- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 293 การสำเร็จโทษ
ตอนที่ 293 การสำเร็จโทษ
ตอนที่ 293 การสำเร็จโทษ
ตอนที่ 293 การสำเร็จโทษ
สีหน้าของเหมียวเหลาลิ่วแข็งค้างไป วินาทีนี้ เขาราวกับสงสัยว่าหูของตนเองมีปัญหา นิ่งเงียบไปนานนับอึดใจ ในที่สุดเขาก็แผดเสียงแหลมสูงราวกับถูกเหยียบหาง
"เฉาต้าจู้ ไอ้ลูกเต่าเนรคุณ ! เจ้าจะจับน้าเจ้าไปตัดหัวจริง ๆ งั้นรึ ? นี่มันความผิดฐานอกตัญญูเชียวนะโว้ย ! "
"วันหน้าถ้าเจ้าตกนรกไป ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะมีหน้าไปพบปะบรรพบุรุษฝั่งแม่ของเจ้าได้ยังไง ! "
ก่อนหน้านี้ต้าจู้พยายามระงับอารมณ์ของตนเองอย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อได้ยินคำด่าทอฉอด ๆ ของเหมียวเหลาลิ่ว ไฟโทสะ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความละอายใจ และความเคียดแค้นก็พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกัน เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว กระแทกทหารคนอื่น ๆ ออกไป แล้วยื่นมือคว้าคอเสื้อของเหมียวเหลาลิ่ว กระชากขึ้นมาอัดกระแทกกับกำแพง ตวาดลั่น
"น้า ? อย่างเจ้ายังคู่ควรเป็นน้าข้าอีกรึ ? "
"ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านไหนเขาไม่เป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน พยายามหาทางช่วยให้ลูกหลานลำบากน้อยลง ทว่าเจ้าล่ะ ? "
"ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในค่ายทหาร เจ้าก็เอาชื่อข้าไปแอบอ้างปิดบังเบื้องบนหลอกลวงเบื้องล่าง อมเงินทอนค่าเสบียงทหาร สุดท้ายคนที่ต้องแบกรับคำด่าทอก็คือข้า..."
"ทว่าถ้ามันเป็นแค่เรื่องเงินทองก็แล้วไปเถอะ แต่เจ้าถึงขนาดกล้าฆ่าคน ! "
เส้นเลือดดำตรงขมับของต้าจู้ปูดโปน "ท่านหวงควรจะได้เกษียณไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข แต่พอรู้ว่าพวกเราต้องการความช่วยเหลือ หัวหน้าพรรคฟ่านก็ส่งเขามาทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่ตอนนี้เขาตายแล้ว เจ้าจะให้พวกข้ามีหน้าไปพบหัวหน้าพรรคฟ่านได้ยังไง ? "
ภายในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงตะคอกอันเดือดดาลของเขาที่ดังก้องสะท้อนไปมา เมื่อเห็นสภาพของหลานชายในยามนี้ เหมียวเหลาลิ่วก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงลงไปแล้วจริง ๆ ความหวาดกลัวสุดขีดก่อตัวขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ และลุกลามไปทั่วทุกอณูขุมขนอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง น้ำเสียงเริ่มแฝงไปด้วยความสะอึกสะอื้น "ข้า... ข้าก็ไม่คิดว่าผลลัพธ์มันจะรุนแรงขนาดนี้นี่นา ข้าแค่อยากจะทำลายสมุดบัญชี ไม่ให้พวกมันตรวจสอบต่อได้ก็แค่นั้น"
"ใช่แล้ว พวกมันเป็นคนฆ่า ข้าไม่ได้ฆ่า ! "
เหมียวเหลาลิ่วราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ เขาชี้ไปที่พวกอันธพาลที่ถูกจับกดอยู่กับพื้นพลางเอ่ย "ถ้าจะตัดหัว ก็ไปตัดหัวพวกมันสิ"
พอพวกอันธพาลได้ยินดังนั้น ก็พากันด่ากราดทันที "เหมียวเหลาลิ่ว ไอ้เดรัจฉาน ถ้าเจ้าไม่สั่ง พวกข้าจะไปฆ่าคนไหม ? " .
