- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 298 ไอเดียฟาร์มปศุสัตว์
ตอนที่ 298 ไอเดียฟาร์มปศุสัตว์
ตอนที่ 298 ไอเดียฟาร์มปศุสัตว์
ตอนที่ 298 ไอเดียฟาร์มปศุสัตว์
หลี่มูเงยหน้ามองดูท้องฟ้า เห็นดวงอาทิตย์เพิ่งจะลอยขึ้นมาอยู่ตรงกลางศีรษะพอดี เวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งค่อนวัน เขาก็ได้รับกล่องสมบัติมามากมายขนาดนี้ หากยังคงความคืบหน้าระดับนี้ต่อไป ภายในหนึ่งถึงสองเดือน เขาอาจจะหาของกล่องระดับทองคำมาได้หลายสิบกล่องเลยทีเดียว !
ทว่าเขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้น ในความเป็นจริง เมื่อความถี่ในการล่าของพรานป่าสูงขึ้น สัตว์ป่าในภูเขาต้าหลงก็จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ สัญชาตญาณระวังภัยและการรับรู้ถึงอันตรายในสภาพแวดล้อมของสัตว์ป่านั้นสูงมาก ยิ่งวันเวลาผ่านไป อัตราความสำเร็จในการล่าก็จะยิ่งลดต่ำลง อันที่จริง ภายในหนึ่งถึงสองเดือนนี้ หากสามารถหากล่องสมบัติระดับทองคำมาได้สักยี่สิบกล่อง ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว...
"ระดับทองคำ 20 กล่อง... สมมติว่าทุกกล่องสามารถสุ่มได้ไอเทมระดับบั๊ก อย่างป้ายเสือเรียกทัพออกมาล่ะก็ อย่าว่าแต่พวกคนเถื่อนบุกเลย ต่อให้มหาจอมเวทหลิวซิ่วจากอีกมิติหนึ่งเดินทางมาด้วยตัวเอง ข้าก็กล้าลองดีวัดฝีมือกับเขาสักตั้ง" หลี่มูล้วงปืนคาบศิลาออกมาจากอกเสื้อ น้ำเสียงแฝงความเสียดายเล็กน้อย "น่าเสียดายที่ยุคสมัยนี้ไม่สามารถสร้างอาวุธทำลายล้างสูงอย่างปืนพกขึ้นมาได้ ไม่อย่างนั้นจะมัวเสียเวลาไปฝึกทหารม้าเข้าปะทะทำไมกัน ? "
ปืนคาบศิลากระบอกนี้เป็นของที่สุ่มได้จากกล่องสมบัติระดับเงิน เดิมทีหลี่มูไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากนัก เพราะอานุภาพของปืนรุ่นโบราณแบบนี้อาจจะสู้พวกธนูแข็ง ๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ ทว่าสิ่งที่แตกต่างก็คือ... ของสิ่งนี้มี 'เกลียวลำกล้อง' ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความแม่นยำขึ้นอย่างมหาศาล แต่อานุภาพของมันยังใกล้เคียงกับปืนพกในยุคหลังเลยทีเดียว ตอนที่มันเผยอานุภาพครั้งแรกที่พรรคฮวาจู๋ ก็สามารถเป่าหัวยอดฝีมือของพรรคอันธพาลที่ฝึกวรยุทธ์มานานหลายปีจนเละเทะได้ในนัดเดียว ส่วนครั้งที่สอง ก็ยิงฮว่าซานเยว่จนร่วงตกจากหลังม้าได้ในนัดเดียวเช่นกัน
หลี่มูปลดถุงดินปืนที่เอวออกมาตรวจสอบดู ตอนที่เปิดได้ปืนคาบศิลากระบอกนี้มา มันมีกระสุนเหล็กกับดินปืนแถมมาให้ยี่สิบนัด ทว่าตอนนี้เหลือเพียงสิบสี่นัดแล้ว ชาติที่แล้วเขาเคยเป็นทหาร ย่อมมีความเชี่ยวชาญในหลักการทำงานและการดัดแปลงปืนเป็นอย่างดี ทว่าวิทยาการการถลุงโลหะในยุคนี้ยังต่ำต้อยเกินไป ไม่มีทางหลอมท่อเหล็กไร้รอยต่อที่มีความแข็งแกร่งสูงพอจะนำมาทำลำกล้องปืนได้เลย
