวนี้ ข้าให้เต็มที่แค่หกสิบตำลึง มากกว่านี้แม้อีแปะเดียวข้าก็หันหลังกลับทันที ! "
พอได้ยินเช่นนั้น พรานป่าหลายคนก็เบิกตากว้าง รีบแหกปากร้องเสียงหลงว่าไม่ตกลง พรานเฒ่าขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าหลี่มูกลับไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูด หมุนตัวเดินหันหลังมุ่งหน้าไปทางประตูทันที
"ช้าก่อน ! " เมื่อเห็นดังนั้น พรานเฒ่าก็รีบตะโกนรั้งเขาไว้ กัดฟันเอ่ย "ช่างเถอะ หกสิบตำลึงก็หกสิบตำลึง ของพวกนี้ยกให้ท่านแล้ว"
หลี่มูถึงได้ยอมหยุดฝีเท้า เขาไม่ได้ขัดสนเงินทองแค่นี้หรอก ทว่าไม่ยอมตกเป็นไอ้โง่ให้คนอื่นมาหลอกฟันหัวแบะต่างหาก ยุคสมัยนี้ข่าวสารแพร่สะพัดไปไวจะตาย ตัวเขายังต้องตามเหยาเฟิงไปตระเวนกว้านซื้อสัตว์เป็น ๆ อีกจำนวนมาก หากวันนี้เขายอมถอยให้ก้าวหนึ่ง เมื่อข่าวลือแพร่งพรายออกไป คนอื่น ๆ ก็จะต้องทำตามอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้น เงินที่เขาต้องเสียค่าโง่ไปฟรี ๆ คงไม่หยุดอยู่แค่สี่สิบตำลึงนี้แน่ เงินสี่สิบตำลึงแม้จะไม่มาก ทว่าขืนยอมเปิดช่องให้ครั้งแรก มันก็จะมีครั้งต่อไป !
หลี่มูจ่ายเงินเสร็จ ก็ถือดาบยาวก้าวเดินไปหาหมาป่าเหล่านั้น พวกมันราวกับตระหนักได้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา จึงยิ่งแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม กระทั่งมีสองตัวที่พยายามพุ่งทะยานไปข้างหน้า อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดหมายจะงับหลี่มูให้จงได้ จนเชือกที่ล่ามคอพวกมันเอาไว้ตึงเปรี๊ยะ ก่อนหน้านี้ตอนที่แทงเสือโคร่งจนตาย อีกฝ่ายถูกขังอยู่ในกรง จึงลงมือได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดาย ทว่าหมาป่าทั้งห้าตัวตรงหน้านี้กลับถูกแค่เชือกล่ามไว้ พื้นที่ในการเคลื่อนไหวจึงกว้างกว่ามาก
เมื่อหลี่มูเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้กลิ่นเหม็นสาบคาวเลือดลอยมาเตะจมูก เขากำดาบยาวในมือแน่น เล็งไปที่ลำคอของหมาป่าตัวที่อยู่หน้าสุดแล้วฟันฉับลงไป ดาบเหล็กกล้าคมกริบ ฉีกกระชากหนังและเนื้อของหมาป่าออกเป็นสองซีกในพริบตา
ตุบ ! หัวหมาป่าขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงพื้น เลือดหมาป่ากลิ่นคาวคลุ้งสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
บางทีอาจเป็นเพราะเห็นเผ่าพันธุ์เดียวกันถูกฆ่าตาย หมาป่าอีกสี่ตัวที่เหลือจึงบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ทว่าพวกมันกลับไม่ถอยหนีหรือหลบซ่อน กลับยิ่งโถมทะยานเข้าใส่ด้วยความดุร้ายอำมหิตยิ่งกว่าเดิม กระทั่งเชือกที่ล่ามคออยู่ยังถูกกระชากจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด หมาป่าเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาตญาณห่วงฝูงสูงมาก เมื่อพรรคพวกถูกฆ่า กลับยิ่งไปกระตุ้นสัญชาตญาณการต่อสู้จนตัวตายอย่างสิ้นหวังของพวกมัน ชั่วขณะนั้น เสียงคำรามในลานบ้านก็ดังกึกก้องสะท้านฟ้า
ปึด !
วินาทีนั้นเอง เชือกเส้นหนึ่งที่ใช้มัดหมาป่า บางทีอาจเป็นเพราะใช้งานมานานจนเสื่อมสภาพ หรืออาจเป็นเพราะทนแรงกระชากอย่างบ้าคลั่งของหมาป่าไม่ไหว จู่ ๆ ก็ขาดผึงออกจากกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำเอาทุกคนในลานบ้านถึงกับตะลึงงันไป เห็นเพียงหมาป่าตัวที่ดิ้นจนเชือกขาดผึง กระโจนพรวดเข้าใส่ อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำคอหลี่มู
"น้องหลี่ ! " เหยาเฟิงเบิกตากว้าง รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างตื่นตระหนก
ทว่าพรานเฒ่ากลับคว้าตัวเขาไว้แน่น ตวาดลั่น "เถ้าแก่เหยาหลบไป ท่านไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเชือดไก่ ขืนเข้าไปก็มีแต่จะเกะกะเปล่า ๆ !"
