เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 302 เหยาเฟิง

ตอนที่ 302 เหยาเฟิง

ตอนที่ 302 เหยาเฟิง


ตอนที่ 302 เหยาเฟิง

ตามคำสั่งของหลี่มู ห้องครัวก็ปรุงอาหารมื้อใหญ่เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทีมล่าสัตว์ล่ากวางป่าและเก้งมาได้ไม่น้อย เนื้อของพวกมันทั้งสดและอวบอ้วน หลังจากผ่านการปรุงรสอย่างพิถีพิถันจากพ่อครัว ก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

บนโต๊ะอาหารมีจานเนื้อไก่ เป็ด ปลา และหมู สี่จานใหญ่วางเรียงราย ตรงกลางมีหม้อไฟทองแดงเตาถ่านร้อนฉ่า น้ำซุปสีแดงสดเดือดปุด ๆ เนื้อวัวและเนื้อแกะที่แล่บางเฉียบก็ลอยฟ่องขึ้นลงตามจังหวะน้ำเดือด กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง ชวนให้เรียกน้ำย่อยยิ่งนัก

หลี่มูนั่งอยู่ตำแหน่งประธาน โดยมีเจียงหู่นั่งเป็นเพื่อน เขาได้พบกับเหยาเฟิง สหายผู้มีน้ำใจนักเลงที่อีกฝ่ายเอ่ยถึง

"พี่เหยาไม่ต้องเกรงใจ เชิญนั่ง ! " หลี่มูเอ่ยเสียงขรึม ทักทายให้อีกฝ่ายนั่งลงอย่างกระตือรือร้น "ท่านเป็นเพื่อนของเจียงหู่ ก็เท่ากับเป็นเพื่อนของข้าด้วย"

เขากวาดตามองเหยาเฟิง อีกฝ่ายดูอายุราว ๆ สามสิบปี รูปร่างไม่ได้สูงใหญ่นัก ทว่าบึกบึนล่ำสัน ใบหน้าเหลี่ยม ปากกว้าง ดูแล้วหน้าตาซื่อสัตย์จริงใจ บนตัวอีกฝ่ายไม่ได้มีกลิ่นอายของคนในยุทธภพมากนัก มองเผิน ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับชาวนาในชนบททั่วไป

"ขอบคุณ... ขอบคุณท่านแม่ทัพหลี่" เหยาเฟิงได้ยินก็ดูเหมือนจะรู้สึกประหม่าปนดีใจ เอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็เดินขากะเผลก ๆ มานั่งที่โต๊ะ

พอเจียงหู่เห็นดังนั้นก็รีบยื่นมือเข้าไปพยุง เอ่ยถามด้วยความห่วงใย "พี่ใหญ่เหยา ขาของท่านตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ต่างถิ่นมาหลายเดือน ได้เชิญหมอเก่ง ๆ มารักษาบ้างหรือไม่ ? "

"เฮ้อ เส้นเอ็นขาดไปแล้ว ต่อให้เป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจแค่ไหนก็ต่อไม่ติดหรอก" เหยาเฟิงยิ้มขื่น "ชาตินี้เกรงว่าคงถูกกำหนดมาให้เป็นคนขาเป๋ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ"

"ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะท่านรับดาบแทนข้า ตอนนี้ท่านก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้..." เจียงหู่ถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

เมื่อได้ยินดังนั้น เหยาเฟิงกลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยว่า "ขาข้างหนึ่งของข้า แลกกับชีวิตของเจ้า ถือว่าคุ้มแล้ว"

"อีกอย่าง ข้าก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย ช่วงก่อนเจ้าก็ให้เงินข้ามาตั้งเยอะ ! ตั้งหลายร้อยตำลึง ต่อให้พวกเราจะมีหนี้บุญคุณใหญ่หลวงแค่ไหน ก็ถือว่าชดใช้กันหมดแล้ว" ทั้งสองคนรำลึกความหลังกันสั้น ๆ

เพียงไม่กี่ประโยค ก็ทำให้หลี่มูรู้สึกประทับใจในตัวเหยาเฟิงผู้นี้ไม่น้อย บนโลกนี้มีคนจำนวนมากที่ชอบทวงบุญคุณ พอหยิบยื่นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ก็เรียกร้องผลตอบแทนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำตัวเกาะติดเป็นปลิงดูดเลือด สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด

"พี่เหยา ท่านเดินทางมาไกลคงจะหิวแล้วใช่หรือไม่ ? มา กินอะไรรองท้องเสียหน่อย" หลี่มูส่งสัญญาณไม่ให้อีกฝ่ายเกรงใจ ทำตัวตามสบายได้เลย จากนั้นแต่ละคนก็รินสุราให้กัน ชายชาตรีผู้มีนิสัยห้าวหาญทั้งสามคนชนจอกผลัดกันดื่ม ซานเยวี่ยชุนตกถึงท้องเพียงไม่กี่จอก บรรยากาศก็เริ่มครึกครื้นขึ้นมา

"ท่านแม่ทัพหลี่... ไม่ปิดบังท่าน หลายเดือนมานี้แม้ข้าจะทำมาค้าขายอยู่ต่างถิ่นตลอด แต่ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของท่าน ข้าก็ได้ยินจนหูแทบจะชาไปหมดแล้ว" เหยาเฟิงดื่มสุราแรงไปหลายจอกรวด ใบหน้าก็แดงก่ำ กระทั่งการพูดยังเริ่มอ้อแอ้ "ท่านโค่นล้มกองคาราวานอาชาเหล็ก รวบรวมพี่น้องลูกสมุน แม้แต่นายอำเภอและกองทหารรักษาการณ์ยังต้องคอยดูสีหน้าท่าน ซ้ำยังช่วยกำจัดพวกอันธพาลและโจรภูเขาในอำเภอใกล้เคียงไปตั้งมากมาย เรียกได้ว่าเป็นวีรบุรุษตัวจริงเลยนะขอรับ ! "

ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เมืองอันผิงมีพ่อค้าแม่ค้าอพยพย้ายเข้ามาไม่น้อยจริง ๆ คนเหล่านี้ล้วนมุ่งหน้ามาหาหลี่มู พวกเขารู้ดีว่า หากอาศัยอยู่ในเขตเมืองอันผิง จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและปลอดภัยมากขึ้น !

นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการมาพึ่งพิงหลี่มู เพื่อสมัครเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเขา เพียงแค่ไม่กี่วันนี้ก็มีชายฉกรรจ์สองสามร้อยคนเดินทางมาด้วยความเลื่อมใส ชายฉกรรจ์เหล่านี้มาจากอำเภอซื่อสุ่ย อำเภอชิงสุ่ย และอำเภออื่น ๆ ที่ไกลออกไป พวกเขาเดินทางไกลมาด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม และทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพราะแผนการ "สร้างชื่อเสียง" ของหลี่มูในอดีตได้สัมฤทธิ์ผลแล้วนั่นเอง

"คำว่าวีรบุรุษข้ามิกล้ารับหรอก ก็แค่ทำในสิ่งที่พอจะทำได้เท่านั้น" หลี่มูโบกมืออย่างถ่อมตัว มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ "วันนี้เป็นวันรวมญาติสหายเก่า ไม่ต้องเกรงใจหรือมากพิธีหรอก พี่เหยาเรียกข้าว่าพี่หลี่หรือน้องหลี่เหมือนที่เจียงหู่เรียกก็พอ"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นข้าก็ขอถือวิสาสะเรียกท่านว่าน้องหลี่ก็แล้วกัน" เหยาเฟิงเกาหัว ก่อนจะดึงหัวข้อสนทนาเข้าสู่เรื่องหลักอย่างรวดเร็ว "น้องหลี่ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านกำลังระดมกำลังคนไปจับสัตว์ป่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? "

"ถูกต้อง" หลี่มูพยักหน้า

"นี่ท่านกำลังจะ... ค้าของป่างั้นรึ ? " เหยาเฟิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

หลี่มูลูบปลายจมูก ยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้คนนอกฟังได้อย่างไร

เมื่อเห็นดังนั้น เหยาเฟิงก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่พลางเอ่ย "ดูสมองข้าสิ ดื่มสุราไปไม่กี่จอกก็สับสนเสียแล้ว พวกเราทำมาค้าขาย สิ่งสำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างกัน ข้าขายของ ท่านจ่ายเงิน ส่วนซื้อไปทำอะไรนั้น ก็ไม่ใช่กงการอะไรที่ข้าจะต้องไปสอดรู้สอดเห็น"

พอได้ยินเช่นนี้ หลี่มูก็หัวเราะเบา ๆ "พี่เหยากับเจียงหู่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เดิมทีข้าก็ไม่ควรจะปิดบัง แต่เรื่องนี้มันอธิบายให้ชัดเจนได้ยากจริง ๆ ท่านก็คิดซะว่าข้ามีรสนิยมแปลกประหลาดก็แล้วกัน"

"ข้าเข้าใจ" เหยาเฟิงพยักหน้าอย่างรู้ความ

เขาเคยคลุกคลีอยู่ในกองคาราวานอาชาเหล็กมาช่วงหนึ่ง แถมยังไปทำมาค้าขายอยู่ต่างถิ่นอีกหลายเดือน ย่อมต้องฝึกฝนวิชาสังเกตสีหน้าและอ่านบรรยากาศมาบ้าง รู้ว่าคำไหนพูดได้ คำไหนพูดไม่ได้ แม้ตัวเองจะเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจียงหู่ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่มู ตัวเขาก็ยังคงเป็นคนนอก การที่หลี่มูยอมร่วมโต๊ะร่ำสุราและเรียกขานเป็นพี่เป็นน้อง ล้วนเป็นเพราะเห็นแก่หน้าเจียงหู่ทั้งสิ้น หากเขายังดึงดันจะซักไซ้ไล่เลียงความลับของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ นั่นก็เรียกว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้ว !

"ไม่ปิดบังพวกท่านหรอก หลายเดือนมานี้ข้าไปทำการค้าหนังสัตว์อยู่ต่างถิ่น แม้จะกำไรไม่มาก แต่ก็ทำให้ข้าได้รู้จักกับพวกพรานป่าที่ยึดอาชีพจับสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก" เหยาเฟิงใช้นิ้วเคาะเบา ๆ บนโต๊ะ กดเสียงต่ำลงพลางเอ่ย "คนพวกนี้มีบางคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นและมีฝีมือสูงส่ง มักจะเข้าป่าไปล่าเสือล่าเสือดาวอยู่เป็นประจำ"

"ข้าได้ยินมาว่าตอนที่ดวงดี วันนึงจับได้สักสามถึงห้าตัวนี่ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ ! "

หลี่มูได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นมาทันที ล่าเสือและเสือดาวได้วันละสามถึงห้าตัว ต่อให้เป็นตัวเขาในอดีตที่นำพวกเจียงหู่ออกล่า ก็เกรงว่าคงจะสร้างผลงานระดับนี้ได้ยาก สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะความสามารถของเขาไม่ถึง แต่เป็นเพราะทรัพยากรสัตว์ป่าในภูเขาต้าหลงแห่งนี้มีไม่มากพอน่ะสิ !

"สามถึงห้าตัวรึ ? " เจียงหู่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเอ่ยแทรกขึ้นมา "พี่ใหญ่เหยา ความยากของการล่าสังหารกับการจับเป็นมันไม่เหมือนกันนะ พวกเราต้องการแต่สัตว์เป็น ๆ ซากสัตว์ที่ถูกวางยาพิษจนตายนั้นไม่มีค่าแม้แต่อีแปะเดียว"

"ในบรรดาพรานป่าที่ข้ารู้จัก บังเอิญมีอยู่สองสามกลุ่มที่เมื่อก่อนเคยมุ่งเน้นจับสัตว์เป็น ๆ ส่งให้พวกนายท่านในตัวเมืองโดยเฉพาะน่ะสิ" เหยาเฟิงฉีกยิ้มกว้าง

แม้ว่าในยุคสมัยนี้ประชาชนคนธรรมดาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากแค้นแสนสาหัส ทว่าพวกเศรษฐีผู้มีอันจะกินเหล่านั้นก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างหรูหราอู้ฟู่ แม้แต่สัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเลี้ยง ก็ไม่ใช่แค่แมวหรือหมาธรรมดา แต่สั่งให้คนไปจับเสือ เสือดาว หมาใน หมาป่า มาจากในป่าโดยเฉพาะ...

เจียงหู่ได้ยินก็หันไปมองหลี่มู เพื่อรอการตัดสินใจของเขา

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็รบกวนพี่เหยาช่วยไปติดต่อพรานป่าเหล่านั้นให้ทีเถอะ" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้เหยาเฟิง "ให้พวกเขาส่งสัตว์ป่าเป็น ๆ เหล่านั้นมาที่เมืองอังผิง ข้าจะรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด"

"ส่วนค่านายหน้าในการวิ่งเต้นของท่าน ย่อมจ่ายให้อย่างงามแน่นอน ! "

เมื่อได้ยินดังนั้น เหยาเฟิงกลับดูลังเลใจเล็กน้อย ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้เปิดปากเอ่ย "น้องหลี่ ท่านก็รู้ดีว่าสัตว์ร้ายพวกนั้นมันควบคุมยาก ลำพังแค่ตอนจับเป็นก็ยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้ว หากต้องขนส่งมายังเมืองอังผิงอีก ระหว่างทางก็อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้"

"ข้าได้ยินมาว่าที่ท่านต้องการสัตว์ป่าเป็น ๆ ก็เพื่อจะลงมือสังหารด้วยตัวเอง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ท่านเดินทางไปลงมือที่บ้านของพรานป่าที่จับสัตว์ร้ายเหล่านั้นมาได้พร้อมกับข้าเลยเล่า เช่นนี้จะไม่ประหยัดเวลาและทุ่นแรงกว่ารึ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 302 เหยาเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว