- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 292 ลุงหลาน
ตอนที่ 292 ลุงหลาน
ตอนที่ 292 ลุงหลาน
ตอนที่ 292 ลุงหลาน
"ในเมื่อเจ้าไม่มีอะไรจะพูด ถ้างั้นข้าก็มีเรื่องจะบอกเจ้าแทนก็แล้วกัน ! "
ประโยคนี้หลุดออกจากปาก ต้าจู้ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที รีบเอ่ยเร่งเร้า "พี่หลี่ ข้าร้องขอท่านล่ะ รีบพูดมาเถอะ เช้าตรู่วันนี้พวกท่านเล่นละครอะไรกัน เล่นเอาข้าตกใจจนแทบเป็นบ้าอยู่แล้ว ! "
หลี่มูกระแทกชามสุราลงบนโต๊ะ พ่นลมหายใจที่มีกลิ่นสุราออกมา เอ่ยเสียงขรึม "เมื่อคืนกลางดึก เหมียวเหลาลิ่ว เจ้าหน้าที่จัดซื้อใต้บังคับบัญชาของเจ้า สั่งให้คนไปลอบทำร้ายหลงจู๊ เผาสมุดบัญชีทิ้ง เป็นเหตุให้ท่านลู่และท่านเกาบาดเจ็บสาหัส ส่วนท่านหวง... ถึงแก่ความตาย ! "
สิ้นเสียง ต้าจู้ก็ผุดลุกขึ้นยืนพรวด เบิกตากว้างตวาดลั่น "เป็นไปไม่ได้ ! " ข่าวนี้ราวกับสายฟ้าแลบในวันฟ้าใส ฟาดเปรี้ยงลงมาจนต้าจู้หน้ามืดตาลาย รู้สึกเพียงเสียงวิ้ง ๆ ดังอื้ออึงอยู่ในหู !
เหมียวเหลาลิ่ว... น้าหกของเขา... เขาจะไปมีความกล้าทำเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ?
"ศพของท่านหวงยังตั้งอยู่ที่บ้านหมอยา ในคุกก็มีทหารยามหน้าคลังเงินที่เป็นลูกน้องของเจ้าเป็นพยานยืนยัน" ยามนี้หลี่มูมั่นใจแล้วว่าต้าจู้ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้จริง ๆ เพราะปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนี้ ไม่มีทางเสแสร้งแกล้งทำได้แน่ !
ลมหายใจของต้าจู้เริ่มหอบหนัก ซวนเซถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกเพียงความสับสนวุ่นวายในหัว มีเพียงประโยคเดียวที่ดังก้องสะท้อนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้าหกของเขาฆ่าคนแล้ว ! และคนที่ถูกฆ่า ก็คือหลงจู๊ที่พรรคเฉาปังตั้งใจส่งมาช่วยเหลืองาน !
"ต้าจู้ เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าตั้งแต่ที่น้าชายของเจ้าได้เป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อ เขาแอบอ้างบารมีของเจ้าไปทำเรื่องชั่วช้าลับหลังไปมากเท่าไหร่แล้ว ? " เจียงหู่ที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นเช่นกัน
"เขารายงานบัญชีเท็จ อมเงินทอน ซื้อของห่วย ๆ มาหลอกตา รองเท้าทหารที่ลูกน้องเจ้าใส่แค่ไม่กี่วันก็เป็นรูโหว่ แต่พอเห็นแก่หน้าเจ้าที่เป็นญาติกัน พวกทหารก็ทำได้แค่เก็บความโกรธแค้นไว้ในใจ ต้องควักเงินตัวเองไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ใส่เอง"
"ส่วนพวกที่ไม่มีเงิน ก็ต้องทนใส่รองเท้าขาด ๆ เดินลาดตระเวนเข้าเวร พอโดนลมหนาวพัด นิ้วเท้าแทบจะแข็งจนขาดอยู่แล้ว ! "
เจียงหู่มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับต้าจู้ ทว่ายิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งโกรธแค้นกับเรื่องนี้มากขึ้นเท่านั้น
"ทว่าลูกไม้ของน้าหกเจ้านี่ก็แพรวพราวไม่เบาเชียวนะ ปิดบังเบื้องบนหลอกลวงเบื้องล่างมาตั้งนาน จนป่านนี้ข้าเพิ่งจะระแคะระคาย... ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของข้าเอง" สีหน้าของหลี่มูมืดครึ้มลง "หากไม่ใช่เพราะเกิดเรื่องเมื่อคืนขึ้น แล้วข้าได้สอบสวนเรื่องราวในค่ายทหารอย่างละเอียดอีกครั้ง เกรงว่าจนป่านนี้ก็คงยังไม่รู้ว่าในค่ายของพวกเรามีเหลือบริ้นตัวฉกาจซ่อนอยู่"
ยามนี้เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผากของต้าจู้ แม้ใจลึก ๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความจริง ทว่าหลี่มูกับเจียงหู่มีหรือจะโกหกเขา จู่ ๆ ต้าจู้ก็นึกถึงเรื่องที่เหมียวเหลาลิ่วมาหาเขาที่บ้านเมื่อคืนขึ้นมาได้ อีกฝ่ายหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ปักด้วยดิ้นทองดิ้นเงินมามอบให้หน้าตาเฉย ความใจกว้างในการใช้จ่ายเงินถึงขนาดที่ว่าแม้แต่นายกองร้อยอย่างเขาก็ยังเทียบไม่ติด ซ้ำร้ายเมื่อวานตอนอยู่ที่บ้าน อีกฝ่ายยังพร่ำพรรณนาถึงความรักความผูกพัน สายสัมพันธ์ทางสายเลือด แถมยังบอกอีกว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็มีเขาคอยปกป้องคุ้มครอง... เบาะแสต่าง ๆ ล้วนชี้ชัดเจนไปหมดแล้ว
แขนของต้าจู้สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองหลี่มู ก่อนจะคุกเข่าดังตุ้บลงกับพื้น "เถ้าแก่ ข้า... ข้าขอโทษท่าน ! เดิมทีข้าแค่เห็นว่าเขาทำมาหากินในหมู่บ้านลำบาก เลยให้เขามาช่วยงานในกองทัพเพื่อหาเลี้ยงชีพ คิดไม่ถึงเลยว่าจะก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตให้ท่านขนาดนี้"
"ข้า ข้าละอายใจต่อความไว้วางใจของท่านจริง ๆ ! " พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สองครั้ง
เพียะ !
เจียงหู่ยื่นมือไปคว้าข้อมือเขาไว้ เอ่ยเสียงขรึม "ต้าจู้ มาพูดเอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องคิดก็คือจะจัดการปัญหานี้ยังไง"
"ศพของท่านหวงยังไม่ทันเย็น ท่านลู่กับท่านเกาก็ยังรออยู่ที่บ้านหมอยา รอดูว่าพวกเราจะลงโทษฆาตกรอย่างเด็ดขาดอย่างไร ! "
การเคลื่อนไหวของต้าจู้แข็งค้างไป "เถ้าแก่ เรื่องนี้... ควรจะทำเช่นไรดี ? " ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ เอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก หลี่มูก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร
"ต้าจู้ ทั้งเจ้าและเหมียวเหลาลิ่วต่างก็เป็นคนในกองทัพ ย่อมรู้ดีว่าตามกฎอัยการศึกแล้ว โทษของการฆ่าคนคืออะไร จะไปถามให้พี่หลี่ลำบากใจทำไมกัน ? " สายตาของเจียงหู่จับจ้องไปที่ต้าจู้เขม็ง เอ่ยเน้นทีละคำ "ฆ่าคน ย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
ฆ่าคน ต้องชดใช้ด้วยชีวิต คำนี้หลุดออกจากปาก ต้าจู้ก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างถูกสูบออกไป เขารู้ดีว่าน้าหกของตนทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกตัดหัว ทว่า... นั่นคือน้าชายแท้ ๆ ของเขานะ เป็นน้องชายเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ของแม่เขา !
"พี่หลี่ เรื่องนี้ใช้เงินแก้ปัญหาไม่ได้เลยรึ ? " ต้าจู้พยายามข่มกลั้นความรู้สึกอดสูในใจ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งอ้อนวอน "ข้าสามารถเอาเงินก้อนโตไปชดเชยให้ครอบครัวของท่านหวงได้ ส่วนทางด้านหัวหน้าพรรคฟ่านเหวินปิน... ข้าก็จะหาทางชดเชยให้เขาอย่างสมน้ำสมเนื้อเช่นกัน"
"ข้ารู้ว่าเหมียวเหลาลิ่วทำผิดร้ายแรง ทว่า... เขาเป็นน้าชายแท้ ๆ ของข้า เป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวของมารดาข้าบนโลกใบนี้แล้ว"
ต้าจู้รู้ดีว่าคำขอของเขามันไร้ยางอายสิ้นดี นี่เขากำลังใช้ความผูกพันระหว่างเขากับหลี่มูมาผูกมัดอีกฝ่าย ทว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว !
หลี่มูทำเพียงแค่มองเขาอย่างสงบ ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เอ่ยปาก "ต้าจู้ วันนั้นที่ชุนอี้ฟาง ตอนที่ต่งหยวนตีต้าเหลียนเมียของสือโถวตาย ตอนนั้นเจ้ากับข้ารู้สึกยังไง ? " ต้าจู้ชะงักไป
"ตอนที่มันบอกว่าจะใช้เงินซื้อชีวิตต้าเหลียน เจ้ากับข้ารู้สึกยังไง ? " เหงื่อของต้าจู้ไหลรินราวดับหยาดฝน เขาก้มหน้าลงต่ำ "ตอนนั้นเจ้าเคยบอกข้าว่า เกลียดคนประเภทมันที่สุด..." หลี่มูหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจพลางเอ่ยถาม "แล้วตอนนี้ เจ้าก็อยากจะเป็นแบบต่งหยวนงั้นรึ ? "
ประโยคนี้ ราวกับมีดเล่มคม กรีดลึกลงไปในหัวใจของต้าจู้ เขารีบโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจอย่างสุดซึ้ง "พี่หลี่ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้แล้วว่าควรจะทำยังไง ! " พูดจบ ต้าจู้ก็ผุดลุกขึ้นยืน ก้าวเท้ายาว ๆ เดินออกจากกระโจมบัญชาการไป
"ทหารในค่ายอักษรเฉา (แซ่ของต้าจู้) ยี่สิบนาย ตามข้ามา"
"ไปจับตัวเจ้าหน้าที่จัดซื้อเหมียวเหลาลิ่วมาลงโทษตามกฎอัยการศึก ! "
……
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน เหมียวเหลาลิ่วกับพวกอันธพาลที่ไปลอบทำร้ายลู่จี้ตี้เมื่อคืน กำลังเล่นทอยลูกเต๋ากันอย่างสนุกสนาน ภายในห้องควันยาสูบลอยคลุ้ง เบื้องหน้าของแต่ละคนมีกองเงินก้อนเล็ก ๆ และเหรียญทองแดงวางอยู่ ทุกคนทอยลูกเต๋ากันอย่างเมามัน อารมณ์พลุ่งพล่านตื่นเต้นถึงขีดสุด เพียงไม่นาน เงินตรงหน้าของเหมียวเหลาลิ่วก็เสียพนันจนหมดเกลี้ยง ทว่าเขากลับทำท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ ควักก้อนเงินสองสามก้อนออกมาจากอกเสื้ออย่างลวก ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็ทำตาโตด้วยความอิจฉา พากันเอ่ยประจบประแจงทันที
"พี่หกเหมียวช่างร่ำรวยจริง ๆ เงินที่ควักออกมาเล่น ๆ ก้อนนี้ ก็พอ ๆ กับค่าใช้จ่ายทั้งปีของพวกเราเลยนะเนี่ย ! "
"พูดเป็นเล่นไป... พี่หกเหมียวเป็นใครกันล่ะ ? นั่นน่ะเจ้าหน้าที่จัดซื้อประจำค่ายทหารเลยนะ ตำแหน่งทองคำชัด ๆ ! "
"เฮ้อ ข้าล่ะอิจฉาที่มีหลานชายดี ๆ แบบนี้จังโว้ย ! ทำไมข้าถึงไม่มีวาสนาแบบนี้บ้างวะ ? "
เมื่อได้ยินคำพูดประจบประแจง แฝงความอิจฉาริษยาและประชดประชันของทุกคน ความพึงพอใจในตัวเองของเหมียวเหลาลิ่วก็พุ่งสูงปรี๊ด เขาเหลือบตามอง ค่อย ๆ พ่นควันยาสูบออกมาพลางเอ่ย "พวกเจ้าแค่ตั้งใจทำงานตามที่ข้าสั่ง วันหน้าถ้าข้าได้กินเนื้อ พวกเจ้าก็ได้ซดน้ำแกงแน่นอน"
"พี่เหมียวจงเจริญ ! "
พวกอันธพาลพากันโห่ร้องยินดีและประจบประแจงอีกระลอก ในตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์ปิดหน้าที่เป็นคนลงมือเมื่อคืนก็เอ่ยถามเสียงเบา "พี่หกเหมียว เมื่อคืนตอนที่พวกเราลงมือ เหมือนจะกะแรงพลาดไปหน่อย ตีตาแก่คนนึงซะจนลุกไม่ขึ้นเลย..."
"ถ้าค่ายทหารตามสืบเรื่องนี้ พวกเราจะโดนจับติดคุกไหม ? "
แม้เมื่อคืนชายฉกรรจ์ผู้นี้จะดุดันโหดเหี้ยมมาก ทว่าในใจก็แอบหวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย คนพวกนี้ล้วนเป็นพวกนักเลงหัวไม้ที่เหมียวเหลาลิ่วไปหาตัวมาจากข้างนอก ว่ากันตามตรงแล้วไม่มีสิทธิ์เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ทั้งทหารและไม่ใช่ครอบครัวทหาร หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา... พวกเขาย่อมกลัวที่จะถูกลงโทษเช่นกัน
"วางใจเถอะ" เหมียวเหลาลิ่วตบหน้าอก รับปากด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "อย่าว่าแต่ตีจนลุกไม่ขึ้นเลย ต่อให้ตีจนตายแล้วจะทำไม ? "
"หลานชายข้าเป็นถึงพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เชียวนะโว้ย มีข้าคุ้มครองพวกเจ้าอยู่ รับรองว่าปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน"
เมื่อได้ยินคำยืนยันอย่างหนักแน่นของเขา คนอื่น ๆ ถึงได้คลายความกังวลใจลง พวกเขาเริ่มเขย่าลูกเต๋ากันอีกครั้ง และในขณะที่บรรยากาศกำลังสนุกสนานดุเดือดถึงขีดสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังมาจากหน้าประตู
ปัง ! เสียงกระแทกดังสนั่น ประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง
ภายในห้อง เหมียวเหลาลิ่วกับพวกอันธพาลต่างสะดุ้งตกใจหันไปมอง เห็นเพียงทหารหลายนายถือดาบชักกระบี่ บุกเข้ามาในห้องด้วยท่าทีดุดันน่าเกรงขาม โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็พุ่งเข้ามากดพวกเขาทั้งหมดลงกับพื้น !
"พวกเจ้าทำอะไรวะ ? " เหมียวเหลาลิ่วดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง "ข้าเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อของค่ายทหารนะโว้ย ไอ้พวกทหารเลวอย่างพวกเจ้ากล้ามาจับข้า คิดจะก่อกบฏรึไง ? "
อันธพาลคนอื่น ๆ ก็พยายามขัดขืนอย่างเต็มที่ ทว่าวินาทีต่อมา ก็ถูกพวกทหารประเคนหมัดเท้าเข้าใส่หน้าอย่างไม่ปรานี !
รองเท้าหลายคู่เตะอัดเข้าที่ใบหน้าของพวกมันอย่างจัง ชั่วพริบตา พวกอันธพาลก็ถูกเตะจนเลือดกลบปากกลบจมูก หน้ามืดตาลายไปตาม ๆ กัน
"เจ้าหน้าที่จัดซื้อ เหมียวเหลาลิ่วรึ ? พวกข้าก็มาจับเจ้านี่แหละ ! " พวกทหารมองดูเหมียวเหลาลิ่วที่ถูกกดหัวติดพื้น ดิ้นกระแด่ว ๆ ราวกับหนอนแมลง แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ตอนที่เจ้าวางอำนาจบาตรใหญ่ในค่ายทหาร เจ้าเคยคิดบ้างไหมล่ะว่าจะมีวันนี้ ? "
ใจของเหมียวเหลาลิ่วหล่นวูบ ตนเองอุตส่าห์เผยฐานะออกมาแล้ว อีกฝ่ายกลับบอกว่าตั้งใจมาจับตนโดยเฉพาะ...
"หลานชายข้าคือท่านนายกองร้อยเฉาต้าจู้ เรื่องนี้ต้องเป็นการเข้าใจผิดกันแน่ ๆ "
เมื่อเห็นท่าไม่ดี เหมียวเหลาลิ่วก็เปลี่ยนมาปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงทันที
"น้องชาย รบกวนพวกเจ้าไปแจ้งเขาที ให้เขารีบมาช่วยข้าหน่อย"
พอได้ยินประโยคนี้ ทหารทุกคนในห้องต่างก็มองเขาด้วยสายตาที่ราวกับมองคนโง่เง่าเต่าตุ่น
เหมียวเหลาลิ่วก็ยังคงเร่งเร้าไม่เลิก
"ประหยัดน้ำลายไว้เถอะ ! หรือว่าเจ้าจำไม่ได้ว่าพวกข้าคือทหารของท่านนายกองร้อยเฉางั้นรึ ? " ทหารผู้เป็นหัวหน้าแค่นเสียงหัวเราะ ใช้ปลายดาบชี้ไปที่สัญลักษณ์บนหน้าอกของตน
"คำสั่งให้มาจับเจ้า ก็คือคำสั่งโดยตรงจากท่านนายกองร้อยของพวกข้านี่แหละ ! "
เหมียวเหลาลิ่วได้ยินดังนั้น ม่านตาก็หดเกร็งทันที
"ต้าจู้สั่งจับข้า ? เป็นไปไม่ได้ พวกเจ้าต้องโกหกข้าแน่ ๆ ! "
"หลานชายข้าเป็นคนกตัญญูที่สุด เขาจะสั่งจับน้าชายแท้ ๆ ของตัวเองได้ยังไง..."
ตึก ตึก ! เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้น เหมียวเหลาลิ่วพยายามเงยหน้ามองไปที่ประตู เห็นเพียงต้าจู้ก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามา ในมือยังคงกำดาบเหล็กเอาไว้แน่น
"ต้าจู้ เจ้ามาก็ดีแล้ว เร็วเข้า สั่งให้ทหารพวกนี้ปล่อยข้าที..." เหมียวเหลาลิ่วถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบเอ่ยเร่งเร้า "ในโลกนี้มีที่ไหนหลานชายสั่งจับน้าชาย ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คนอื่นเขาไม่หัวเราะเยาะกันจนฟันหักรึไง ? "
"เหมียวเหลาลิ่ว ! " จู่ ๆ ต้าจู้ก็แผดเสียงตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงดังราวกับฟ้าร้อง ขัดจังหวะคำบ่นพึมพำขอความช่วยเหลือของอีกฝ่ายอย่างดุดัน
"ที่นี่ไม่มีลุงไม่มีหลาน มีแต่ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา เจ้าทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกตัดหัว วันนี้ข้ามาจับตัวเจ้าไปรับโทษ และจะประหารชีวิตประจานให้ทุกคนได้เห็น ! "