เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง

ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง

ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง


ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง

วันนี้เป็นเช่นยามปกติ นอกเหนือจากศิษย์ที่มีฐานะยากจนไม่กี่คน ศิษย์คนอื่นล้วนนำเด็กรับใช้หนังสือหรือบ่าวรับใช้มาด้วย

คุณชายทั้งหลายพบหน้าล้วนกล่าววาจาโอ้อวดเสียงดัง ส่วนเด็กรับใช้หนังสือใช้มือเท้าอย่างชำนาญทำความสะอาดโต๊ะอักษรและเบาะรองนั่งให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงจัดวางพู่กัน หมึก หนังสือ ของคุณชายบนโต๊ะอักษรให้เรียบร้อย

เย่หมิงกำลังนำผ้าขี้ริ้วออกมาเตรียมทำความสะอาดโต๊ะอักษรและวางเครื่องเขียนให้นายน้อยน้อยสวี กลับถูกนายน้อยน้อยสวีใช้มือรั้งไว้

สวีเจ้าอ้วนน้อยใช้ดวงตาเล็กๆ มองดูคุณชายตระกูลเสิ่นที่รอคอยบ่าวรับใช้ปรนนิบัติอยู่ด้านข้างด้วยความดูแคลน กล่าวเสียงดังว่า

“ใน 《หลุนอวี่·หลี่เหริน》 มีคำกล่าวไว้ว่า วิญญูชนพึงวาจาเชื่องช้าทว่าการกระทำว่องไว ตัวคุณชายเช่นข้าย่อมต้องปฏิบัติตามวาจาของท่านขงจื่อ เรียนหนังสือแม้แต่โต๊ะอักษรยังไม่จัดการด้วยตนเอง แล้วจะศึกษาความรู้ให้ดีได้อย่างไร?”

ปากของเขากล่าววาจาโอ่อ่างดงาม แท้จริงแล้วคือเป็นกังวลว่าพี่หมิงจะถูกเจ้าลิงเสิ่นผู้นั้นแย่งชิงไป ดังนั้นจึงรีบแสดงออกให้มาก

เป็นจริงดังคาด เด็กรับใช้หนังสือน้อยของตนมองดูตนเองด้วยความเลื่อมใสยิ่งนัก

“คุณชายเป็นแบบอย่างตลอดกาลของผู้น้อยโดยแท้!”

เมื่อได้ยินวาจาของนายน้อยน้อยสวี ศิษย์บางคนด้านข้างไม่ใส่ใจ ทว่าเสียงกล่าววาจากลับเบาลง

ยังมีศิษย์บางคนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันใด แย่งชิงสิ่งของในมือเด็กรับใช้หนังสือมา เร่งเร้าให้เด็กรับใช้ออกไป

“รีบออกไปเถิด ข้าทำเอง ประเดี๋ยวท่านอาจารย์ก็จะมาแล้ว”

ท่านอาจารย์หวังคล้ายมีกิจธุระ หนึ่งเดือนล้วนไม่สามารถมาบรรยายได้ และผู้ที่มาบรรยายแทนเขาคือท่านอาจารย์จ้าว

ท่านอาจารย์จ้าวเคยสั่งสอนพวกเขา ทุกคนย่อมไม่แปลกหน้า ทั้งยังทราบว่าท่านอาจารย์จ้าวอารมณ์ไม่สู้ดี ศิษย์บางคนในใจรู้สึกหวั่นใจ

ความเร็วของเด็กรับใช้หนังสือและบ่าวรับใช้ทั้งปวงล้วนรวดเร็วขึ้นไม่กี่ส่วน จากนั้นรีบก้าวออกจากประตู

ทว่าพวกเขากลับเห็นเด็กรับใช้หนังสือของคุณชายน้อยสวีผู้นั้น เดิมทีไม่จำเป็นต้องทำงาน ทว่าก็ไม่รีบก้าวออกจากประตู กลับไม่ทราบว่ายกโต๊ะอักษรตัวหนึ่งมาจากที่ใด วางไว้ตรงมุมด้านหลังสุดของห้องเรียน จากนั้นก็นั่งลง

