- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 303 ตกลง
ตอนที่ 303 ตกลง
ตอนที่ 303 ตกลง
ตอนที่ 303 ตกลง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่มูก็ยังคงสว่างไสว เขาจ้องมองใบหน้าของเหยาเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทว่าในใจกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งผุดขึ้นมา แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลี่มูจะเอาแต่เก็บตัวอยู่ในเมืองอังผิงไม่ได้ออกไปไหน ทว่าเขาก็รับรู้ข่าวสารภายนอกอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่างน้อยความเคลื่อนไหวใหญ่ ๆ ในสามเมืองชายแดนใต้ ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
จวนเจิ้นหนานอ๋องกำลังเร่งเกณฑ์ทหาร ส่วนพรรคฮวาจู๋ก็คอยกวาดล้างรวบรวมขุมกำลังในยุทธภพให้พวกเขาทั่วทุกสารทิศ พรรคเล็กพรรคน้อยในเมืองปิงโจวและฉีโจว ล้วนถูกจัดการจนราบคาบไปหมดแล้ว มีเพียงฝั่งเมืองหงโจวเท่านั้นที่ยังเงียบเชียบไร้ความเคลื่อนไหว แม้หลี่มูกับเซียวอวี๋จะพอมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ดีว่าในการตัดสินใจระดับเมืองระดับแคว้นเช่นนี้ ความรู้สึกส่วนตัวย่อมไม่อาจนำมาใช้ตัดสินใจอะไรได้
จวนเจิ้นหนานอ๋องอาจจะหวาดระแวงกองทหารเป้ยกุยสามร้อยนายที่เคยบดขยี้ฮว่าซานเยว่ จึงไม่กล้าใช้กำลังเข้าปะทะกับเขาตรง ๆ ทว่าหากเป็นการเล่นตุกติกลอบกัดอยู่เบื้องหลังล่ะก็... ใครจะไปรับประกันได้ ?
"น้องหลี่ ท่านเห็นว่าอย่างไร ? " เมื่อเห็นหลี่มูนิ่งเงียบไปนาน เหยาเฟิงก็เอ่ยปากเร่งเร้า
เจียงหู่ที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองมาตลอด ก็ขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น "พี่ใหญ่เหยา เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะนัก ช่วงนี้ข้างนอกไม่ค่อยสงบ พี่หลี่ก็มีงานรัดตัว ปลีกตัวไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก..."
"ไม่มีปัญหา ! " ทว่าวินาทีต่อมา หลี่มูกลับเอ่ยขัดคำปฏิเสธของเจียงหู่ ซ้ำยังตอบตกลงรับคำเชิญของเหยาเฟิงอย่างหน้าตาเฉย
พอเหยาเฟิงได้ยินก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบยกจอกสุราขึ้นมาทันที "น้องหลี่ช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริง ๆ ถ้าทำแบบนี้ ก็ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการขนส่งระหว่างทางให้ข้าไปได้เยอะเลย ต้องขอบคุณท่านมากจริง ๆ " พูดจบ เขาก็กระดกสุราในจอกรวดเดียวจนหมด
หลังจากตกลงธุรกิจกันเสร็จสรรพ ทั้งสามก็เปลี่ยนเรื่องคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย รอจนกระทั่งเหยาเฟิงเมามายไม่ได้สติ หลี่มูถึงได้สั่งให้คนพาเขาไปพักผ่อน
เมื่ออีกฝ่ายจากไปแล้ว เจียงหู่ที่มีกลิ่นสุราคลุ้งไปทั้งตัวก็เอ่ยถามขึ้น "พี่หลี่ ท่านรับปากจะเดินทางไปต่างเมืองกับพี่ใหญ่เหยา เรื่องนี้มันจะดูด่วนตัดสินใจเกินไปหน่อยหรือไม่ ? "
"แม้เขาจะเป็นเพื่อนข้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ท่านไม่จำเป็นต้องเห็นแก่หน้าข้าแล้วตัดสินใจแบบนี้นะ ! "
แม้เจียงหู่จะเป็นคนหยาบกระด้าง ทว่าการได้ติดตามหลี่มูมานาน ย่อมได้เรียนรู้วิชามาไม่น้อย ช่วงนี้บ้านเมืองกำลังวุ่นวายโกลาหล ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าการซุกตัวอยู่อย่างสงบในเมืองอันผิงคือทางเลือกที่ดีที่สุด
ทว่าหลี่มูกลับเลือกที่จะเชื่อใจคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ซ้ำยังยอมทิ้งฐานที่มั่นเดินทางไปกับอีกฝ่าย...
หากบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีสาเหตุมาจากตัวเขา (เจียงหู่) ต่อให้ตีให้ตายเขาก็ไม่มีทางเชื่อ !
"ก็แค่ไปเดินเต็ดเตร่ในเขตเมืองหงโจว ไม่ได้ออกไปทุ่งหญ้านอกด่านเสียหน่อย จะกลัวอะไร ? " หลี่มูได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ "พวกคนเถื่อนยังไม่ทันบุกเข้ามา พวกเราก็ขี้ขลาดตาขาวจนไม่กล้าก้าวเท้าออกจากบ้านแล้ว ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คนอื่นคงหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่"
เมื่อเห็นท่าทีไม่ยี่หระของเขา เจียงหู่ก็ยิ่งร้อนใจ อาศัยความกล้าจากฤทธิ์สุราเอ่ยเสียงขรึม "พี่หลี่ ท่านก็รู้ดีว่าสิ่งที่ข้ากังวล ไม่ใช่พวกคนเถื่อน"
"ในชายแดนใต้นี้ มีคนตั้งมากมายที่อยากจะเด็ดหัวท่านทิ้ง ! "
พวกคนเถื่อนแม้จะดุร้าย ทว่ายังไม่ทันข้ามพรมแดนเข้ามา ย่อมไม่มีอะไรให้น่ากลัว ทว่าในบรรดาชาวต้าฉีในสามเมืองชายแดนใต้แห่งนี้ มีศัตรูไม่น้อยที่มองหลี่มูเป็นเสี้ยนหนามตำตา อันดับแรกคือพรรคฮวาจู๋ คราก่อนหลี่มูบุกไปถล่มเมืองฉีโจวซะราบเป็นหน้ากลอง ทำเอาท่านหม่าหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ความแค้นนี้ย่อมถูกผูกปมไว้อย่างแน่นหนา
อันดับสองคือฮว่าซานเยว่ ในฐานะแม่ทัพหนุ่มผู้มีอนาคตไกล กลับต้องมาสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำด้วยน้ำมือของหลี่มู ซ้ำยังถูกเรียกค่าไถ่ตั้งแปดหมื่นตำลึงถึงจะได้กลับไป สำหรับชายหนุ่มผู้หยิ่งทะนงเช่นเขา ความอัปยศเช่นนี้ยอมรับได้ยากกว่าการถูกฆ่าให้ตายเสียอีก ส่วนนายทหารรักษาเมืองอย่างแม่ทัพฮั่วและแม่ทัพหลิว แม้ก่อนหน้านี้จะเคยร่วมมือกับเขาเพื่อจัดการกับใต้เท้าต่ง ทว่าหลี่มูก็เคยใช้กองทหารเป้ยกุยข่มขู่พวกเขายกใหญ่ จนแทบจะแตกหักกันตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ
สาเหตุที่คนพวกนั้นไม่กล้าลงมือกับหลี่มูในภายหลัง ก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขามีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า เป็นหมากรับใช้ลับ ๆ ของจวนเจิ้นหนานอ๋อง ทว่ายามนี้เขาปฏิเสธการชักชวนของเซียวอวี๋ไปแล้ว หากพวกผู้ไม่ประสงค์ดีในจวนอ๋องเอาเรื่องนี้ไปกระจายข่าวล่ะก็ ไม่นานข่าวนี้ก็จะต้องไปถึงหูของพวกทหารรักษาเมืองที่กุมอำนาจอยู่ในมือพวกนั้นแน่...
"ตั้งแต่ข้าออกจากหมู่บ้านซวงซีมา คนที่อยากจะฆ่าข้าก็มีถมเถไป แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จเลยสักคน" หลี่มูบิดขี้เกียจ เอ่ยตอบกลั้วเสียงหัวเราะ "บางทีข้าอาจจะมีบัญชาสวรรค์คอยคุ้มครองอยู่จริง ๆ ก็ได้นะ ใครจะรู้ ? "
"พี่หลี่..."
เจียงหู่ยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่หลี่มูกลับโบกมือห้ามไว้ เอ่ยว่า "ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีก คืนนี้กลับไปพักผ่อนให้สบาย พรุ่งนี้เช้าก็ไปฝึกทหารกับเจี่ยชวนซะ"
หลังจากอยู่ร่วมกันมานาน เจียงหู่รู้ดีว่าแม้ปกติหลี่มูจะปฏิบัติกับพวกพี่น้องอย่างดีเยี่ยม ทว่าเมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องของการตัดสินใจครั้งสำคัญ ก็จะไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของเขาได้เลย พวกเขาเป็นพี่น้องกัน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาในทีมด้วย
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ข้าจะเกณฑ์ทหารร้อยนายจากในค่ายไปเป็นเพื่อนท่านด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จะได้มีคนคอยช่วยเหลือ" เจียงหู่เอ่ยอย่างจนใจ
"ไม่จำเป็น ยิ่งเป้าหมายใหญ่ก็ยิ่งสะดุดตา ข้าจะเดินทางไปกับเหยาเฟิงแค่สองคนก็พอ" หลี่มูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไม่อาจปฏิเสธได้
"ข้าจะพาเสี่ยวไป๋หลงไปด้วย หากมีเรื่องอะไร ข้าก็จะให้มันบินกลับมาส่งข่าว"
เขายกมือขึ้นลูบไปที่ตำแหน่งหน้าอกเสื้อเบา ๆ ซึ่งมีป้ายหยก [เทวะท่องพันลี้] ซุกซ่อนอยู่ มีของสิ่งนี้อยู่ในมือ ต่อให้ไม่ต้องพกทหารไปสักนาย เขาก็สามารถเดินกร่างไปทั่วชายแดนใต้ได้อย่างไร้ข้อกังขา หากเผชิญหน้ากับอันตรายหรือศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาก็สามารถใช้ป้ายหยกหลบหนีออกมาได้ทันที !
เมื่อเห็นว่าหลี่มูตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เจียงหู่ก็ทำได้เพียงคอตกเดินจากไป ในใจแอบนึกเสียใจอยู่ลึก ๆ ว่าทำไมตนถึงต้องแนะนำเหยาเฟิงให้เขารู้จักด้วย หากหลี่มูเดินทางออกไปแล้วเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ชาตินี้เขาคงต้องทนมีชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดไปจนตาย
เมื่อประตูห้องปิดลง ภายในห้องก็เหลือเพียงหลี่มูอยู่คนเดียว เปลวเทียนบนโต๊ะสั่นไหว
เงาของหลี่มูทาบทับลงบนกำแพง แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์สุราก่อนหน้านี้ พลันแปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างใสขึ้นมาในทันที
"เหยาเฟิง... เจ้าตั้งใจจะมาทำการค้าจริง ๆ หรือเป็นแค่ไอ้คนชั่วที่ซ่อนแผนร้ายเอาไว้กันแน่ ? "
เขาลูบคางพึมพำกับตัวเอง สีหน้าแฝงไว้ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย หากเป็นช่วงเวลาปกติ เขาคงไม่ตั้งข้อสงสัยอะไรมากมาย ทว่ายามนี้ชายแดนใต้กำลังอยู่ในช่วงกลียุค จังหวะเวลาที่เหยาเฟิงโผล่มาดันพอดีเป๊ะกับตอนที่พรรคฮวาจู๋กำลังกวาดล้างรวบรวมขุมกำลังยุทธภพพอดี
นี่จึงอดทำให้หลี่มูต้องคิดมากไม่ได้ สาเหตุที่เขาตอบตกลงอีกฝ่ายไป ก็เพราะอยากจะใช้โอกาสนี้หยั่งเชิงดูเบื้องลึกเบื้องหลังของอีกฝ่ายนั่นเอง ถึงอย่างไรเขาก็เพิ่งจะปฏิเสธการทาบทามของจวนอ๋องไป ซ้ำยังใช้ฮว่าซานเยว่รีดไถเงินจากเจิ้นหนานอ๋องมาอีกก้อนโต เกรงว่าเขาคงถูกหมายหัวจดชื่อลงบัญชีดำของอีกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง...
ดังคำโบราณที่ว่า ไม่กลัวโจรขโมย แต่กลัวโจรหมายหัว ช่วงเวลาที่หลี่มูอาศัยอยู่ในเมืองอันผิงนี้ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งเยือกเย็น ทว่าในใจเขากลับแอบกังวลว่าจวนเจิ้นหนานอ๋องจะลงมือกับเขา
ศัตรูจะน่ากลัวที่สุดเมื่อไหร่ ?
ก็คือตอนที่ศัตรูยังไม่ลงมือนั่นแหละ ที่น่ากลัวที่สุด !
เพราะเจ้าจะไม่มีทางรู้แนวทางและลูกไม้ของอีกฝ่ายได้เลย !
หากเหยาเฟิงผู้นี้เป็นเบี้ยหมากที่จวนเจิ้นหนานอ๋องส่งมาจัดการเขาจริง ๆ เขาก็จะได้อาศัยโอกาสนี้ล้วงลูกไม้และเบื้องหลังของพวกมันให้รู้แจ้งเห็นจริงกันไปเลย !