"เมื่อคืนเจ้าเพิ่งจะพูดปาว ๆ ว่าเจ้าจะรับผิดชอบเองทุกอย่าง ให้พวกข้าลงมือได้เต็มที่ ! "
"ไอ้คนกลับกลอก ! "
เมื่อความตายมาเยือน ความผูกพันที่เคยมีเมื่อครู่ก็ราวกับมลายหายไปในพริบตา ทั้งสองฝ่ายต่างเริ่มด่าทอและผลักไสความรับผิดชอบให้กันและกัน
เมื่อเห็นภาพสุนัขกัดกันเองนี้ ต้าจู้ก็ราวกับหมดสิ้นซึ่งความอดทน เขาปล่อยมือจากเหมียวเหลาลิ่วอย่างหมดอาลัยตายอยาก แค่นเสียงหัวเราะขื่น "นี่เจ้าคิดว่าไม่ได้ลงมือเอง แล้วจะรอดตัวไปได้งั้นรึ ? "
"บอกให้รู้ไว้เลยนะ ตามกฎอัยการศึกแล้ว พวกเจ้าทุกคนก็ต้องโดนดาบบั่นคอเหมือนกันหมดนั่นแหละ ! "
พอเหมียวเหลาลิ่วได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกแข้งขาอ่อนแรง ต่อให้พิงกำแพงอยู่ก็ยังยืนไม่อยู่ เขาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดังตุ้บ จากนั้นก็กอดขาต้าจู้ไว้แน่น ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก อ้อนวอนว่า "ต้าจู้ เจ้าช่วยพูดขอร้องแทนข้าหน่อยเถอะ เจ้าติดตามหลี่มูมาตั้งนาน เขาจะไม่ไว้หน้าเจ้าสักนิดเลยเชียวรึ ? "
"ก็แค่คนนอกตายไปคนเดียว เจ้าถึงกับจะฆ่าน้าแท้ ๆ ของเจ้าเลยรึ ? "
"ปล่อยข้า ! " ต้าจู้ตวาดลั่น
"ข้าไม่ปล่อย ! " เหมียวเหลาลิ่วเกาะหนึบราวกับปลิงดูดเลือด ร้องห่มร้องไห้ "ถ้าข้าตายไป แม่เจ้าจะทนรับไหวรึ ? นางอายุตั้งป่านนั้นแล้ว เกรงว่าคงจะรับไม่ไหวแน่ ถ้าเกิดนางเป็นอะไรขึ้นมา บาปกรรมนี้ก็จะตกอยู่ที่เจ้านะ"
ต้าจู้เป็นคนกตัญญู เรื่องนี้หลายคนในค่ายทหารต่างก็รู้ดี และเหมียวเหลาลิ่วก็ใช้จุดนี้มาเป็นช่องทางในการโจมตี
"ถ้าเจ้าไม่รนหาที่ตายเอง ก็คงไม่เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้หรอก ถ้าแม่ข้าจะเป็นอะไรไปเพราะเรื่องของเจ้า นั่นก็เป็นบาปกรรมของเจ้า ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า" ต้าจู้หลับตาลงแน่น พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด เรื่องนี้เขาคิดตกมาตั้งนานแล้ว แม้ผู้เป็นแม่จะรักและตามใจน้องชายคนนี้มาก ทว่าต้าจู้ก็ไม่สามารถทำตามใจแม่เพียงอย่างเดียว จนทำให้กฎอัยการศึกของค่ายทหารกลายเป็นแค่เศษกระดาษ และบีบให้หลี่มูต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากได้
"ต้าจู้ ข้าขอร้องล่ะ..." เหมียวเหลาลิ่วยังอยากจะพูดอะไรอีก
"เจ้าช่วยทำตัวให้สมกับเป็นลูกผู้ชาย ลุกขึ้นมายืดอกรับผิดชอบความผิดของตัวเองหน่อยได้ไหม ! " ต้าจู้เอ่ยแทรกคำวิงวอนของอีกฝ่ายด้วยความรำคาญใจสุดขีด
"ตั้งแต่เล็กจนโต เจ้าก็เอาแต่หลบอยู่หลังแม่ข้า พอเจอเรื่องอะไรก็เอาแต่ซุกหัวหนี โยนความผิดให้คนอื่นรับเคราะห์แทน"
"ตอนนี้กำลังจะตายอยู่แล้ว เจ้ายังทำตัวให้สมกับเป็นลูกผู้ชายตอนขึ้นลานประหารไม่ได้งั้นรึ ? "
ใบหน้าของเหมียวเหลาลิ่วซีดเผือด ถูกด่าจนพูดไม่ออก ทว่าสองมือยังคงกอดขาของต้าจู้ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อเห็นดังนั้น ต้าจู้ก็หมดความอดทน เขาสั่งให้ทหารซ้ายขวาเข้ามาดึงตัวน้าชายออกไป จากนั้นก็มัดตัวเหมียวเหลาลิ่วและพวกอันธพาลเหล่านั้น คุมตัวมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารหลัก
……
ณ ลานฝึกซ้อมของค่ายทหาร ยามนี้ ทหารหลายร้อยนายถือหอกยืนตั้งแถวเรียงราย กลิ่นอายดุดันน่าเกรงขาม หลี่มูยืนอยู่หน้าสุด ด้านข้างมีเก้าอี้ไท่ซือสองตัว ซึ่งท่านลู่และท่านเกานั่งอยู่ ส่วนด้านหลังของพวกเขาคือเตียงไม้ ศพของท่านหวงที่จากไปแล้ว ถูกนำมาวางไว้ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อมองไปแต่ไกล ทุกคนก็เห็นต้าจู้นำทหารคุมตัวนักโทษเดินเข้ามา
"ท่านแม่ทัพ ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุลอบโจมตีเมื่อคืนถูกคุมตัวมาแล้ว รวมเจ็ดคน ขอท่านได้โปรดตรวจสอบยืนยันตัวตนด้วยขอรับ ! " ต้าจู้เดินเข้ามาใกล้ ประสานมือคารวะหลี่มู จากนั้นก็สั่งให้คนคุมตัวเหมียวเหลาลิ่วและพวกขึ้นมา
เมื่อมาถึงลานฝึกซ้อม ขาของคนพวกนี้ก็อ่อนปวกเปียกเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวไปหมดแล้ว จะบอกว่าคุมตัวมาก็คงไม่ถูกนัก น่าจะเรียกว่าลากตัวมาเสียมากกว่า พร้อมกับเสียงตุ้บรัวๆ นักโทษทั้งเจ็ดถูกโยนลงตรงหน้าท่านลู่และท่านเกา
"ผู้อาวุโสทั้งสอง พวกท่านช่วยดูให้ที ว่าพวกอันธพาลเมื่อคืนคือคนพวกนี้หรือไม่ ? " หลี่มูเบี่ยงตัวหลบให้คนทั้งสองเข้ามาดูใกล้ ๆ เมื่อคืนท่านลู่และท่านเกาถูกซ้อมเสียจนน่วม ผนวกกับอีกฝ่ายปิดหน้าปิดตา การมองเห็นจึงถูกจำกัด ดังนั้นชั่วขณะหนึ่งจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าใช่พวกนี้หรือไม่
ทว่าพอหลี่มูสั่งให้คนพวกนี้ปริปากพูดออกมาสองสามประโยค ชายชราทั้งสองก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันทันที "ไม่ผิดแน่ เป็นพวกมันนี่แหละ ! "
ส่วนเหมียวเหลาลิ่วนั้น... เมื่อคืนพวกเขาเจอกันมาแล้ว ยามนี้มองปราดเดียวก็จำได้แม่นยำ ไม่ต้องพิจารณาให้มากความ
"ดี ในเมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมอ่านประกาศความผิด และเตรียมการลงทัณฑ์" หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ต้าจู้รับคำสั่ง ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เอ่ยเสียงหนักแน่น "เหมียวเหลาลิ่ว เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ยักยอกทรัพย์สินของกองทัพ ปิดบังเบื้องบนหลอกลวงเบื้องล่าง เมื่อคืนพยายามติดสินบนหลงจู๊แต่ไม่สำเร็จ จึงคิดจะทำลายหลักฐาน สั่งการให้ลูกน้องลอบทำร้าย จนเป็นเหตุให้ท่านหวงซงถึงแก่ความตาย"
"ตามกฎอัยการศึก ต้องโทษประหารด้วยการตัดหัว ! "
"หลิวโก่วจื่อ, เฉินผิง... และพวกรวมหกคน บุกรุกค่ายทหารยามวิกาล สังหารหลงจู๊จนถึงแก่ความตาย ตามกฎอัยการศึก ต้องโทษประหารด้วยการสับบั้นเอว (ตัดกลางลำตัว) ! "
เมื่อสิ้นเสียงประกาศคำตัดสิน เป้ากางเกงของเหมียวเหลาลิ่วก็เปียกชุ่มไปด้วยปัสสาวะ เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตนเองจะต้องมาตายแบบนี้ หลานชายคนโตที่เคารพเชื่อฟังตนเองมาตลอด ถึงกับกล้าฆ่าเขาเพื่อคนนอกจริง ๆ !
"เฉาต้าจู้ เจ้ามันไม่ใช่คน... เจ้ามันไอ้เดรัจฉาน เพื่อประจบสอพลอหลี่มู เจ้าถึงกับกล้าฆ่าน้าตัวเองได้ลงคอ..." จนถึงยามนี้ เหมียวเหลาลิ่วก็ยังไม่เลิกปากดี จ้องมองหลานชายด้วยสายตาเคียดแค้น สาปแช่งไม่หยุด "เจ้าคอยดูเถอะ จะต้องมีคนเอาเรื่องของเจ้าไปป่าวประกาศให้ทั่วสิบลี้แปดลี้ เจ้าก็รอรับชื่อเสียงเหม็นโฉ่ไปชั่วลูกชั่วหลานเถอะ ! "
ยามนี้ต้าจู้ไม่มีความอดทนที่จะไปอธิบายหรือเถียงอะไรกับเหมียวเหลาลิ่วอีกแล้ว สำหรับคนประเภทที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลแบบนี้ ทุกสิ่งบนโลกล้วนมีแต่คนอื่นที่ทำผิดต่อเขา ส่วนตัวเองไม่เคยผิดเลยแม้แต่น้อย
"ลงทัณฑ์ ! "
พร้อมกับเสียงตะโกนก้อง ทหารด้านข้างก็ยื่นดาบเล่มใหญ่ด้ามหนามาให้
ต้าจู้กำลังจะยื่นมือไปรับ เจียงหู่ก็เดินเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงเบา "ข้าจัดการเอง ! "
การต้องลงมือประหารคนในครอบครัวด้วยตัวเอง ต่อให้อีกฝ่ายจะมีความผิด มันก็เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากยิ่งนัก ต้าจู้ได้ยินก็พยักหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ
เจียงหู่รับดาบเล่มใหญ่ ก้าวเท้ายาว ๆ ไปยืนอยู่หน้าแถว ใช้เท้าเหยียบหัวเหมียวเหลาลิ่ว เล็งไปยังรอยต่อกระดูกตรงท้ายทอย แล้วฟันฉับลงไป
"เฉาต้าจู้ เจ้าบอกว่าจะปกป้องข้า เจ้ามันคนไร้สัจจะ ต่อให้ข้าเป็นผีก็จะไม่ละเว้นเจ้า..." เหมียวเหลาลิ่วแผดเสียงร้องแหลม ทว่าเสียงร้องนั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงคมดาบทะลวงเนื้อและกระดูกแตกหักอย่างรวดเร็ว !
ศีรษะมนุษย์กลิ้งหลุน ๆ ลงกับพื้น เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูด !
เมื่อเห็นภาพนั้น อันธพาลคนอื่นๆ ก็ตกใจกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ขี้เยี่ยวราดเต็มกางเกง พวกมันร้องโหยหวนขอความเมตตาสุดชีวิต หวังว่าจะได้อยู่เป็นแรงงานหรือทาสในกองทัพเพื่อไถ่โทษ ทว่าสิ่งที่ตอบรับพวกมันกลับมีเพียงดาบยักษ์อันไร้ความปรานีในมือเจียงหู่เท่านั้น
ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ ! เสียงกระดูกและเนื้อถูกฟันขาดผสมผสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวน เกิดเป็นท่วงทำนองอันแสนทารุณขึ้นบนลานฝึกซ้อม บนลานฝึกซ้อม มีศพที่ถูกฟันขาดวิ่นเพิ่มขึ้นมาอีกเจ็ดศพ เลือดไหลเจิ่งนองเต็มพื้น
หลังจากท่านลู่และท่านเกาดูการประหารเสร็จสิ้น ก็ถอนหายใจยาว ค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปที่ศพของหวงซง กระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเขาเบา ๆ คล้ายกับกำลังบอกกล่าวสหายเก่าว่าฆาตกรที่ฆ่าเขาได้ถูกลงทัณฑ์แล้ว ขอให้เขาหลับให้สบายและเดินทางไปสู่สุคติเถิด แม้จะเพิ่งประหารคนไปถึงเจ็ดคน ทว่าเหล่าทหารบนลานฝึกซ้อมก็ยังไม่แยกย้ายกันไปไหน
หลี่มูก้าวมาข้างหน้า กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น "การประหารบนลานฝึกซ้อมในวันนี้ ก็เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้เห็นถึงกฎระเบียบและบทลงโทษ ! "
"ข้ารู้ดีว่าในกองทัพนี้อาจจะยังมีคนแบบเหมียวเหลาลิ่วอยู่อีก แต่ข้าขอบอกพวกเจ้าไว้เลยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากข้าสืบรู้และจับได้ เจอหนึ่งคนก็ฆ่าหนึ่งคน"
"ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นญาติของใคร หรือเป็นเพื่อนของใคร ขอเพียงกล้าแหกกฎอัยการศึก ก็ไม่มีข้อยกเว้นให้ทั้งสิ้น ! "
ทั่วทั้งลานฝึกซ้อมเงียบกริบราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงของหลี่มูที่ดังก้องสะท้อนไปมา
"ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม ? " หลี่มูตวาดถาม
"ชัดเจนขอรับ ! " เหล่าทหารตอบรับอย่างพร้อมเพรียง เสียงดังกึกก้องทรงพลัง ซ้ำยังแฝงไว้ด้วยความสะใจอย่างยิ่ง วันวานเหมียวเหลาลิ่วผู้นี้เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ในค่ายทหาร ทำให้หลายคนโกรธแค้นแต่ไม่กล้าปริปาก ยามนี้เมื่อหลี่มูจัดการลงดาบประหารด้วยตัวเองต่อหน้าทุกคน นอกจากจะเป็นการแสดงจุดยืนแล้ว ยังช่วยระบายความอัดอั้นตันใจให้เหล่าทหารอีกด้วย
"เก็บกวาดศพพวกมัน แล้วเอาไปโยนทิ้งในป่าให้สัตว์กินซะ" หลี่มูยกมือเรียกเจียงหู่เข้ามาสั่งการ "ส่วนศพของเหมียวเหลาลิ่ว... ปล่อยให้ต้าจู้เป็นคนจัดการก็แล้วกัน ! "