มีเด็กรับใช้หนังสือที่กำลังจะก้าวออกจากประตูหลังหวังดีเตือนว่า

“นี่ รีบออกมา วันนี้เป็นท่านอาจารย์จ้าว เกลียดชังผู้ที่มาแอบฟังที่สุด คราก่อนเด็กรับใช้ตระกูลอู๋มองดูทางนอกหน้าต่างคราหนึ่ง ก็ถูกเขาตีฝ่ามือทั้งยังฟ้องร้องต่อเจ้าบ้าน”

ยังมีบ่าวรับใช้ที่ไม่พอใจเย่หมิงที่ได้รับความโปรดปรานจากคุณชายมานานแล้ว กล่าววาจาประชดประชันว่า

“อย่าได้ตักเตือนเลย ผู้อื่นเป็นถึงเด็กรับใช้หนังสือของคุณชายสวี รู้สึกว่าตนเองสูงส่งกว่าพวกเราขั้นหนึ่ง”

จากนั้นกล่าววาจายิ้มแย้มทว่าใบหน้าไม่ยิ้มต่อว่า

“ยังบังอาจนั่งลงที่นี่ ช่างต้องถูกตีจนสิ้นชีพจึงจะตระหนักถึงสถานะของตนเองได้”

......

เย่หมิงไม่สนใจบ่าวรับใช้ผู้นั้น กลับยิ้มแย้มแสดงความขอบคุณต่อเด็กรับใช้หนังสือที่หวังดีตักเตือนเขา

เด็กรับใช้หนังสือเห็นว่ากล่าววาจาไม่เข้าใจกำลังร้อนใจ ทว่าได้ยินเสียงฝีเท้าของท่านอาจารย์จ้าว จึงทำได้เพียงรีบออกไป

ทว่าครานี้ เด็กรับใช้หนังสือและบ่าวรับใช้หลายคนไม่ได้เดินไปไกล พวกเขาล้วนแอบมองเข้าไปด้านในในที่ที่ไม่ไกล

วันนี้เด็กรับใช้หนังสือน้อยที่มีสถานะเช่นเดียวกับพวกเขาผูี้ ถึงกับบังอาจนั่งอยู่ในห้องเรียนเพื่อแอบฟังอย่างเปิดเผย ช่างไม่กลัวความตายโดยแท้

บนใบหน้าของพวกเขาแสดงสีหน้าบ้างเป็นกังวล บ้างยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่น รอคอยดูว่าท่านอาจารย์จ้าวจะจัดการเด็กรับใช้หนังสือน้อยผู้นี้อย่างไร

บ่าวรับใช้ที่เพิ่งเยาะเย้ยเย่หมิงทว่ากลับถูกเย่หมิงมองข้ามผู้นั้น เวลานี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายและความประสงค์ร้าย

“เผชิญหน้ากับท่านอาจารย์ ข้าดูซิว่านายน้อยน้อยสวียังจะช่วยเหลือเด็กรับใช้หนังสือได้หรือไม่ อีกทั้งหากฟ้องร้องไปถึงเจ้าบ้าน ไม้เรียวที่ถูกตีย่อมต้องมากกว่านี้ น่าเสียดายที่มองไม่เห็น ถุย!”

ท่านอาจารย์จ้าวมีรูปร่างค่อนข้างเตี้ยเล็ก ทว่าเส้นผมและหนวดเครากลับจัดการอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อคลุมอาจารย์บนกายก็สะอาดสะอ้านผิดปกติ

ช่วงเวลาก่อนหน้านี้เขาไปแลกเปลี่ยนที่สถานศึกษาอื่น กลับมาก็คุยได้ยินว่าจอมก่อเรื่องของสองตระกูลสวีเสิ่นล้วนกลับมาเรียนหนังสือแล้ว ในใจเดิมทีก็ไม่สบอารมณ์

เมื่อสอบถามจ้าวเจิ่งหมิงผู้เป็นหลานชายของตนแล้ว ในใจก็ยิ่งไม่พอใจจอมก่อเรื่องทั้งสองมากขึ้น ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง (2/2)

