- หน้าแรก
- ยอดนักตกปลาเจ้าของมิติสมุทร
- ตอนที่ 25: การสำรวจตลาดของหลี่ซินเยว่ / ตอนที่ 26: ตารางราคา
ตอนที่ 25: การสำรวจตลาดของหลี่ซินเยว่ / ตอนที่ 26: ตารางราคา
ตอนที่ 25: การสำรวจตลาดของหลี่ซินเยว่ / ตอนที่ 26: ตารางราคา
ตอนที่ 25: การสำรวจตลาดของหลี่ซินเยว่
ดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ แล้วก็โปรยเหยื่อล่อลงน้ำอีกนิด ฉินเฟิงถึงค่อยๆ หยิบเบ็ดขึ้นมาเหวี่ยงออกไปอย่างไม่รีบร้อน เสียง "ตู้ม" ดังขึ้นพร้อมพรายน้ำกระจายตัวเป็นวงกว้าง
เขาหมุนรอกดึงสายเบ็ดให้ตึง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาอ่านนิยายพลางรอเวลา
ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนที่นั่งจะเห็นผลทันตา เพราะหลินฉีตกปลาได้จริงๆ เข้าแล้ว!
แรงดึงของเบ็ดไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่าการเปลี่ยนทำเลน่ะมีผล
เขาทำหน้าดีใจสุดขีดพลางรีบหมุนรอกเก็บสาย และแล้วปลาตัวน้อยขนาดเท่าฝ่ามือก็กระโดดพ้นผิวน้ำขึ้นมา
ฉินเฟิงเพ่งมองดูแล้วก็ระเบิดหัวใจหัวเราะก๊าก: "แจ่มเลยเพื่อน! 'ปลานกแก้ว' ขนาดเท่าฝ่ามือ ถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลอวดสาวได้เลยนะเนี่ย!"
ฉินเล่ยหันมามอง เห็นปลาตัวจิ๋วแค่นั้นก็หลุดขำออกมาเหมือนกัน
"......" หลินฉีหน้าตึงไปเลย เขาค่อยๆ ปลดเบ็ดแล้วปล่อยปลากลับคืนสู่ธรรมชาติเงียบๆ แต่ปากยังแข็ง:
"ไม่ต้องรีบโว้ย นี่แค่เริ่มต้น เดี๋ยวพวกมึงจะได้อิจฉากูจนตาแตก!"
สิ้นคำพูดปุ๊บ เบ็ดของฉินเฟิงก็ถูกกระชากอย่างแรงทันที จนปลายเบ็ดโค้งงอเป็นรูปครึ่งวงกลม
"วี้ดดดด~"
เสียงสายเบ็ดแหวกน้ำดังขึ้นอย่างรื่นหู หลินฉีถึงกับอ้าปากค้างจนลืมหุบ
"ทำไมปลามันรุมตอมแต่มึงคนเดียววะ?!"
ฉินเล่ยชำเลืองมองด้วยความอิจฉาวูบหนึ่ง ก่อนจะข่มใจกลับมาจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสงบตรงหน้าตัวเองต่อ
ส่วนเรื่องเปลี่ยนที่นั่งน่ะเหรอ... ตอนแรกก็มีความคิดนี้อยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
คงต้องโทษว่าเหยื่อของฉินเฟิงมันหอมเกินไป พวกปลาใหญ่ๆ เลยรุมกัดแต่เบ็ดมันคนเดียว
เสียงสายเบ็ด "วี้ดๆ" ยังดังไม่หยุด ฉินเฟิงยังคงเย่อปลาอยู่
ปลาตัวนี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย คาดว่าน่าจะพอๆ กับปลาอีคุดลายตัวก่อน เพียงแต่เมื่อกี้ฉินเฟิงมัวแต่สนใจหลินฉี เลยปล่อยให้ปลาที่ติดเบ็ดลากสายหนีไปได้ระยะหนึ่ง ทำให้ต้องเสียเวลาเย่ออยู่นานหน่อย
ไม่นานนัก ปลาก็ถูกดึงขึ้นสู่ผิวน้ำ เป็นปลาอีคุดลายอีกแล้ว ขนาดไล่เลี่ยกัน วันนี้อย่างน้อยก็มีเงินพันหยวนเข้ากระเป๋าแน่ๆ
หลินฉี: "เฮ้อ!"
ฉินเล่ย: "เฮ้อ!"
ฉินเฟิงจัดการเก็บปลาเสร็จก็อดขำไม่ได้ นี่แค่น้ำจิ้มเองนะพวกมึง?
แต่ก็ต้องยอมรับว่า วันนี้หลินฉีหาทำเลฮวงจุ้ยชั้นยอดให้เขาได้จริงๆ เขาจดจำพิกัดนี้ไว้คร่าวๆ แล้ว เดี๋ยวขากลับจะจดให้เป๊ะอีกที พรุ่งนี้จะได้พาหลี่ซินเยว่มาที่นี่
เวลาล่วงเลยไปจนจบช่วงเช้า ฉินเล่ยกับหลินฉีพอจะได้ปลาติดมือมาบ้างเหมือนกัน แต่ขนาดไม่ค่อยโตนัก มีแค่ 3 ตัวที่พอจะเอาไปทำกับข้าวได้
ทั้งคู่ตกลงกันว่าคืนนี้จะจัดการไอ้ปลา 3 ตัวนี้ซะ เมนูชุดโรคเก๊าต์ต้องมีภาคต่อ!
ทางด้านฉินเฟิง หลังจากนั้นเขาก็สอย 'ปลาสิงโต' หนัก 1.8 จินมาได้ตัวหนึ่ง และปลาอีคุดลายอีก 2 ตัว ปลาสิงโตขนาดนี้ถือว่าไม่เล็กเลย เพราะปกติไม่ค่อยถึงจินด้วยซ้ำ
ส่วนปลาอีคุดลายอีกสองตัวก็ไม่ได้ใหญ่มาก รวมๆ กันแล้วก็น่าจะพอๆ กับตัวแรกที่ตกได้
เมื่อเช้ากินเร็วไปหน่อย ตอนนี้เพิ่งจะ 11 โมง ฉินเฟิงก็เริ่มหิวโซเสียแล้ว
เขาเลยหยิบข้าวกล่องอุ่นร้อนออกมา 2 กล่อง ช่วงนี้เขากินจุขึ้นมาก ถ้าไม่กินสองกล่องไม่อิ่มท้องแน่ๆ
เขาแยกกับข้าวกับข้าวสวยออกมา เติมน้ำลงไป แผ่นทำความร้อนก็เริ่มทำงาน แล้วเขาก็วางข้าวกลับคืนลงไปปิดฝา รออีกเดี๋ยวก็ได้กินแล้ว
"พวกมึงไม่หิวเหรอ?"
"หิว!"
"กูขอตกต่ออีกแป๊บ มึงช่วยอุ่นให้กูด้วยดิ!"
"...ได้!" ฉินเฟิงถอนหายใจเบาๆ ช่วยอุ่นข้าวให้พวกมันด้วย นี่กูแทบจะกลายเป็นคนใช้ไปแล้วนะเนี่ย
ช่วงเวลารอข้าวสุกเขาก็ไม่ได้ตกปลา แต่นั่งอ่านนิยายในมือถือแทน ถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว
การออกทะเลมาตกปลามันเสียอย่างเดียวคือไม่มีสัญญาณ จะคุยกับหลี่ซินเยว่ก็ทำไม่ได้
ไม่รู้ยัยหนูคนนั้นทำอะไรอยู่ กินข้าวหรือยัง แล้วร่างกายดีขึ้นบ้างไหม
"เฮ้อ!" เขาถอนหายใจอีกรอบ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเหมือนแม่บ้านที่คอยเป็นห่วงนั่นกังวลนี่ไปซะหมด
ขณะที่ฉินเฟิงกำลังบ่นคิดถึงอยู่นั้น หลี่ซินเยว่เพิ่งจะเดินออกมาจากร้านค้าสัตว์น้ำขนาดค่อนข้างใหญ่แห่งหนึ่ง
พอพ้นประตูร้าน เธอก็รีบหลบมุมไปด้านข้าง หยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มจดบันทึกบางอย่าง
เสร็จแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมา ดาวน์โหลดรูปภาพจากเน็ตมาสองสามภาพ เซฟลงอัลบั้ม แล้วจัดการแยกหมวดหมู่พร้อมเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เสร็จสรรพ
ที่จริงหลังจากพวกฉินเฟิงออกไปเมื่อเช้า หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้นอนขี้เกียจอยู่เฉยๆ
เธอคิดว่าในเมื่อวันนี้เป็นวันหยุด ก็ถือโอกาสไปที่ตลาดสัตว์น้ำ เพื่อสำรวจราคาอาหารทะเลให้ชัดเจนไปเลย
ถึงในเน็ตจะหาราคาได้ แต่มันก็เป็นแค่ข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น
ราคาอาหารทะเลแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางอย่างราคาอาจต่างกันถึงหลายสิบหรือเป็นร้อยหยวนต่อจิน
เพราะฉะนั้นราคาพวกนี้เธอต้องสำรวจด้วยตัวเองให้ชัวร์ จะได้ไม่เสียเปรียบเวลาขาย
หลังจากจดบันทึกเสร็จ หลี่ซินเยว่ก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก เธอมองดูเวลาแล้วตัดสินใจหาที่กินข้าวและพักผ่อนในที่เย็นๆ สักหน่อย บ่ายค่อยว่ากันต่อ
ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา เธอเข้าใจราคาอาหารทะเลพื้นถิ่นที่ผลิตในแถบนี้เกือบหมดแล้ว แถมยังแยกความแตกต่างของราคาระหว่างปลาเลี้ยงกับปลาธรรมชาติได้อีกด้วย
ช่วงบ่ายเธอตั้งใจจะเริ่มจดบันทึกราคาอาหารทะเลประเภทที่หาได้ยาก เผื่อวันหลังเจอเข้าจะได้รู้ราคา ไม่ต้องมืดแปดด้านจนโดนใครเขาหลอกฟันหัวแบะเอา
......
ช่วงบ่าย ทั้งสามคนยังคงตกปลากันต่อ แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนจัด พวกปลาเลยพากันหลบไปพักผ่อน ขนาดฉินเฟิงตกอยู่นานครึ่งค่อนวันก็ยังเงียบกริบ
เมื่อไม่มีวี่แววว่าจะได้อะไรเพิ่ม เขาก็คิดว่าถึงเวลาเปลี่ยนที่แล้ว และจะได้ถือโอกาสจัดการปลาอินทรีสิบกว่าตัวที่แอบไว้ในถังพักน้ำด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวหาข้ออ้างเอาออกมาขายยาก
"ไปเหอะ เปลี่ยนที่กัน เผลอๆ วันนี้อาจจะฟลุ๊คตกได้ 'ปลาจวดยักษ์' ก็ได้นะ"
หลินฉีได้ยินก็ตาโตทันที: "พี่เฟิง มึงเคยตกได้ปลาจวดยักษ์ด้วยเหรอ?"
ฉินเล่ยก็หูผึ่งเหมือนกัน
"ไม่เคยหรอก แต่ทะเลแถบที่เราอยู่นี่แหละคือพื้นที่ที่มีโอกาสตกปลาจวดยักษ์ได้มากที่สุดในประเทศแล้วนะ ไม่แน่ว่าอาจจะฟลุ๊คก็ได้ใครจะไปรู้?"
ฉินเฟิงไม่ได้พูดมั่วซั่ว และเขาก็อยากตกได้จริงๆ นั่นแหละ เพราะปลาจวดยักษ์น้ำหนักแค่จินกว่าๆ ก็ขายได้เป็นพันสองพันหยวนแล้ว ใครเล่าจะไม่ยากได้!
"ไปเร็วๆๆ ไปตกปลาจวดยักษ์กัน!" หลินฉีเร่ง
"ฉินเล่ยเก็บเบ็ด เราจะออกเดินทางกันแล้ว" ฉินเฟิงสั่งเสร็จก็เดินไปท้ายเรือเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์
เขาขับวนกลับไปทางเดิมประมาณ 20 นาทีจึงหยุด
"เอาละ ตกกันตรงนี้แหละ!"
ฉินเฟิงกับหลินฉีเหวี่ยงเบ็ดอย่างรวดเร็ว ส่วนฉินเล่ยที่เป็นมือใหม่ เมื่อกี้ยังทำได้ดีอยู่เลย แต่รอบนี้ดันทำสายฟู่ (สายพันกัน) ซะงั้น
โชคดีที่ไม่ได้เหวี่ยงไปไกลมาก เสียเวลาแกะครู่เดียวก็เรียบร้อย
วันนี้เมื่อเทียบกับเพื่อนทั้งสองคน "เบ็ดเทพ" ที่เพิ่มโอกาสติดปลา 35% ของฉินเฟิงก็ได้สำแดงเดชออกมาเสียที
ผ่านไปครู่เดียวเขาก็สอยขึ้นมาได้ตัวหนึ่ง พอยกขึ้นมาดูเป็นปลาอินทรี เขาถึงกับยิ้มกริ่มในใจ
เดี๋ยวถ้าไอ้สองคนนี้เห็นปลาอินทรีหนัก 5 จินขึ้นไปสิบกว่าตัวนอนเรียงรายอยู่ พวกมันคงไม่สงสัยอะไรแล้วล่ะ
ตอนแรกฉินเฟิงนึกว่าเจอฝูงปลาอินทรีเข้าอีกแล้ว แต่หลังจากนั้นเขาก็ตกได้ทั้งปลาจานดำ, ปลาจานทอง และปลากะพงขาวนั่นทำให้เขาโล่งอกไปที
ขายแต่ปลาอินทรีทุกวันเขาก็เบื่อเหมือนกัน หลักๆ คือรำคาญที่ราคามันถูกไปหน่อย
ถ้าใช้ลากอวนได้ทีละหลายร้อยจินน่ะถึงจะคุ้ม แต่ใช้เบ็ดตกนี่ไม่ไหว
ตกได้ไม่กี่สิบจินเงินก็นิดเดียวแถมเหนื่อยร่างพัง และการตกแต่ปลาซ้ำๆ ชนิดเดียว มันทำให้เสน่ห์ของการตกปลาหายไปหมด
พอเปลี่ยนที่ดูเหมือนหลินฉีกับฉินเล่ยจะเริ่มดวงดีขึ้นมาบ้าง พวกมันตกได้ปลาจานทองตัวย่อมๆ สองตัวพอเอาไปทำกับข้าวได้
โดยเฉพาะหลินฉี ที่ดันสอย 'ปลากระเบน' ขึ้นมาได้ตัวหนึ่ง ขนาดประมาณกะละมังล้างหน้า ไม่ใหญ่มากแต่น่าจะเอามาทำซุปปลาได้แจ่มเลย
หลินฉีถ่ายรูปเสร็จทีแรกกะจะปล่อยไป แต่อีกใจก็เสียดาย สุดท้ายปรึกษากับฉินเล่ยแล้วตกลงกันว่าจะ "ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ" ในอีกรูปแบบหนึ่ง (คือลงท้องนั่นเอง) แค่ยืดเวลาการกลับสู่ทะเลออกไปนิดหน่อยเท่านั้นแหละ
ฉินเฟิงไม่มีความเห็นอะไร ปลาเพื่อนตกได้ เพื่อนก็ตัดสินใจเองดิ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก ฉินเฟิงมองเวลาเห็นว่าสมควรแก่เหตุแล้ว จึงเตือนเพื่อนทั้งสองให้เก็บเบ็ด เพื่อเตรียมตัวกลับไปขายปลา!
จบตอนที่ 25
------
ตอนที่ 26: ตารางราคา
วันนี้ปลาก็บางส่วนที่ฉินเฟิงตกได้ยังไม่ได้เก็บเข้ามิติตู้ปลา พอถอยเรือกลับเข้าฝั่ง ตอนที่กำลังลำเลียงปลาในถังพักน้ำบนเรือ เขาก็แอบทำเนียนปล่อยปลาอินทรีที่เหลืออยู่ในตู้ปลาออกมาจนหมด
ยังไงซะ ไอ้สองคนนั้นก็ไม่ได้สังเกตหรอกว่าตอนหลังเขาตกได้มากน้อยแค่ไหน
เขาจัดการแยกปลาอินทรีออกจากปลาชนิดอื่น แล้วคัดปลาบางส่วนที่ต้องการจะเก็บเข้ามิติตู้ปลาใส่กล่องแยกไว้ต่างหาก
จากนั้นก็พาเพื่อนทั้งสองมาที่หน้าตลาด หาทำเลเหมาะๆ วางอุปกรณ์ขายปลา แล้วบอกพวกมันว่า:
"พวกมึงสองคนช่วยกูขายปลาอยู่ตรงนี้แป๊บนะ พอดีกูต้องเอาปลาอีคุดลายในกล่องนี้ไปส่งให้ลูกค้าหน่อย"
"ถ้ากูยังไม่กลับมาแต่พวกมึงขายหมดแล้ว ก็โทรหาละกัน"
หลินฉีกับฉินเล่ยไม่ได้ขัดข้องอะไร การได้ลองสวมบทเป็นพ่อค้าแผงลอยชั่วคราวก็ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีสำหรับพวกมัน
"เออจริงด้วย แล้วปลาพวกนี้ขายยังไง มึงต้องบอกราคากูมาก่อนนะ" ฉินเล่ยผู้ละเอียดรอบคอบนึกถึงเรื่องราคาขึ้นมาได้ทันที
"ปลาอินทรีจินละ 15 หยวน, ปลากะพงขาว 40, ปลาจานดำ 60, ปลาจานทอง 80, ส่วนปลาหมึกยักษ์ 30 หยวน ห้ามต่อราคา!
แต่ถ้าจะลดเศษนิดๆ หน่อยๆ พวกมึงก็ดูเอาตามเหมาะสมละกัน"
ฉินเฟิงสั่งความเสร็จ ให้พวกมันจดจำราคาไว้ แล้วเขาก็ขี่รถสามล้อออกไปแว้นข้างนอกทันที
ที่บอกว่าออกไปส่งปลา จริงๆ ก็แค่หาข้ออ้างปลีกตัวออกมาเก็บปลาเข้ามิติตู้ปลานั่นแหละ
ฉินเฟิงเริ่มคิดว่าเขาควรจะมองหาพวกเหลาอาหารทะเลหรือโรงแรมเพื่อขยายช่องทางการขายปลาของตัวเองได้แล้ว
ในทะเลลึกมีปลาบางชนิดที่หายากและราคาต่อหน่วยแพงหูฉี่ ถ้าเอามาตั้งแผงขายริมทางคงขายออกยาก มีแต่พวกโรงแรมหรือเหลาอาหารระดับไฮเอนด์เท่านั้นแหละที่จ้องจะรับซื้อปลาพวกนี้
พร้อมกันนั้นเขาก็นึกถึงคุณอาของลู่เสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นมา บางทีอาจจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้กลายเป็น "สปอนเซอร์รายใหญ่" ของเขาเป็นอันดับแรกๆ ได้
เขาขี่รถสามล้อไปจนถึงที่ลับตาคน ฉินเฟิงก็หยุดรถแล้วเก็บปลาในกล่องเข้ามิติตู้ปลาจนเกลี้ยง
ในถังพักน้ำตอนนี้เหลือแค่ปลาเก๋าเขียวตัวเดียว ส่วนที่เหลือเอาออกไปให้พวกหลินฉีขายหมดแล้ว ปลา 15 ตัวที่เหลืออยู่นี้คือปลาที่เขาคัดมาเป็นพิเศษว่าราคาต่อหน่วยสูงและตัวโต
ประกอบไปด้วย ปลาอีคุดลาย 4 ตัว, ปลาสิงโต 1 ตัว, ปลาเก๋า 2 ตัว, ปลากะพงขาว 3 ตัว (ซึ่งกะพงขาวตัวที่กระจอกที่สุดยังหนักถึง 4 จินเลยทีเดียว) และสุดท้ายคือปลาจานดำ 3 ตัวกับปลาจานทอง 2 ตัว
จากนั้นเขาก็ลองเช็กสถานะของปลา:
【ปลาอีคุดลาย 】
น้ำหนัก: 5.1 จิน
เวลาที่ใช้ในการเติบโต: 35 ชั่วโมง 59 นาที
ปลาอีคุดลายตัวที่ใหญ่ที่สุดหนัก 5.1 จิน ส่วนอีก 3 ตัวที่เหลือหนัก 4.7, 2.1 และ 1.6 จินตามลำดับ ปลาชนิดนี้เท่าที่มีบันทึกมา ตัวที่ใหญ่ที่สุดโตได้ถึง 82.5 เซนติเมตร หนัก 9.2 กิโลกรัม หรือประมาณ 18.4 จิน
ซึ่งตัวที่ใหญ่ที่สุดของฉินเฟิงตอนนี้เพิ่งจะ 5.1 จิน ถ้าเลี้ยงจนถึงขีดจำกัดมันจะหนักได้ถึง 11.73 จิน แม้จะตัวใหญ่มากแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นข่าวดังระดับประเทศ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลไป
ต่อมาเขาก็ดูสถานะของปลาสิงโตตัวนั้น:
【ปลาสิงโต】
น้ำหนัก: 1.8 จิน (ขีดจำกัดการเติบโตคือ 3 จิน)
เวลาที่ใช้ในการเติบโต: 23 ชั่วโมง 59 นาที
อ้าวเฮ้ย...
เจอตัวที่มีขีดจำกัดการเติบโตอีกตัวแล้วแฮะ!
แต่ฉินเฟิงประเมินว่าในมหาสมุทรจริงๆ ต้องมีปลาสิงโตที่ตัวใหญ่กว่าขีดจำกัดในมิติตู้ปลาแน่ๆ แต่มีข้อจำกัดไว้บ้างก็ดี เงินทองมันหาได้ไม่จบไม่สิ้น ทำตัวโลว์โปรไฟล์เข้าไว้นี่แหละคือวิถีแห่งราชัน
ส่วนปลาเก๋าอีก 2 ตัวที่เหลือ เวลาเติบโตไม่เท่ากับปลาเก๋าเขียว ใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน คาดว่าเป็นเพราะขนาดตัวที่ต่างกันมาก เวลาในการเติบโตเลยสั้นลงตามไปด้วย
ส่วนตู้ปลาหมายเลข 1 หลังจากขายปลาไปเมื่อวาน ค่าประสบการณ์ก็มาอยู่ที่ (220/500) วันนี้ถ้าขายปลาหมดจะได้ค่าประสบการณ์เพิ่มอีก 60 แต้ม ถ้าเป็นแบบปกติก็น่าจะอัปเลเวลได้ภายใน 4 วัน
เขาก็แอบคาดหวังเหมือนกันนะ ว่าทุกครั้งที่ตู้ปลาอัปเลเวลมันจะแค่เพิ่มสเตตัส หรือจะมีสิทธิพิเศษอย่างอื่นให้บ้างไหม ไม่รู้ว่าถ้าถึงเลเวล 5 แล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า
แว้นรถเล่นอยู่พักหนึ่งจนเริ่มเบื่อ ฉินเฟิงก็นึกถึงหลี่ซินเยว่ขึ้นมา ไม่รู้ว่าวันนี้วันหยุดของเธอเป็นยังไงบ้าง?
เขาก็เลยลองส่งข้อความไปถามดู ถ้าเธอไม่ได้อยู่ในห้องเช่า เขาจะได้แวะไปรับ
"น้องครับ วันนี้พักผ่อนเป็นไงบ้าง?"
"ดีมากเลยค่ะ รุ่นพี่กลับกันมาหรือยังคะ?"
"อื้ม ถึงแล้ว ตอนนี้กำลังขายปลาอยู่ เดี๋ยวก็กลับห้องแล้วครับ น้องอยู่ไหนเนี่ย?"
"หนูอยู่ที่ห้องรุ่นพี่ค่ะ เดี๋ยวรุ่นพี่กลับมาหนูมีเซอร์ไพรส์ให้ด้วยนะ"
"เซอร์ไพรส์อะไรครับ?"
"อิอิ ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวมาถึงก็รู้เอง"
ฉินเฟิงเกาหัวแกรกๆ ในใจเริ่มมีความคาดหวังเล็กๆ ว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์แบบไหนกันนะ
ช่างเถอะ กลับไปช่วยเพื่อนขายปลาให้เสร็จไวๆ จะได้รีบกลับไปดู
พอเขากลับไปถึงตลาด หลินฉีกับฉินเล่ยก็ขายปลาไปได้เกือบหมดแล้ว
ฉินเฟิงเดินเข้าไปดู เหลือปลาแค่ 2-3 ตัวพอดี มีคุณตาคนหนึ่งเดินเข้ามาด้อมๆ มองๆ เขาเลยจัดชุดใหญ่กึ่งขายกึ่งแถม ยัดปลาใส่ถุงแล้วยัดใส่มือคุณตาไปทันที
ทำเอาคุณตาที่กะจะแค่เดินมาดูเฉยๆ ถึงกับงงเต็ก จ่ายเงินไปแบบงงๆ
พอคุณตาได้สติ ฉินเฟิงกับพวกเพื่อนซี้ก็เก็บของชิ่งหนีไปไกลแล้ว
"โหย ไอ้หนุ่มพวกนี้..."
คุณตาแยกเขี้ยวขำๆ พลางหิ้วถุงปลาเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
ระหว่างทาง ฉินเล่ยหยิบมือถือขึ้นมาสรุปยอดบัญชี ปลาอินทรีขายได้ 774 หยวน, ปลากะพงขาว 268, ส่วนพวกปลาจานทอง จานดำ และปลาจิปาถะอื่นๆ ขายได้ 306 หยวน รวมรายได้ทั้งหมด 1,348 หยวน!
ฉินเล่ยกับหลินฉีเห็นตัวเลขนี้แล้วถึงกับสูดปากพร้อมกัน ก่อนหน้านี้แค่เคยได้ยินว่าฉินเฟิงตกปลาหาเงินเก่ง แต่ไม่มีภาพในหัวว่ามันได้เยอะขนาดไหน พอเห็นของจริงเข้าให้แล้ว ฟันพวกมันแทบจะเปรี้ยวเข็ดฟันด้วยความอิจฉา
"เกินเบอร์ไปมาก! วันนี้พวกกูสองคนตกปลาแทบตาย ขายรวมกันได้แค่ 168 หยวน ไม่เท่าเศษเงินของมึงเลยนะเนี่ย" หลินฉีบ่นอุบ
ฉินเล่ยถอนหายใจยาว ผ่านประสบการณ์การตกปลามาทั้งวัน เขาก็เข้าใจแล้วว่าวงการนี้ "น้ำมันลึก" เกินกว่าที่คนอย่างเขาจะหยั่งถึงจริงๆ
ฉินเฟิงหัวเราะหึๆ คนที่จะมาไฝว้เรื่องตกปลากับเขาได้ ก็คงมีแต่น้องรุ่นน้องที่บ้านนั่นแหละ ที่เหมือนทะเลติดหนี้เธอเอาไว้!
แต่ต่อให้เป็นหลี่ซินเยว่ รายได้จริงๆ ของเธอก็ยังเทียบเขาไม่ได้อยู่ดี
กลับมาถึงห้องเช่า ฉินเฟิงให้หลินฉีกับฉินเล่ยช่วยกันล้างอุปกรณ์ ส่วนตัวเองเดินนำเข้าห้องไปก่อน แล้วเขาก็ได้เห็นหลี่ซินเยว่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงาน
แน่นอนว่าสาวน้อยได้ยินเสียงฝีเท้าที่ประตูแล้ว แต่เธอยังไม่เสียสมาธิ เขียนสิ่งที่ค้างอยู่จนเสร็จ แล้วถึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้ฉินเฟิงที่จ้องมองอยู่
"รุ่นพี่กลับมาแล้วเหรอคะ!"
รอยยิ้มนี้ทำเอาฉินเฟิงถึงกับอึ้งไปวูบหนึ่ง ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนภาพ "สามีกลับบ้านแล้วภรรยาออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม" มันซ้อนทับขึ้นมาซะงั้น
เขารีบสลัดหัวไล่ความคิดนั้นไป แล้วกดความหวั่นไหวแปลกๆ นั้นไว้ในใจ
"เขียนอะไรอยู่เหรอครับ?"
"นี่ไง ลองดูสิคะ!" หลี่ซินเยว่ส่งสมุดโน้ตให้เขา
ฉินเฟิงรับมาเปิดดู แล้วก็ต้องประหลาดใจ เพราะมันคือ "ตารางราคาอาหารทะเล" ในแถบตลาดจินไห่นี้เอง มีราคาอาหารทะเลมากกว่าร้อยชนิดระบุอยู่อย่างละเอียด
แถมพวกสายพันธุ์ที่หายาก เธอยังเขียนอธิบายลักษณะเด่นของพวกมันไว้อย่างละเอียดด้วย เพื่อให้สะดวกในการจำแนกเวลาเจอเข้าในวันหลัง
"นี่น้องไม่ได้พักเลยทั้งวันเหรอ แอบไปทำตารางราคานี่มาให้พี่เหรอครับ?"
หลี่ซินเยว่ได้ยินน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความตำหนิปนความเป็นห่วง รอยยิ้มบนหน้าเธอก็ดูอ่อนโยนขึ้น: "เปล่าหรอกค่ะ ช่วงบ่ายหนูแอบงีบไปแล้ว ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
พอได้ยินว่าเธอได้นอนพักบ้างแล้ว ฉินเฟิงก็พยักหน้าและไม่พูดอะไรต่อ พร้อมกับเข้าใจแล้วว่า "เซอร์ไพรส์" ที่สาวน้อยบอกคืออะไร
เซอร์ไพรส์ชิ้นนี้จะว่าไป... ถึงมันจะไม่ใช่สิ่งที่เขาเผลอจินตนาการฟุ้งซ่านไปไกล แต่มันแฝงไปด้วยความใส่ใจที่เธอมอบให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ในใจเขารู้สึกมีความสุขมากจริงๆ
"น้องครับ เย็นนี้อยากทานอะไร บอกมาเลย เดี๋ยวพี่โชว์ฝีมือทำให้ทานเอง"
"จริงเหรอคะ? งั้นเอาแบบนี้ รุ่นพี่ฝีมือดีขนาดนี้ สอนหนูทำอาหารด้วยได้ไหมคะ?"
"ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!"
จบตอนที่ 26