เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20: อาศัยความสามารถเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

ตอนที่ 20: อาศัยความสามารถเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

ตอนที่ 20: อาศัยความสามารถเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์


ห้าปีเต็ม!

อันชิงหลีอาศัยอยู่ที่ทะเลสาบกระจกน้อยบนยอดเขาสมุนไพรวิญญาณมาห้าปีเต็ม ราวกับถูกจงใจเนรเทศ ถูกจงใจลืมเลือนไปเช่นนั้น ห้าปีเต็ม กลับไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยียนอดีตตัวประหลาดน้อยแห่งการหลอมโอสถผู้นี้เลยแม้แต่คนเดียว

ห้าปีมานี้ นางมักจะอาศัยพืชวิญญาณเพื่อบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาวสันต์หวนคืน หรือนำตำรับโอสถที่ไป่เย่ามอบให้มาเปิดเตาหลอมโอสถ หรือมุดเข้าไปในมิติวิเศษ ถือกระบี่ไปท้าประลองวิชากับสัตว์อสูร สัตว์อสูรระดับต่ำภายในมิติล้วนถูกนางใช้กระบี่หรือจันทร์เสี้ยวสังหาร จัดการเรียงตัวมาแล้วหลายรอบ ยิ่งมายิ่งว่านอนสอนง่ายต่อนาง

เวลาห้าปี อันชิงหลีเติบโตจากเด็กหญิงตัวน้อยที่ร่าเริงสดใส กลายเป็นหญิงงามผู้มีชีวิตชีวาและสง่างาม

ดวงตาสุกใสกระจ่างดั่งสายน้ำ เส้นผมดกดำราวกับก้อนเมฆ

รูปร่างหน้าตางดงามเป็นทุนเดิม ซ้ำยังได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังวิญญาณอันหนาแน่นของทะเลสาบกระจกน้อย ประกอบกับการหมั่นบำเพ็ญเพียรอย่างไม่หยุดหย่อนในทุกวัน ย่อมหล่อหลอมให้อันชิงหลีมีความงดงามโดดเด่นเหนือโลกีย์โดยไม่รู้ตัว

ล้วนกล่าวกันว่าในการบำเพ็ญเพียรของผู้บำเพ็ญเพียร คุณสมบัติ สติปัญญา และวาสนาล้วนขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ ทะเลสาบกระจกน้อยแห่งนี้คือวาสนาอันยิ่งใหญ่ของอันชิงหลี!

ความหนาแน่นของพลังวิญญาณสูงกว่ามิติวิเศษของนางถึงหนึ่งเท่าตัว ไม่ต้องพูดถึงประโยชน์ที่มีต่อรูปโฉม เพียงแค่กล่าวถึงความเร็วในการบำเพ็ญเพียรในสถานที่แห่งนี้ ย่อมเร็วกว่ามิติวิเศษของนางไม่รู้ตั้งเท่าใด ช่างได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าด้วยความพยายามเพียงครึ่งเดียวอย่างแท้จริง

มิเช่นนั้นด้วยรากปราณคู่ธาตุไฟและธาตุไม้ที่มีความบริสุทธิ์ธรรมดาสามัญของเจ้าของร่างเดิม ต่อให้มีสภาวะจิตใจคอยขับเคลื่อน จะสามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับสิบสองขั้นสูงสุด หรือที่เรียกกันว่าขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ได้โดยไร้คอขวด ภายในระยะเวลาเพียงห้าปีได้อย่างไร

การถูกกักขังอยู่ที่ทะเลสาบกระจกน้อยตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่สามารถประลองฝีมือจริงกับศิษย์ร่วมสำนักเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้ ไม่สามารถออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และขัดเกลาจิตใจ ทว่าการถูกกักขังอยู่ที่ทะเลสาบกระจกน้อย สามารถตั้งใจบำเพ็ญเพียรได้อย่างแน่วแน่ ยังสามารถหาสัตว์อสูรมาฝึกฝนฝีมือได้ สามารถหลอมโอสถในยามว่างได้ ดังคำกล่าวที่ว่าโชคและเคราะห์มักมาคู่กัน เกรงว่าคงเป็นเช่นนี้เอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อีกครึ่งปีให้หลัง ประจวบเหมาะกับการเปิดดินแดนเร้นลับแห่งหนึ่ง อนุญาตให้เพียงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวบรวมลมปราณเข้าสู่ภายในเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ที่สำนักส่งไป ส่วนใหญ่มักเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับสิบเอ็ดหรือสิบสอง คุณสมบัติรากปราณคู่ของเจ้าของร่างเดิมนั้นธรรมดาสามัญ ในวัยสิบสามปีเช่นเดียวกัน กลับบำเพ็ญเพียรถึงเพียงขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับแปด ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย

ทว่าในชาตินี้ เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากพลังวิญญาณอันหนาแน่นหาที่เปรียบไม่ได้ของทะเลสาบกระจกน้อย อันชิงหลีบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ได้อย่างราบรื่นไร้ซึ่งอุปสรรค ย่อมมีคุณสมบัติที่จะไปตะลุยดูสักตั้ง

เป็นทะเลสาบกระจกน้อยและการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วงมาห้าปีที่นำพาคุณสมบัตินี้มาสู่นาง แม้ว่าจะสามารถออกไปจากทะเลสาบกระจกน้อยแห่งนี้ได้หรือไม่ ล้วนยังไม่อาจล่วงรู้

ภายในห้าปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมหรือระดับการบำเพ็ญเพียรของนาง ล้วนได้รับการหล่อเลี้ยงจากทะเลสาบกระจกน้อยเป็นอย่างดี

หากกล่าวว่าอันชิงเหมี่ยวมีสีแดงสดใสดุจปีศาจ เยี่ยจื่อหลานมีเส้นผมสีเงินโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่ง เช่นนั้นอันชิงหลีย่อมจัดอยู่ในประเภทสง่างามพลิ้วไหวดั่งเซียนตามแบบฉบับดั้งเดิมที่สุดในโลกบำเพ็ญเพียร

สตรีในโลกบำเพ็ญเพียรแห่งนี้ ผู้ที่มีรูปร่างหน้าตางดงามมีมากมายจนไม่อาจนับ ทว่ากลับไร้ซึ่งบุคลิกอันโดดเด่นที่คู่ควร ทว่าทั้งสามคนนี้ รูปร่างหน้าตาและบุคลิกต่างส่องประกายเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ไม่แปลกใจเลยที่จะเป็นที่สุดในบรรดาหญิงงามหลากหลายรูปแบบ

"เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริง เพียงพริบตาเดียว ผลหยกมรกตก็สุกงอมแล้ว"

เมื่อได้กลิ่นหอมของผลไม้ อันชิงหลีในวัยสิบสามปีเผยอริมฝีปากสีชาด จ้องมองและทอดถอนใจ ปลายเท้าดุจหยกแตะทำลายผิวน้ำอันเงียบสงบ เงาร่างสีเขียวสายหนึ่งพลิ้วไหวร่อนลงใต้ต้นหยกมรกต

ต้นหยกมรกตหาได้ยากยิ่ง จำต้องเจริญเติบโตในดินแดนที่มีพลังวิญญาณหนาแน่น ทั่วทั้งสำนักเทียนอวิ้นมีเติบโตอยู่เพียงต้นเดียวเท่านั้น ผลหยกมรกตยิ่งร้อยปีจึงจะสุกงอมสักหนึ่งครา ยิ่งไปกว่านั้นต้นหยกมรกตหนึ่งต้นจะออกผลเพียงหนึ่งผลในแต่ละครั้ง บัดนี้บนต้นหยกมรกตอายุพันปีต้นนี้ ผลหยกมรกตเพียงผลเดียวได้สุกงอมแล้ว จำต้องยอมรับว่า อันชิงหลีมาได้จังหวะเวลาดียิ่งนัก

"ของข้า ของข้า ล้วนเป็นของข้า!"

อันชิงหลีหัวเราะเสียงดังอย่างผิดวิสัย จันทร์เสี้ยวสังหารสีเขียวที่ควบแน่นจากพลังวิญญาณธาตุไม้พุ่งตรงไปยังขั้วผลไม้ที่ห้อยอยู่

ผลหยกมรกตมีรูปร่างคล้ายหยกมรกต เมื่อผลสุกงอมจะมีกลิ่นหอมประหลาด หากผู้บำเพ็ญเพียรรับประทานเข้าไป สามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณภายในร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นสามารถขับไล่สิ่งเจือปนและพิษโอสถออกจากร่างกาย ทำให้ค่อยค่อยกลายเป็นกระดูกหยก

ขับพิษโอสถ กลายเป็นกระดูกหยก!

