- หน้าแรก
- ยอดนักตกปลาเจ้าของมิติสมุทร
- ตอนที่ 27: เริ่มมีเป้าหมายใหม่ / ตอนที่ 28: เซอร์ไพรส์บนเกาะเล็ก
ตอนที่ 27: เริ่มมีเป้าหมายใหม่ / ตอนที่ 28: เซอร์ไพรส์บนเกาะเล็ก
ตอนที่ 27: เริ่มมีเป้าหมายใหม่ / ตอนที่ 28: เซอร์ไพรส์บนเกาะเล็ก
ตอนที่ 27: เริ่มมีเป้าหมายใหม่
คืนนี้เมนูคือซุปปลากระเบน โดยมีฉินเฟิงเป็นลูกมือ และมีหลี่ซินเยว่รับบทเป็นหัวหน้าเชฟ
เรื่องทำอาหารเนี่ย ขอแค่ตั้งใจทำ ผลลัพธ์มักจะออกมาไม่แย่เสมอ
ภายใต้การชี้แนะของฉินเฟิง ซุปปลาคืนนี้จึงรสชาติสดชื่นและหวานหอมมาก เมื่อกินคู่กับเบียร์เย็นๆ ก็เท่ากับเป็นการเร่งสปีดให้หลินฉีและฉินเล่ยเข้าสู่สภาวะโรคเก๊าต์ได้เร็วขึ้นอีกนิด
หลังมื้อค่ำ เขาไปส่งหลี่ซินเยว่ที่หอพัก พอเขากลับมาถึงบ้านก็พบว่าเพื่อนซี้ทั้งสองหน่อหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"พวกมึงไปไหนกันเนี่ย?" ฉินเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความถาม
หลินฉี: "พวกกูออกมาเดินเล่น แต่ไอ้เล่ยมัยดันลากกูเข้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่!"
"......ไอ้หมอนี่ไปช่วย 'เซเรีย' ของมันอีกแล้วเหรอ?" (ตัวละครในเกม Dungeon & Fighter)
"เออดิ อีกนิดมันคงใส่ชุดสูทไปเล่นแล้วเนี่ย!" (แซววัฒนธรรมคนเล่นเกมนี้ที่ชอบแต่งตัวดีๆ ไปเล่น)
เฮ้อ... เป็นชายหนุ่มที่ลุ่มหลงในความงามของเซเรียอีกคนแล้วสินะ ฉินเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ไอ้หมอนี่ก็เริ่มภารกิจกู้ชีพเซเรียมาตลอด นี่มันปี 2022 แล้วนะมึง มึงยังช่วยไม่เสร็จอีกเหรอวะ?
ช่างหัวพวกมันละกัน ฉินเฟิงเสียบปลั๊กชาร์จมือถือ แล้วเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไปซักตาก
ที่จริงห้องก็ควรจะจัดระเบียบหน่อย แต่พอดีวันนี้หลี่ซินเยว่แอบมาช่วยจัดให้แล้ว เขาเลยถือโอกาสขี้เกียจได้นิดหน่อย
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังอาบน้ำเสร็จ หยิบมือถือขึ้นมาดูคลิปและข้อมูลเกี่ยวกับการตกปลาและเรือประมงไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้น เขาเหลือบไปเห็นวิดีโอสาวน้อยคนหนึ่งพาทัวร์พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ในใจเขาก็พลันสั่นไหวขึ้นมา
เขานึกถึงวันแรกที่ "นิ้วทองคำ" ปรากฏขึ้นมา ดูเหมือนว่าตอนนั้นเขาจะสามารถเข้าไปในพื้นที่มิติตู้ปลาได้โดยตรง และได้ชื่นชมโลกใต้ทะเลที่สวยงามนั้นเพียงชั่วครู่
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยเข้าไปอีกเลย เขาจึงเริ่มสื่อสารทางจิตกับนิ้วทองคำ ลองดูว่าตัวเองจะสามารถ "วาร์ป" เข้าไปได้ตามใจนึกหรือไม่
