- หน้าแรก
- เกมมรณะสองพิภพ
- ตอนที่ 11 ภารกิจเหล็กกล้าร้อยครั้ง
ตอนที่ 11 ภารกิจเหล็กกล้าร้อยครั้ง
ตอนที่ 11 ภารกิจเหล็กกล้าร้อยครั้ง
ตอนที่ 11 ภารกิจเหล็กกล้าร้อยครั้ง
"เฮ้ย เอาจริงดิ"
"งานมันโหดลากเลือดขนาดนั้นเลยหรือ"
"ปั่นงานตั้งสามชั่วโมงกว่าเพื่อทุบแร่เหล็กตั้งพันกิโล"
"แต่ได้ค่าตอบแทนแค่สี่สิบเหรียญทองแดงเนี่ยนะ"
"จะไปทนทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนั้นเพื่ออะไรวะ สู้เอาเวลาตอนกลางคืนไปนอนกอดแฟนไม่ฟินกว่าหรือ"
เฮยผีนี่เป็นคนพูดมากและขี้โม้จริงๆ
หลังจากที่ได้ยินรายละเอียดภารกิจลูกศิษย์ร้านตีเหล็กจากปากของซูวั่งชวน จากสีหน้าที่เคยดูอิจฉาตาร้อนก็เปลี่ยนเป็นทำหน้าเหยเกรับไม่ได้ทันที แถมยังเริ่มทำตัวเป็นกูรูเทศนาสั่งสอนน้องชายยกใหญ่
"อย่างน้อยพวกเราก็เป็นพวกกลุ่มคนรายได้สูงระดับเงินเดือนหลักหมื่นนะเว้ย ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มดิ นี่คุณเล่นลุยงานตั้งแต่หกโมงเช้าลากยาวไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง แล้วมันจะเหลือเวลาไปทำอะไรได้อีก"
"นอนคนเดียวหรือ"
"ต้องมานอนซุกตัวคนเดียวใต้ผ้าห่มหนาวๆ เนี่ยนะ นี่หรือคือเป้าหมายชีวิตของคุณ"
"เชื่อพี่ดิ ไปหาแฟนสักคน"
"ถ้ารู้สึกว่ายังไม่จุใจ ก็จัดไปเลยสองคน"
"โปรไฟล์พวกเราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นป่ะ"
"..."
คำพูดหยอกล้อกึ่งแซวเล่นของเฮยผีช่วยทำลายบรรยากาศการเดินทางที่แสนน่าเบื่อหน่ายของทีมให้กลับมามีสีสันและเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง พอเฮยผีเริ่มหมดมุกและเลิกตื๊อซูวั่งชวน หลินต้าไห่ก็เดินเข้ามาหาแทน
"สถาพร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ มีระบมหรือปวดเมื่อยตรงไหนไหม ถ้ามีก็ถือเป็นเรื่องปกตินะ เดี๋ยวมันจะค่อยๆ ปรับตัวไปเองอีกสองสามวันก็ชิน ส่วนเงินที่ยืมไปใช้ก่อนหน้านี้ไม่ต้องรีบคืนหรอกนะ"
"พี่หลิน ผมสบายมากครับ ไม่เป็นไรเลย" ซูวั่งชวนยิ้มตอบ
หลินต้าไห่หัวเราะเบาๆ แล้วแซวกลับว่า "เอาไว้ให้คุณลองไปลงถ้ำเหมืองก่อนเถอะ แล้วจะรู้ซึ้งจนเลิกซ่า" เขาคิดว่าซูวั่งชวนแค่กำลังฝืนทำเป็นเก่งไปงั้นเอง
ในที่สุดขบวนก็เดินทางมาถึงถ้ำเหมือง ทุกคนแยกย้ายกันไปประจำจุดขุดแร่เดิมของตัวเอง ทีมสตูดิโอจ้านกั๋วยังคงปักหลักอยู่ที่ทำเลเดิมใกล้ๆ กับทางเข้าถ้ำเพื่อเซฟเวลาและเซฟแรง
เฮยผีวางตะกร้าลงบนพื้น ถ่มน้ำลายใส่มือตัวเองแล้วถูไปมาสองสามที จากนั้นก็คว้าจอบเหล็กคู่ใจเริ่มลงมือจามใส่ก้อนแร่ทันที ด้านหลินต้าไห่และเหล่าหลี่คอยยืนจับตาดูซูวั่งชวนอยู่ห่างๆ พอเห็นซูวั่งชวนสามารถสลับโหมดเข้าสู่สภาวะการทำงานได้อย่างคล่องแคล่วและชิลสุดๆ ทั้งคู่ถึงกับหันมาสบตากันด้วยความอึ้ง
"เฮ้ย เด็กนี่มันฟื้นตัวเร็วขนาดนี้เลยหรือวะ"
"อืม สมกับเป็นพวกสายฟิตเนสจริงๆ"
ภายในถ้ำเหมือง ตอนนี้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาโฟกัสกับงานตรงหน้า เสียงจอบเหล็กกระทบหินดังก้องสะท้อนสลับกันไปมาอย่างคึกคัก ซูวั่งชวนใช้เวลาทำรอบเพียงแค่สองชั่วโมงก็สามารถขุดแร่จนเต็มตะกร้าใบแรกได้สำเร็จ ส่วนแร่ที่ขุดเพิ่มได้หลังจากนั้นเขาทำได้เพียงกองพักไว้ข้างๆ ก่อน
ลุยงานกันต่อจนพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัว ได้เวลาที่ทุกคนจะหยิบซาลาเปาปิ้งออกมานั่งแทะเป็นมื้อเที่ยงกันแล้ว
"ซูวั่งชวน ความเร็วในการขุดของคุณนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ"
"กองแร่ของคุณสูงกว่าของผมอีกเนี่ย" เฮยผีเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าท่ามกลางความมืดมัวในถ้ำ กองแร่เหล็กใต้เท้าของซูวั่งชวนกลับมีปริมาณมากกว่าของเขาซะอีก
"พ้อยท์ค่าสถานะพลังสูงนี่มันมีประโยชน์จริงๆ ว่ะ"
"สรุปคุณอัปพ้อยท์พลังมาหกแต้มหรือเจ็ดแต้มกันแน่เนี่ย"
"ฮ่าๆๆ"
"หกแต้มครับ" ซูวั่งชวนเลือกที่จะแกล้งเนียนทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวไป เพราะในสังคมที่มีคนอยู่ร่วมกันเยอะๆ บางทีพฤติกรรมประเภท 'กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็รับไม่ได้ถ้าเพื่อนจะเด่นเกินหน้าเกินตา' มันมีอยู่จริง เขาไม่อยากทำลายความสัมพันธ์อันดีภายในทีมเด็ดขาด
หลังจากพักเที่ยงเสร็จ ก็กลับไปลุยงานขุดแร่ต่ออีกสองสามชั่วโมง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระดิ่งสัญญาณเตือนรถขนแร่เดินทางมาถึง ทุกคนรีบเร่งมือขนแร่ทันที รอบนี้ซูวั่งชวนขนแร่เหล็กหนักสองร้อยกิโลกรัมไปทั้งหมดห้าเที่ยวเต็มๆ ถึงจะเคลียร์เสร็จ ทำเงินเข้ากระเป๋าไปได้สองร้อยเหรียญทองแดง
หลินต้าไห่รวมถึงคนอื่นๆ ในทีมถึงกับยืนอึ้งตาค้าง เพราะคนอื่นได้ค่าแรงเฉลี่ยคนละร้อยหกสิบเหรียญทองแดง มีเพียงซูวั่งชวนที่เป็นเด็กใหม่คนเดียวที่สามารถกวาดรายได้ไปถึงสองร้อยเหรียญทองแดงในรอบเดียว
"แบบนี้ต้องเลี้ยงแล้วป่ะ"
"ซูวั่งชวนต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเราแล้วนะ"
ซูวั่งชวนถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณหลินต้าไห่ทันที "พี่หลินครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพี่คอยช่วยแนะนำผมแท้ๆ เลย" จากนั้นเขาก็นับเงินจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเหรียญทองแดงส่งคืนให้อีกฝ่าย "นี่เป็นเงินค่าจอบเหล็กกับตะกร้าครับ ส่วนรายได้จากการขุดเหมืองของวันพรุ่งนี้ทั้งหมด ผมยกให้พี่หลินเลย"
สายตาของทุกคนในกลุ่มเปลี่ยนมาจับจ้องที่หลินต้าไห่ทันทีด้วยความอิจฉาตาร้อน หลินต้าไห่ยิ้มแก้มแทบปริด้วยความปลาบปลื้ม "โอเคครับ"
"ในเมื่อซูวั่งชวนอุตส่าห์มีน้ำใจขนาดนี้ พี่ก็คงยอมน้อยหน้าไม่ได้เหมือนกัน"
"เย็นนี้ ผมขอเหมาซาลาเปาปิ้งแจกให้ทุกคนคนละสองลูกเลย เดี๋ยวผมจ่ายเอง"
"เฮ้ย เจ๋ง"
"พี่หลินป๋ามากครับ"
หลังจากนั้นต่างคนต่างแบกแร่เหล็กหนักคนละร้อยกิโลกรัมเดินทางกลับหมู่บ้านหินดำ พอถึงหมู่บ้านหลินต้าไห่ก็แจกซาลาเปาปิ้งให้ทุกคนคนละสองลูกตามสัญญา ซึ่งซูวั่งชวนก็ได้ส่วนแบ่งด้วย ทุกคนกดล็อกเอาต์ออกจากเกมไปด้วยความแฮปปี้ หลินต้าไห่ยิ้มพร้อมพูดกำชับซูวั่งชวนสองสามคำตามปกติก่อนจะกดออกจากเกมไปเช่นกัน
ส่วนซูวั่งชวนก็นำแร่เหล็กตรงดิ่งไปยังโรงงานตีเหล็กเพื่อรับเควสต่อ ทันทีที่เฉินเฟิง เฮยถาน และซูวั่งชวนมายืนรวมตัวกันต่อหน้าช่างตีเหล็กซุน วันนี้อาจารย์ซุนได้ประกาศมอบหมายภารกิจใหม่ให้แก่พวกเขาทั้งสามคน
"แร่เหล็กที่พวกคุณทุบไว้เมื่อวานได้ถูกส่งเข้าเตาดินเพื่อผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนสูงมาตลอดทั้งวันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มันน่าจะหลอมละลายกลายเป็นน้ำเหล็กไหลออกมา งานของพวกคุณในวันนี้คือ ต้องนำน้ำเหล็กหลอมที่ผมเตรียมไว้ไปตีให้กลายเป็นเหล็กกล้าชั้นดี"
คุณต้องการรับภารกิจตีเหล็กกล้าหรือไม่
รายละเอียด: ต้องนำน้ำเหล็กหลอมแต่ละก้อนมาตีและพับทบให้ครบหนึ่งร้อยครั้ง จำนวนทั้งหมดห้าสิบก้อน ค่าตอบแทนภารกิจ: สองร้อยเหรียญทองแดง
ทั้งสามคนกดตกลงรับภารกิจ เฉินเฟิงกับเฮยถานทำหน้าบูดเบี้ยวอมทุกข์ทันที ส่วนซูวั่งชวนทำสีหน้าสงสัย
"พี่เฉินเฟิง พี่เฮยถานครับ เควสนี้ได้เงินตั้งเยอะ ทำไมรุ่นพี่ทั้งสองคนดูไม่ค่อยจอยเลยล่ะครับ มันมีเงื่อนงำอะไรหรือเปล่า"
"ภารกิจตีเหล็กอันนี้ นอกจากขั้นตอนจะเหนื่อยรากเลือดแล้ว ระยะเวลาในการทำยังลากยาวที่สุดด้วย ที่สำคัญคือถ้าเราทำออกมาได้ไม่ตรงสเปกมาตรฐาน จะโดนหักเงินค่าจ้างยับเลย สรุปคือรายได้สุทธิที่ได้จริงๆ สู้เควสทุบแร่เมื่อวานไม่ได้เลยสักนิด" เฮยถานอธิบายให้ซูวั่งชวนฟังด้วยความเซ็ง
เฉินเฟิงช่วยพูดเสริมด้วยสีหน้าสุดทรมาน "น้ำเหล็กหลอมแต่ละก้อนเนี่ย เราต้องกระหน่ำตีมันอย่างต่ำหนึ่งร้อยครั้งแล้วค่อยพับทบลงมา สรุปง่ายๆ คือกว่าจะปั้นเหล็กกล้าเสร็จได้ก้อนนึง คุณต้องออกแรงเหวี่ยงค้อนทุบลงไปถึงหนึ่งหมื่นครั้ง ลองคิดดูดิว่าความโหดมันระดับไหน"
"รอบที่แล้วพวกเราตั้งใจจะลักไก่ ตีแค่ห้าสิบครั้งแล้วเนียนกดส่งงาน ผลปรากฏว่าโดนอาจารย์จับได้จับไต๋ได้หมด เงินสองร้อยเหรียญทองแดงโดนหักไปเกินครึ่ง สรุปคือเงินก็ไม่ได้แถมยังต้องเสียเวลาฟรีไปตั้งเจ็ดแปดวัน"
"เควสตีเหล็กนี้จะโผล่มาทุกๆ ครึ่งเดือนต่อครั้ง ถ้าเราเคลียร์เควสนี้ไม่จบก็จะไม่สามารถปลดล็อกภารกิจรอบต่อไปได้... เพราะงั้นพวกเราเลยต้องจำใจยอมแอบลดขั้นตอนส่งๆ ไป เพื่อให้ผ่านเควสไปลุยงานรอบหน้าแทน อย่างน้อยก็ยังพอมีช่องทางหาเงินทางอื่นได้บ้าง" เฮยถานอธิบายข้อเท็จจริง
ซูวั่งชวนทำหน้าเหยเกเหมือนคนปวดฟันขึ้นมาทันที ตีเหล็กก้อนนึงต้องทุบหนึ่งหมื่นครั้ง... ถ้าต้องตีให้ครบห้าสิบก้อน ก็เท่ากับต้องหวดค้อนทั้งหมดห้าแสนครั้งนี่มันระบบทาสชัดๆ ทำไมไม่ยืมเครื่องปั๊มไฮดรอลิกมาใช้เลยล่ะ จะใช้แรงงานคนให้เป็นหุ่นยนต์เลยหรือไง
แต่ถึงในใจจะแอบบ่นแค่ไหน ทว่าเขาก็ไม่อยากเสี่ยงโดนไล่ออกจากโรงงานตีเหล็กเพราะต้องการรักษาอาชีพที่ทำเงินนี้ไว้ สุดท้ายทั้งสามคนจึงทำได้เพียงรีบแยกย้ายไปเตรียมความพร้อมของตัวเอง
แท่นตีเหล็กและเตาหลอมถูกเซ็ตระบบจนเข้าที่ ช่างตีเหล็กซุนลงมือคุมเตาและเทน้ำเหล็กหลอมด้วยตัวเอง เขาคีบน้ำเหล็กหลอมทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กำลังร้อนจัดจนเป็นสีแดงเพลิงมาวางไว้บนแท่นตีของทั้งสามคน จากนั้นก็หันมาไกด์และสาธิตให้ซูวั่งชวนดู
"ซูวั่งชวน ผมจะสาธิตให้ดูรอบนึงก่อน คุณคอยดูทุกมูฟเมนต์การเคลื่อนใหวของผมให้ดี จำทุกคำที่ผมพูดไว้ให้มั่น แล้วทำตาม"
ช่างตีเหล็กซุนจงใจสโลว์โมชั่นความเร็วในการเคลื่อนไหวลง พลางวางก้อนน้ำเหล็กหลอมที่กำลังร้อนฉ่าสีแดงสดลงบนทั่งตีเหล็ก "ในจังหวะที่น้ำเหล็กยังคงมีสภาพเป็นของเหลวอยู่ ห้ามลงมือฟาดเด็ดขาด เพราะมันจะกระเด็นกระจายได้ง่ายมาก ซึ่งอันตรายต่อทั้งตัวเองและคนรอบข้าง ให้คุณรอจังหวะหายใจเข้าออกสักสองสามครั้ง แล้วค่อยเริ่มลุย... แบบนี้"
เคร้ง
ค้อนเหล็กมือเดียวถูกฟาดลงบนน้ำเหล็กทรงสี่เหลี่ยมอย่างรุนแรงจนประกายไฟแตกกระจายไปทั่ว
เคร้ง
เคร้ง
ช่างตีเหล็กซุนไม่ได้สนใจสะเก็ดไฟที่กระเด็นมาโดนผิวเลยแม้แต่น้อย ความเร็วในการหวดค้อนของเขาจัดว่าเร็วและเฉียบขาดมาก จังหวะการลงน้ำหนักสม่ำเสมอดีเยี่ยม ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีเขาก็สามารถทุบได้ครบหนึ่งร้อยครั้ง จากนั้นเขาก็รีบใช้คีมคีบก้อนเหล็กรูปทรงประหลาดที่เกือบจะเซ็ตตัวแข็งลงไปชุบในถังน้ำข้างๆ เพื่อดรอปอุณหภูมิให้มันแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนมันกลับเข้าไปเผาในเตาความร้อนสูงอีกรอบ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเข้มและจริงจังว่า
"ก้อนเหล็กที่ถูกเผาจนแดงเนี่ย คุณต้องรีบพับทบมันขึ้นมา แล้วทุบซ้ำทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้ครบอย่างละร้อยครั้ง จากนั้นรีบเอาไปชุบน้ำให้แข็งตัวเพื่อรีดสิ่งเจือปนออกให้เร็วที่สุด แล้วค่อยส่งกลับไปเผาใหม่"
"ระยะเวลาที่ก้อนเหล็กจะเปลี่ยนสภาพจากความอ่อนนุ่มไปสู่การแข็งตัวมันสั้นมาก คุณต้องบริหารเวลาทำรอบทุบให้ครบหนึ่งร้อยครั้งให้ทันภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่งั้นจะเสียเวลาเพิ่มขึ้นและไม่คุ้มค่าเหนื่อย"
เฉินเฟิงกับเฮยถานตั้งใจฟังสลับกับดูการสาธิตของช่างตีเหล็กซุนอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอนทำออกมาได้อย่างละเอียดและประณีตสุดๆ
เคร้ง
เคร้ง
เคร้ง
ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุและการลงค้อนที่หนาหนัก ทั้งสองคนเริ่มมีเหงื่อไหลไคลย้อยท่วมตัวอย่างรวดเร็ว ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะไอร้อน กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายเริ่มสั่นเทาจากการออกแรงมหาศาล
……..