- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 297 เก็บเกี่ยวผลงานล่าสัตว์
ตอนที่ 297 เก็บเกี่ยวผลงานล่าสัตว์
ตอนที่ 297 เก็บเกี่ยวผลงานล่าสัตว์
ตอนที่ 297 เก็บเกี่ยวผลงานล่าสัตว์
"วิธีนี้ขัดต่อหลักฟ้าดิน หากนำมาใช้ เกรงว่าจะก่อให้เกิดความโกรธเกรี้ยวจากสวรรค์และความเคียดแค้นจากราษฎร" ลู่ซิ่วหลินลุกขึ้นยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาที่เคยสุขุมหนักแน่นมาตลอดก็ปรากฏร่องรอยความลังเลขึ้นมา
"รออีกหน่อยเถอะ หากภายในสามวันยังไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเฉินซง เจ้าก็ค่อยไป..." ภายในห้อง เสียงสนทนาของนายบ่าวแผ่วเบายิ่งนัก ไม่นานก็ถูกเสียงลมพัดกรรโชกกลบไปจนสิ้น
……
หลี่มูย่อมไม่รู้ถึงสถานการณ์ของลู่ซิ่วหลินในยามนี้ แต่ต่อให้รู้ ตอนนี้เขาก็สุดวิสัยที่จะยื่นมือเข้าช่วยได้ นับตั้งแต่ได้ยินข่าวการลุกฮือของอีกฝ่ายหลังช่วงปีใหม่ หลี่มูก็รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเขานั้นรีบร้อนเกินไปสักหน่อย แม้หลายปีมานี้ลัทธิโพกผ้าเหลืองจะรวบรวมสาวกในต้าฉีได้ไม่น้อย ทว่ากองทัพใต้สังกัดกลับไม่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงชาวไร่ชาวนาที่มารวมตัวกันชั่วคราวเท่านั้น อาวุธยุทโธปกรณ์ก็มีสารพัดรูปแบบ
หลายคนกระทั่งดาบดี ๆ สักเล่มก็ยังไม่มี ต้องหิ้วจอบ เสียม และง่ามเหล็กที่ใช้ทำนาขึ้นสู่สนามรบ สาเหตุที่พวกเขาสามารถยึดเมืองป๋อหยางได้ในเวลาอันสั้น ประการหนึ่งเป็นเพราะจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว ส่วนอีกประการหนึ่งก็เป็นเพราะมีสายลับอยู่ภายในเมือง และเรื่องเช่นนี้ ต้าฉีย่อมไม่มีทางปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแน่ ราชสำนักได้วางกำลังทหารอย่างแน่นหนารอบเมืองป๋อหยาง ซ้ำยังเรียกตัวกองทัพทหารปีกเหล็กที่รักษาการณ์อยู่ชายแดนกลับมาปราบปรามความวุ่นวาย คาดว่าครั้งนี้ ลู่ซิ่วหลินคงไม่มีทางผ่านเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้เป็นแน่
"ตอนนั้นพวกโจรภูเขาหัวพยัคฆ์หมายตาชุนอี้ฟางไว้ ลู่ซิ่วหลินก่อนจะออกจากเมืองอันผิงก็ลงมือจัดการพวกมันให้ ถือเป็นการช่วยข้ากำจัดศัตรูไปกลุ่มหนึ่ง" หลี่มูลูบปลายจมูก ในเรื่องนี้เขายังคงติดค้างน้ำใจอีกฝ่ายอยู่ ทว่าน้ำใจครั้งนี้ควรจะชดใช้คืนอย่างไร ในใจเขาก็ยังไม่มีคำตอบ ทหารใต้บังคับบัญชาของเขามีเพียงพันกว่านาย ต่อให้มีใจอยากจะช่วยลัทธิโพกผ้าเหลืองก็คงไร้กำลัง เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่อีกฝ่ายต้องเผชิญก็คือความเป็นศัตรูจากทั่วทั้งแคว้นต้าฉี
หลี่มูมีความตระหนักรู้ถึงขุมกำลังของตนเองอย่างชัดเจน ในการต่อสู้ที่ปะทะกันด้วยกำลังระดับประเทศเช่นนี้ หากเขานำกำลังพลเพียงหยิบมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็คงถูกบดขยี้จนแหลกเป็นผุยผง
"ช่างเถอะ หากวันหน้าลัทธิโพกผ้าเหลืองพ่ายศึก ข้าก็จะยอมใช้ป้ายเสือเรียกทัพสักครั้งเพื่อช่วยลู่ซิ่วหลินฝ่าวงล้อมออกมา ถือเสียว่าเป็นการชดใช้น้ำใจให้เขา" หลี่มูแอบตัดสินใจเงียบ ๆ ในใจ
เขาสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมลู่ซิ่วหลินถึงไม่ยอมรอให้สะสมขุมกำลังจนสมบูรณ์พร้อมก่อนค่อยลุกฮือขึ้นก่อกบฏ เพราะพวกต่างชาติกำลังรวบรวมกำลังพลอยู่ และอาจจะยกทัพบุกเข้ามาในเขตแดนแคว้นต้าฉีเมื่อใดก็ได้ ลัทธิโพกผ้าเหลืองต้องการฉวยโอกาสก่อนที่แผ่นดินจะวุ่นวายโกลาหล แย่งชิงอำนาจของต้าฉีมาไว้ในกำมือของตนเอง เพราะถึงอย่างไรยามนี้ราชสำนักต้าฉีก็เน่าเฟะไปหมดแล้ว มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา
แม้แต่บรรดาแม่ทัพนายกองก็ยังสูบเลือดสูบเนื้อทหาร อมเงินเดือนเบี้ยหวัด อาวุธที่แจกจ่ายให้เหล่าทหารก็มีแต่ของขึ้นสนิมบิ่น ๆ ผุพังทั้งนั้น การไปคาดหวังให้ราชสำนักแบบนี้สามารถปกป้องดินแดนและคุ้มครองราษฎรจากการเหยียบย่ำของพวกต่างชาติได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการหวังให้แม่หมูปีนต้นไม้ได้นั่นแหละ !