วูบ~
การเข้าสู่พื้นที่มิติมันง่ายกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก เพียงแค่มีความคิดแวบขึ้นมาในหัว เขาก็ปรากฏตัวขึ้นภายในพื้นที่มิติตู้ปลาทันที
โลกใต้ทะเลที่สวยงามราวกับความฝันยังคงอยู่ตรงหน้า เมื่อมองไปรอบๆ ในที่สุดเขาก็พบความเปลี่ยนแปลงจากครั้งแรกเล็กน้อย
ทางด้านขวาของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มีพื้นที่เล็กๆ ส่วนหนึ่งที่มีปลาที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างดีสิบกว่าตัวว่ายไปมาอย่างอิสระ ปลาพวกนี้ก็คือปลา 16 ตัวที่เขาตกมาได้นั่นเอง
นอกจากนี้ ฉินเฟิงยังสังเกตเห็นว่า แม้พื้นที่การทำกิจกรรมของปลาพวกนี้จะไม่เล็ก แต่ดูเหมือนพวกมันจะถูกจำกัดไว้อยู่ในเขตเฉพาะ ไม่ว่าพวกมันจะว่ายยังไง ก็จะไม่หลุดออกไปที่อื่น
"พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ... พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ..." ฉินเฟิงก้มหน้าครุ่นคิด ดวงตาเริ่มฉายแววแห่งความเข้าใจบางอย่าง เหมือนจะบรรลุอะไรบางอย่างขึ้นมา
เขามองไปรอบๆ โลกใต้ทะเลที่ยังดูว่างเปล่าอีกครั้ง ในใจของฉินเฟิงเริ่มมีเป้าหมายใหม่เกิดขึ้นมา แต่ก่อนจะถึงเป้าหมายนั้น เขาต้องอัปเลเวลเพื่อขยายตู้ปลาเพิ่ม และทำให้ตัวเองมี "อิสรภาพทางการเงิน" ให้ได้เสียก่อน
......
ค่ำคืนที่เงียบสงบผ่านไป เขาตื่นตอนตีห้าครึ่งมาวิ่งจ็อกกิ้งเหมือนเดิม พอเดินออกจากห้อง ฉินเฟิงก็สังเกตเห็นว่าบนที่นอนที่ปูไว้บนพื้นไม่มีใครอยู่เลย
"......" ไม่กลับมาทั้งคืนแบบนี้ ชัวร์เลย... โต้รุ่งที่ร้านเน็ตแน่นอน
ฉินเฟิงส่ายหัวขำๆ พลังงานของวัยรุ่นนี่มันเหลือเฟือจริงๆ นะมึง!
ตัวเขาเองก็เหมือนกัน สมัยเรียนเขาจะเล่นบาสเกตบอลทุกเย็นเพื่อระบายพลังงานที่ล้นเหลือในตัว
ตอนนี้การตกปลาก็เป็นเรื่องที่ใช้พลังงานเยอะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจากที่เคยต้อง "ซักกางเกงลิง" (ฝันเปียก) แทบทุกเช้า ตอนนี้เลยเหลือแค่เป็นครั้งคราวเท่านั้น
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ระหว่างทางกลับ ฉินเฟิงก็เดินไปเจอ "ศพเดินได้" สองร่าง
เขาแกล้งวิ่งเข้าไปทักพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์: "วันนี้ไปตกปลากันป่ะ?"
ทั้งคู่ส่ายหัวดิกอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกมันแค่อยากจะนอนหลับให้เต็มคราบ นอนยาวๆ จนกว่าจะตื่นเอง
"งั้นไปดูสาวบิกินี่ที่ชายหาดกันป่ะล่ะ?"
