- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 291 สุราแห่งพี่น้อง
ตอนที่ 291 สุราแห่งพี่น้อง
ตอนที่ 291 สุราแห่งพี่น้อง
ตอนที่ 291 สุราแห่งพี่น้อง
เจียงหู่เข้าใจความหมายของเขาดี จึงหันหลังรับคำสั่งแล้วจากไป และเมื่อเกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้น หลี่มูย่อมไม่มีอารมณ์จะนอนหลับอีกต่อไป เขาจึงรีบเดินทางไปยังบ้านหมอยาในหมู่บ้าน เพื่อพบกับท่านลู่และท่านเกาในทันที
เพียงแค่ไม่ได้พบหน้ากันสองสามชั่วยาม ชายชราทั้งสองท่านนี้ก็มีสภาพที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลู่จี้ตี้มีใบหน้าเขียวช้ำไปทั่ว นอนครางโอดโอยอยู่บนเตียงราวกับคนป่วยหนักใกล้ตาย ส่วนเกาหมิงนั้นยิ่งน่าเวทนากว่า ใบหน้าบวมเป่ง ริมฝีปากแตกยับ ฟันแก่ ๆ ในปากก็ถูกต่อยจนหักไปเกินครึ่ง ยามนี้กำลังประคบน้ำแข็งที่ใบหน้าอยู่
เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่มูก็รู้สึกละอายใจอย่างสุดซึ้ง เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง โค้งคำนับให้คนทั้งสองพลางเอ่ย "ผู้อาวุโสทั้งสอง เรื่องในคืนนี้เป็นความบกพร่องของข้าจริง ๆ ที่ทำให้พวกท่านต้องมาเจ็บตัวถึงเพียงนี้ โปรดวางใจเถิด ข้าจะต้องสืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้ง ไม่ว่ามันจะพาดพิงถึงใคร ข้าก็จะลงโทษอย่างเด็ดขาด จะไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอนขอรับ"
เกาหมิงเห็นหลี่มู ก็รีบลุกขึ้นยืน ด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวเสียงอู้อี้ "มาพูดเอาตอนนี้... มันจะมีประโยชน์อะไร ? ท่านหวงถูกพวกมันซ้อมจนตายไปแล้ว ! "
"หลี่มู ท่านแม่ทัพหลี่ ! ตกลงแล้วท่านบริหารกองทัพแบบไหนกันแน่ ? ในสังกัดของท่านถึงได้มีแต่พวกเหลือบริ้นและอันธพาลเช่นนี้ ! "
เมื่อต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของชายชรา หลี่มูทำได้เพียงก้มหน้ารับฟังอย่างอดทน
เกาหมิง หวงซง และลู่จี้ตี้ ทำงานรับใช้พรรคเฉาปังมาทั้งชีวิต เป็นสหายเก่าแก่ที่คบหากันมาหลายสิบปี ยามนี้เมื่อเห็นเพื่อนรักต้องมาตายต่อหน้าต่อตา ความโกรธแค้นในใจย่อมเป็นที่เข้าใจได้
"ท่านแม่ทัพหลี่ ข้าไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความแล้ว ข้าเพียงแต่อยากจะบอกท่านว่า ปัญหาภายในกองทัพของท่านนั้นรุนแรงมาก หากไม่รีบจัดการสะสาง เกรงว่าวันหน้ากองทัพทั้งกองจะต้องถูกพวกเหลือบริ้นสูบเลือดจนล่มสลายเป็นแน่" ลู่จี้ตี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ในหมู่บ้านภูเขาต้าหลงแห่งนี้ พวกเราไม่อยากจะอยู่ต่อแล้ว พรุ่งนี้เช้า ท่านช่วยส่งรถม้านำพวกเรากลับเมืองอันผิงเถิด"
หลี่มูนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะประสานมือคารวะอีกครั้ง "ผู้อาวุโสทั้งสอง โปรดระงับความโกรธลงก่อนเถิด รั้งอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองวันเถิดขอรับ ต่อให้พวกท่านอยากจะไป ก็ควรจะอยู่ดูข้าจัดการสะสางเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นด้วยตาตัวเองเสียก่อน ค่อยจากไปก็ยังไม่สาย"
"ขืนอยู่ต่อ เกรงว่าแม้แต่ชีวิตน้อย ๆ ของพวกเราสองคน... ก็คงจะไม่รอดแล้วล่ะมั้ง" เกาหมิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ น้ำเสียงประชดประชันอย่างเห็นได้ชัด ชายชราผู้นี้มีอารมณ์ร้อนและนิสัยพิลึกพิลั่น
ทว่ายามนี้หลี่มูไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเขา แต่กลับเบนเข็มสนทนาไปยังหวงซงที่จากไปแล้วว่า "ขอผู้อาวุโสทั้งสองโปรดนึกถึงท่านหวงเถิด วิญญาณของท่านบนสวรรค์ ก็คงอยากจะเห็นฆาตกรที่ฆ่าตนเองถูกกระชากหน้ากากและถูกบั่นคอประจานมิใช่หรือขอรับ ? "
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินประโยคนี้ เกาหมิงและลู่จี้ตี้ก็มองหน้ากัน แววตาฉายแววหวั่นไหวออกมา "ตกลง พวกข้าจะยอมเชื่อท่านดูอีกสักครั้ง" เกาหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับ หันมาเอ่ยกับเขาว่า "สามวัน ข้าให้เวลาท่านแค่สามวันเท่านั้น"
"ไม่ต้องนานขนาดนั้นหรอกขอรับ แค่วันเดียวก็พอ" หลี่มูชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "พรุ่งนี้เวลานี้ หากข้าไม่สามารถลงมือสังหารฆาตกรเพื่อล้างแค้นให้ท่านหวงได้ด้วยตัวเอง พวกท่านก็เชิญกลับเมืองอันผิง แล้วด่าทอโคตรเหง้าศักราชข้าให้แหลกลาญได้ตามใจเลย"
หลังจากเกลี้ยกล่อมหลงจู๊ทั้งสองคนได้ชั่วคราว หลี่มูก็ส่งทหารสองสามนายไปคอยคุ้มกันพวกเขาอย่างใกล้ชิด จากนั้นตนเองก็ออกจากบ้านหมอยาเพียงลำพัง กลับไปยังค่ายทหาร
ครึ่งชั่วยามต่อมา เจียงหู่เดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้ามาหาหลี่มู เอ่ยเสียงต่ำ "พี่หลี่ ทหารยามพวกนั้นสารภาพแล้ว"
"ต้าจู้เป็นคนสั่งงั้นรึ ? " หลี่มูเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ ราวกับคาดเดาคำตอบไว้แล้ว "พวกมันบอกว่าเป็นคำสั่งที่น้าหกของต้าจู้เป็นคนมาถ่ายทอด แต่คนที่ออกคำสั่งจริง ๆ คือต้าจู้" เจียงหู่ตอบ
น้าหก ?
หลี่มูค้นหาความทรงจำในหัวอยู่นาน ในที่สุดก็พอจะนึกออกลาง ๆ ตอนที่เพิ่งสร้างหมู่บ้านในภูเขาต้าหลงแรก ๆ น้าหกผู้นี้ก็อาศัยเส้นสายของต้าจู้เข้ามาขอทำงานที่นี่ ทว่าดูเหมือนจะได้รับตำแหน่งเล็ก ๆ เท่านั้น เขาจึงไม่ได้มีความประทับใจอะไรกับคนผู้นี้นัก "ใช่คนที่ชื่อเหมียวเหลาลิ่วหรือเปล่า?" หลี่มูพยายามนึกชื่ออีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยถาม "มันก็แค่หัวหน้ายามเฝ้าประตูไม่ใช่รึ ? "
"ตอนที่หมู่บ้านยังสร้างไม่เสร็จมันเป็นหัวหน้ายามเฝ้าประตู แต่ตอนหลังถูกเลื่อนขั้นให้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อแล้ว... พวกของใช้จุกจิกต่าง ๆ ในกองทัพ ล้วนผ่านมือมันเป็นคนซื้อหามาทั้งสิ้น" เจียงหู่เอ่ยเสียงขรึม
จัดซื้อ !
หลี่มูเบิกตากว้าง เลิกคิ้วขึ้นทันที ผลประโยชน์และความหอมหวานของตำแหน่งนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีมากขนาดไหน เดิมทีเขาคิดว่าต้าจู้เป็นคนลงมือจัดการเรื่องจัดซื้อด้วยตัวเอง จึงพุ่งเป้าความสงสัยไปที่อีกฝ่าย ยามนี้พอได้รับการเตือนสติจากเจียงหู่ เขาถึงได้รู้ว่าใต้บังคับบัญชาของต้าจู้ยังมีเจ้าหน้าที่จัดซื้ออยู่อีกคน
"ส่งคนไปจับตาดูเหมียวเหลาลิ่วเอาไว้ แต่ระวังอย่าให้มันรู้ตัวล่ะ" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ "อีกอย่าง ไปเรียกตัวต้าจู้มาพบข้าเดี๋ยวนี้"
แม้ในใจจะเริ่มสงสัยแล้วว่าเรื่องนี้คงเป็นฝีมือของน้าหกผู้นั้น ทว่าเขาก็ยังต้องการยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง หากสุดท้ายแล้วความจริงพิสูจน์ได้ว่าต้าจู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทุกฝ่ายก็จะแฮปปี้ แต่ถ้าน้าหกผู้นั้นกระทำการโดยมีต้าจู้คอยหนุนหลังจริง ๆ ... หลี่มูก็จะขอถามพี่น้องผู้นี้ด้วยตัวเองสักคำ ว่าตนเองเคยทำอะไรให้เขาไม่พอใจ ถึงได้ทำให้เขากล้าก่อเรื่องเนรคุณและโหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงเพียงนี้ !