ความคิดของลู่ซิ่วหลินนั้นไม่เลวเลย ทว่าข้อเสียก็คือเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป ไม่มีช่องว่างให้เขาได้สะสมกำลังต่อไปเลย หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้วการลุกฮือขึ้นในเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นทางเลือกที่ไร้หนทาง
"หมากตานี้ของลัทธิโพกผ้าเหลืองถือว่าเสี่ยงมากจริง ๆ ..." หลี่มูทอดถอนใจ พวกต่างชาติกำลังจัดทัพเตรียมรบ หากพวกมันฉวยโอกาสตอนที่ลัทธิโพกผ้าเหลืองและกองทัพต้าฉีเข่นฆ่ากันเองจนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่ายแล้วบุกโจมตีครั้งใหญ่ วันหน้าแผ่นดินต้องล่มสลาย ราษฎรต้องทนทุกข์ทรมานจากการเหยียบย่ำของพวกชนเผ่าต่างชาติ เช่นนั้นลู่ซิ่วหลินก็จะกลายเป็นคนบาปที่ถูกตอกตรึงไว้บนเสาแห่งความอัปยศทางประวัติศาสตร์ ผู้คนจะไม่คิดว่าเป็นเพราะความไร้ความสามารถของราชสำนักต้าฉีที่นำไปสู่การรุกรานของคนต่างชาติ แต่จะผลักความผิดทั้งหมดไปให้ลัทธิโพกผ้าเหลืองแทน
หลี่มูส่ายหน้า สลัดความคิดยุ่งเหยิงในหัวออกไปจนหมดสิ้น เรื่องในอนาคต ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตค่อยมาคิดก็แล้วกัน ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือการเก็บเกี่ยวกล่องสมบัติ เขาเปลี่ยนสายตาทอดมองเข้าไปในป่าลึก
นับตั้งแต่พวกพรานป่าเข้าไปในภูเขาต้าหลงเมื่อตอนเช้าตรู่ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ทว่ากลับยังไม่มีทีมไหนนำเหยื่อมารับรางวัลเลยแม้แต่ทีมเดียว... ขณะที่หลี่มูกำลังเริ่มร้อนใจอยู่นั้น จู่ ๆ บนเส้นทางภูเขาก็ปรากฏเงาร่างของผู้คนเลือนรางให้เห็น นั่นคือทีมล่าสัตว์ทีมหนึ่งนั่นเอง
ทีมล่าสัตว์นี้มีด้วยกันห้าคน ผู้นำคือชายฉกรรจ์รูปร่างผอมเกร็ง ยามนี้เขากำลังออกแรงลากเชือกเส้นยาวอย่างสุดชีวิต ปลายเชือกอีกด้านหนึ่ง ผูกติดอยู่กับร่างของเสือดาวลายบั้งสีทองเหลืองอร่ามตัวหนึ่ง ขาทั้งสี่ของสัตว์ร้ายตัวนี้ถูกบ่วงบาศมัดไว้แน่น มันดิ้นรนและคำรามอย่างบ้าคลั่งหมายจะสลัดให้หลุด ทว่ากลับไร้ผล ซ้ำยังทำให้เงี่ยงแหลมคมรอบ ๆ บ่วงบาศทิ่มแทงลึกลงไปในเนื้อหนัง ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดลึก !
"เถ้าแก่หลี่ ! " หัวหน้าพรานป่าผู้นั้นยิ้มกว้าง วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ชี้ไปที่เสือดาวด้านหลังพลางเอ่ย "ท่านดูสิ เป็นไปตามที่ท่านสั่ง เดรัจฉานตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่และดิ้นพราด ๆ อยู่เลยขอรับ"
เมื่อเห็นว่าทีมล่าสัตว์ทีมแรกที่กลับมาก็มอบเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ให้เขา หลี่มูก็พยักหน้าเอ่ยชมทันที "ไม่เลว ! "
"เงินรางวัลอยู่นี่ พวกเจ้าหยิบไปเองได้เลย ! " หลี่มูคว้าหอกยาวที่เตรียมไว้ด้านข้างขึ้นมา เล็งไปที่ตำแหน่งหัวใจของเสือดาวที่ถูกมัดขาทั้งสี่ไว้ แล้วแทงฉึกเข้าไปอย่างไม่ปรานี ได้ยินเพียงเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดรวดร้าวดังขึ้น เลือดเสือดาวสาดกระเซ็น
สัตว์ร้ายตัวนี้คำรามอย่างบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวด ทว่าเมื่อสูญเสียเลือดไป มันก็หมดเรี่ยวแรงอย่างรวดเร็ว การดิ้นรนค่อยๆ แผ่วลง และในที่สุดก็คอพับตายจมกองเลือดไป
[สังหารเสือดาวโตเต็มวัย 1 ตัว ! ] [ได้รับกล่องสมบัติระดับเงิน 1 กล่อง ! ]
ในวินาทีที่เสือดาวสิ้นลมหายใจ เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะก็ดังขึ้นข้างหูของหลี่มูทันที เขามองเห็นแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นเหนือซากเสือดาว ค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นกล่องสมบัติที่มีรูปลักษณ์วิจิตรงดงาม ส่องประกายสีเงินเจิดจ้าลอยอยู่กลางอากาศ ภาพนี้ทำเอาพวกพรานป่าในทีมถึงกับยืนอึ้งไปตาม ๆ กัน
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่มูถึงต้องทำแบบนี้ อุตส่าห์ทุ่มเงินตั้งมากมาย จัดงานใหญ่โตขนาดนี้ ให้จับสัตว์ร้ายเป็น ๆ กลับมา เพียงเพื่อจะใช้หอกแทงมันให้ตายกับมือตัวเองเนี่ยนะ ? รสนิยมพรรค์นี้... มันจะพิลึกพิลั่นเกินไปหน่อยไหม !
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าสอดปากถาม หลี่มูเป็นคนจ่ายเงิน พวกเขาก็แค่รับจ้างทำงาน ส่วนสัตว์ร้ายที่จับกลับมาได้เหล่านี้จะเอาไปนึ่งหรือเอาไปต้ม มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาแล้ว ในยุคสมัยนี้ คนที่สอดรู้สอดเห็นมักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยนัก หลังจากรับเงินรางวัลแล้ว ทีมล่าสัตว์ทีมนี้ก็ไม่ได้จากไป แต่เลือกที่จะกลับเข้าไปล่าสัตว์ในภูเขาต่อ
เมื่อเห็นพวกนั้นเดินลับสายตาไป หลี่มูก็ยกมือขึ้นเก็บกล่องสมบัติระดับเงินไว้ชั่วคราว เตรียมรวบรวมให้ครบสามกล่องแล้วนำมาหลอมรวมเป็นกล่องสมบัติระดับทองคำค่อยเปิดทีเดียว และหลังจากผลงานของทีมล่าสัตว์ทีมแรก ราวกับเป็นการเบิกฤกษ์ชัยให้กับการล่าสัตว์ในครั้งนี้ เพียงไม่นาน ก็มีทีมล่าสัตว์อีกสามสี่ทีมกลับมาพร้อมกับความสำเร็จเต็มไม้เต็มมือ
ที่หน้าค่ายชั่วคราว ซากสัตว์ป่าหลายสิบตัวถูกนำมากองรวมกันอย่างรวดเร็ว หอกยาวในมือของหลี่มูเองก็ถูกย้อมไปด้วยเลือดสัตว์ป่าจนแดงฉาน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เห็นเพียงเหนือซากสัตว์เหล่านั้นมีกล่องสมบัติหลากหลายสีลอยอยู่ นับคร่าว ๆ ดูแล้ว ถึงกับมีตั้ง 12 กล่อง !
"ระดับทองแดง 6 กล่อง ระดับเหล็กดำ 4 กล่อง ระดับไม้ 2 กล่อง..." มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้ม "พอบวกกับกล่องสมบัติระดับเงินจากเสือดาวตัวแรก ก็มีมากพอที่จะหลอมรวมเป็นระดับทองคำได้ 1 กล่องแล้ว ! "