ได้ยินคำว่าสาวๆ ทั้งคู่ก็เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ก็ยังกัดฟันส่ายหัวปฏิเสธ สาวน่ะสำคัญก็จริง แต่ชีวิตสำคัญกว่า ถ้าไม่นอนแล้วฝืนไปจีบสาวต่อ ทั้งคู่กลัวว่าจะหัวใจวายตาย เอาได้
"ฮ่าๆ ไม่แกล้งละ ไปหาไรกินรองท้องก่อนไปนอนไป มาหากูเที่ยวทั้งทีดันหนีไปโต้รุ่งร้านเน็ต พวกมึงนี่มันยอดคนจริงๆ"
หลินฉีทำหน้าจ๋อย: "กูไม่ได้อยากไปนะ ไอ้เล่ยมันลากกูไปเป็นเพื่อน"
ฉินเล่ยกลอกตา มองดูสภาพงัวเงียขนาดนี้เลยขี้เกียจจะเถียงเรื่องสรรพนาม: "ไม่รู้ใครน่ะเห็น 'พี่สาว' คนคุมร้านเน็ตแล้วตาเป็นประกาย เดินขาแข็งไปไหนไม่เป็นเลย"
ฉินเฟิงฟังแล้วก็ส่ายหัวขำ ชีวิตของหลินฉีเนี่ยราบรื่นมาตั้งแต่เด็ก แฟนคนแล้วคนเล่า เห็นผู้หญิงสวยเป็นต้องเข้าไปจีบ ในสายตาผู้หญิงเนี่ยเขาคือ "ไอ้ผู้ชายเจ้าชู้" ตัวพ่อเลยล่ะ
แต่จะว่ายังไงดีล่ะ เมื่อก่อนมันก็เคยเป็นหนุ่มผู้ซื่อบริสุทธิ์ในความรักนะ แต่ดันโดนรักแรกสวมเขาเข้าให้จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยาอยู่พักใหญ่
ฉินเฟิงกับฉินเล่ยตอนนั้นเป็นห่วงแทบแย่ คอยอยู่เคียงข้างปลอบใจกันทุกวัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง อยู่ดีๆ ไอ้หมอนี่ก็หายเป็นปลิดทิ้งซะงั้น แล้วก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นผู้ชายเจ้าชู้ที่รักสนุกไปวันๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนทั้งสอง
เรื่องแบบนี้ฉินเฟิงก็พูดอะไรมากไม่ได้ มันอยากได้ตัวเขา เขาก็อยากได้เงินมัน ต่างคนต่างสมยอม ยอมรับบทบาทกันไป ยังไงก็ดีกว่าเป็นโรคซึมเศร้าล่ะนะ
W3
ปล่อยให้พวกมันไปจัดการมื้อเช้ากันเอง ฉินเฟิงไม่ได้อยากเป็นพี่เลี้ยงไปตลอด
เขาขี่รถสามล้อไปรับหลี่ซินเยว่ พบว่าเธอเตรียมตัวพร้อมมายืนรออยู่ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยแล้ว
"วันนี้มาเช้าจังเลยนะ"
"อื้อ เมื่อวานพักผ่อนเยอะไปหน่อยเลยตื่นเช้าค่ะ อ้อ... นี่ค่ะ หนูซื้อซาลาเปาไส้หมู 5 ลูกกับน้ำเต้าหู้มาฝาก"
"ขอบคุณครับ!" ฉินเฟิงไม่เกรงใจ รับมื้อเช้ามาเขมือบอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวก็จัดการจนเกลี้ยง
หลี่ซินเยว่มองเขาด้วยรอยยิ้มสดใสเห็นเขากินเสร็จก็บอกว่า: "ไปกันเถอะค่ะ เมื่อวานพักมาทั้งวันแล้ว วันนี้หนูจะลุยงานใหญ่ ชดเชยรายได้ที่หายไปเมื่อวานให้หมดเลย!"
