- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 22: การเผชิญหน้า
บทที่ 22: การเผชิญหน้า
บทที่ 22: การเผชิญหน้า
บทที่ 22: การเผชิญหน้า
จ่าโฮล์มส์ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เขาหยิบปึกเอกสารที่ทนายความของตระกูลวาร์ดี้เพิ่งส่งให้เมื่อสักครู่ขึ้นมาแล้วกล่าวว่า
"คุณเทอร์รี่ นี่คือหลักฐานบางส่วนที่ผู้แจ้งความยื่นมาครับ ตามคำให้การของผู้แจ้งความระบุว่า ลูกความของคุณ อัลเบิร์ต หยาง ได้อาศัยโอกาสที่เข้าไปทำงานบริการในปราสาทวาร์ดี้เมื่อสิบกว่าวันก่อน ซื้อหนังสือที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 50-60 ออกไปกลุ่มหนึ่งในราคาถูก และภาพวาดทั้ง 3 ใบนั้นก็คือสิ่งที่ถูกสอดแทรกปะปนไปกับหนังสือเหล่านั้นเพื่อนำออกจากปราสาทครับ"
เมื่อได้ยินสิ่งที่จ่าพูด หากหยางจิ้งไม่มั่นใจว่าที่มาของภาพสเก็ตช์ทั้ง 3 ใบนั้นไม่มีใครรู้นอกจากเขากับเจ้าอ้วนล่ะก็ เขาคงนึกว่าคนของตระกูลวาร์ดี้กุมหลักฐานมัดตัวเขาไว้แน่นแล้วจริงๆ เพราะสิ่งที่จ่าพูดมานั้น มันคือขั้นตอนที่เขาและเจ้าอ้วนขนภาพออกมาจากปราสาทเป๊ะๆ เลย! จ่าพูดต่อว่า
"หลักฐานเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้แจ้งความมอบให้ทางสถานีตำรวจ และหลังจากผมขออนุญาตจากทางผู้แจ้งความแล้ว ผมสามารถให้พวกคุณดูได้ เผื่อว่าพวกคุณจะนึกอะไรออกบ้าง"
พูดจบ จ่าก็ดึงเอกสารปึกนั้นออกมา หยางจิ้งเห็นชัดเจนว่ามันคือ รูปถ่าย ในรูปถ่ายนั้นเต็มไปด้วยภาพสเก็ตช์ และทั้งหมดเป็นภาพสเก็ตช์เฟอร์นิเจอร์ ที่สำคัญที่สุดคือตรงมุมขวาล่างของภาพเหล่านั้น มีลายเซ็นของ ปิกัสโซ่ กำกับอยู่ทุกใบ หยางจิ้งมองปราดเดียวก็ดูออกทันที ภาพสเก็ตช์ในรูปถ่ายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์หรือขนาดของภาพ ล้วนมีความคล้ายคลึงกับภาพ 3 ใบที่เขาได้มาอย่างมาก และที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ในภาพเหล่านั้น หยางจิ้งดูแล้วรู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน เห็นได้ชัดว่า ในตอนนั้นภาพที่คุณปิกัสโซ่วาดไว้ไม่ได้มีแค่ 3 ใบที่เขาได้มา แต่ยังมีอีกหลายใบ และภาพพวกนี้ควรจะเป็นผลงานชุดเดียวกันที่วาดออกมาพร้อมกัน เพียงแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ภาพ 3 ใบนั้นถึงถูกคนของตระกูลวาร์ดี้สอดไว้ในปกหนังสือเล่มนั้นส่วนภาพที่เหลือที่ปรากฏในรูปถ่ายนี้ยังคงถูกตระกูลวาร์ดี้เก็บรักษาเอาไว้ ทนายเทอร์รี่พิจารณารูปถ่ายเหล่านั้นอย่างละเอียด ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า
"คุณจ่าครับ นี่มันคืออะไรกัน? อย่าบอกนะว่าพวกคุณอาศัยแค่รูปถ่ายพวกนี้มาเชิญตัวลูกความของผมมาที่โรงพักน่ะ? ถ้าพวกคุณทำแบบนั้นจริงๆ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องพวกคุณในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนะครับ!"
จ่าโฮล์มส์ช่างเป็นคนอารมณ์ดีจริงๆ ถ้าเป็นจ่าคนอื่นได้ยินคำขู่นี้คงสติแตกไปแล้ว แต่จ่าโฮล์มส์ยังคงยิ้มกริ่มพลางตอบว่า
"คุณเทอร์รี่ครับ พวกเราก็ไม่มีทางเลือก ในเมื่อมีคนแจ้งความ เราก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ และต้องให้คำตอบแก่ผู้แจ้งความด้วย นี่คืออำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายมอบให้เราครับ"
เทอร์รี่โบกมือปัด
"คุณจ่าครับ เรื่องไร้สาระพวกนั้นเราไม่ต้องพูดกันแล้ว รูปถ่ายพวกนี้มันใช้เป็นหลักฐานไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้น รบกวนคุณช่วยเรียกตัวผู้แจ้งความมาหน่อย ผมคิดว่าการเผชิญหน้าและเจรจากันโดยตรงน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด คุณว่าไหมครับ?"
จ่าโฮล์มส์ยักไหล่
"ไม่มีปัญหาครับ ยังไงทางนู้นเขาก็ส่งทนายมาเหมือนกัน ให้พวกคุณที่เป็นทนายคุยกันเองน่ะเหมาะที่สุดแล้ว"
ผู้จัดการจอห์นยังคงมีสีหน้ามืดมนเหมือนเดิม ราวกับว่าคนทั้งโลกติดเงินเขาอยู่สักสองหมื่นปอนด์ โดยเฉพาะตอนที่เขาเห็นหยางจิ้ง เขาก็ด่าออกมาด้วยความเคียดแค้นทันที
"ไอ้หัวขโมยหน้าด้าน!"
ถ้าไม่ใช่เพราะหยางจิ้งฝึกจิตใจมาอย่างดีในช่วงสองปีที่ลอนดอนล่ะก็ เขาคงหน้าแดงก่ำเพราะโดนด่าซึ่งๆ หน้าแบบนี้ไปแล้ว แต่เมื่อลองคิดทบทวนดู หยางจิ้งก็รู้สึกปล่อยวางได้ทันที ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ภาพ 3 ใบนี้ก็คงต้องระเห็จออกไปที่อื่นอยู่ดี และป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปตกค้างอยู่ที่บ้านใคร! ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คาดว่าอีกหลายสิบปีภาพพวกนี้ก็คงไม่ถูกค้นพบ และชะตากรรมสุดท้ายของพวกมันก็คงหนีไม่พ้นการถูกโยนทิ้งลงถังขยะพร้อมกับหนังสือเล่มนั้น และจบชีวิตลงในกองขยะในที่สุด เขาต่างหากที่เป็นคนทำให้ภาพ 3 ใบนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง! อีกอย่าง เขาก็ซื้อหนังสือพวกนี้มาจากบ้านพวกแกอย่างเปิดเผยและสุจริต พวกแกก็ตกลงขายเอง แถมยังมีสัญญาซื้อขายเซ็นกันไว้เรียบร้อย
นี่เขาไม่ได้เรียกว่าขโมย เขาเรียกว่า "การขุดสมบัติ" ต่างหาก! ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ในวงการของเก่าถือเป็นกฎที่รู้กัน และเป็นสิ่งที่ผู้คนนับหมื่นนับแสนโหยหาอยากจะทำให้ได้สักครั้ง! แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาหาว่าข้าเป็นขโมย? หยางจิ้งกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ทนายเทอร์รี่สุดเจ๋งก็ชิงพูดตัดหน้าก่อนอย่างได้ใจความ
"คุณผู้ชายครับ รบกวนระวังคำพูดของคุณด้วย ถ้าคุณยังพูดจาดูหมิ่นลูกความของผมแบบนี้อีก ผมจะดำเนินการฟ้องร้องคุณในนามของลูกความผมแน่นอน!"
ผู้จัดการจอห์นถลึงตาใส่หยางจิ้งอย่างอาฆาตแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับเป็นทนายความที่ยืนข้างๆ ผู้จัดการจอห์นที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน
"โรเบิร์ต ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอคุณที่นี่"
เห็นได้ชัดว่าทนายคนนี้รู้จักกับคุณเทอร์รี่ และความสัมพันธ์น่าจะสนิทสนมกันพอสมควร ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เรียกชื่อต้นของเทอร์รี่แบบนี้ เทอร์รี่พยักหน้ายิ้มๆ แล้วทักทายกลับ
"คิม เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แต่ในโอกาสแบบนี้เราอย่าเพิ่งมารื้อฟื้นความหลังกันเลย เรามาคุยเรื่องงานตรงหน้ากันดีกว่า"
ทนายฝั่งตรงข้ามพยักหน้า
"โรเบิร์ต เมื่อกี้คุณคงเห็นรูปถ่ายพวกนั้นแล้ว ภาพในรูปถ่ายเหล่านี้คือภาพที่ครอบครัวลูกความของผมเก็บรักษาไว้มานาน เป็นภาพที่คุณปิกัสโซ่ได้รับคำเชิญจากผู้ใหญ่ในตระกูลลูกความของผมให้วาดขึ้นในช่วงต้นปี 60 ในตอนนั้นคุณปิกัสโซ่วาดไว้ทั้งหมด 9 ใบ ซึ่ง 6 ใบในนั้นยังคงถูกเก็บรักษาไว้โดยลูกความของผม แต่ภาพที่เหลืออีก 3 ใบกลับหายสาบสูญไป แต่แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน คุณหยางคนนี้กลับประกาศตัวว่าเขามีภาพสเก็ตช์ของปิกัสโซ่ 3 ใบ หลังจากลูกความของผมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภาพเหล่านั้นแล้ว ผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นพ้องกันว่า ภาพ 3 ใบในมือของคุณหยาง เป็นผลงานชุดเดียวกับ 6 ใบที่ลูกความของผมครอบครองอยู่ และที่ประจวบเหมาะคือ ก่อนที่ภาพ 3 ใบนี้จะปรากฏขึ้น คุณหยางและเพื่อนของเขาเคยเข้าไปทำงานบริการในบ้านของลูกความผม ดังนั้นเราจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะสงสัยว่า เป็นการทำงานในครั้งนั้นเองที่คุณหยางแอบนำภาพทั้ง 3 ใบออกมาจากบ้านลูกความของผม"
เทอร์รี่มองทนายฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ หลังจากอีกฝ่ายพูดจบ เทอร์รี่จึงกล่าวขึ้นว่า
"คิม คุณเองก็เป็นทนายความรุ่นใหญ่แล้วนะ ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแค่ข้อมูลเพียงเท่านี้ คุณกล้าทำเรื่องที่มันดูไม่สมฐานะแบบนี้ออกมาได้ยังไง! คิม ผมถามคุณหน่อย นอกจากรูปถ่ายพวกนี้แล้ว ในมือคุณมีหลักฐานอื่นอีกไหมที่จะพิสูจน์ได้ว่าภาพ 3 ใบนั้นมันหลุดออกมาจากบ้านลูกความของคุณจริงๆ?"
ทนายคิมถึงกับอึกอักไปชั่วขณะ เขาหันไปมองผู้จัดการจอห์นก่อนจะค่อยๆ ส่ายหัวช้าๆ เทอร์รี่ยักไหล่แล้ว
พูดต่อ
"เห็นได้ชัดว่าพวกคุณไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าลูกความของผมใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายนำภาพออกมาจากบ้านลูกความคุณ แต่ในทางกลับกัน ในมือของผมมีหลักฐานมหาศาลที่จะพิสูจน์ได้ว่าภาพ 3 ใบนี้ลูกความของผมได้มาจากที่อื่น! ดังนั้น ผมแนะนำให้พวกคุณยกเลิกข้อกล่าวหาต่อลูกความผมทันที ไม่อย่างนั้น เมื่อทางตำรวจยืนยันได้ว่าลูกความผมไม่มีความผิด ผมจะฟ้องร้องพวกคุณในข้อหาหมิ่นประมาทแน่นอน! คิม คุณก็รู้จักนิสัยผมดี เรื่องพวกนี้ผมพูดจริงทำจริงเสมอ"
จบตอนที่ 22