เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19: ฝูงปลาอินทรี / ตอนที่ 20: หลานสาวของบล็อกเกอร์อาหาร

ตอนที่ 19: ฝูงปลาอินทรี / ตอนที่ 20: หลานสาวของบล็อกเกอร์อาหาร

ตอนที่ 19: ฝูงปลาอินทรี / ตอนที่ 20: หลานสาวของบล็อกเกอร์อาหาร


ตอนที่ 19: ฝูงปลาอินทรี

 

หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ หลี่ซินเยว่เก็บกวาดกล่องข้าวของทั้งคู่ใส่กลับลงในลังใบเล็ก แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูซีรีส์เซียนย้อนยุคเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้า ฉินเฟิงชะโงกหน้าไปดูแวบหนึ่ง:

"อืมๆ ชุดคอสตูมออกแบบสวยดีนะ แต่ติดตรงที่นางเอกหน้าตาธรรมดาไปหน่อย"

"ธรรมดาเหรอคะ? นางเอกคนนี้สวยมากเลยนะ แถมยังเป็นดาราดังระดับท็อป เลยนะเนี่ย!"

หลี่ซินเยว่รู้สึกแปลกใจ นางเอกในสายตาผู้หญิงอย่างเธอถือว่าสวยมากเลยนะ ทำไมรุ่นพี่ที่เป็นผู้ชายถึงบอกว่าธรรมดาล่ะ?

ฉินเฟิงมองหน้าหลี่ซินเยว่สลับกับหน้าดารานางเอกในจอที่ใส่ฟิลเตอร์บิวตี้จนแทบจะมองไม่เห็นดั้ง แล้วเขาก็ยังยืนยันรสนิยมตัวเองอย่างหนักแน่น:

"ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ!"

"โอเคค่ะ"

หลี่ซินเยว่ไหวไหล่ไม่ใส่ใจ เธอโหลดเรื่องนี้มาไว้ดูแก้เซ็งเฉยๆ ไม่ได้สนว่าพระเอกนางเอกจะสวยหล่อแค่ไหน

ฉินเฟิงนั่งดูเป็นเพื่อนสักพัก รู้สึกว่ามีแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ พลัดพรากตบจูบกันไปมาดูแล้วน่าเบื่อ เลยหยิบมือถือออกมาอ่านนิยายของตัวเองบ้าง เขาก็เตรียมตัวมาเหมือนกัน

อย่างเช่นนิยายเรื่องใหม่ที่เพิ่งออกเนี่ย 《พกพามิติตู้ปลาติดตัว》 แนวตกปลาทำฟาร์ม พอดีเป๊ะกับอาชีพเขาตอนนี้เลย

ติดอยู่อย่างเดียวคือคนเขียนอัปช้ามากกกก อยากจะส่งข้อความไปเร่งจริงๆ แต่พอเห็นคนเขียนบ่นว่ากลั้นเยี่ยวจนตัวเหลืองกว่าจะปั่นออกมาได้สองตอน ก็เลยหยวนๆ ให้ละกัน

ถ้ามีสัญญาณมือถือนะ เขาตั้งใจจะเปย์สัก 100 เหรียญ พร้อมตั๋วเดือน ให้เป็นกำลังใจสักหน่อย

อืม... เดี๋ยวเย็นนี้ขายปลาเสร็จค่อยกลับไปให้กำลังใจคนเขียนหน่อยละกัน!

พักผ่อนได้ครึ่งชั่วโมง ฉินเฟิงก็ลุกขึ้นสตาร์ทเรือ ขับมั่วๆ ไปสักทิศหนึ่งประมาณสิบนาทีก็หยุด จากนั้นก็อ่อยเหยื่อแล้วหยิบเบ็ดขึ้นมาตกต่อ ตกไปได้สักพัก ทั้งคู่เริ่มมีปลาติดเบ็ดบ้าง แต่น่าเสียดายที่เป็นแค่พวกปลาเล็กปลาน้อย

