- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 25: เงินมาของไป
บทที่ 25: เงินมาของไป
บทที่ 25: เงินมาของไป
บทที่ 25: เงินมาของไป
ภายในห้องโถง ลูกค้ารายใหญ่ทั้ง 4 ท่านกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะเสนอราคาที่เท่าไหร่ดี ส่วนในอีกห้องหนึ่งเจ้าอ้วนดึงแขนหยางจิ้งด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับกระซิบเบาๆ ว่า
"เหล่าหยาง วันนี้ศาสตราจารย์จอห์นสันเชิญยอดมนุษย์ระดับบิ๊กมาถึง 4 คนเลยนะเว้ย!"
เจ้าอ้วนพูดไปพลางกดมือถือยิกๆ แล้วชี้หน้าจอให้หยางจิ้งดู
"ดูคนชุดสูทสีขาวนั่นสิ วิลเลียม ธอร์นตัน พ่อของเขาเป็นกรรมการอิสระของ BP (British Petroleum)
เชียวนะ รวยระดับล้นฟ้า!"
หยางจิ้งก้มลงมองตาม ใน Google มีประวัติของชายหนุ่มคนนี้จริงๆ พ่อของวิลเลียม ธอร์นตัน เป็นกรรมการอิสระของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่สุดในอังกฤษอย่าง BP และตระกูลธอร์นตันถือหุ้นใน BP อยู่ประมาณ 3.8% หากคำนวณจากมูลค่าตลาดของ BP ที่สูงถึงสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แค่มูลค่าหุ้นที่ตระกูลธอร์นตันถืออยู่ก็ปาเข้าไปเกือบแปดพันล้านดอลลาร์แล้ว! ถึงแม้วิลเลียม ธอร์นตัน จะเป็นแค่ลูกท่านหลานเธอรุ่นที่สอง แต่ทรัพย์สินก็นับว่ามหาศาล!
"แล้วดูนี่สิ... หูยยย อเล็กซ์ บูต คนนี้ยิ่งเด็ด! เมื่อไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งออกมาจากปราสาทของตระกูลเขาเอง นายรู้ใช่ไหมว่าอเล็กซ์ บูต คือใคร?"
หยางจิ้งอุทานด้วยความตกใจ
"หมอนี่คงไม่ใช่คนในตระกูลมาร์ควิสแห่งบูตหรอกนะ?"
"เออดิ เขาเป็นหลานชายคนโตของมาร์ควิสแห่งบูตคนปัจจุบัน และมีโอกาสสูงมากที่จะได้สืบทอดตำแหน่งมาร์ควิสคนต่อไป"
พอได้ยินที่กัวเสี่ยวเซียงบอก หยางจิ้งก็ถึงกับซี้ดปาก ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือชาติตระกูล วิลเลียม ธอร์นตัน เมื่อกี้เทียบกับอเล็กซ์ บูต คนนี้ไม่ได้เลย
"แล้วดูคนนี้ ฟรองซัวส์ ลูตง ทายาทตระกูลลูตงจากฝรั่งเศส นักปรุงไวน์และเจ้าของไร่ไวน์ที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ ตระกูลลูตงครอบครองไร่ไวน์และพื้นที่ปลูกองุ่นมากที่สุดในฝรั่งเศส เป็นเจ้าแห่งโลกน้ำเมาตัวจริงเสียงจริง..."
เจ้าอ้วนร่ายยาวพลางกดมือถือต่อไป สักพักเขาก็ร้องลั่น
"เชี่ย! คนสุดท้ายนี่แหละตัวพ่อของจริง!"
"ซี้ดดด... ไอ้หนุ่มสเปนคนนี้แหละสุดยอดที่สุดแล้ว นายทายซิว่าเขาเป็นใคร?"
หยางจิ้งส่ายหัว
"ถ้าเป็นคนอังกฤษฉันอาจจะพอเดาได้บ้าง แต่คนสเปนเนี่ย นอกจากปิกัสโซ่กับพี่น้องกาซอลที่เล่นบาส ฉันก็ไม่รู้จักใครแล้ว อ้อ... ดูเหมือนเมสซี่กับโด้ก็ไม่ใช่คนสเปนด้วยใช่ไหม?"
เจ้าอ้วนหลุดขำ แล้วชี้ไปที่มือถือ
"คนนี้คือ มาร์ตา ออร์เตกา เปเรซ เขาเป็นลูกชายของอดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก และเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลออร์เตกา! พ่อของเขาคือ อามันซิโอ ออร์เตกา มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกปี 2016 และตอนนี้ก็ยังรวยเป็นอันดับสามของโลก! ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกนั่นคือลูกชายคนเดียวที่อามันซิโอวางตัวให้สืบทอดกิจการ ลำพังแค่ทรัพย์สินส่วนตัวเขาก็มีตั้ง 24,000 ล้านดอลลาร์แล้ว..."
ตัวเลขนี้ทำเอาหยางจิ้งสตั้นไปเลย สำหรับนักศึกษาต่างชาติธรรมดาๆ คนที่มีทรัพย์สิน 24,000 ล้านดอลลาร์มันมีอยู่แค่ใน Baidu หรือ Google เท่านั้น แต่นี่เขากลับได้เห็นตัวเป็นๆ ของมหาเศรษฐีระดับสองหมื่นล้านดอลลาร์กับตา หยางจิ้งย่อมตกใจไม่น้อย เจ้าอ้วนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
"เหล่าหยาง ฉันเริ่มอิจฉานายแล้วว่ะ ศาสตราจารย์จอห์นสันสอนฉันมาสองปี ฉันไม่เคยเห็นแกกระตือรือร้นกับฉันขนาดนี้เลย"
หยางจิ้งถ่มถุยใส่เจ้าอ้วน
"ศาสตราจารย์ไม่ดีกับนายตรงไหน? ใครกันที่เกือบทุกอาทิตย์จะเรียกนายมาที่บ้านเพื่อทำของอร่อยๆ ให้กิน?"
เจ้าอ้วนเกาหัวแกรกๆ พลางยิ้มแหย
"นั่นเพราะลูกๆ ของศาสตราจารย์ไม่ได้อยู่กับแกน่ะสิ สงสัยแกคงเห็นว่าฉันเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจละมั้ง
เลยชอบเรียกมาอิ่มจังตังค์อยู่ครบที่นี่บ่อยๆ"
"ถุย! อย่างนายเนี่ยนะซื่อสัตย์จริงใจ? ถ้านายซื่อสัตย์ ฉันก็คงเป็นพ่อพระเยซูแล้วมั้ง!"
เจ้าอ้วนแจกนิ้วกลางให้หยางจิ้งอย่างเคียดแค้น ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังลับฝีปากกัน การประมูลในห้องโถงด้านนอกก็ได้ข้อสรุปแล้ว หยางจิ้งกับกัวเสี่ยวเซียงตอนแรกนึกว่าภาพ 3 ใบนี้จะตกเป็นของมาร์ตา ออร์เตกา เปเรซ เสียอีก เพราะหมอนี่เป็นคนสเปนเหมือนปิกัสโซ่ แถมยังรวยที่สุดในบรรดา 4 คนนี้ ตามหลักการแล้วเขาควรจะฟาดเรียบ
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับกลายเป็น อเล็กซ์ บูต ที่อายุน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะการประมูลภาพสเก็ตช์ทั้ง 3 ใบไปด้วยราคา 2.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 117 ล้านบาท!)
เมื่อได้ผลสรุปแล้ว หยางจิ้งในฐานะเจ้าของเดิมย่อมต้องออกหน้า เพราะขั้นตอนการส่งมอบต้องผ่านมือเขา
ผู้ที่ประมูลพลาดไปทั้ง 3 ท่านรีบขอตัวลากลับทันที สำหรับพวกเขาแล้วในเมื่อไม่ได้ภาพก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อ ในคฤหาสน์หลังนี้ นอกจากศาสตราจารย์จอห์นสันแล้ว ทั้งหยางจิ้งและกัวเสี่ยวเซียงก็ไม่มีค่าพอให้พวกเขาลดตัวลงมาทำความรู้จัก
"ยินดีด้วยครับคุณบูตผู้ทรงเกียรติ ต่อจากนี้ภาพทั้ง 3 ใบจะเป็นของตระกูลบูตแล้วครับ"
หยางจิ้งจับมือกับทายาทมาร์ควิสหนุ่มอย่างกระตือรือร้น
"เรียกผมว่าอเล็กซ์เถอะครับ เมื่อก่อนเราไม่รู้จักกันแต่เริ่มจากวันนี้เราเป็นเพื่อนกันได้ แน่นอนว่าผมต้องขอบคุณคุณมากที่นำภาพวาดดีๆ แบบนี้มาเสนอ อาทิตย์หน้าจะเป็นวันเกิดปู่ของผมพอดี ผมกำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะหาของขวัญอะไรให้ท่านดี แต่คุณกลับมอบโอกาสนี้ให้ผม เพราะฉะนั้นอัลเบิร์ต ผมต้องขอบคุณคุณจริงๆ"
พูดจบ อเล็กซ์ บูต ก็ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋ารหัสสีเงินเดินเข้ามา อเล็กซ์เปิดกระเป๋าออก ข้างในเต็มไปด้วยธนบัตรปึกใหม่กริบวางเรียงรายกันอยู่
"ผมรู้กฎของการประมูลส่วนตัวดี ครั้งนี้ผมเลยเตรียมเงินสดมา ที่นี่มีเงิน 2.7 ล้านปอนด์พอดี แต่เรื่องเลี่ยงภาษีเนี่ย ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้มากไปกว่านี้นะ"
แม้เงินสดกองโตตรงหน้าจะทำให้หยางจิ้งและกัวเสี่ยวเซียงตื่นเต้นจนแทบจะทำตัวไม่ถูก แต่หยางจิ้งยังคง
ข่มใจระงับความตื่นเต้นและความอยากจะตะโกนก้องฟ้าเอาไว้ เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยว่า
"อเล็กซ์ ขอบคุณมากจริงๆ ที่คุณเตรียมการมาอย่างรอบคอบ การทำธุรกรรมด้วยเงินสดช่วยลดความยุ่งยากให้ผมได้มากเลยครับ"
อเล็กซ์ยักไหล่ยิ้มๆ
"ไม่มีใครอยากจะเสวนากับพวกแวมไพร์ที่กรมสรรพากรหรอก ในฐานะเพื่อน ผมก็ช่วยคุณได้เท่าที่ทำได้นี่แหละ"
หยางจิ้งพยักหน้ายิ้มตอบ พลางหยิบปากกาขึ้นมาจรดชื่อลงในสัญญาซื้อขายฉบับนั้น เป็นอันจบสิ้นกระบวนการ เงินมาของไป อเล็กซ์คนหนุ่มรีบนำภาพทั้ง 3 ใบจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ด เมื่อคล้อยหลังแล้ว หยางจิ้งกับกัวเสี่ยวเซียงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความดีใจสุดขีด ศาสตราจารย์จอห์นสันเองก็ยิ้มพลางกล่าวว่า
"พวกเราควรจะฉลองกันหน่อยไหม?"
หยางจิ้งโบกมืออย่างมีสง่าราศีแล้วพูดเสียงดัง
"ศาสตราจารย์ครับ ขอบคุณท่านจริงๆ สำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อพวกเรา เรื่องฉลองนี่แน่นอนอยู่แล้วครับ
ท่านเลือกสถานที่มาได้เลย ผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด พวกเราต้องฉลองกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย!"
จบตอนที่ 25