……
หลังจากวุ่นวายมาทั้งคืน เวลาล่วงเลยมาจนถึงรุ่งสาง ต้าจู้ที่เพิ่งจะได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านเพียงคืนเดียวเพิ่งจะตื่นนอน ยังไม่ทันได้หุงข้าวปัดกวาดลานบ้านให้มารดา ก็ถูกทหารที่รีบร้อนมาตามตัวเชิญกลับไปยังค่ายทหารเสียแล้ว พอเขาถามไถ่พวกทหารว่าเกิดเรื่องร้อนรนอันใดขึ้น อีกฝ่ายกลับทำท่าทางอึกอักเบี่ยงเบนประเด็น ไม่ยอมตอบคำถามตรง ๆ ท่าทีเช่นนี้ทำเอาต้าจู้ถึงกับงุนงงไปหมด
เขาเดินสะลึมสะลือเข้ามาในกระโจมบัญชาการหลัก ทว่ากลับพบว่าที่หน้าประตูกระโจมมีทหารถือหอกยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ซ้ำยังมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง... ความรู้สึกนั้น ราวกับกำลังมองนักโทษอย่างไรอย่างนั้น !
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ทำไมวันนี้พวกเจ้าทุกคนดูแปลก ๆ ไปหมด ? " ต้าจู้ขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปในกระโจม เห็นเพียงหลี่มูและเจียงหู่นั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีขาแกะย่างและสุราสองไหตั้งอยู่ พอเห็นเขาเดินเข้ามา หลี่มูก็เผยยิ้มกวักมือเรียกอย่างสนิทสนม "ต้าจู้ มานี่สิ นั่งลง ! "
"ท่านแม่ทัพ... ทำไมถึงดื่มสุราแต่เช้าตรู่เลยล่ะ ? " ต้าจู้เห็นดังนั้นก็ชะงักไป เพราะหลี่มูเคยวางกฎห้ามดื่มสุราในกองทัพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดื่มในตอนเช้าตรู่แบบนี้เลย !
"ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพหรอก วันนี้มีแค่พวกเราสามคน เรียกแบบเมื่อก่อนก็พอ..." หลี่มูยกไหสุราขึ้นรินใส่ชามบนโต๊ะจนเต็ม เอ่ยเสียงขรึม "จะเรียกเถ้าแก่ หรือเรียกพี่หลี่ก็ได้ทั้งนั้น"
ต้าจู้เลียริมฝีปาก เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะนั่งลงตามคำสั่ง แม้เขาจะซื่อบื้อและตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ย่อมดูออกว่าบรรยากาศในวันนี้มันแปลกประหลาดเอามาก ๆ หลังจากนั่งลงที่โต๊ะ ต้าจู้ก็แอบชำเลืองมองเจียงหู่ หมายจะขอคำใบ้จากอีกฝ่าย เพื่อจะได้รู้ว่าวันนี้เรียกตัวเขามาด้วยเรื่องอันใดกันแน่
ทว่าเขากลับต้องผิดหวัง เจียงหู่ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรให้เขาสักนิด แม้แต่จะสบตาก็ยังไม่ทำ พี่น้องที่ยามปกติสนิทชิดเชื้อกับตนที่สุดผู้นี้ ยามนี้กลับมีใบหน้าเรียบตึง ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกราวกับรูปปั้นสลักก็มิปาน
"เถ้าแก่... ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเปล่า ? " เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ต้าจู้ก็รู้สึกนั่งไม่ติดเก้าอี้ขึ้นมาทันที รีบอธิบายอย่างลนลาน "ข้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนหัวทึบ เป็นผู้นำทหารมักจะทำเรื่องผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ ถ้าเอาไปเทียบกับพวกเฉินหลิน ค่ายของข้าก็ห่วยแตกที่สุด..."
"เถ้าแก่ ถ้าท่านอยากจะปลดข้าแล้วให้คนอื่นมาเป็นนายกองร้อยแทน ข้าก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ ! "
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น เขาตบไหล่ต้าจู้พลางเอ่ยเสียงดัง "อย่าคิดมากไปเลย พวกเราพี่น้องกันทั้งนั้น จะมาห่างเหินกันไปทำไม เจ้าเป็นนายกองร้อยได้ดีแล้ว ข้าไม่คิดจะเปลี่ยนตัวหรอกน่า"
"แล้วที่ท่านทำแบบนี้มัน..." ต้าจู้เอ่ยถาม
"พวกเราดื่มกันก่อนเถอะ" หลี่มูไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นตรง ๆ ทว่ากลับยกชามสุรายื่นส่งไปให้ "มา ชน ! " ต้าจู้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกชามสุราขึ้นมาชนกับทั้งสองคน แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดชาม สุราชุนอี้ฟางไหลผ่านช่องปาก แปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำร้อนระอุพุ่งผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร เพียงชั่วพริบตา ต้าจู้ก็รู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามร่างกาย ศีรษะเริ่มมึนงงเล็กน้อย
"ต้าจู้ ยังจำคืนที่พวกเราตัดสินเป็นตายกับกองคาราวานอาชาเหล็กได้ไหม ? " หลี่มูเองก็ดื่มไปหนึ่งชาม ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย เขาชี้ไปที่เจียงหู่พลางเอ่ย "ตอนนั้น เจ้าหมอนี่โดนฟันจนเป็นแผลฉกรรจ์นอนขยับไม่ได้อยู่บนเตียง พวกเรามีกันแค่สิบกว่าคน ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือของกองคาราวานอาชาเหล็กตั้งสองสามร้อยคน"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของต้าจู้ เขาพยักหน้าหงึกหงัก "จำได้สิ จำได้แม่นเลยล่ะ คืนนั้นทำเอาข้ากลัวแทบแย่ คิดว่าคงต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นซะแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายพวกเราจะชนะ แถมยังมีชีวิตรอดกลับมาได้ ! "
"ใช่แล้ว" น้ำเสียงของหลี่มูแฝงไว้ด้วยความรำลึกและทอดถอนใจ "ตั้งแต่สู้กับกองคาราวานอาชาเหล็ก พวกเราก็ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด แม้จะไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา แต่ในใจข้า ฐานะของพวกเจ้าน่ะ ไม่ได้ด้อยไปกว่าไฉ่เวยเลยแม้แต่น้อย"
"พี่หลี่ ความดีที่ท่านมีต่อพวกเรา พวกเราจดจำไว้ในใจเสมอ" ต้าจู้ตบหน้าอกรับประกัน
หลี่มูรินสุราให้พวกเขาทั้งสามคนอีกครั้ง แล้วเอ่ยว่า "พี่น้องอย่างพวกเรา หากมีเรื่องลำบากใจอะไรก็ต้องบอกข้านะ ห้ามเก็บไว้คนเดียว หรือไปทำเรื่องโง่ ๆ เด็ดขาด เข้าใจไหม ? "
ต้าจู้ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เขายิ่งรู้สึกว่าวันนี้หลี่มูดูแปลกประหลาดเกินไปแล้ว จึงเอ่ยถาม "พี่หลี่ ท่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่ ? "
"ต้าจู้ ช่วงนี้เจ้ามีปัญหาเรื่องเงินหรือเปล่า ? " หลี่มูไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามเขากลับ
"ข้าไม่มีปัญหานี่..." ต้าจู้มีสีหน้างุนงง แบมือสองข้างออก "ตั้งแต่ข้าได้เป็นนายกองร้อย ข้าก็ได้เบี้ยหวัดเดือนละแปดสิบตำลึง แถมก่อนหน้านี้ที่ท่านตกรางวัลให้อีก ตอนนี้ข้ามีเงินเก็บอยู่ในมือตั้งพันกว่าตำลึง ใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด แล้วจะบอกว่ามีปัญหาเรื่องเงินได้ยังไง ? "
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผนวกกับสีหน้าและท่าทางของต้าจู้ หลี่มูก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยามนี้เขามั่นใจถึงแปดส่วนแล้ว ว่าอีกฝ่ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ !
"ต้าจู้ เจ้าไม่มีเรื่องอะไรอยากจะบอกข้าเลยงั้นรึ ? " หลี่มูกดเสียงต่ำ เอ่ยเบาๆ "ที่นี่มีแค่พวกเราสามคน ไม่ต้องกลัวว่าคนนอกจะได้ยินหรอกน่า"
ต้าจู้ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สีหน้าของเขาดูเหมือนจะพังทลายลงมา ใช้มือขยี้ใบหน้าอย่างแรง เอ่ยว่า "พี่หลี่ เจ้าหู่ วันนี้พวกท่านเป็นอะไรกันไปหมด ? เลิกเล่นทายคำปริศนากับข้าสักทีเถอะ... ข้าไม่รู้เรื่องที่พวกท่านพูดมาเลยจริง ๆ ! "
หลี่มูได้ยินก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกชามสุราในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วเอ่ยว่า "ได้ ในเมื่อเจ้าไม่มีอะไรจะพูด ถ้างั้นข้าก็มีเรื่องจะบอกเจ้าแทนก็แล้วกัน"