"ไปเอาอุปกรณ์ล่าสัตว์มา กดไอ้เดรัจฉานนั่นไว้ ! "
สิ้นเสียงสั่งการ พรานป่าสองสามคนในลานบ้านก็หันขวับวิ่งกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบง่ามเหล็กและมีดล่าสัตว์ทันที
เวลานี้ หมาป่าตัวนั้นได้โถมเข้ามาถึงตัวหลี่มูแล้ว เขาถึงขนาดมองเห็นเศษเนื้อที่ติดอยู่ตามซอกเขี้ยวของเดรัจฉานตัวนี้ได้อย่างชัดเจน !
"รนหาที่ตาย ! " หลี่มูแค่นเสียงเย็นชา เมื่อเห็นดังนั้นเขากลับไม่ถอยหนีแต่ก้าวสวนไปข้างหน้า ยื่นมือซ้ายออกไป กางนิ้วทั้งห้าออกราวกับคีมเหล็ก คว้าหมับเข้าที่หลังคอของเดรัจฉานตัวนี้ไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็คำรามลั่น ยกตัวมันขึ้นแล้วฟาดลงกระแทกพื้นอย่างแรง
ได้ยินเพียงเสียงกระแทกหนักทึบดังก้องไปทั่วลานบ้านเล็ก ๆ หมาป่าตัวนั้นถูกฟาดจนมึนงงสับสน มันซวนเซเพิ่งจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก็เห็นดาบเหล็กกล้าเล่มหนึ่งแทงสวนเข้าแสกหน้า
ฉึก ! คมดาบแทงทะลุหน้าอก ทะลวงออกไปถึงแผ่นหลัง มันส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ดิ้นรนกระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วก็นิ่งสนิทไป กล่องสมบัติระดับเหล็กดำกล่องหนึ่ง ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากซากหมาป่า
จนกระทั่งถึงตอนนั้น พรานป่าสองสามคนเพิ่งจะถืออุปกรณ์ล่าสัตว์วิ่งหน้าตั้งออกมาจากบ้าน พอเห็นภาพตรงหน้า พรานเฒ่าผู้เป็นหัวหน้าก็มีสีหน้าตกตะลึงสุดขีด พูดจาติดอ่างว่า "ไอ้เดรัจฉานตัวนี้... ท่านฆ่ามันแล้วรึ ? "
"เมื่อก่อนข้าก็เคยเป็นพรานป่า แม้จะไม่มีปัญญาไปต่อสู้ตัวต่อตัวกับเสือหรือหมี แต่กะอีแค่จัดการหมาป่าตัวเดียว ย่อมไม่มีปัญหาอะไร" หลี่มูเหยียบหัวซากหมาป่า ค่อย ๆ ชักดาบเหล็กออกมาจากร่างของมันอย่างช้า ๆ มุมปากปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
พรานเฒ่านิ่งเงียบไปพักใหญ่ ถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเอ่ย "ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เมื่อครู่ทำเอาข้าตกอกตกใจแทบแย่"
พูดจบ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็หันขวับไปตบหัวเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังฉาดใหญ่ ตวาดลั่น "เสี่ยวซานจื่อ ข้าสั่งให้เจ้าหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ล่าสัตว์ เจ้ามันก็เอาแต่อู้ ขี้เกียจสันหลังยาว เชือกมัดสัตว์มันจะขาดรอมร่ออยู่แล้วยังไม่เห็นอีก"
"ดีนะที่วันนี้ไม่เกิดเรื่อง ไม่อย่างนั้นเจ้าได้สร้างเรื่องใหญ่แน่ ! "
เด็กหนุ่มโดนตบจนคอหด สีหน้าดูไม่ค่อยยอมรับนัก ทว่าก็ไม่กล้าปริปากเถียง
หลังจากสั่งสอนคนของตัวเองเสร็จ พรานเฒ่าก็หันมาขอโทษขอโพยหลี่มูซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลี่มูปรายตามองเชือกที่ขาดรุ่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะโบกมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์พลางเอ่ย "บางทีหมาป่าพวกนี้อาจจะกัดเชือกจนเปื่อยก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก"
เมื่อได้ยินว่าเขาไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง ทุกคนในบริเวณนั้นถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ส่วนหลี่มูก็ลงมืออย่างเด็ดขาดฉับไว ไล่สังหารหมาป่าอีกสามตัวที่เหลือเรียงตัวไปทีละตัว เห็นเพียงเลือดอุ่น ๆ ของหมาป่าไหลนองเต็มพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานบ้าน
บนซากหมาป่าทั้งห้าตัวปรากฏกล่องสมบัติระดับเหล็กดำขึ้นมาสามกล่อง เมื่อนึกคิด กล่องสมบัติทั้งสามกล่องก็ราวกับถูกแรงดึงดูดลึกลับดึงเข้าหากัน ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวในพริบตา สีของตัวกล่องก็แปรเปลี่ยนจากสีดำขลับกลายเป็นสีทองแดง
[ใช้กล่องสมบัติระดับเหล็กดำ x 3 หลอมรวมเป็น กล่องสมบัติระดับทองแดง x 1 ! ]
พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะ หลี่มูก็ยกมือขึ้นเก็บกล่องสมบัติระดับทองแดง กลายเป็นแสงเรืองรองซึมซาบเข้าไปเก็บไว้ในฝ่ามือ