"โอเค สู้ๆ!" ฉินเฟิงยิ้มให้กำลังใจพลางขับรถมุ่งหน้าไปท่าเรือ "เอ้อ จริงด้วย เมื่อวานหลินฉีฟลุ๊คพาพี่ไปเจอแนวปะการัง พี่ตกได้ปลาอีคุดลายมาหลายตัวเลย เดี๋ยวพี่พาไปดูนะ"
"ดีเลยค่ะ!" หลี่ซินเยว่ตอบรับอย่างยินดี
ทันใดนั้น เหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นได้ รีบหยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋าแล้วรีบเปิดหา "ว้าว... ปลาอีคุดลายที่ตกด้วยเบ็ดขายได้ถึงจินละ 180 หยวนเลยนะ! รุ่นพี่... รวยเละแล้วเนี่ย!"
"เฮ้ย! แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ฉินเฟิงเองก็ตกใจเหมือนกัน เมื่อวานแม้เขาจะดูตารางราคาที่หลี่ซินเยว่จดไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดูละเอียดทุกตัว
ตอนแรกเขานึกว่าปลาอีคุดลายอย่างเก่งก็จินละร้อยหยวน ใครจะคิดว่าราคามันเกือบจะคูณสองไปเลย
"รุ่นพี่คะ เมื่อวานรุ่นพี่ขายไปเท่าไหร่อ่ะ?"
"ฮะ? เอ้อ... แค่กๆ... ก็ขายราคานี้แหละ กำไรเน้นๆ เลย!" (พี่เฟิงแอบเนียน เพราะเมื่อวานบอกเพื่อนขายแค่ 15 หยวนมั้ง? เอ๊ะ หรือจำผิด แต่ในตอนนี้คือแอบเนียนไปก่อน)
"อื้อหือ! วันนี้หนูก็จะตกปลาอีคุดลายบ้าง!" หลี่ซินเยว่ประกาศเป้าหมายของวันด้วยพลังงานเต็มเปี่ยม
ทว่า... สองชั่วโมงผ่านไป ฉินเฟิงยืนเกาหัวมองดูทะเลสีครามด้วยความอับอาย: "เอ่อ... เมื่อวานพี่ว่าพี่จำเส้นทางแม่นแล้วนะ ทำไมวันนี้หาที่เดิมไม่เจอวะ?"
หลี่ซินเยว่แอบเอามือปิดปากขำ: "รุ่นพี่คะ ในทะเลเนี่ย ต่อให้มีพิกัดก็ใช่ว่าจะหาที่เดิมเจอได้ง่ายๆ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ช่างมันเถอะ"
"เฮ้อ!" ฉินเฟิงแอบเสียดายลึกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ รู้ว่าปลาอีคุดลายราคาสูงขนาดนั้น เขาก็อยากตกใจจะขาด!
แต่ทว่า......
"เฮ้ย น้องดูนั่นดิ นั่นมันเกาะเล็กๆ ใช่ไหม?"
หลี่ซินเยว่ยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมอง "ใช่จริงๆ ด้วยค่ะ"
"งั้นเราลองไปดูหน่อยไหม?"
"ก็ดีค่ะ ถ้าเป็นเกาะร้างไม่มีคนอยู่ แล้วแถวนั้นมีโขดหินเยอะๆ เราอาจจะโชคดีก็ได้นะ"
พวกเกาะร้างเล็กๆ มักจะมีแนวปะการังหรือพื้นที่โขดหินรายล้อม ซึ่งพื้นที่แบบนี้ทรัพยากรทางทะเลมักจะสมบูรณ์มาก
ปลาเก๋า กุ้งมังกร ปลาไหลทะเล และของทะเลราคาแพงอื่นๆ มักจะอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ นักตกปลาทั่วไปอาจจะไม่ได้อะไรกลับไปมากนัก
แต่ฉินเฟิงน่ะ "เปิดโปรฯ" อยู่ ส่วนหลี่ซินเยว่ก็เป็น "เจ้าหนี้แห่งท้องทะเล" พวกเขาไม่กลัวว่าจะตกปลาไม่ได้ กลัวแค่ว่าจุดที่ไปมันจะไม่มีปลาให้ตกต่างหาก!