"รวยแล้ว ข้ารวยแล้ว! ข้ารวยแล้ว!"

อันชิงหลีดีใจจนเนื้อเต้น สองมือประคองผลหยกมรกต ร่ายวิชาชำระล้างฝุ่นละอองบนผิวผลไม้ อ้าปากหมายจะกัดกิน

"นังหนู ไม่ใช่เจ้ารวยแล้ว ข้าต่างหากที่รวยแล้ว! ข้าต่างหากที่รวยแล้ว!"

เสียงหัวเราะดังกึกก้อง สั่นสะเทือนผิวน้ำในทะเลสาบกระจกน้อยจนเกิดระลอกคลื่น

"ผู้ใด!"

ผลหยกมรกตที่กำลังจะเข้าปากบินหนีไป อันชิงหลียกมือขึ้นคว้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเชือกยาวสีทองเส้นหนึ่งพุ่งพรวดออกมาราวกับงู มัดตัวนางจนแน่นหนา และแขวนไว้บนต้นหยกมรกต

"ข้าคือเจ้าของทะเลสาบกระจกน้อย…"

สายลมริมทะเลสาบพัดโชยเสื้อคลุมสีม่วงสว่างอันงดงามวิจิตรเกินไปของเขา แผ่กลิ่นหอมของสมุนไพรออกมา "ปรมาจารย์มู่เซิ่ง"

บุรุษรูปงามผู้สวมกวานหยกขาวเอามือไพล่หลังยืนอยู่กลางอากาศ ยกขาขึ้นเตะอันชิงหลีหนึ่งครา จากนั้นยื่นนิ้วไปเกี่ยวพวงมาลัยดอกไม้ใบหญ้าที่บิดเบี้ยวบนศีรษะของนางลงมา เลิกคิ้วยาวเอ่ยถาม "เจ้าโจรน้อย เจ้าเป็นผู้ใด?"

"ปรมาจารย์มู่เซิ่งงั้นหรือ?"

ที่แท้ปรมาจารย์มู่เซิ่งตามคำเล่าลือ ผู้ซึ่งมีอายุยืนยาวมาหกร้อยกว่าปี กลับมีรูปร่างหน้าตาที่เจ้าสำอางถึงเพียงนี้

"ทำไม ไม่เหมือนหรือ? ผู้ใดบอกว่าปรมาจารย์แห่งการหลอมโอสถจำต้องเป็นตาเฒ่าแก่ชราที่ดูภูมิฐานมั่นคงเสมอไป" มู่เซิ่งนำผลหยกมรกตมาดมที่ปลายจมูก จากนั้นเก็บมันเข้าสู่สวนสมุนไพรพกพาอย่างระมัดระวัง บีบแก้มเล็กอันนุ่มนิ่มของอันชิงหลี ข่มขู่ว่า "นังหนูอย่างเจ้า ไม่ได้สวมใส่ชุดศิษย์ของสำนัก แอบลักลอบเข้าสู่เขตหวงห้ามทะเลสาบกระจกน้อยของข้า ขโมยผลหยกมรกตอันเป็นของล้ำค่าของข้า สมควรรับโทษอันใด?"

สีหน้าของอันชิงหลีแปรเปลี่ยน ความคิดหมุนเวียนไปมาหลายร้อยตลบ ทันใดนั้นดวงตาสุกใสหยาดน้ำตาคลอเบ้า เงยหน้าขึ้น เรียกขานด้วยความลึกซึ้งว่า "ท่านอาจารย์ ในที่สุดศิษย์ก็รอจนท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!"

"อันใดนะ!" มู่เซิ่งตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว "พูดจาเหลวไหลไร้สาระ ผู้ใดเป็นอาจารย์ของเจ้า!" ศิษย์อันใดกัน ทั้งโง่เขลาและน่ารำคาญ เขาไม่อยากสิ้นเปลืองเวลาไปกับคนโง่หรอกนะ

ทว่าอันชิงหลีกลับไม่สนใจ แม้ร่างกายจะถูกมัดและแขวนอยู่บนต้นไม้ ทว่าศีรษะยังคงพยายามก้มลง ผงกศีรษะสามครา ปากกล่าวว่า "ท่านอาจารย์มู่เซิ่งอยู่เบื้องบน โปรดรับการคารวะจากศิษย์อันชิงหลีสามคราด้วยเถิดเจ้าค่ะ เมื่อห้าปีก่อน ศิษย์ถูกส่งตัวมายังทะเลสาบกระจกน้อย ได้รับอาหารและโอสถมากมาย รับหน้าที่ดูแลพืชวิญญาณบริเวณนี้ เพียงเพื่อรอให้ท่านอาจารย์ท่องเที่ยวกลับมาเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ"

