- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบโชคร้าย แต่ดันกลายเป็นปรมาจารย์นักหลอมโอสถซะงั้น
- ตอนที่ 38: คนโง่เขลาอีกคน
ตอนที่ 38: คนโง่เขลาอีกคน
ตอนที่ 38: คนโง่เขลาอีกคน
"ฮ่าฮ่า!" ปีศาจเถาวัลย์น้อย โอ๊ะ ไม่สิ สมควรเป็นต้นจินถานผัวหลัวที่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ สั่นเถาวัลย์ทั่วร่าง หัวเราะเสียงดังอย่างภาคภูมิใจ "ภายภาคหน้าข้าและเจ้าก็คือสหายที่ดีที่ร่วมเป็นร่วมตายกันแล้ว ชั่วชีวิตนี้เจ้าอย่าคิดจะสลัดข้าหลุดเลย! ข้าอ่อนแอเกินไปแล้ว อ่อนแอจนรูปร่างผิดเพี้ยนไปหมด หากยังอ่อนแอต่อไป ชีวิตน้อยนิดก็ใกล้จะหมดลงแล้ว ขอหินวิญญาณมาบำรุงสักหน่อยได้หรือไม่?"
อันชิงหลีก้มหน้ามองดูปีศาจเถาวัลย์น้อยที่กำเริบเสิบสาน ยิ้มอย่างภาคภูมิใจยิ่งกว่า "ฮ่าฮ่า เมื่อมีความทรงจำสืบทอดของเจ้า ข้าก็คือสารานุกรมพืชวิญญาณเดินได้แล้ว โอ๊ะ ไม่สิ แม้แต่พืชเซียนและพืชเทพในแดนเบื้องบน ข้าก็ล่วงรู้มากมาย ภายภาคหน้าหากพบเจอพืชเซียนและพืชเทพอันใด ย่อมไม่ต้องกลัวว่าจะมองพลาดแล้ว ฮ่าฮ่า ปีศาจเถาวัลย์น้อย เจ้ายังมีเรื่องประหลาดใจอันใดที่ข้ายังไม่รู้อีกหรือไม่?"
"เรื่องประหลาดใจเอาไว้กล่าวภายหลัง! รับรองว่าเจ้าต้องพอใจอย่างแน่นอน!" ปีศาจเถาวัลย์น้อยใช้กิ่งก้านทิ่มที่ขาขวาของอันชิงหลีอย่างแรง กล่าวด้วยความตื่นเต้น "หินวิญญาณ ข้าต้องการหินวิญญาณ!"
อันชิงหลีนั่งยองลงด้วยความยินดี ดึงกิ่งก้านของปีศาจเถาวัลย์น้อย ยิ้มจนตาหยี "หินวิญญาณข้ายังต้องเก็บไว้เพื่อกระตุ้นค่ายกล ข้ามีสุราวิญญาณและผลไม้วิญญาณ เจ้าจะเอาหรือไม่?"
"เอา เอา เอา!" ปีศาจเถาวัลย์น้อยดีใจเป็นอย่างยิ่ง สายตาของมันเฉียบแหลมไม่เบาตามคาด เลือกคนที่มีทรัพย์สมบัติเสียด้วย
"เช่นนั้นมาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปอยู่ในสถานที่ที่ดีกว่านี้!"
"เปลี่ยนไปที่ใด?" ปีศาจเถาวัลย์น้อยยังคงงุนงงอยู่บ้าง มันเพิ่งอยู่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายลำต้นได้
หลิงซีน้อยใช้เท้าหน้าขุดดินไปพลาง กล่าวอย่างภาคภูมิใจไปพลางว่า "เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยม ข้าเป็นคนมอบให้ชิงหลีน้อยเอง"
อันชิงหลีโยนค่ายกลออกมา กางม่านพลังป้องกันไว้รอบด้าน จากนั้นจึงนำพาปีศาจเถาวัลย์น้อยและหลิงซีน้อย เข้าไปในมิติวิเศษพร้อมกัน
"ว้าว อุปกรณ์เซียนธาตุมิติ! ซ้ำยังเป็นอุปกรณ์เซียนธาตุมิติประเภทเติบโตได้! ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือพลังวิญญาณยังอุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้!" ปีศาจเถาวัลย์น้อยพันรอบคอของอันชิงหลี ดีใจจนผลิ ดอกไม้เล็กออกมาสองดอก กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "นังหนู เจ้าช่างร่ำรวยเกินไปแล้ว! ข้าชอบที่นี่เหลือเกิน!"
"ชอบก็ดีแล้ว หากไม่มีทรัพย์สมบัติสักหน่อย จะเลี้ยงเจ้าได้อย่างไร" อันชิงหลีเพียงนึกคิด ก็นำปีศาจเถาวัลย์น้อยที่เปื้อนโคลนปลูกลงในดิน นิ้วมือเขี่ยเถาวัลย์ของมัน ยิ้มกล่าวว่า "ล้วนเป็นสหายที่ร่วมชะตากรรมเดียวกันแล้ว อย่าเรียกข้าว่านังหนูเลย ข้าแซ่อัน สามารถเรียกข้าว่าชิงหลี หรือจะเรียกข้าว่าชิงหลีน้อยเหมือนอย่างหลิงซีน้อยก็ได้"
"ทราบแล้ว นังหนูอัน โอ๊ะ ไม่สิ ชิงหลีน้อย!"
"เด็กดีย่อมสอนง่าย" อันชิงหลีเพียงนึกคิดอีกครา สุราผลไม้หนึ่งไหก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าของปีศาจเถาวัลย์น้อยทันที "จินถานน้อย สุราผลไม้นี้ข้าเป็นคนหมักเอง นอกจากสุราผลไม้วิญญาณสีแดงที่ใช้บำรุงวิญญาณแล้ว ส่วนที่เหลือเจ้าและหลิงซีน้อยสามารถดื่มได้ตามใจชอบ ทว่าดื่มเสร็จแล้วอย่าทิ้งไหนะ เก็บไว้เพื่อหมักสุราต่อ"
"ทราบแล้ว เรื่องหมักสุราน่ะหรือ ข้าเป็นคนสั่งการ สัตว์อสูรหลิงซีเป็นลูกมือ รับรองว่าต้องอร่อยกว่าที่เจ้าหมักอย่างแน่นอน!" จินถานน้อยยื่นเถาวัลย์เข้าไปในไหสุราอย่างอดรนทนไม่ไหว ดูดกลืนพลังวิญญาณในไหอย่างตะกละตะกลาม พริบตาเดียวก็ดูดกลืนพลังวิญญาณในไหจนสะอาดเกลี้ยง เหลือเพียงน้ำเปล่าที่ไร้รสชาติหนึ่งไห
ฝนตกยามแล้งนานโดยแท้!
จินถานน้อยดูดกลืนสุราวิญญาณติดต่อกันหลายร้อยไห ในที่สุดถึงยอมรามือด้วยความมึนงง เถาวัลย์แกว่งไกวไปมาซ้ายขวาอย่างสะเปะสะปะ ถึงได้กล่าวกับอันชิงหลีว่า "ชิงหลี ข้าคงจะเมาแล้ว ต้องขอนอนสักตื่น ข้ายังอ่อนแออยู่นะ ซ้ำยังทำพันธสัญญาประจำกายที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้า เจ้าต้องจำไว้ว่าต้องปกป้องตัวเจ้าเองให้ดี และต้องจำไว้ว่าต้องปกป้องข้าให้ดีด้วยล่ะ"
จินถานน้อยที่เมาสุราหลับไปอย่างมึนงง ดินแดนเร้นลับก็เข้าสู่ยามค่ำคืนเช่นเดียวกัน มืดมิดและเงียบสงัด เหมาะที่สุดสำหรับการลอบโจมตีของสิ่งมีชีวิตบางชนิดในยามค่ำคืน
ในที่ไกลมีเสียงกบดังมาให้ได้ยินอย่างลางเลือน ไม่รู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายคือสัตว์อสูรที่อยู่ในดินแดนเร้นลับแต่เดิม หรือศิษย์ขอบเขตรวบรวมลมปราณที่เข้ามาในดินแดนเร้นลับกันแน่
ภายในมิติวิเศษ อันชิงหลีที่มีความสามารถในการรู้จักสมุนไพรพุ่งสูงขึ้นถึงจุดสูงสุด จัดปริมาณการใช้สมุนไพรได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หลอมโอสถบำรุงวิญญาณระดับสามเตาใหม่ อัตราการหลอมโอสถสำเร็จสูงถึงเก้าส่วน ล้วนเป็นโอสถระดับกลางและระดับสูง ซ้ำยังบังเกิดโอสถระดับสูงสุดถึงสองเม็ดเป็นครั้งแรก
"ราวกับมีสวรรค์ช่วยเหลือ!"
"โอ๊ะ ไม่สิ ก็มีสวรรค์ช่วยเหลือนั่นแหละ มีพืชเทพคอยช่วยเหลืออย่างไรเล่า!"
อันชิงหลีดีใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง มือสั่นเทาเล็กน้อย เก็บโอสถบำรุงวิญญาณที่เพิ่งหลอมขึ้นใหม่เหล่านั้นไว้ให้เรียบร้อย ไม่เคยคิดเลยว่าบนโลกนี้จะมีเรื่องราวที่สำเร็จได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืนเช่นนี้อยู่จริง
ก่อนหน้านี้ สถิติที่ดีที่สุดของนาง ก็เป็นเพียงอัตราการหลอมโอสถสำเร็จเพียงหกส่วนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังบังเกิดโอสถระดับสูงเพียงไม่กี่เม็ด
นักหลอมโอสถระดับสาม กลับสามารถมีอัตราการหลอมโอสถสำเร็จถึงเก้าส่วน แม้แต่มู่เซิ่งในปีนั้น ก็ยังเป็นเพียงเท่านี้ นักหลอมโอสถระดับสามจำนวนมากตลอดชั่วชีวิต ก็มีอัตราการหลอมโอสถสำเร็จเพียงสามถึงสี่ส่วนเท่านั้น ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่เลวแล้ว
อัตราการหลอมโอสถสำเร็จยิ่งสูง ย่อมหมายความว่าการลงทุนด้วยวัตถุดิบชุดเดียวกัน จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาล้วนเป็นคะแนนผลงานของสำนักและหินวิญญาณอันเป็นประกายแวววาว!
อันชิงหลีดีใจเป็นอย่างยิ่ง เก็บโอสถและเตาหลอมโอสถ หยิบบ้านต้นไม้หลังเล็กที่ผู้อาวุโสผู้เฝ้าหอมอบให้ออกมา โยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ บ้านต้นไม้นั้นก็พลันขยายใหญ่ขึ้นจนมีความสูงเท่ากับตึกสองชั้น แขวนอยู่บนต้นท้อขนาดใหญ่ที่มีลำต้นเก่าแก่และกิ่งก้านคดเคี้ยว
ต้นท้อขนาดใหญ่ที่มีลำต้นเก่าแก่และกิ่งก้านคดเคี้ยวต้นนั้น เป็นต้นที่มีอายุยืนยาวที่สุดในป่าท้อแห่งนี้ ลูกท้อสีขาวอมชมพูที่ออกผลมานั้นทั้งใหญ่และหวาน ส่วนต้นท้อที่เติบโตล้อมรอบมันเหล่านั้น ล้วนเป็นลูกหลานของต้นท้อขนาดใหญ่ต้นนี้ทั้งสิ้น
น่าเสียดายที่ต้นท้อเหล่านี้มีระดับต่ำเกินไป แม้จะได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังวิญญาณภายในมิติวิเศษ ทว่าล้วนยังไม่เปิดสติปัญญา ทว่าอีกพันปีหมื่นปีให้หลังก็ยากจะกล่าว ท้ายที่สุดแล้วสรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณ สิ่งไร้วิญญาณอย่างเช่นหยกหินผีผา ล้วนสามารถกลายเป็นปีศาจจำแลงกายได้ภายใต้วาสนาที่ถูกกำหนดไว้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงต้นไม้ใบหญ้าที่มีวิญญาณ
ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่มักชื่นชอบความสง่างาม อันชิงหลีก็ไม่อาจหลีกหนีความชอบนี้ได้เช่นกัน นำบ้านต้นไม้มาจัดวางไว้ในป่าท้อแห่งนี้เพื่อมอบบ้านที่สงบและสะดวกสบาย ให้กับจินถานน้อยที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายลำต้นได้
อันชิงหลีมองดูป่าท้อแห่งนี้ด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้จึงถูกกำหนดไว้แล้วว่า จะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนและบำเพ็ญเพียรภายในมิติวิเศษของนางในภายภาคหน้า
เมื่อจินถานน้อยตื่นจากอาการเมาสุรา พลันพบว่าตนเองถูกย้ายตำแหน่งอีกแล้ว ถูกนำมาปลูกไว้ในไหสุราใบใหญ่ วางไว้ที่ตำแหน่งริมหน้าต่างภายในบ้านต้นไม้ เมื่อมองออกไป ทั่วทั้งสายตาล้วนเป็นลูกท้อสีขาวอมชมพูขนาดใหญ่
"ชอบหรือไม่?" หลิงซีน้อยที่รับหน้าที่เฝ้ายาม เบิกตากลมโตเอ่ยถาม จินถานน้อยที่แสนอ่อนแอในยามนี้ ร่วมเป็นร่วมตายกับชิงหลีน้อย จะให้เกิดข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยไม่ได้
"เหตุใดจึงเป็นสีชมพู?" จินถานน้อยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ก้มมองใบของตนเองอย่างละเอียด บนใบมีขอบสีทองปรากฏให้เห็นอย่างลางเลือน จากนั้นจึงกล่าวด้วยความยินดีว่า "ข้าชอบสีทองมากกว่า! สีทอง เป็นสีที่งดงามที่สุดทั้งบนฟ้าและใต้ดิน!"
"ทว่าภายในมิติวิเศษยังไม่มีต้นไม้ใหญ่สีทองเลย" หลิงซีน้อยขุดเท้าหน้าพร้อมกล่าวว่า "ทว่ารอให้ภายภาคหน้าพบเจอแล้ว ให้ชิงหลีน้อยย้ายเข้ามาก็แล้วกัน"
"เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก" จินถานน้อยชื่นชมใบที่มีขอบสีทองของตนเองอย่างเบิกบานใจ เคลิบเคลิ้มอยู่พักใหญ่ ถึงได้เอ่ยถามว่า "ชิงหลีน้อยเล่า นางอยู่ที่ใด ข้ายังอยากดื่มสุราวิญญาณอีก"
"ชิงหลีน้อยบ้านพวกเราขยันขันแข็งมากนะ ยามนี้กำลังปิดด่านเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่อีกห้องหนึ่ง" หลิงซีน้อยอ้าปากพ่นผลไม้วิญญาณออกมามากมาย กะพริบตากลมโตกล่าวว่า "สุราวิญญาณบางส่วนยังไม่ถึงเวลา ยังดื่มไม่ได้ ผลไม้วิญญาณเหล่านี้ ชิงหลีน้อยตั้งใจจัดเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ"
จินถานน้อยไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย เสียบเถาวัลย์ปีศาจที่มีขอบสีทองเข้าไปในผลไม้วิญญาณ ดูดกลืนพลังวิญญาณภายในผลไม้จนเหือดแห้งในชั่วพริบตา
หลิงซีน้อยกะพริบตากลมโต กล่าวด้วยความกังวลอยู่บ้างว่า "เจ้าก็กินเก่งเกินไปแล้ว มิติวิเศษยังกว้างใหญ่ไม่พอ ผลไม้วิญญาณที่สุกงอมเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ก็ถูกนำไปหมักสุราเสียแล้ว ส่วนที่เจ้ากำลังกินอยู่เหล่านี้ ก็เพิ่งจะสุกงอม ขืนเจ้ายังกินเช่นนี้ต่อไป ไม่เกินไม่กี่เดือน ก็คงกินจนชิงหลีน้อยต้องยากจนลงแน่"
ในเมื่อจินถานน้อยทำพันธสัญญากับอันชิงหลี ซ้ำยังเป็นพันธสัญญาประจำกายที่มีความผูกพันลึกซึ้งที่สุด จิตวิญญาณเชื่อมโยงถึงกัน ย่อมรับรู้ความลับเล็กน้อยของสัตว์อสูรหลิงซีผ่านอันชิงหลีตามธรรมชาติ "หลิงซีน้อย เจ้าเกิดมาพร้อมกับสายเลือดสัตว์เทพ ภายในร่างกายมีมิติเป็นของตนเอง ขอของดีสักหน่อยได้หรือไม่?"
หลิงซีน้อยเบิกตากว้างถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยความระแวดระวัง "เจ้าช่างใจคอคับแคบ ชิงหลีน้อยยังไม่เคยคิดหวังสิ่งใดจากมิติภายในร่างกายของข้าเลย ทว่าเจ้ากลับ เจ้าคงไม่ได้มองข้าเป็นคนโง่เขลาหรอกนะ... เจ้าไม่ได้หวังดีจริงด้วย เจ้าก็คือตัวตะกละ เจ้า"
"เอ๊ะ จะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้นะ!" จินถานน้อยตัดบทมัน ยื่นเถาวัลย์ออกไป จับเขาเดี่ยวบนหัวของสัตว์อสูรหลิงซีไว้ ทอดถอนใจ ราวกับผู้อาวุโส สั่งสอนด้วยความจริงจังและจริงใจว่า "ยามนี้ข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชิงหลีน้อย ข้าสบายดี ก็เท่ากับนางสบายดี นางสบายดี ก็เท่ากับเจ้าสบายดี กล่าวโดยสรุปคือข้าสบายดี ก็เท่ากับเจ้าสบายดี ยิ่งไปกว่านั้น รอจนกว่าลำต้นของข้าจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ข้าจะพาพวกเจ้าเดินตระเวนไปทั่วดินแดนเร้นลับขนหงส์แห่งนี้ ถึงเวลานั้น สมุนไพรพิษระดับสูงมากมายเพียงใด ล้วนปล่อยให้เจ้ากินได้ตามใจชอบ หากกินไม่หมด ยังสามารถนำมาปลูกในมิติวิเศษแห่งนี้ได้ เมื่อโตขึ้นก็ให้เจ้ากินต่อไป"
"จริงหรือ?"
หลิงซีน้อยถูกหลอกล่อจนในสายตาเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณระดับสูงที่มีพิษ อ้าปากคายหินวิญญาณที่รวบรวมมาจากทุกสารทิศตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ออกมาจนเกือบหมด ในยามนี้มันจะไปนึกถึงได้อย่างไรว่า สมุนไพรวิญญาณระดับสูงหลายชนิดล้วนมีสัตว์อสูรระดับสูงคอยพิทักษ์รักษา ต่อให้รู้ว่าอยู่ที่ใดก็ไม่อาจนำมาได้
หินวิญญาณเหล่านั้นล้วนเป็นของว่างที่มันสะสมไว้ เมื่อก่อนยามไม่มีสมุนไพรพิษให้กิน ก็อาศัยหินวิญญาณเหล่านี้ประทังชีวิต ในจำนวนนั้นยังมีหินวิญญาณระดับต่ำสิบก้อนที่เคยขโมยมาจากอันชิงหลีอีกด้วย
หินวิญญาณราวกับเมล็ดถั่วในกระบอกไม้ไผ่ ทะลักออกมาเป็นกองใหญ่ จำนวนมหาศาลจนแทบจะกองเต็มห้อง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้ารู้อยู่แล้ว นังหนูผู้นั้นสามารถรับสัตว์อสูรหลิงซีเป็นสัตว์เลี้ยงปีศาจได้ ย่อมต้องมีฐานะมั่งคั่ง สามารถเลี้ยงดูข้าได้อย่างแน่นอน!" จินถานน้อยมีความสุขในใจเป็นอย่างยิ่ง สะบัดเถาวัลย์ ยื่นเข้าไปในกองหินวิญญาณที่กองเป็นภูเขา ดูดซับอย่างไม่เกรงใจ
หินวิญญาณที่กองเป็นภูเขา สลายกลายเป็นควันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลิงซีน้อยที่อยู่ด้านข้างแทบจะร้องไห้ ลอบคิดในใจว่าจินถานน้อยผู้นี้เป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้งตามคาด มันและชิงหลีน้อยถูกหลอกเข้าเสียแล้ว
จินถานน้อยผู้นี้ไม่เพียงแต่จะกินจนชิงหลีน้อยยากจน ทว่ายังจะกินจนมันยากจนไปด้วย!
โฮ ชิงหลีน้อยเคยสอนมันไว้ว่า หินวิญญาณที่มีเจ้าของนั้นห้ามขโมย จะถูกผู้มีความสามารถตีจนตายได้!
หินวิญญาณเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มันสะสมมาหลายปีนะ บัดนี้ของสะสมหายไปกว่าครึ่ง หรือว่ายังต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนเหมือนเมื่อก่อนอีก?
โฮ โทษที่มันโง่เขลาและไร้เดียงสาเกินไป ถูกจินถานน้อยหลอกเข้าให้แล้ว!
ชิงหลีน้อยต้องมาเป็นผู้จัดการให้มันนะ จินถานน้อยผู้นี้ช่างกินเก่งเหลือเกิน เกินไปแล้ว!
จินถานน้อยดูดซับหินวิญญาณที่กองเป็นภูเขาจนหมดสิ้น เหลือบมองสัตว์อสูรหลิงซีที่กำลังจะร้องไห้ บิดเถาวัลย์ หัวเราะเสียงแผ่วกล่าวว่า "หิวมานานเกินไป หาได้ยากยิ่งที่จะได้กินอิ่มสักมื้อ ท่าทางการกินอาจจะเกินไปสักหน่อย"
จากนั้นก็สั่นใบไม้สีเขียวที่มีแสงสีทองแฝงอยู่ ปลอบโยนด้วยความยินดีว่า "หลิงซีน้อย ข้าผู้เป็นพืชเทพที่สง่างาม จะไปหลอกเจ้าได้อย่างไร เมื่อออกไปจากทุ่งหญ้าไร้ขอบเขตแห่งนี้ เดินต่อไปอีกร้อยลี้ จะมีหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง ภายในนั้นมีดงหญ้าตัดวิญญาณหมื่นปีอยู่กลุ่มใหญ่ เพียงพอให้เจ้ากินจนอิ่ม!"
"จริงหรือ?" หลิงซีน้อยเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความยินดี "กลุ่มใหญ่เลยหรือ หมื่นปีเลยหรือ?"
"ย่อมเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน!"
จินถานน้อยอาศัยความทรงจำสืบทอด คลายความสงสัยอย่างภาคภูมิใจว่า "ดินแดนเร้นลับขนหงส์แห่งนี้ เดิมทีเป็นมิติภายในร่างกายของหงส์ดึกดำบรรพ์ตัวหนึ่ง ภายหลังถูกผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณได้ไป จึงนำมาหลอมเป็นมิติฝึกฝนสำหรับศิษย์ในสำนัก ต่อมาเมื่อผ่านอุปสรรคมากมาย มิติฝึกฝนแห่งนี้ก็ถูกส่งทอดมาจนถึงโลกเปียนหลาน ส่วนดงหญ้าตัดวิญญาณนั้น เมื่อหลายหมื่นปีก่อน ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนนำเมล็ดหญ้าตัดวิญญาณนั้นเข้ามา หญ้าตัดวิญญาณนั้นก็หยั่งรากในดินแดนเร้นลับขนหงส์แห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะอายุขัยของพืชวิญญาณมีจำกัด จะเป็นเพียงหญ้าตัดวิญญาณหมื่นปีได้อย่างไร?"
"ว้าว ว้าว ว้าว รอชิงหลีน้อยออกจากด่าน พวกเราจะไปทันทีเลย!" หลิงซีน้อยตื่นเต้นจนกระโดดสี่ขาลอยขึ้นฟ้า "ข้าอยู่ในมิติวิเศษนี้ ถึงได้กินหญ้าตัดวิญญาณอายุสองร้อยปี หมื่นปีเชียวนะ หมื่นปีจริงหรือ" หลิงซีน้อยน้ำลายสอ
"นั่นย่อมเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว!" จินถานน้อยดึงท่าทีของพืชเทพออกมา กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ดินแดนเร้นลับขนหงส์แห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ จะใช่สิ่งที่มิติวิเศษของชิงหลีน้อยเทียบได้หรือ ข้าดูแล้วมิติวิเศษของชิงหลีน้อยยังเยาว์วัยยิ่งนัก สมควรเป็นสิ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณใช้หินบรรพกาลหลอมขึ้นมา แม้จะเป็นอุปกรณ์เซียนประเภทเติบโตได้ ทว่าในช่วงหลายหมื่นปีมานี้ ถูกหล่อเลี้ยงอยู่ในโลกเปียนหลานมาโดยตลอด บางทีอาจจะยังคงล่องลอยอยู่ในดินแดนที่มีพลังวิญญาณเบาบางอย่างโลกโลกีย์มาหลายปี สมุนไพรเซียนพืชเทพล้วนสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว ภายในดินโคลนต่อให้มีเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพรเซียนและพืชเทพ ขาดการหล่อเลี้ยงจากพลังเซียน ย่อมไม่สามารถงอกทะลุดินขึ้นมาเติบโตได้"