จบตอนที่ 27
-------
ตอนที่ 28: เซอร์ไพรส์บนเกาะเล็ก
กว่าจะมาถึงพิกัดของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ เวลาก็ผ่านไปแล้วสองชั่วโมง ซึ่งเข้าสู่ช่วงเที่ยงพอดี
พอเข้ามาดูใกล้ๆ พวกเขาถึงได้เห็นว่า เกาะนี้มันเล็กจริงๆ ขนาดขับเรือวนรอบเกาะยังใช้เวลาแค่ 17 นาทีเอง
วันนี้ใช้ระยะทางในการขับเรือค่อนข้างเยอะ แต่ยังดีที่ฉินเฟิงเพิ่งเติมน้ำมันดีเซลมาเต็มถัง แถมยังมีถังสำรองไว้อีกหนึ่งถัง เลยไม่ต้องกังวลเรื่องขากลับ
ตอนนี้เป็นฤดูร้อน ต้นไม้บนเกาะเขียวชอุ่มหนาตา ทางด้านซ้ายมีชายหาดเล็กๆ และต้นมะพร้าวอยู่ไม่กี่ต้น
เกาะร้างที่ไม่มีคนอยู่แบบนี้มักจะเจอได้บ้างประปรายในทะเล ปกติจะไม่มีใครผ่านมาที่นี่ นอกจากคนที่แวะมาพักผ่อนชั่วคราวเท่านั้น
"พวกเราหาที่ร่มๆ บนเกาะกินข้าวแล้วพักผ่อนกันเถอะค่ะ!" หลังจากนั่งเรือมาทั้งเช้า หลี่ซินเยว่ก็เริ่มมีอาการเพลียๆ ดูเหมือนเธอจะอยากขึ้นฝั่งใจจะขาด
ฉินเฟิงไม่มีความเห็นขัดข้อง เขาก็อยากจะเดินบนพื้นดินที่มั่นคงบ้างเหมือนกัน
หลังจากหาที่จอดเรือเหมาะๆ ได้แล้ว ทั้งคู่ก็หิ้วข้าวกล่องอุ่นร้อน 3 กล่องพร้อมน้ำดื่มขึ้นฝั่ง
วันนี้เพราะฉินเล่ยกับหลินฉีโต้รุ่งจนต้องนอนชดเชย เขาเลยไม่ได้ทำกับข้าวเตรียมมาเอง
"รุ่นพี่คะ ดูมะพร้าวพวกนี้สิ!"
พอขึ้นเกาะมา ทั้งคู่ก็เดินหาที่ร่มโดยสัญชาตญาณ แต่หลี่ซินเยว่เหมือนจะค้นพบบางอย่างเข้า เธอรีบกวักมือเรียกฉินเฟิงให้มาดู
"นี่มัน..." พอฉินเฟิงเดินมาถึง เขาก็พบว่าแถวริมพุ่มไม้มีเปลือกมะพร้าวเกลื่อนกลาด แถมยังมีซากผลไม้อื่นๆ และเศษเปลือกถั่วกระจัดกระจายอยู่ด้วย
"บ้าน่า!" ทั้งคู่สบตากันแล้วโพล่งออกมาพร้อมกัน
เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่คิดเหมือนกันเป๊ะ แต่หลี่ซินเยว่ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ: "ไม่ใช่ว่าเขาบอกกันว่าในประเทศเราพวกพันธุ์ป่ามันสูญพันธุ์ไปแล้วเหรอคะ?"
"ของแบบนี้มันไม่แน่หรอก น่าจะแค่ใกล้สูญพันธุ์มากกว่า แต่ในเน็ตก็ยังเห็นมีขายกันเยอะแยะนะ" ฉินเฟิงกวาดสายตาไปทั่ว เหมือนกำลังพยายามหาร่องรอยบางอย่าง
"พี่เคยเห็นข่าวหนึ่ง มีไก่ชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่าสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 50 ปี แต่อยู่ดีๆ ก็มีคนไปเจอมันอีกครั้ง ตอนนี้มีตั้ง 200 กว่าตัวแล้ว"
"เพราะงั้นคำพูดของผู้เชี่ยวชาญน่ะเชื่อถือไม่ได้หรอก พวกเราลองหากันดูเถอะ ถ้าเจอเข้าละก็ ถ้าดวงดีหน่อยอาจจะได้เรือตกปลาลำใหม่เลยนะ!"
"อื้อหือ!" หลี่ซินเยว่พยักหน้าหงึกๆ ดวงตาคู่สวยของเธอกลายเป็นสัญลักษณ์เงินดอลลาร์ $$ ไปเรียบร้อยแล้วหลังจากหายไปนาน
ฉินเฟิงแกะรอยตามเศษเปลือกผลไม้เพื่อดูว่าแถวนี้มีรอยคลานบ้างไหม ผ่านไปครู่เดียวเขาก็ร้อนจนเหงื่อท่วม เสื้อผ้าเปียกชุ่มเป็นแถบๆ
ทันใดนั้น ดวงตาเขาก็เป็นประกาย เขาเห็นปูเสฉวนไม่กี่ตัวอยู่ในพุ่มไม้เตี้ยๆ
เป็นที่รู้กันดีว่า "ปูมะพร้าว" จริงๆ แล้วก็คือปูเสฉวนชนิดหนึ่ง ตอนที่ยังตัวเล็กๆ มันจะมักจะมุดเข้าไปอยู่ในเปลือกหอยสังข์เหมือนปูเสฉวนตามชายหาดทั่วไป
ฉินเฟิงไม่แน่ใจว่าไอ้ปูเสฉวนตัวน้อยพวกนี้คือลูกปูมะพร้าวหรือเปล่า แต่ในเมื่อเห็นแล้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะลองค้นหาแถวๆ นั้นดู
เขาหยิบมีดพกที่พกไว้แต่ยังไม่ได้ใช้ออกมาตัดกิ่งไม้ใบไม้ที่ขวางทางออก แล้วมุดหัวเข้าไปสำรวจข้างใน
"เชี้ย!"
พอมุดเข้าไปได้ครึ่งตัว แมงมุมตัวใหญ่กว่าหัวเขาก็ปรากฏสู่สายตา ทำเอาเหงื่อเย็นๆ ไหลซึ้งออกมาทันที
เฮ้ย... เดี๋ยวสิ!
วินาทีต่อมา ดวงตาของฉินเฟิงก็เปล่งประกายเจิดจ้า แมงมุมที่ไหนกันล่ะนั่น! นั่นมัน "แบงก์" ชัดๆ!
พอเพ่งดูชัดๆ อีกที มันคือปูมะพร้าวที่เขากำลังตามหาจริงๆ ด้วย ตัวปูมะพร้าวเองก็มีลักษณะคล้ายแมงมุมอยู่แล้ว แถมในพุ่มไม้ก็มืดสลัว แวบแรกที่เห็นเลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแมงมุม
ฉินเฟิงไม่ได้รีบเรียกหลี่ซินเยว่ เขาตัดกิ่งไม้ขนาดเท่านิ้วโป้งแถวนั้นมากิ่งหนึ่ง แล้วแหย่เข้าไปล่อให้ปูมะพร้าวมันหนีบ
ขอแค่ได้รับแรงหนีบ เขาก็จะสามารถลากมันออกมาได้ทันที
ก้ามปูมะพร้าวมีแรงบีบมหาศาล ในประเทศนี้หลายคนเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยง ใครอยากกินวอลนัทก็ใช้สัตว์เลี้ยงตัวนี้หนีบให้ สะดวกสุดๆ
แต่ฉินเฟิงไม่ได้อยากเลี้ยง เขาอยากเอาไปขายเงินสดมากกว่า!
เขาใช้กิ่งไม้แหย่เล่นไปมาสองสามที จนกิ่งไม้เข้าไปอยู่ในก้ามที่กางออกของมัน
มีหรือที่ปูมะพร้าวจะทนโดนหยามได้?
มันหนีบกิ่งไม้เข้าอย่างจังทันที ฉินเฟิงเห็นดังนั้นก็ค่อยๆ ลากมันออกมา
พอมั่นใจว่ามันหนีบแน่นไม่ยอมปล่อย เขาก็กระชากออกมาอย่างแรง ปูมะพร้าวไม่ทันตั้งตัวก็ถูกลากออกจากรังในพุ่มไม้ออกมา
ติ้ง!
จับปูมะพร้าวสำเร็จ +1
พอออกมาข้างนอก ฉินเฟิงถึงได้รู้ว่าปูตัวนี้ใหญ่กว่าที่คิด ก้ามของมันมีขนาดไม่เท่ากัน ก้ามใหญ่นั้นดูแล้วไม่เล็กไปกว่ามือของเขาเลย มิน่าล่ะตอนลากถึงรู้สึกหนักอึ้งขนาดนั้น
เขาจับปูมะพร้าวอย่างระมัดระวังแล้วรีบวิ่งกลับไปที่เรือด้วยความตื่นเต้น เขาต้องการเอาปูใส่กล่องเล็กไว้ก่อนกันมันหนี
พอขึ้นเรือและจัดแจงเก็บปูใส่กล่องปิดฝาเสร็จ เสียงเรียกของหลี่ซินเยว่ก็ดังมาพอดี
"รุ่นพี่คะ! รุ่นพี่รีบมาเร็ว หนูเจอปูมะพร้าวแล้ว!"
"มีอีกเหรอ!" ฉินเฟิงตาโต รีบคว้ากล่องเปล่าอีกใบวิ่งไปตามเสียงเรียกของเธอทันที
เมื่อไปถึง ก็พบว่าปูมะพร้าวที่หลี่ซินเยว่เจอนั้นไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่มาเป็นคู่เลย! ทว่าขนาดของพวกมันดูจะเล็กกว่าตัวที่ฉินเฟิงจับได้อยู่เยอะ
เขาลองเข้าไปจับดู คาดว่าน้ำหนักน่าจะแค่จินนิดๆ เท่านั้นเอง
คราวนี้เขาเริ่มลังเล...
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเฟิงก็พูดด้วยน้ำเสียงเชิงปรึกษาว่า: "น้องครับ เมื่อกี้พี่เพิ่งจับตัวที่หนักอย่างน้อย 7-8 จินได้ตัวหนึ่ง ไอ้ตัวเล็กสองตัวนี้... เราปล่อยไปดีไหม?"
ปกติเวลาตกปลา ถ้าได้ตัวเล็กเกินไป ทั้งคู่ก็จะปล่อยกลับทะเลอยู่แล้ว
ปูมะพร้าวสองตัวนี้แม้จะเอาไปขายได้เงิน แต่ในเมื่อจับตัวยักษ์ได้แล้ว เขาคิดว่าไม่ควรทำลายล้างจนเกินไป ควรเหลือ "พ่อแม่พันธุ์" ไว้ให้พวกมันได้เติบโตต่อไปจะดีกว่า
"7-8 จินเลยเหรอคะ? งั้นปล่อยพวกมันไปเถอะค่ะ!" หลี่ซินเยว่ตาโตเท่าไข่ห่าน แล้วตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
เธอคิดเหมือนฉินเฟิงเป๊ะ คือต้องเหลือ "เชื้อพันธุ์" ไว้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทำไมทรัพยากรชายฝั่งของประเทศเราถึงลดน้อยลงขนาดนี้ ก็เพราะช่วงปี 2010 พวกเรือลากอวนระดมกวาดล้างจนเหี้ยนไปหมดน่ะสิ
ยุคนั้นน่ะ แม้แต่ลูกปลาตัวจิ๋วๆ ก็ไม่เคยคิดจะปล่อยไปเลยสักตัว!
โชคดีที่ช่วงหลายปีหลังมานี้ รัฐบาลมีนโยบายห้ามทำประมงในบางฤดูกาลสถานการณ์เลยเริ่มดีขึ้นมาบ้าง
ราคาปูมะพร้าวเป๊ะๆ น่ะหลี่ซินเยว่ไม่แน่ใจ แต่เธอรู้ว่าปูบกชนิดนี้ราคาแพงมาก แค่ขึ้นมาบนเกาะก็ได้เงินฟรีๆ หลายพันหยวนแล้ว สาวน้อยถึงกับนั่งโยกหัวไปมาตอนกินข้าวด้วยความแฮปปี้สุดๆ
ส่วนฉินเฟิงนี่ยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่ เพราะวันนี้ปลาเก๋าเขียวในมิติโตจนถึงขีดจำกัดแล้ว หนักถึง 56.58 จิน! ถ้าวันนี้เขาขายปลาตัวนี้ออกไปได้ รายได้วันเดียวทะลุหมื่นหยวนแน่นอน คิดแล้วมันโคตรสะใจ!
หลังจากกินข้าวเสร็จและพักผ่อนครู่หนึ่ง ทั้งคู่ก็กลับขึ้นเรือ หาทำเลฮวงจุ้ยรอบๆ เกาะเพื่อเตรียมตัวตกปลา
หลี่ซินเยว่นั่งยองๆ ชื่นชมปูมะพร้าวมูลค่าหลายพันหยวนที่หัวเรืออยู่พักหนึ่ง ถึงค่อยหยิบเบ็ดขึ้นมา
แต่แล้วจู่ๆ เธอก็ฉุกคิดถึงปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งได้: "รุ่นพี่คะ... แล้วเหยื่อล่ะคะ?"
"เวรแล้ว! พี่ลืมซื้อเหยื่อมา!"
ฉินเฟิงตบหน้าผากตัวเองดังปึ้ง วันนี้ออกจากบ้านเช้าไปหน่อย พอรับหลี่ซินเยว่เสร็จก็ตรงดิ่งมาท่าเรือเลย สรุปคือทั้งเหยื่อล่อและอาหารปลาลืมซื้อมาเกลี้ยง!
หลี่ซินเยว่ถึงกับทำหน้าไม่ถูก จะตกปลาแต่ไม่ซื้อเหยื่อ นี่กะจะใช้มือเปล่าจับเอาเลยเหรอไง!
แต่จะให้ขับเรือกลับไปตอนนี้ก็ทำใจไม่ได้ เลยเสนอว่า: "รุ่นพี่คะ งั้นลองหาตามร่องหินดูไหม เผื่อจะเจออะไรที่เอามาใช้เป็นเหยื่อได้บ้าง?"
ฉินเฟิงจนปัญญา ได้แต่ยอมรับชะตากรรม: "โอเค ไปลองหาดูละกัน เผื่อจะเจอของดีอย่างอื่นด้วย"
เขาหยิบถุงมือกันบาดส่งให้หลี่ซินเยว่ใส่ ปกติเวลาตกปลาทั้งคู่ก็ใส่กันอยู่แล้วเพื่อกันมือด้าน คราวนี้จะไปคุ้ยตามร่องหินก็ถือว่าได้ใช้ประโยชน์พอดี
ทั้งคู่เพิ่งขับเรือวนรอบเกาะมา เลยพอจะรู้ว่าจุดไหนมีโขดหินเยอะและเหมาะกับการ "หาของทะเล"
พวกเขาขึ้นฝั่งไปพร้อมกล่องเล็กหนึ่งใบเพื่อใส่ของ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ไม่มีเลย ฉินเฟิงเลยต้องไปเหลากิ่งไม้สองกิ่งมาใช้แยงตามร่องหินเพื่อเช็กดูว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า
จบตอนที่ 28