- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 27: ตลาดของเก่าอัลฟี่ส์
บทที่ 27: ตลาดของเก่าอัลฟี่ส์
บทที่ 27: ตลาดของเก่าอัลฟี่ส์
บทที่ 27: ตลาดของเก่าอัลฟี่ส์
พูดกันตามตรง ค่าธรรมเนียมที่เจ้าอ้วนเรียกเก็บในการจัดการเงินก้อนนี้ถือว่าน้อยมาก นี่เพราะเป็นบริษัทของเตี่ยเขาเองนะ ถ้าไปจ้างพวกองค์กรฟอกเงินอาชีพมาจัดการล่ะก็ไม่โดนหักซัก 30% ก็ถือว่าเขาใจบุญสุนทาน
มากแล้ว...ในระหว่างที่เจ้าอ้วนกำลังดำเนินการจัดการเงินเหล่านั้น ฤดูกาลเปิดภาคเรียนประจำปีก็มาถึงอีกครั้ง
การเรียนมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ปีหนึ่งจะมีช่วงปิดเทอมยาวๆ อยู่ 3 ช่วง เริ่มจากปิดเทอมอีสเตอร์ประมาณ 3 สัปดาห์ (ช่วงปลายมีนาคมหรือต้นเมษายน) ต่อด้วยปิดเทอมคริสต์มาสอีก 3 สัปดาห์เท่ากัน ส่วนช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมที่ยาวนานที่สุดก็คือ ปิดเทอมฤดูร้อน(Summer Holiday)นั่นเอง ปิดเทอมฤดูร้อนของมหาวิทยาลัยในอังกฤษจะยาวกว่าที่ไทยหน่อย เริ่มปิดกันตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนและจะเปิดเทอมอีกทีก็ช่วงปลายเดือนกันยายนนู่นเลย ตอนนี้ หยางจิ้งและเจ้าอ้วนกำลังเรียนระดับปริญญาโท แม้ว่าหลักสูตรโทส่วนใหญ่ในอังกฤษจะเรียนปีเดียวจบ แต่สาขาที่พวกเขาเรียนนั้นเป็นหลักสูตร 2 ปี ซึ่งต่างจากส่วนใหญ่เล็กน้อย หยางจิ้งและเจ้าอ้วนส่งวิทยานิพนธ์ไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว และต้องรอจนถึงเดือนพฤศจิกายนกว่าจะได้ใบปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการ ดังนั้นถึงแม้ปีการศึกษาใหม่จะเริ่มขึ้นแล้ว สำหรับพวกเขาสองคนจะเปิดเทอมหรือไม่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรนัก ตัวหยางจิ้งเองก็ถูกเตี่ยบังคับมาเรียนที่นี่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอแค่ได้ใบปริญญามาครอง เขาก็ไม่มีทางอยู่ที่อังกฤษต่อแน่นอน ส่วนเจ้าอ้วนนั้นเรียนที่นี่มา 6 ปีแล้ว จบโทนี่ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว ถ้าจะให้เรียนต่อเอกอีกล่ะก็ เจ้าอ้วนคงได้สติแตกบ้าไปตรงนั้นแน่ๆ ดังนั้นหน้าที่ของพวกเขตอนนี้คือรอให้วิทยานิพนธ์ผ่านแล้วรับปริญญากลับบ้าน
ลูกน้องของเตี่ยเจ้าอ้วนทำงานกันได้เก๋าเกมจริงๆ เงินก้อนนั้นส่งไปให้พวกเขาจัดการไม่ถึง 5 วัน มือถือของ หยางจิ้งก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้า 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นข้อมูลจากบัตรธนาคารในจีนและอีกฉบับมาจากบัตรธนาคาร HSBC ข้อความจากธนาคารในจีนทำให้หยางจิ้งตื่นเต้นสุดขีด เพราะตัวเลขมันมหาศาลมาก! เมื่อคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ต่อเงินหยวนที่ 1:8.29 เงิน 2 ล้านปอนด์นั้นแลกเป็นเงินจีนได้สูงถึง 16.58 ล้านหยวน (ประมาณ 80 กว่าล้านบาท!) เพียงชั่วพริบตาเดียว หยางจิ้งก็กลายร่างเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างเต็มตัว ส่วนบัตร HSBC มีเงินเข้ามา 270,000 ปอนด์ (ประมาณ 11 ล้านบาท) ตามที่หยางจิ้งร้องขอเอาไว้ ในช่วงสองเดือนหลังจากนี้ หยางจิ้งกะจะใช้เงินก้อนนี้แหละในการใช้ชีวิตที่อังกฤษ ถึงจะเป็นแค่เศษเงินที่เหลือจากการจัดการ แต่เงิน 2.7 แสนปอนด์ก็ยังเป็นเงินก้อนโตที่หยางจิ้งไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาใช้ชีวิตในอังกฤษมา 2 ปี หมดเงินไปไม่ถึง 5 หมื่นปอนด์ด้วยซ้ำ ตอนนี้ใกล้จะกลับบ้านแล้ว มีเงินในบัตรตั้ง 2 แสนกว่า คราวนี้แหละจะได้ใช้ชีวิตแบบจัดหนักจัดเต็มเสียที! เรื่องกินชุดใหญ่เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ลอนดอนจะมีไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ทว่าที่นั่นกลับไม่มีร้านอาหารซานตง (หลู่ไช่) ที่รสชาติเด็ดขาดเท่าร้านของเถ้าแก่ซุน ถ้าไม่ติดว่าเมืองคาร์ดิฟฟ์อยู่ไกลจากลอนดอนไปหน่อย หยางจิ้งคงบึ่งไปฝากท้องที่ร้านเถ้าแก่ซุนอีกรอบแล้ว เมื่ออิ่มหนำสำราญและมีเงินเต็มกระเป๋า หัวใจที่คันยุบยิบของหยางจิ้งก็เริ่มจะกดไม่อยู่
เช้าวันต่อมา หยางจิ้งก็ดิ่งตรงไปยัง "ตลาดของเก่าอัลฟี่ส์" ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเชิร์ชสตรีทในลอนดอนทันที ตลาดอัลฟี่ส์เป็นตลาดของเก่าที่เพิ่งเริ่มโด่งดังในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สินค้าหลักๆ จะเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์, อัญมณี, หนังสือมือสอง, โปสเตอร์, ของเล่น, และโคมไฟตกแต่ง ซึ่งในนั้นมักจะมีของล้ำค่าซุกซ่อนอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าการจะ
"หยิบของหลุด" ในตลาดแบบนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แม้จะมีของเก่าอายุหลายร้อยปีวางขายอยู่จริง แต่ของพวกนั้นมักจะถูกเจ้าของร้านตั้งโชว์เป็น "สมบัติประจำร้าน" ไปแล้ว การจะหาของหลุดราคาถูกจึงแทบเป็นไปไม่ได้
แต่หยางจิ้งยังยืนกรานที่จะมาที่นี่ ไม่ใช่อะไรหรอก เขาต้องการจะหาคำตอบให้ชัดแจ้งว่า "เจ้าแหวนวงนี้มันดูดซับพลังงานยังไงกันแน่!" ตั้งแต่รู้ว่าแหวนวงนี้มีความมหัศจรรย์ หยางจิ้งก็ติดค้างอยู่กับปัญหาเรื่องการดูดซับพลังงานมาตลอด แหวนวงนี้วิเศษมากจริงๆ พูดได้เลยว่าถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องพลังงานละก็ แหวนวงนี้สามารถปั้นให้หยางจิ้งกลายเป็น "เจ้าพ่อวงการของเก่า" ได้ในเวลาอันสั้นเลยทีเดียว หยางจิ้งไม่เคยสงสัยในข้อนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะแค่แหวนแผลงฤทธิ์ครั้งแรก ก็เจอภาพสเก็ตช์ปิกัสโซ่ 3 ใบ จนทำเงินให้เขาได้ถึง 2.7 ล้านปอนด์มาแล้ว ถ้าแหวนแผลงฤทธิ์ได้ต่อเนื่อง หยางจิ้งมั่นใจว่าเขาสามารถกวาดเรียบทุกตลาดของเก่าในอังกฤษได้แน่ๆ แค่เก็บของหลุดอย่างเดียวก็คงนับเงินจนมือหยิก แต่ประเด็นคือแหวนต้องใช้พลังงานในการทำงาน และถึงแม้หยางจิ้งจะเดาที่มาของพลังงานได้แล้ว แต่เขาก็ยังมืดแปดด้านว่าจะดูดซับมันเข้าไปได้ยังไง ตามคำพูดของหยางจิ้ง แหวนวงนี้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือ...
"แกช่วยให้คำใบ้กันหน่อยได้ไหมวะ!"
ไม่มีคำใบ้ใดๆ ทุกอย่างต้องคลำทางเอาเองเหมือนข้ามแม่น้ำด้วยการคลำก้อนหิน ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ปราสาทคาร์ดิฟฟ์หรือที่ตลาดงานฝีมือกรีนนิช หยางจิ้งสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แฝงอยู่ในโบราณวัตถุเหล่านั้นอย่างชัดเจน แต่แหวนกลับไม่ดูดซับมันเข้าไปเลย เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ หยางจิ้งก็เคยเจอตอนที่สัมผัสภาพสเก็ตช์ปิกัสโซ่ 3 ใบนั้นเช่นกัน หยางจิ้งจำได้แม่นว่าตอนที่แหวนค้นพบภาพปิกัสโซ่ มือซ้ายของเขารู้สึกถึงพลังงานอุ่นๆ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกองหนังสือชุดนั้นมา แหวนก็ยังไม่ดูดพลังงานจากภาพเหล่านั้นอยู่ดี จนกระทั่งเขาสามารถตกลงซื้อหนังสือสองร้อยกว่าเล่มนั้นมาเป็นเจ้าของได้สำเร็จ แหวนถึงจะดูดซับพลังงานจากภาพเหล่านั้นได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่ปราสาทคาร์ดิฟฟ์และตลาดกรีนนิช มันทำให้หยางจิ้งต้องขบคิดว่า... เหตุผลที่แหวนรับรู้พลังงานได้แต่ดูดไม่ได้นั้น เกี่ยวข้องกับ "กรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ" หรือไม่? หรือว่า... แหวนจะดูดซับ "ไอสมบัติ" ได้เฉพาะจากโบราณวัตถุที่เป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์เท่านั้น? เพราะความคิดนี้เอง หยางจิ้งจึงตัดสินใจมาทดสอบในวันนี้ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ลองเพราะกระเป๋าแห้งไม่มีเงินไปไล่ซื้อของเก่าที่ราคาหลักหมื่นหลักแสนปอนด์มาทดสอบไงล่ะ แต่ตอนนี้ในกระเป๋ามีเงินแล้ว ต้องลองให้รู้ดำรู้แดงกันไป! ต่อให้ต้องเสียเงินทิ้งไปเปล่าๆ บ้าง แต่มันก็คุ้มค่าหากข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง เพราะมันจะหมายถึงหนทางในการเติมพลังให้แหวนศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต เมื่อเทียบกับแหวนวงนี้ เงินแค่นิดหน่อยจะไปสำคัญอะไร? ตราบใดที่แหวนมีพลังงานเต็มเปี่ยม นั่นย่อมหมายถึงโอกาสในการ "หยิบของหลุด" ได้ไม่จำกัด
แค่ขุดเจอของดีในตลาดอีกไม่กี่ครั้ง เงินที่เสียไปก็ได้คืนมาหมดแล้ว เพราะเหตุนี้ หยางจิ้งจึงพุ่งตัวเข้าสู่ตลาดของเก่า
อัลฟี่ส์ทันที ถึงตลาดอัลฟี่ส์จะเป็นตลาดเกิดใหม่และของที่ขายก็ราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่ที่นี่มี "ของปลอม" น้อยมาก เมื่อเทียบกับพวกตลาดนัดแบกะดินทั่วไป ตลาดอัลฟี่ส์ถือว่าน่าเชื่อถือกว่าเยอะ และที่ต่างจากตลาดแบกะดินอื่นคือตลาดอัลฟี่ส์แทบไม่มีแผงลอยกลางแจ้ง พ่อค้าแม่ค้าทุกคนล้วนมีร้านรวงเป็นของตัวเองอย่างเป็นสัดส่วน หลังจาก
หยางจิ้งก้าวเข้าไปในตลาด เขาก็เดินดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอร้านขายของเบ็ดเตล็ดร้านหนึ่ง และตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน...
จบตอนที่ 27