ปลาตัวเล็กเกินไปทั้งคู่จะโยนกลับทะเล ส่วนฉินเฟิงก็ได้ปลากระพงทะเลหนักประมาณ 7 เหลี่ยงมาตัวหนึ่ง เลยเอาใส่ถังแช่เลี้ยงไว้ก่อน เย็นนี้เอากลับไปขายก็น่าจะได้ราคาอยู่

เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกปลาไม่ได้โม้จริงๆ การอ่อยเหยื่อ มันได้ผลดีมาก

เห็นไหมล่ะ... เริ่มจากดึงดูดปลาเล็กปลาน้อยก่อน แล้วเดี๋ยวปลาใหญ่ (เงิน) ก็ตามมา

สิ่งที่ทั้งคู่ไม่รู้ก็คือ ตอนนี้มีฝูงปลาอินทรี ฝูงเล็กๆ ว่ายมาอยู่ใต้เรือตกปลาของพวกเขา และกำลังแย่งกินเหยื่อล่อกันอย่างเมามัน

ในฝูงนั้นมีปลาอินทรีตัวหนึ่ง ดูท่าทางหิวโหยตะกละตะกลามมาก กินไปได้ไม่กี่คำจู่ๆ มันก็โดนลูกหมึก ที่กำลังดิ้นรนอยู่ข้างๆ ดึงดูดความสนใจ อาหารมาจ่อถึงหน้ามีหรือจะเกรงใจ มันพุ่งเข้าไปงับลูกหมึกกลืนลงท้องทันที!

แต่วินาทีต่อมา ความเจ็บจี๊ดที่ริมฝีปากก็กระตุ้นประสาทของมันทันที มันเริ่มดิ้นพล่านและว่ายหนีสุดชีวิต

บนเรือตกปลา เสียงอุทานด้วยความดีใจของหลี่ซินเยว่ดังขึ้น จากแรงกระชากที่ส่งผ่านคันเบ็ดมา เธอรู้สึกได้เลยว่าปลาตัวนี้ใหญ่กว่าปลาเล็กปลาน้อยเมื่อกี้มาก เธอรีบวัดเบ็ดแล้วเริ่มเย่อปลาทันที ไม่รีบใช้แรงมหาศาลดึงขึ้นมา เพราะนี่ยังแค่ช่วงเที่ยง ถ้าใช้แรงหมดเสียตอนนี้ช่วงบ่ายจะตกต่อยังไงไหว

อีกด้านหนึ่ง เบ็ดของฉินเฟิงก็ติดเหมือนกัน พอดึงขึ้นมาเหนือน้ำดู ก็เห็นว่าเป็นปลาอินทรี เขาแอบสลับปลากับในมิติตู้ปลาทันที แล้วตรวจสอบดู...

【ปลาอินทรี】

น้ำหนัก: 2.6 จิน

เวลาที่ใช้ในการเติบโต: 2 ชั่วโมง 59 นาที

อาจจะเป็นเพราะปลาอินทรีราคาค่อนข้างถูก แค่จินละ 18 หยวน ระยะเวลาการเติบโตในมิติเลยสั้นเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาหลังจากนั้น ทั้งคู่ยุ่งอยู่กับการเก็บเบ็ดและเหวี่ยงเบ็ดจนไม่ได้หยุดพัก ใบหน้ามีแต่รอยยิ้มแก้มปริ

ปลาถูกหน่อยไม่เป็นไร เน้นปริมาณเข้าสู้!

ปลาอินทรีถึงจะราคาไม่แพง แต่รสชาติถือว่าใช้ได้เลย โดยเฉพาะถ้าเอาไปทำลูกชิ้นปลา บอกเลยว่าหอมสดชื่นสุดๆ

จนกระทั่งเวลาบ่ายสามโมง ฝูงปลาเริ่มว่ายจากไป และลังพลาสติกก็เกือบจะเต็มแล้ว

หลี่ซินเยว่เหนื่อยจนต้องหยิบน้ำแร่ขึ้นมาซดไปครึ่งขวดรวดเดียว

ฉินเฟิงอึดกว่าเธอเยอะแต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน เขาจิบน้ำแล้วหอบหายใจสักพักถึงรู้สึกดีขึ้น

"น้องซินเยว่ เรากลับกันเถอะ! ปลาเยอะขนาดนี้ต่อให้มีเครื่องออกซิเจนก็เลี้ยงไว้ได้ไม่นาน รีบกลับไปขายตอนปลามันยังสดๆ ดีกว่า"

ปลาเก๋าตัวใหญ่เริ่มจะหงายท้องแล้ว ต้องรีบกลับด่วน ไม่งั้นถ้าตายขึ้นมาโดนกดราคาแน่

"อื้อๆ รุ่นพี่รบกวนขับเรือหน่อยนะคะ หนูเมื่อยแขนจะตายอยู่แล้ว" หลี่ซินเยว่พยักหน้าพลางนั่งนวดแขนตัวเองไปมา

"ได้เลย!" ฉินเฟิงรับคำ ต่อให้เธอไม่บอก เขาก็ตั้งใจจะขับเองอยู่แล้ว ผ่านไปชั่วโมงกว่า ทั้งคู่ก็กลับมาถึงท่าเรือ

เนื่องจากลังพลาสติกมีไม่พอ ทั้งคู่เลยตกลงกันว่า ให้ฉินเฟิงเอาปลาของหลี่ซินเยว่ไปขายที่ตลาดก่อน ส่วนเขาก็จะไปซื้อลังใบใหม่ที่ร้านอุปกรณ์ตกปลามาเพิ่ม ยังไงพื้นที่ตรงหัวเรือก็ยังว่าง วางลังได้อีกสบายๆ

พอจอดเรือเสร็จ ทั้งคู่ก็ช่วยกันยกลังพลาสติกใบใหญ่ขึ้นฝั่ง วันนี้โชคดีเจอฝูงปลา พอยกขึ้นมาชั่งดูรวมๆ แล้วมีน้ำหนักเกือบร้อยจิน (ประมาณ 50 กิโลกรัม)

ฉินเฟิงขี่รถสามล้อเข้ามารับ จังหวะนั้นมีชายสวมหมวกฟางคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้หลี่ซินเยว่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เปิดฝาลังดูทันที: "โอ้โห ฝีมือไม่เบานี่ ได้ปลาเก๋าตัวใหญ่ขนาดนี้ แถมปลาอินทรีอีกเพียบ ขายให้ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันรับเหมาหมดเลย พวกเธอจะได้ไม่ต้องแบกไปแบกมาให้เหนื่อย"

"ให้ราคาเท่าไหร่คะ?" หลี่ซินเยว่คิดว่าถ้าราคาดีก็น่าสนใจ

"ปลาเก๋าตัวนี้ใช้ได้เลยนะ ฉันให้ราคาสูงเลย จินละ 40 หยวน ส่วนปลาอินทรีนี่ถูกหน่อย ให้จินละ 8 หยวน เป็นไง?" ชายคนนั้นยิ้มกว้าง ทำหน้าเหมือนว่าพวกเธอจะได้กำไรมหาศาล

"รุ่นพี่คะ รีบมายกปลาไปเถอะค่ะ เราไปตั้งแผงที่ตลาดกันดีกว่า" หลี่ซินเยว่ปิดฝาลังดัง ปัง! หันไปเรียกฉินเฟิงทันที ไม่คิดจะเสวนากับชายคนนี้อีกต่อไป

"เฮ้ๆๆ น้องสาวอย่าเพิ่งรีบสิ ราคาต่อรองกันได้นะ!" ชายวัยกลางคนพ่นน้ำลายกระจายไม่อยากปล่อย"หมูสนาม" สองคนนี้หลุดมือไป

ฉินเฟิงจอดรถสามล้อแล้วเดินเข้ามา ชายคนนั้นหุบปากฉับทันที ดูท่าทางความต่างของขนาดร่างกายจะทำให้เขารู้สึกกดดันไม่น้อย

"ไม่มีอะไรค่ะ เราไปกันเถอะ!" หลี่ซินเยว่ไม่อยากยุ่งด้วยแต่ก็ไม่อยากมีเรื่อง เลยช่วยกันยกปลาขึ้นรถแล้วจากไปทันที

พอมาถึงหน้าตลาดและหาที่เหมาะๆ ได้แล้ว ฉินเฟิงให้หลี่ซินเยว่เฝ้าแผงขายไปก่อน ส่วนเขาแวะไปซื้อลังใบใหม่ที่ร้านอุปกรณ์ตกปลา แต่พอไปถึงร้าน นอกจากจะได้ลังแล้ว เขายังโดนเจ้าของร้านป้ายยาซื้อ "กระชังใส่ปลา" มาอีกสองอัน เอาไว้แขวนข้างเรือใส่ปลาได้เลย เขาจึงกลับไปที่เรือที่ท่าเรือเพื่อย้ายปลาจากถังแช่บนเรือลงลังใหม่

เขาลองสำรวจถังแช่บนเรือ นอกจากปลาเก๋าดอกเขียวหนัก 20 กว่าจินตัวนั้นแล้ว ยังมีปลาเก๋าหมอทะเลตัวเล็กหนักจินกว่าๆ อีกตัว ส่วนที่เหลือเป็นปลาอินทรีทั้งหมด ปลาอินทรีทั้ง 14 ตัวนี้เติบโตจนถึงขีดจำกัดของมิติตู้ปลาแล้ว ตัวที่เบาที่สุดยังหนักถึง 7 จินครึ่ง แต่ละตัวดูเหมือน "ตอร์ปิโดน้อย" เลยทีเดียว

เขาหยิบปลาเก๋าดอกเขียวตัวใหญ่ออกมาไว้ที่บ้านก่อน ส่วนที่เหลือเอาออกมาทั้งหมด แล้วคัดปลาอินทรีตัวใหญ่ๆ จากถังบนเรือมาอีก 15 ตัวใส่ลงลังเพื่อเตรียมไปขาย ส่วนปลาเก๋าหมอทะเลตัวเล็กนั่น เขาตั้งใจจะเก็บไว้เลี้ยงเพื่อนเย็นนี้

พอกลับมาที่ตลาด ฉินเฟิงมองหาหลี่ซินเยว่ไม่เจอชั่วคราว เพราะตรงที่พวกเขาจองไว้มีคนรุมล้อมเต็มไปหมด!

"ขอทางหน่อยครับ... ขอทางหน่อย"

เขาอุ้มลังพลาสติกเบียดฝูงชนเข้าไป ถึงได้เห็นว่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นอกจากปลาเก๋ายักษ์ตัวนั้นแล้ว ปลาอินทรีของหลี่ซินเยว่ถูกขายเกลี้ยงเรียบร้อย!

หลี่ซินเยว่เห็นฉินเฟิงมาก็ดีใจรีบบอกลูกค้า: "มาแล้วค่ะๆ ทุกคนไม่ต้องรีบนะคะ ตามลำดับเลยค่ะ"

เพราะคนเยอะมาก ปลาอินทรีที่ตกมาได้วันนี้เลยไม่พอขาย แย่งกันคนละตัวสองตัว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ปลาของฉินเฟิงก็ขายหมดเกลี้ยง ยกเว้นปลาเก๋าตัวเล็กที่เขาแอบไว้ และปลาอินทรีอีกหนึ่งตัวที่เขาตั้งใจเก็บไว้ทำลูกชิ้นปลา

เหลือเพียงปลาเก๋ายักษ์ของหลี่ซินเยว่ สาวน้อยมองปลาแล้วเริ่มทำหน้ามุ่ย

"ไม่ต้องรีบหรอก ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีใครควักเงินหลายพันซื้อปลาตัวเดียวหรอก เดี๋ยวเราลองไปเสนอตามที่ต่างๆ เองดีกว่า"

ฉินเฟิงยกลังกลับขึ้นรถสามล้อ เปิดเครื่องออกซิเจนเต็มที่เพื่อให้ปลาเก๋าตัวนี้ยื้อชีวิตไว้ได้นานที่สุด

"รุ่นพี่คะ แล้วเราจะไปเสนอที่ไหนดีล่ะ?"

"ลองไปดูตามโรงแรมหรือภัตตาคารอาหารทะเลดูสิ"

"เฮ้อ คงต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ"


จบตอนที่ 19

-------

ตอนที่ 20: หลานสาวของบล็อกเกอร์อาหาร

 

"เฮ้! คนสวย พ่อหนุ่มรูปหล่อ รอเดี๋ยว รอเดี๋ยวก่อนค่ะ!"

ยังไม่ทันจะได้บิดคันเร่งออกรถ เสียงตะโกนอย่างร้อนรนก็ดังมาจากด้านหลัง เป็นเสียงที่หวานใสและไพเราะ ฟังดูแล้วน่าจะเป็นหญิงสาว ฉินเฟิงหันไปมอง ก็พบหญิงสาวแต่งตัวทันสมัยคนหนึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาที่พวกเขา

พอวิ่งมาถึงเธอก็เอามือหนึ่งยันรถสามล้อไว้ อีกมือทาบอกพลางหอบหายใจแฮ่กๆ พักใหญ่กว่าจังหวะหายใจจะเริ่มนิ่ง

"สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรกับพวกเราหรือเปล่าคะ?" หลี่ซินเยว่ลงจากรถแล้วเป็นฝ่ายเข้าไปทามทักก่อน

"ฉันจะมาซื้อ... เอ๊ะ! เธอคือหลี่ซินเยว่จากมหาวิทยาลัยข้างๆ นี่นา ฉันเคยได้ยินชื่อเธอด้วย!" หญิงสาวคนนั้นอุทานด้วยความแปลกใจ จากนั้นก็หันไปมองฉินเฟิงแล้วโวยวายขึ้นมาอีก "ว้าว! เดือนมหาลัย ก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย พวกเธอสองคน..."

เดือนมหาลัย?

หมายถึงเขาเหรอ?

ฉินเฟิงทำหน้ามึนตึ้บ เขาไม่เคยได้ยินใครเรียกเขาแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

ถึงจะมีรุ่นน้องสาวๆ แอบชมว่าเขาหล่อเหลา มีใบหน้าและรูปร่างที่ไม่แพ้เหล่านักอ่าน (คนหล่อ), กู่เทียนเล่อ หรือเผิงอวี้เยี่ยน แต่คำว่า "เดือนมหาลัย" เนี่ย ปกติเขามักจะเห็นคนใช้เรียกพวกหนุ่มน้อยหน้ามน (เสี่ยวหน่ายโก่ว) ในมหาลัยมากกว่า

พอได้ยินคนมาเรียกตัวเองแบบนี้เข้าบ้าง มันก็รู้สึกแปลกใหม่ดีแฮะ

"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าที่เรียกพวกเราไว้มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?" หลี่ซินเยว่ไม่ได้อธิบายเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ถามซ้ำถึงจุดประสงค์ของเธอ

"อุ๊ยตาย! มัวแต่ตกใจที่เจอพวกเธอจนลืมธุระเลย ฉันมาซื้อปลาน่ะค่ะ ไอ้ปลาเก๋าตัวใหญ่นั่นน่ะ" หญิงสาวใช้มือตบหน้าผากขาวๆ ของตัวเองเบาๆ พลางบอกจุดประสงค์ที่วิ่งตามมา

"อ้าว คุณจะซื้อปลาเหรอคะ?"

"ใช่ๆๆ ปลาตัวนั้นยังไม่ได้ขายไปใช่ไหมคะ?"

"ยังค่ะ พวกเรากำลังจะเอาไปเสนอขายที่ภัตตาคารอาหารทะเลน่ะค่ะ"

"เย้! ดีจังเลย ขอน้องดูปลาก่อนได้ไหมคะ?" หญิงสาวร้องไชโยออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยขอตามมารยาท

"ได้แน่นอนค่ะ!"

หลี่ซินเยว่เดินไปเปิดฝาลังพลาสติก หญิงสาวคนนั้นรีบชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจอย่างละเอียดทันที

"รอดตายๆ ปลายังไม่ตายแฮะ เปิดออกซิเจนไว้แบบนี้ยังอยู่ได้อีกหลายชั่วโมง เวลาเหลือเฟือเลย ปลาเก๋าตัวนี้พวกเธอขายยังไงคะ?"

"เอ่อ... จินละ 100 หยวน ได้ไหมคะ?" หลี่ซินเยว่ครุ่นคิด จริงๆ เธอตั้งใจจะขายจินละ 80 เพราะกลัวว่า 100 นึงจะแพงไปจนขายไม่ออก ก่อนหน้านี้ใช่ว่าจะไม่มีคนมาถาม มีคนมาตอมเพียบเลยล่ะ แต่ให้ราคาสูงสุดแค่จินละ 70 เอง ซึ่งมันต่ำกว่าราคาตลาดปกติ เธอเลยไม่ยอมขาย!

แต่พอเห็นฉินเฟิงส่งสัญญาณอยู่ข้างๆ เธอเลยกลั้นใจบอกราคาที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ออกไป กะว่าถ้าเขาต่อค่อยว่ากันอีกที

แต่ใครจะนึก หญิงสาวคนนั้นไม่ลังเลเลยสักนิด พยักหน้าตกลงทันที:

"ตกลงค่ะ พี่สาวนี่ทั้งสวยทั้งใจดีจริงๆ ไม่ฉวยโอกาสตอนฉันกำลังรีบใช้ปลามาโขกราคาหน้าเลือด"

หลี่ซินเยว่: "......"

ฉินเฟิงเห็นสาวๆ ตกลงดีลกันได้แล้ว ก็อาสาใช้สวิงช้อนปลาขึ้นมา แล้วชั่งน้ำหนักให้หญิงสาวดูชัดๆ:

"41 จิน 7 เหลี่ยง ทั้งหมด 4,170 หยวนครับ"

"โอเคค่ะ โอนผ่านมือถือนะ" หญิงสาวพยักหน้าแล้วหยิบมือถือออกมา

"จ่ายแค่ 4,100 ถ้วนก็พอค่ะ" หลี่ซินเยว่รู้สึกถูกชะตากับสาวตรงไปตรงมาคนนี้ เลยลดเศษให้ไปเลย

"ฮี่ๆ พี่สาวใจดีจัง จริงๆ แล้วปลาตัวนี้ซื้อไปให้คุณอาค่ะ อาของฉันเป็นบล็อกเกอร์อาหาร พอดีเขาได้ยินคนลือกันว่าทางนี้มีคนตกปลาเก๋ายักษ์ธรรมชาติได้ แต่เขาปลีกตัวมาไม่ได้เลยใช้ให้ฉันรีบวิ่งมาซื้อเนี่ยแหละ"

หลี่ซินเยว่ถึงกับบางอ้อ ตอนแรกเธอยังแอบทึ่งว่าสาวคนนี้รวยจัง ซื้อปลาตัวละสี่พันกว่าหยวนได้แบบไม่กะพริบตา ที่แท้ก็ซื้อให้อานี่เอง

"พี่สาวคะ ฉันชื่อ ลู่เสวี่ยเอ๋อร์ เรามาแลกคอนแทคกันไว้เถอะ! วันหน้าถ้าพี่ตกได้ปลาหายากๆ ต้องเก็บไว้ให้ฉันก่อนเลยนะ"

"ได้เลยจ้า วันหน้าถ้าได้ของดีจะเก็บไว้ให้แน่นอน ว่าแต่ปลาตัวนี้จะเอากลับไปยังไงคะ?"

"ฉันขับรถของคุณอามาค่ะ รบกวนพี่ชายรูปหล่อช่วยขนปลาไปส่งที่รถหน่อยได้ไหมคะ?" ลู่เสวี่ยเอ๋อร์ชี้ไปที่รถ Range Rover สีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล

"ได้ครับ!" ฉินเฟิงรับคำ พลางแอบทึ่งในใจว่ายัยหนูลู่เสวี่ยเอ๋อร์คนนี้ต้องมี

"ใบเซอร์ฯ มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม" ชัวร์ๆ คุยกันแป๊บเดียวเรียกพี่ชายพี่สาวได้ลื่นปรื๊ด

หันมามองหลี่ซินเยว่สิ จนถึงป่านนี้เธอยังเรียกเขาว่า "รุ่นพี่" อยู่เลย!

หลังจากช่วยขนปลาไปส่งที่ท้ายรถ คุณอาของลู่เสวี่ยเอ๋อร์เตรียมตัวมาพร้อมมาก มีทั้งตู้ปลากระจกและเครื่องออกซิเจนวางรอไว้

ฉินเฟิงใส่ปลาลงไปแล้วเทน้ำทะเลจากลังตามลงไปด้วย ก่อนจะโบกมือลาเสวี่ยเอ๋อร์แล้วจากมา

ระหว่างทางกลับบ้าน หลี่ซินเยว่กำลังกดเครื่องคิดเลขคำนวณรายได้อย่างตื่นเต้น ยังไม่ถึงบ้านเธอก็สรุปยอดเสร็จสรรพ

"รุ่นพี่คะ วันนี้รุ่นพี่ขายปลาอินทรีไปได้ 67 จิน เป็นเงิน 1,005 หยวน ปลากระพง 3 ตัวขายได้ 425 หยวน แล้วก็ปลาจิปาถะอื่นๆ อีก 230 หยวน รวมรายได้ทั้งหมดคือ 1,660 หยวน ค่ะ"

ฉินเฟิงพยักหน้าพลางยิ้ม: "ก็ไม่เลวนะ ออกทะเลลึกนี่ทรัพยากรปลาเยอะจริงๆ แล้วเราล่ะ วันนี้ได้เท่าไหร่?"

"หนูตกปลาอินทรีได้ตัวไม่ใหญ่เท่ารุ่นพี่ มีแต่ไซส์ 3-4 จิน ขายไปได้ 42 จิน เป็นเงิน 630 หยวน ปลาอื่นๆ อีก 320 หยวน ถ้าไม่ได้ปลาเก๋าตัวนั้นนะ วันนี้หนูคงได้ไม่ถึงพันหยวนด้วยซ้ำ!"

หลี่ซินเยว่พูดไปยิ้มไป จริงๆ เธอก็สังเกตมานานแล้วว่าจำนวนปลาที่เธอตกได้มักจะไม่น้อยกว่าฉินเฟิงเลย แต่ติดตรงที่ "ขนาด" มันสู้ไม่ได้จริงๆ รุ่นพี่ของเธอนี่ตัวสูงใหญ่ ปลาก็ตกได้แต่ตัวใหญ่ๆ ส่วนเธอตัวเล็กกะเปี๊ยก ปลาก็ได้แต่ตัวจิ๋วๆ... แปลกจริงๆ แฮะ

ฉินเฟิงไม่รู้ว่าสาวน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้รู้เขาก็คงแค่เผย "รอยยิ้มลึกลับ" ออกมาเท่านั้นแหละ

ถ้าตามสถานการณ์ปกติ ปลาของทั้งคู่คงพอๆ กันแหละ แต่นี่เขามี "นิ้วทองคำ" ไง เพราะงั้นทุกครั้งที่ขายปลา เขาเลยมีปลาไซส์บิ๊กๆ ติดมาโชว์ตลอด

พอกลับถึงบ้านเช่า ทั้งคู่ช่วยกันฉีดน้ำล้างอุปกรณ์ในลานบ้านก่อนจะเก็บเข้าที่

"รุ่นพี่คะ ไปกันเถอะ เย็นนี้ไม่ต้องทำกับข้าวที่บ้านแล้ว หนูเลี้ยงมื้อใหญ่เอง!"

วันนี้ได้เงินมาตั้งห้าพันหยวน หลี่ซินเยว่ดีใจสุดเหวี่ยง แถมเห็นว่ารายได้ฉินเฟิงวันนี้ต่างจากเธอเยอะ (ในความเข้าใจของเธอ) เลยอยากจะเลี้ยงปลอบใจรุ่นพี่สักหน่อย

ฉินเฟิงรีบส่ายหัวปฏิเสธ: "อย่าเลยครับ พอดีเพื่อนซี้จากบ้านเกิดพี่มาหา เดี๋ยวพี่จะไปซื้อกับข้าวมาทำเลี้ยงพวกมันชุดใหญ่สักมื้อ"

"อ๋อ แบบนี้เองเหรอคะ ตกลงค่ะ งั้นคืนนี้หนูคงได้ลาภปากอีกแล้วสิ!"

"แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นคืนนี้เตรียมท้องไว้กินให้เต็มคราบเลย ไป... ไปตลาดเป็นเพื่อนพี่หน่อย"

"อื้อๆ!"

ฉินเฟิงพาหลี่ซินเยว่ไปตลาด เขาประเดิมด้วยการซื้อกุ้งมังกรบอสตันหนัก 2 จิน ราคา 220 หยวน ต่อด้วยปูม้า (ปูทะเลเขียว) ตัวเมียเน้นๆ อีก 3 ตัว ราคา 260 หยวน ตบท้ายด้วยซี่โครงแกะและคากิ แต่สาวน้อยบอกว่ามีแต่เนื้อๆ มันจะหนักท้องเกินไป เธอเลยแนะนำให้ซื้อผักกับผลไม้เพิ่มด้วย ถึงค่อยพากันกลับบ้าน

พอถึงบ้าน ฉินเฟิงก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะติดต่อเพื่อนซี้ได้แล้ว (เพิ่งจะมีมโนธรรม!)

พอโทรติดปุ๊บ ปลายสายก็คำรามออกมาทันที: "ไอ้เพื่อนเวร! ในที่สุดมึงก็รู้จักโทรมาหาพวกกูแล้วเหรอวะ?!"

"ติ๊ด!"

ฉินเฟิงกดวางสายหน้าตาเฉย ผ่านไปสิบวินาที เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาเลือกกดรับ แล้วเสียงคำรามเดิมก็ดังรอดออกมาอีก: "ไอ้สาดดด มึงกล้าตัดสายกูเหรอ?!"

"ติ๊ด!" วางอีกรอบ!

หลี่ซินเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้งกิมกี่ มองดูการกระทำของรุ่นพี่แบบงงๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นครั้งที่สาม: "มีปัญญาเรียกกูก็อย่ากดวางดิโว้ยยย!"

"ติ๊ด!"

"พี่เฟิงครับ... พี่เฟิงสุดหล่อ อย่าเพิ่งวางเลยนะค้าบ!"

"เรียกปู่สิ!"

"ไม่มีทาง!"

"ติ๊ด!"

"ปู่เฟิงครับ... หลานผิดไปแล้ว..."

"อืมมม หลานรัก ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย มีอะไรจะสั่งเสีย... เอ้ย มีอะไรจะพูดก็ว่ามา!"

"พูดได้แล้วครับ! ท่านปู่มีอะไรจะสั่งใช้หลานคนนี้ไหมครับ!"

"เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ รีบแจ้นมาที่นี่ซะ เย็นนี้ปู่จะโชว์ฝีมือทำมื้อใหญ่เลี้ยงพวกมึงเอง"

"จัดไปครับปู่! จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"

พอวางสายคราวนี้ก็ไม่มีใครโทรมาอีก หลี่ซินเยว่ที่ยืนอึ้งมานานจู่ๆ ก็หลุดหัวเราะ "พรืด" ออกมาจนขำกิ้ง

"ฮ่าๆๆๆๆ... เพื่อนรุ่นพี่ตลกมากเลยค่ะ พวกพี่นี่คุยกันน่าสนุกจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ..."


จบตอนที่ 20

จบบทที่ ตอนที่ 19: ฝูงปลาอินทรี / ตอนที่ 20: หลานสาวของบล็อกเกอร์อาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว