- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 301 ช่องทาง
ตอนที่ 301 ช่องทาง
ตอนที่ 301 ช่องทาง
ตอนที่ 301 ช่องทาง
"ชายแปลกหน้ารึ ? " เมื่อได้ยินท่านหม่าก็เลิกคิ้วขึ้น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "เชิญเขาเข้ามา ! "
……
"ฮัดชิ้ว ! " ภายในหมู่บ้านภูเขาต้าหลง จู่ ๆ หลี่มูก็จามออกมา บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้เขาสวมเสื้อผ้าบางเกินไป จึงโดนลมหนาวในป่าเขาเล่นงานเอา เขานวดจมูกที่รู้สึกคัด ๆ เล็กน้อย ถอดเสื้อผ้า หมวก และรองเท้าออกไปล้างหน้าล้างตา แล้วเตรียมตัวเข้านอน
ป้ายหยกเทวะท่องพันลี้แม้จะมีสรรพคุณทรงพลัง ทว่าเวลาใช้งานก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง หากต้องการใช้มันเดินทางไปยังจุดหมายใด ผู้ใช้จะต้องรู้พิกัดตำแหน่งที่แน่ชัดของจุดหมายนั้น ๆ เสียก่อน ตัวอย่างเช่น หากหลี่มูต้องการไปที่พระราชวัง เขาก็ต้องนึกภาพในหัวแล้วระบุว่า "ตำหนักแห่งหนึ่งในเขตพระราชฐานชั้นในของพระราชวังต้องห้าม เมืองจิงโจว เขตไท่ผิงเต้า" ไม่ใช่ระบุแค่คำว่า "พระราชวังต้าฉี" ลอย ๆ ยิ่งคุ้นเคยกับสถานที่เป้าหมายมากเท่าไหร่ พิกัดที่ไปถึงก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ... หากหลี่มูต้องการกลับไปที่ชุนอี้ฟาง เขาก็สามารถเลือกได้อย่างแม่นยำว่าจะไปโผล่ที่เรือนหลัง โถงด้านหน้า หรือแม้แต่ห้องใดห้องหนึ่งก็ยังได้ แต่หากเขาต้องการไปที่เมืองปิงโจว เนื่องจากเขาไม่คุ้นเคยกับพื้นที่นั้นเลย จึงไม่อาจระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ หากกดใช้งาน โอกาสที่จะไปโผล่กลางถนนสักสาย หรือกลางป่าเขาลำเนาไพรก็มีสูงมาก
"ดูท่าหากอยากจะใช้ของสิ่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้าคงต้องออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกให้บ่อยขึ้น เพื่อทำความรู้จักกับทุกสถานที่บนแผ่นดินนี้เสียแล้ว" หลี่มูดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม เป่าตะเกียงน้ำมันหัวเตียงจนดับ มองดูเพดานห้องอันมืดมิดพลางทอดถอนใจ ถึงอย่างไรที่นี่ก็ไม่ใช่โลกในเกม ที่จะมีปุ่มกดเปิดแผนที่โลกให้ดูได้ง่าย ๆ หลี่มูหลับตาลง ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป
ความมืดมิดยามราตรีค่อย ๆ เข้าปกคลุมทั่วทั้งภูเขาต้าหลง แสงเทียนดวงเล็ก ๆ จุดสว่างไสวขึ้น ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดราวกับน้ำหมึก หมู่บ้านแห่งนี้เปรียบเสมือนเรือลำน้อยที่ลอยเค้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แม้จะดูเล็กจ้อย ทว่ากลับแข็งแกร่งและมั่นคง
ในช่วงสามวันต่อมา การล่าสัตว์ในภูเขาต้าหลงก็ยังคงดำเนินต่อไป ทว่าประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อกลับลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันเต็ม เหยื่อที่ทีมล่าสัตว์ล่ามาได้ เพิ่งจะทำให้หลี่มูรวบรวมกล่องสมบัติระดับทองคำได้อีกเพียงกล่องเดียวเท่านั้น ความเร็วระดับนี้ เมื่อเทียบกับวันแรกแล้วถือว่าลดลงไปหลายเท่าตัว !
แม้จะเตรียมใจรับเรื่องนี้ไว้แต่เนิ่น ๆ แล้ว ทว่าหลี่มูก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้อยู่ดี เขานั่งอยู่ภายในบ้านพักในหมู่บ้าน ทอดสายตามองดูกล่องสมบัติระดับทองคำที่เพิ่งถูกหลอมรวมขึ้นมาเงียบ ๆ ระหว่างคิ้วปรากฏร่องรอยความกังวลใจ "หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป รอจนถึงตอนที่พวกคนเถื่อนบุกรุกราน อย่าว่าแต่ระดับทองคำยี่สิบกล่องเลย เกรงว่าแค่สิบกล่องก็ยังหืดขึ้นคอแล้ว"
แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ยามนี้อากาศยังคงหนาวเย็น เดิมทีก็เป็นฤดูกาลที่สัตว์ป่าออกมาหากินน้อยมากอยู่แล้ว ยิ่งพวกสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีสัญชาตญาณระวังภัยสูงมาก ทีมล่าสัตว์ไล่ล่าฆ่าฟันกันอย่างเอิกเกริกในป่ามาหลายวัน พวกสัตว์อย่างเสือหรือหมีที่มีประสาทรับกลิ่นไวเป็นเลิศ ย่อมได้กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายของมนุษย์ เกรงว่าพวกมันคงจะหนีเตลิดซ่อนตัวไปไกลแสนไกลแล้ว ตลอดสามวันที่ผ่านมา สัตว์ที่ทีมล่าสัตว์ล่ามาได้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกสัตว์กินพืชอย่างแพะภูเขาหรือกวางป่า กล่องสมบัติที่ดร็อปก็มีแต่ระดับเหล็กดำและทองแดง บางครั้งใช้เวลาทั้งวันถึงจะหลอมรวมเป็นระดับเงินได้สักกล่อง...
"ไอ้หมีบอดก็ยังจำศีลไม่ตื่น ถ้ำหมีก็หายากเสียเหลือเกิน" หลี่มูลูบคาง ดวงตาหรี่แคบลงเล็กน้อย "ส่วนไอ้พวกเสือ ในภูเขาต้าหลงก็มีอยู่แค่ไม่กี่ตัว ถ้าอยากจะจับพวกมันได้ก็ต้องพึ่งดวงล้วน ๆ "
ดังคำกล่าวที่ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เสือซึ่งเป็นนักล่าที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารมีสัญชาตญาณหวงอาณาเขตที่รุนแรงมาก ภายในอาณาเขตของเสือโคร่งตัวผู้โตเต็มวัย จะไม่มีวันยอมให้มีเสือตัวผู้ตัวอื่นปรากฏตัวขึ้นเด็ดขาด มิเช่นนั้นก็จะต้องเกิดการต่อสู้แย่งชิงกันอย่างดุเดือด
ตามที่ระบุไว้ในแผนที่ล่าสัตว์ที่เขาเคยแย่งชิงมาจากพี่น้องตระกูลหวัง ทั่วทั้งภูเขาต้าหลงมีเสืออยู่เพียงแค่สี่ตัวเท่านั้น ในจำนวนนั้นมีเสือตัวผู้เพียงตัวเดียว ซึ่งก็คือตัวที่หลี่มูเคยช่วยพวกติงอวี่ล่ามาได้นั่นเอง ส่วนอีกสามตัวที่เหลือ ตัวหนึ่งคือคู่ของมัน และอีกสองตัวคือลูกน้อยที่ยังไม่โตเต็มวัย หลังจากเสือตัวผู้ตายไป ทั้งแม่เสือและลูกเสืออีกสองตัวก็ไม่เคยโผล่มาให้เห็นอีกเลย มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกมันคงจะรับรู้ได้ถึงอันตราย และอพยพหนีออกจากภูเขาต้าหลงไปนานแล้ว
"ช่างเถอะ เปิดกล่องสมบัติระดับทองคำตรงหน้านี้ก่อนก็แล้วกัน" หลี่มูบิดขี้เกียจลุกขึ้นยืน ทว่าเพิ่งจะยื่นมือออกไปสัมผัสกล่องสมบัติ การเคลื่อนไหวของเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! พร้อมกับเสียงเคาะประตู เสียงของเจียงหู่ก็ดังมาจากด้านนอก "พี่หลี่ ท่านอยู่ข้างในหรือไม่ ? มีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่าน ! "
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่มูก็จำต้องเลื่อนกำหนดการเปิดกล่องสมบัติออกไปก่อน เขาหันไปเปิดประตูแล้วเอ่ยถาม "มีเรื่องสำคัญอะไรงั้นรึ ? "
เจียงหู่อยู่ในชุดเกราะเต็มยศ ดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการฝึกซ้อมต่อสู้มาหมาดๆ เส้นผมที่ยุ่งเหยิงใต้หมวกเกราะเปียกลู่แนบติดกับใบหน้าด้วยหยาดเหงื่อ ยามนี้เขาหอบหายใจพลางเอ่ยว่า "ข้ามีเพื่อนคนหนึ่ง... เขาได้ยินมาว่าพวกเรากำลังจ้างคนล่าสัตว์ เมื่อครู่เขาจึงมาหาข้าด้วยตัวเอง บอกว่าเขามีช่องทางหาพวกสัตว์ป่าเป็น ๆ มาให้ได้"
"แถมยังมีแต่พวกตัวที่ดุร้าย อย่างหมาใน หมาป่า เสือ และเสือดาวทั้งนั้นเลยด้วย ! "
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลี่มูก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เขาเข้าใจกฎการแจกรางวัลกล่องสมบัติของระบบอย่างทะลุปรุโปร่งมานานแล้ว สัตว์ป่าที่ถูกฆ่ายิ่งดุร้ายและแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ระดับของกล่องสมบัติที่ดร็อปก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย หมาใน หมาป่า เสือ และเสือดาว ย่อมเป็นเหยื่อที่เขาโปรดปรานที่สุด !
"เพื่อนเจ้างั้นรึ ? เชื่อถือได้หรือไม่ ? " หลี่มูรวบรวมสติให้มั่น ไม่ได้ถูกข่าวดีนี้ทำให้หน้ามืดตามัว แต่กลับเอ่ยถามด้วยความระแวดระวังอย่างยิ่ง
"เชื่อถือได้แน่นอน" เจียงหู่พยักหน้าอย่างแรง ตบหน้าอกรับประกันพลางเอ่ย "เขาชื่อเหยาเฟิง ข้ารู้จักเขาตั้งแต่ตอนที่อยู่กองคาราวานอาชาเหล็ก เขาเป็นคนมีน้ำใจมาก ตอนที่ไปต่อสู้แย่งชิงถิ่นฐานกับพรรคอื่น เขายังเคยรับดาบแทนข้า จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเลยเชียวล่ะ ! "
กองคาราวานอาชาเหล็ก ?
เมื่อได้ยินชื่อนี้ หลี่มูก็ขมวดคิ้วมุ่นโดยสัญชาตญาณ
"พี่หลี่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แม้เมื่อก่อนเหยาเฟิงจะเคยเป็นนักเลงในกองคาราวานอาชาเหล็กพร้อมกับข้า ทว่าหลังจากโดนฟันจนพิการ เขาก็ถูกขับออกจากพรรค หลังจากข้าให้เขายืมเงินไปก้อนหนึ่ง เขาก็ย้ายไปทำมาค้าขายที่เมืองอื่นแล้ว"
เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่มูเปลี่ยนไป เจียงหู่ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลเรื่องอะไร
"ตอนนั้นทั้งข้าและเขาต่างก็เป็นแค่ลูกสมุนหางแถว อยู่ในกองคาราวานอาชาเหล็กก็เพื่อหาเลี้ยงปากท้องไปวัน ๆ ไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับพรรคเลย ย่อมไม่มีทางคิดจะมาแก้แค้นแทนพรรคอะไรเทือกนั้นหรอก..."
การล่มสลายของกองคาราวานอาชาเหล็ก หลี่มูคือผู้บงการรายใหญ่ที่สุด ยามนี้พอได้ยินว่ามีอดีตสมาชิกกองคาราวานอาชาเหล็กโผล่มา เขาย่อมเกิดความหวาดระแวงและตั้งป้อมป้องกันโดยสัญชาตญาณ
เมื่อฟังคำอธิบายของเจียงหู่จบ หลี่มูก็พยักหน้าเบา ๆ เป็นอันว่ายอมรับเหตุผลนี้
ลูกสมุนหางแถวที่ถูกไล่ออกมา ย่อมไม่มีความจงรักภักดีอะไรต่อฉินเซียหูนักหรอก และคงไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อแก้แค้นหลี่มูอย่างแน่นอน
"เขาทำการค้าอะไรกันแน่ ถึงกับสามารถค้าพวกสัตว์ป่าเป็น ๆ ได้ด้วย ? " หลี่มูเอ่ยถาม
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเหมือนกัน ตอนนี้เขารออยู่ข้างนอก จะให้ข้าเรียกเขาเข้ามาให้ท่านคุยกันเองดีไหม ? " เจียงหู่ได้ยินก็ยกมือเกาหัว
ในเมื่อเจียงหู่อุตส่าห์พาอีกฝ่ายเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว หลี่มูย่อมไม่สามารถหักหน้าเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้เขากำลังต้องการพ่อค้าสัตว์ป่าแบบนี้อยู่พอดี !
"เอาล่ะ งั้นก็เรียกพี่เหยาผู้นี้เข้ามาเถอะ" หลี่มูยิ้ม "สั่งให้ห้องครัวทำอาหารดี ๆ มาสักโต๊ะ จะได้ถือโอกาสทำหน้าที่เจ้าบ้านต้อนรับสหายของเจ้าด้วย"