ทว่าสิ่งที่เขาไม่ทราบคือ จ้าวเจิ่งหมิงเดิมทีก็ผูกใจเจ็บเรื่องที่นายน้อยน้อยสวีกลับมาเรียนวันแรกก็ตบหน้าเขาแล้ว

ดังนั้นเมื่อท่านอาจารย์จ้าวสอบถามสถานการณ์ของตน เขาจึงฉวยโอกาสแต่งเติมเรื่องราวไปไม่น้อย

เขาเปลี่ยนเรื่องที่นายน้อยน้อยสวีกับคุณชายน้อยเสิ่นแย่งชิงกันตอบคำถาม เป็นการทะเลาะเบาะแว้งในห้องเรียนเพราะความแค้นส่วนตัว ทำให้ผู้อื่นเสียเวลาฟังบรรยาย เป็นต้น

ท่านอาจารย์จ้าวเดิมทีก็ไม่ชอบคุณชายทั้งสองสวีเสิ่น ยามนี้จึงยิ่งโกรธเคืองมากขึ้น

ทว่าเขาก็ทราบดีว่า คนทั้งสองนี้ล้วนเป็นผู้ที่เขาไม่สามารถล่วงเกินได้ ดังนั้นอารมณ์จึงยิ่งหงุดหงิด ยามมาบรรยายล้วนนำอารมณ์มาด้วย

เมื่อท่านอาจารย์จ้าวเดินมาถึงโต๊ะบรรยาย วางหนังสือลงคราหนึ่ง มองดูรอบห้องเรียน จอมก่อเรื่องทั้งสองสวีเสิ่นนั่งอยู่ที่นั่นดังคาด นายน้อยน้อยสวียังคงจัดแจงหนังสือบนโต๊ะ พู่กัน หมึก กระดาษ และจานฝนหมึกเหล่านั้นวางไว้ไม่สู้เรียบร้อย ยิ่งทำให้เขาไม่สบอารมณ์

รู้สึกดวงตาเจ็บปวด จึงรีบเบนสายตาไปทางอื่น ผลลัพธ์คือดวงตาจับจ้อง คิ้วขมวดมุ่น

เห็นสิ่งใด ห้องเรียนด้านหลังถึงกับมีคนรับใช้ที่สวมใส่เสื้อผ้าของเด็กรับใช้หนังสือนั่งอยู่

ตั้งแต่เมื่อใดที่คนรับใช้เหล่านี้สามารถอยู่ภายในห้องเรียนได้อย่างเปิดเผยเช่นนี้?!

เดิมทีเขาก็มีโทสะเต็มอกไม่สามารถระบายออกไปได้ เพราะอย่างไรคุณชายทั้งสองก็ไม่ใช่ผู้ที่จะตอแยได้ง่าย

บนใบหน้าของท่านอาจารย์จ้าวปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมคราหนึ่ง ดีละ เด็กรับใช้หนังสือผู้ไม่มีดวงตาผู้นี้ก็กลายเป็นสิ่งระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดของเขา

ท่านอาจารย์จ้าวใช้ไม้เรียวชี้ไปทางเย่หมิง น้ำเสียงค่อนข้างมืดมนไม่หวังดีกล่าวว่า

“ด้านหลังเป็นศิษย์ที่มาใหม่หรือ? เหตุใดจึงดูแปลกหน้าเช่นนี้ เป็นคุณชายที่มาใหม่ตระกูลใดหรือ?”

ภายในห้องเรียนคุณชายศิษย์คนอื่น ยามปกติล้วนไม่มองไปด้านหลัง ย่อมเป็นธรรมดาที่เมื่อครู่ไม่เห็นเย่หมิง ยามนี้ยินคำกล่าววาจาของท่านอาจารย์จึงหันกลับมาพร้อมกัน

พวกเขาเห็นว่าเป็นเด็กรับใช้หนังสือของนายน้อยน้อยสวีพอดี ในใจล้วนยินดี

จ้าวเจิ่งหมิงมองดู ในใจเกิดความสุขสมใจ นี่ช่างเป็นการมอบหมอนให้ยามง่วงนอนโดยแท้

ตนเองแก้แค้นนายน้อยน้อยสวีไม่ได้ เช่นนั้นทำให้เด็กรับใช้หนังสือของเขาอับอาย มิใช่เท่ากับตบหน้านายน้อยน้อยสวีทางอ้อมหรอกหรือ?!

เขาลุกขึ้นยืน ใบหน้ายังคงเป็นท่าทางราบเรียบดุจเมฆผ่านลมโชย

“เรียนท่านอาจารย์ คนผู้นี้ไม่ใช่คุณชายตระกูลใด ทั้งไม่ใช่ศิษย์ของห้องเรียน เขาเป็นเด็กรับใช้หนังสือของคุณชายน้อยสวีสวีปิ่งเหวิน”

นายน้อยน้อยสวีกล่าวเสียงดังว่า

“พี่หมิงไม่เพียงเป็นเด็กรับใช้หนังสือของข้า ยังเป็นสหายของข้า เป็นสหายร่วมศึกษาของข้า!”

วาจาประโยคนี้ออกไป ทำให้เด็กรับใช้หนังสือและบ่าวรับใช้ที่อยู่ไม่ไกลเกิดความอิจฉาและริษยาอีกครา

เย่หมิงผูี้กระทำสิ่งใดลงไป ถึงกับสามารถทำให้คุณชายเสเพลผู้นี้กล่าววาจาช่วยเหลือเขาเช่นนี้

บ่าวรับใช้ที่กล่าววาจาประชดประชันผู้นั้นเวลานี้ริษยาจนฟันจะเคี้ยวแหลกแล้ว

คุณชายของตนอารมณ์ไม่สู้ดี ต่อตนเองหากไม่ตีก็ด่า ทว่าเดิมทีอย่างน้อยที่สุดก็มีเด็กรับใช้หนังสือของคุณชายสวีเป็นผู้รองรับอยู่ด้านล่าง ทุกคนล้วนทราบว่าเด็กรับใช้หนังสือของคุณชายสวีถูกตีบ่อยครั้ง ถึงแม้ไม่ใช่คุณชายสวีเป็นผู้ตี ทว่าเพราะคุณชายสวีจึงถูกตีก็คือถูกตี ทั้งยังเป็นการถูกตีไม้เรียวจริงๆ

ทว่ายามนี้ คุณชายสวีผู้นี้เปลี่ยนเด็กรับใช้หนังสือคนใหม่ ทั้งยังดีต่อเขาเช่นนี้

อาศัยสิ่งใด?! เขาคู่ควรหรือ? ก็แค่หน้าตาดีขึ้นมาหน่อยไม่ใช่หรือ?

เขาจงใจกล่าวเสียงดังว่า

“เฮ้อ คนผู้นี้ช่างชะตาดีแท้ ในฐานะเด็กรับใช้หนังสือ ยังสามารถฝ่าฝืนกฎของสถานศึกษา ผู้อื่นแอบฟังล้วนต้องถูกลงทัณฑ์ เขา กลับสามารถอยู่ภายในห้องเรียนแอบฟังได้อย่างโจ่งแจ้ง”

ท่านอาจารย์จ้าวเดิมทีก็เป็นผู้ที่เคร่งครัดในระเบียบวินัยที่สุด ยึดมั่นในคัมภีร์ที่สุด การกระทำอันใดที่ “ฝ่าฝืนกฎของสถานศึกษา” เขาล้วนไม่สามารถอดทนยอมรับได้

ยินคำกล่าววาจาของจ้าวเจิ่งหมิงและบ่าวรับใช้ที่อยู่ไม่ไกลผู้นั้น ในใจของท่านอาจารย์จ้าวโทสะลุกโชน

เขาเดินไม่กี่ก้าวมาถึงเบื้องหน้าเย่หมิง ในมือถือไม้เรียวอันยาว กล่าวต่อเย่หมิงว่า

“ทำลายกฎของสถานศึกษา เจ้าทราบหรือไม่ว่าเจ้าจะต้องเผชิญกับการลงทัณฑ์อันใด?”

…………

จบบทที่ ตอนที่ 26 ท่านอาจารย์จ้าวผู้โกรธเคือง

คัดลอกลิงก์แล้ว