ส่วนเรื่องการผลิตดินปืน... แคว้นต้าฉีขาดแคลนแร่กำมะถัน ของหายากอย่างพวกลูกระเบิดไฟล้วนถูกนำเข้ามาจากทางดินแดนซีอวี้ (ดินแดนตะวันตก) แม้ในมิติเดิมของเขา ดินปืนจะนับเป็นหนึ่งในสี่สิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ของจีน ทว่าในแคว้นต้าฉี ด้วยความขาดแคลนวัตถุดิบ... ของสิ่งนี้กลับถูกชาวต่างชาติวิจัยค้นพบก่อนเสียนี่ แต่โชคดีที่ดินแดนซีอวี้อยู่ห่างไกลจากจงหยวนมาก ซ้ำยังได้ยินมาว่า 'แคว้นต้าเยว่' ที่เป็นผู้คิดค้นของสิ่งนี้ขึ้นมา ก็มีวิถีชีวิตที่รักสงบ ดินดำน้ำชุ่ม อุดมสมบูรณ์ ชอบแค่ประดิษฐ์ของแปลก ๆ ใหม่ ๆ ไปค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้มีความมักใหญ่ใฝ่สูงคิดจะรุกรานแผ่ขยายอาณาเขต ดังนั้นในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ แม้พวกเขาจะครอบครองเทคโนโลยีการทำดินปืนไว้ แต่ก็ไม่ถือเป็นภัยคุกคามต่อแคว้นต้าฉีแต่อย่างใด
"แม้แต่แม่บ้านที่เก่งกาจ ก็ไม่อาจหุงข้าวได้หากไร้ซึ่งข้าวสารจริง ๆ " หลี่มูทอดถอนใจเปรียบเปรย แม้เขาจะมีความรู้และเทคโนโลยีจากยุคหลังติดตัวมา ทว่าภายใต้สภาพแวดล้อมของแคว้นต้าฉีเช่นนี้ เขาก็ทำได้เพียงสอนทักษะการต่อสู้ให้เหล่าทหาร และสร้างธนูหรือหน้าไม้ชั้นยอดขึ้นมาเท่านั้น จนถึงปัจจุบัน หากพูดถึงเรื่องยุทโธปกรณ์ ทหารใต้บังคับบัญชาของหลี่มูก็ไม่น้อยหน้ากองทัพใดในโลกหล้าอย่างแน่นอน
ทหารทั้งกองพลพันสี่ร้อยกว่านาย ไม่ว่าจะเป็นนายกองร้อยหรือทหารเลว ทุกคนล้วนสวมใส่เกราะเหล็กและหมวกเกราะ อาวุธหลักที่ใช้คือดาบยาวและหอกยาว ในยุคสมัยนี้ เครื่องเหล็กมีราคาแพงหูฉี่ แค่ตีเกราะเหล็กธรรมดา ๆ สักชุด ก็ต้องใช้เงินเป็นสิบกว่าตำลึง เทียบเท่ากับผลผลิตจากที่นาสิบหมู่ตลอดสองสามปีเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาในภายหลังอีกนะ ส่วนอาวุธอย่างหอกยาว ดาบศึก และลูกธนู ต้นทุนการผลิตก็ยิ่งสูงลิ่วจนน่าตกใจ
ยามนี้ในหมู่บ้านที่ภูเขาต้าหลง ต่อให้แต่ละเดือนจะไม่ได้ก่อสร้างป้อมปราการขนาดใหญ่อะไร แต่ลำพังแค่ค่าอาหารการกินและของใช้สิ้นเปลืองในแต่ละวัน ก็เป็นตัวเลขที่มหาศาลแล้ว ทว่าครอบครัวของทหารในหมู่บ้านก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ งานจุกจิก อย่างการทำความสะอาดและจัดระเบียบ ล้วนตกเป็นหน้าที่ของพวกเขาทั้งสิ้น ในเมืองแห่งนี้ ไม่มีใครเป็นคนว่างงานที่คอยกินล้างกินผลาญ นั่งรอรับการเลี้ยงดูจากคนอื่นอย่างหน้าไม่อาย ความยากจนข้นแค้น ได้หล่อหลอมให้พวกเขาเป็นคนขยันขันแข็งเป็นพิเศษ พวกครอบครัวต่างก็รู้ดีว่าลูกชายหรือสามีของตนเป็นทหารใต้สังกัดหลี่มู ย่อมไม่มีใครอยากทำให้เสาหลักของบ้านต้องอับอายขายหน้า จึงไม่มีใครกล้าอู้หรือขี้เกียจในการทำงานเลย แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ใจคนกลับเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
"หากต้องการผลิตอาวุธปืนจำนวนมาก ดูเหมือนจะต้องรอให้มีโอกาสได้ทำการค้ากับพวกซีอวี้ในวันหน้าเสียแล้ว" หลี่มูสลัดความคิดวุ่นวายในหัวออกไปจนหมด จากนั้นก็นำน้ำมันมาทาตรงบริเวณนกสับของปืนคาบศิลาอย่างทะนุถนอม แล้วจึงเก็บมันซ่อนไว้ในอกเสื้อตามเดิม
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตกบ่ายอีกวัน ก่อนที่พลบค่ำจะมาเยือน ทีมล่าสัตว์ก็ขนสัตว์ป่าเป็น ๆ กลับมาให้หลี่มูอีกหลายสิบตัว ทว่าครั้งนี้กลับไม่มีสัตว์ร้ายอย่างพวกเสือดาวหรือหมีเลย ตัวที่ดุร้ายและมีขนาดใหญ่ที่สุดก็เป็นเพียงหมูป่าตัวผู้ที่โตเต็มวัยเท่านั้น
แม้ชาวบ้านจะเล่าขานกันว่าหมูป่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมาก จนมีคำกล่าวที่ว่า "หนึ่งหมูป่า สองหมี สามเสือ" ทว่าอันที่จริงแล้ว การจัดอันดับนี้ไม่ได้วัดจากพลังการต่อสู้ แต่วัดจากระดับความเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ต่างหาก เสือและหมีมักจะซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก โดยปกติแล้วจะไม่เข้าไปในหมู่บ้านที่มีคนอาศัยอยู่ และต่อให้บังเอิญเจอพวกมันในป่า โอกาสที่มันจะพุ่งเข้ามาทำร้ายคนก็มีน้อยมาก แต่หมูป่าไม่เหมือนกัน ไอ้สัตว์ชนิดนี้มันสมองทึบ มักจะพาครอบครัวลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตรในหมู่บ้านอยู่บ่อย ๆ และเมื่อไหร่ที่มันเจอคน มันก็จะพุ่งเข้ามากัดและขวิดทันที หลายปีมานี้ จำนวนชาวบ้านที่บาดเจ็บล้มตายเพราะคมเขี้ยวหมูป่ามีมากกว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกรงเล็บเสือหรือหมีเสียอีก ดังนั้นมันจึงถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ
หลี่มูเคยล่าหมูป่ามาก่อน ทว่ามันดร็อปแค่กล่องสมบัติระดับทองแดงเท่านั้น ยามนี้ เขากระชับหอกยาวในมือ เล็งไปที่จุดตายแล้วแทงฉึกเข้าไป ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนของสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุ เพียงไม่นาน อ่างไม้ที่วางรองไว้บนพื้นก็เต็มไปด้วยเลือดหมูจนล้น ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แม้หลี่มูจะไม่ขัดสนเรื่องอาหารการกิน แต่เขาก็ไม่ยอมทิ้งขว้างให้เสียของ เลือดหมูเป็นของดี แค่เติมเกลือและเครื่องเทศลงไปผสม ปรุงรสอีกสักหน่อย ก็สามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในหม้อไฟได้แล้ว
[ติง ! ได้รับกล่องสมบัติระดับทองแดง 1 กล่อง ! ]
เมื่อหมูป่าสิ้นใจ เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะก็ดังขึ้นทันที ไม่ต่างจากที่หลี่มูคาดการณ์ไว้ เจ้านี่ดร็อปแค่ระดับทองแดงเท่านั้น เขาหันไปมองเหยื่อตัวอื่น ๆ ต่อ กวางป่า, เก้ง, จิ้งจอก... สิบกว่าตัวนี้ล้วนเป็นสัตว์ป่าที่ค่อนข้างอ่อนแอ คาดว่าต่อให้ฆ่าจนหมดก็คงไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรโผล่มาหรอก
หลี่มูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ช่วงเช้าเพิ่งจะเปิดฤกษ์ได้อย่างสวยงาม ทว่าพอตกบ่ายผลประกอบการกลับตกลงอย่างเห็นได้ชัด หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป... เกรงว่าการจะหากล่องสมบัติระดับทองคำให้ได้ยี่สิบกล่องภายในสองเดือนคงเป็นไปได้ยาก
"สัตว์ป่าพวกนี้... ฆ่าครึ่งหนึ่ง เก็บไว้ครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน ! " หลี่มูครุ่นคิดอยู่นาน จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว การล่าสัตว์มันเสียทั้งเวลาและเรี่ยวแรง แม้ยามนี้เขาจะมีเงินจ้างคนมาทำแทนได้ ทว่าในอนาคต หากสัตว์ป่าในภูเขาต้าหลงแห่งนี้ถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปหมด แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ ? สู้เก็บพวกมันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเอามาเลี้ยงเสียยังจะดีกว่า วันหน้าค่อยหาวิธีทำให้พวกมันเพาะพันธุ์ขยายจำนวน ขอเพียงแค่สร้างเป็นฟาร์มปศุสัตว์ เลี้ยงดูพวกมันไปแบบรุ่นสู่รุ่น ต่อให้เขาไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็สามารถเก็บเกี่ยวกล่องสมบัติได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้นแล้ว !