"ข้าพบเจอผู้คนมามาก เจ้าอย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก" คิ้วของมู่เซิ่งขมวดแน่นขึ้น หันหลังเตรียมจะหลบหนี

"ท่านอาจารย์ เป็นเรื่องจริงนะเจ้าคะ!" อันชิงหลีรีบเรียกเอาไว้ "ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ หากไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าแห่งยอดเขา นังหนูขอบเขตรวบรวมลมปราณอย่างข้าจะสามารถบุกรุกเข้าสู่ทะเลสาบกระจกน้อยแห่งนี้ได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะเจ้าแห่งยอดเขามีเจตนาให้ข้าเป็นศิษย์ของท่าน จะยอมให้ข้ามาดูแลพืชวิญญาณบริเวณนี้แทนท่านได้อย่างไร ท่านอาจารย์ ท่านช่างใจร้ายยิ่งนัก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ศิษย์ดูแลพืชวิญญาณของท่านจนเจริญงอกงามถึงเพียงนี้ เพียงแค่ผลหยกมรกตอันล้ำค่าอย่างยิ่งนั้น หากไม่ใช่เพราะข้าใช้พลังวิญญาณหล่อเลี้ยงทุกเมื่อเชื่อวัน เกรงว่าผลนั้นคงร่วงหล่นลงดินกลายเป็นปุ๋ยดอกไม้ไปตั้งนานแล้ว"

มู่เซิ่งมองเห็นพืชวิญญาณอันเขียวชอุ่มบริเวณทะเลสาบกระจกน้อยนี้มาตั้งนานแล้ว ย่อมรู้ดีแต่แรกว่าผลหยกมรกตสุกงอมได้ นังหนูผู้นี้มีความดีความชอบอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เป็นเพราะต้นหยกมรกตต้นนี้มีชีวิตมาหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าปี มีท่าทีจะเหี่ยวเฉามาตั้งนานแล้ว ซ้ำยังไม่ได้ออกผลที่สุกงอมมาหลายร้อยปีติดต่อกัน

การที่เขากลับมาตามวันที่คำนวณไว้ในครานี้ เพียงแค่อยากมาเสี่ยงดวงดูเท่านั้น คาดไม่ถึงเลยว่าจะพบกับโชคดีครั้งใหญ่เข้าจริง

รอจนเขานำผลหยกมรกตนี้ไปหลอมเป็นโอสถหยกมรกตระดับเก้า สรรพคุณของโอสถหยกมรกตเหนือชั้นกว่าผลหยกมรกตมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นด้วยระดับการหลอมโอสถของเขาในยามนี้ ผลหยกมรกตหนึ่งผลสามารถหลอมโอสถหยกมรกตได้ถึงสองหรือสามเม็ด นั่นนับว่ากำไรมหาศาลอย่างแท้จริง

"เอ้อ ผลหยกมรกตนี้เจ้าเป็นคนเลี้ยงจนสุกงอมจริงหรือ?" มู่เซิ่งยืนยันอีกครา ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดหาวิธีมาไม่น้อย ถึงขั้นตั้งใจบีบหินวิญญาณให้แหลกละเอียด ฝังไว้ใต้ต้นไม้ หรือไม่ก็ตั้งค่ายกลรวมวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณรอบต้นไม้ ทว่าล้วนไม่เห็นผลลัพธ์อันใด

"ใช่เจ้าค่ะ" อันชิงหลีพยักหน้า ห้าปีมานี้ เคล็ดวิชาวสันต์หวนคืนของนางก้าวขึ้นไปอีกขั้น <<เคล็ดวิชาวสันต์หวนคืนสู่สรรพสิ่ง>> มีทั้งหมดเก้าขั้น นางอาศัยพืชวิญญาณบริเวณนี้เพื่อฝึกฝนและทำความเข้าใจความลึกซึ้งของเคล็ดวิชาวสันต์หวนคืน บัดนี้บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นที่สามได้สำเร็จแล้ว

"ใช้วิธีการอันใด? มู่เซิ่งอยากจะเรียนรู้ด้วยตนเองเสียแล้ว

"เอ้อ เป็นวิชาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ไม่อาจเปิดเผยให้คนนอกรับรู้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้บอกไปแล้ว ย่อมไม่แน่ว่าจะสามารถบำเพ็ญเพียรได้เจ้าค่ะ" อันชิงหลีกล่าวด้วยใบหน้าจริงใจ "ทว่าหากเป็นอาจารย์ของตนเอง ย่อมสามารถบอกกล่าวได้บ้าง ย่อมสามารถช่วยเหลือท่านอาจารย์ เลี้ยงดูต้นกล้าเพียงต้นเดียวต้นนี้ให้ดีได้เช่นกัน"

"เจ้ายังสามารถเลี้ยงดูต้นหยกมรกตนี้ให้เจริญงอกงามและแข็งแรงได้อีกหรอกหรือ?" มู่เซิ่งหวั่นไหว เช่นนั้นไม่ได้หมายความว่าทุกร้อยปี เขาจะมีผลหยกมรกตที่สุกงอมหนึ่งผลหรอกหรือ

เขามุ่งมั่นเพียงการหลอมโอสถ ระดับการบำเพ็ญเพียรขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดนี้ อาศัยโอสถและหินวิญญาณทับถมขึ้นมาอย่างดื้อดึง พิษโอสถภายในร่างกายย่อมสะสมอยู่ไม่น้อย ส่งผลกระทบต่อการเลื่อนระดับในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากทุกร้อยปีได้รับผลหยกมรกตหนึ่งผล ภายในหนึ่งพันปี อย่างน้อยต้องสามารถหลอมโอสถหยกมรกตได้ถึงยี่สิบเม็ด เมื่อมีโอสถหยกมรกตยี่สิบเม็ดนี้ ชาตินี้การจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนวิญญาณ ย่อมมีความหวังอย่างยิ่ง

"ที่เรียนรู้มาก็คือทักษะในการรักษาและเลี้ยงดูต้นไม้นี่แหละเจ้าค่ะ" อันชิงหลีรีบเปิดเผยความสามารถของตนเอง "ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อระดับการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้น ความสามารถย่อมดีขึ้นตามไปด้วย ไม่ปิดบังท่านอาจารย์ เมื่อห้าปีก่อน ข้าสามารถหลอมโอสถระดับสามได้ บัดนี้บำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ย่อมสามารถหลอมโอสถระดับสูงได้เช่นเดียวกัน ท่านรับศิษย์ไว้ รับรองว่าไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน"

"เช่นนั้นนังหนูอย่างเจ้า กลับมีพรสวรรค์ไม่เลว ทว่าตอนเด็กฉลาดล้ำ โตขึ้นมาอาจไม่เก่งกาจก็เป็นได้ มีชีวิตมาหกร้อยกว่าปี คนเช่นนี้ ข้าพบเจอมามากแล้ว"

นิ้วเรียวยาวของมู่เซิ่งเกี่ยวคอเสื้อของอันชิงหลีขึ้นมา เพียงนึกคิด เชือกยาวสีทองขดตัวเป็นก้อนกลับคืนสู่มือของเขา

"ถึงอย่างไรตามกฎของสำนัก จำต้องรับศิษย์เพื่อสืบทอดวิชาอยู่ดี..." มู่เซิ่งถอนหายใจ น้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความจนใจอยู่หลายส่วน "เห็นแก่ต้นหยกมรกตและผลหยกมรกต เห็นแก่ที่เจ้าสามารถเลี้ยงหญ้าได้ดีถึงเพียงนี้ ศิษย์อย่างเจ้า ข้าจะฝืนใจรับไว้ก็แล้วกัน เชือกมัดเซียนเส้นนี้ ถือเป็นของขวัญพบหน้าที่อาจารย์มอบให้เจ้า"

มู่เซิ่งกล่าวพลาง ลบสัมผัสวิญญาณของตนเองที่อยู่บนเชือกมัดเซียนออกไป นำเชือกมัดเซียนไปคล้องคออันชิงหลี ทำทีรัดแน่น กำชับด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า "อาจารย์เพิ่งเคยเป็นอาจารย์ของผู้อื่นเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน ขอตกลงกันไว้ก่อน อาจารย์เกลียดความยุ่งยากที่สุด นอกจากการหลอมโอสถ อย่าได้นำเรื่องอื่นมาถามอาจารย์ และอย่าคาดหวังว่าอาจารย์จะสอนสิ่งอื่นให้เจ้า"

จบบทที่ ตอนที่ 20: อาศัยความสามารถเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว