เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ

บทที่ 8 คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ

บทที่ 8 คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ


บทที่ 8 คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ

"อื้อ~~"

คลื่นเสียงความถี่ต่ำกวาดผ่านร่างกายของพวกเขารวมถึงเฉินเยี่ยด้วย ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนบนเรือคลังเมฆาต่างรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนเองสั่นสะท้านอย่างรุนแรงตามไปด้วย

พวกเขาถูกตรึงอยู่กับที่ในทันที สมองว่างเปล่ามึนงง

วิชาเทวะแต่กำเนิดของสัตว์อสูร!

มันมีความคล้ายคลึงกับคาถามนตราที่ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าพันธุ์มนุษย์ฝึกฝน ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มิใช่สัตว์อสูรทุกตัวจะมีวิชาเทวะแต่กำเนิดเป็นของตนเอง มีเพียงสัตว์อสูรที่มีสายเลือดของสัตว์วิเศษโบราณเท่านั้นจึงจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาได้บ้าง

แม้ว่าวาฬปราณหนวดตัวนี้จะมีพลังเพียงขอบเขตที่หนึ่งตอนปลาย ทว่าท่ามกลางปลักน้ำกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ แม้แต่สัตว์อสูรขอบเขตที่สองทั่วไปก็ยังไม่กล้าตอแยมันโดยง่าย

สิ่งที่มันพึ่งพา ย่อมไม่ใช่เพียงร่างกายที่ใหญ่โตราวกับภูเขา แต่เป็นพลังบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในสายเลือดของมันนั่นเอง!

การโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังจิตวิญญาณนี้ไม่อาจทำลายตาข่ายปราณที่รัดรึงตัววาฬปราณหนวดได้ ทว่ามันกลับทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลกงไม่กี่คนเหล่านั้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว จนไม่อาจควบคุมค่ายกลได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

ลำแสงค่ายกลที่ยิงออกมาจากหัวเรือพลันหรี่มัวลง ยามที่ปราศจากการควบคุม วาฬปราณหนวดที่อาศัยพละกำลังอันมหาศาลของตนเอง ก็สามารถฉีกกระชากจนหลุดพ้นจากการควบคุมของข่ายปราณกักอสูรได้สำเร็จ!

ทว่าใครจะคาดคิด หลังจากได้รับอิสรภาพคืนมา วาฬปราณหนวดกลับไม่ได้เลือกที่จะหลบหนีไปในทันที แววตาดุร้ายประกายวาบในดวงตาสีแดงก่ำของมัน แล้วร่างกายอันมหึมาก็พุ่งเข้าชนเรือล่าสัตว์อสูรตรงๆ!

การระดมโจมตีก่อนหน้านี้สร้างบาดแผลให้มันอย่างหนัก ทว่ามันก็กระตุ้นความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดของวาฬปราณหนวดจนตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เช่นกัน

"ซ่า!"

พร้อมกับคลื่นยักษ์ม้วนตัวขึ้นโดยไร้ลม พลันวาฬปราณหนวดที่มีร่างกายยาวกว่าสิบจั้งก็ใช้พละกำลังทั้งหมดพุ่งเข้าชนเรือคลังเมฆาอย่างสุดแรงเกิด!

ตูม!!

ราวกับขุนเขาเคลื่อนทับ ท่ามกลางเสียงกึกก้องกัมปนาท เรือคลังเมฆาเป็นดั่งเรือใบที่อยู่ใต้กระแสคลื่นอันคลุ้มคลั่ง แม้จะมีค่ายกลป้องกันนานาชนิดสลักอยู่บนตัวเรือ ทว่ามันก็ยังถูกแรงกระแทกอันมหาศาลจากวาฬปราณหนวดจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

น้ำทะเลจำนวนมหาศาลทะลักเข้ามา และคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือก็พัดพาลูกเรือผู้โชคร้ายหลายคนที่อยู่ใกล้หัวเรือให้จมหายไปในทะเล

อันที่จริง คนเหล่านี้ต่างได้สติกลับคืนมาล่วงหน้าแล้ว ทว่าการตอบโต้ของวาฬปราณหนวดช่างรวดเร็วและรุนแรงเหลือเกิน จนทำให้พวกเขาไม่มีเวลาทันได้ตั้งตัวก่อนจะร่วงตกจากเรือไป

"ช่วยข้าด้วย!"

"ข้ายังไม่อยากตาย..."

ท่ามกลางเสียงแผดร้องอย่างโหยหวน วาฬปราณหนวดก็เชิดหางวาฬอันมหึมาของมันขึ้น แล้วตบลงมาดั่งม่านเมฆาทมิฬที่ทลายลงมาบดบังผืนฟ้าและปฐพีจนมืดมิด!

ตูม!!

เสียงแผดร้องหยุดชะงักลงฉับพลัน มวลน้ำพุ่งกระฉูด และโลหิตสาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง

มีผู้คนล้มตายไปมากมายเพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ?

บนดาดฟ้าเรือ เฉินเยี่ยใช้สองมือเกาะเสากระโดงเรือไว้แน่น จ้องมองไปยังภาพนองเลือดที่หลงเหลืออยู่บนผิวน้ำทะเล สีหน้าของเขาเคร่งขรึมเป็นที่สุด

ต้องขอบคุณปฏิกิริยาอันว่องไวของเขา ยามที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขา ก็รีบถอยร่นไปหลบอยู่ด้านหลังของผู้อื่นทันที มิฉะนั้นแล้ว เขาอาจจะเป็นคนที่ถูกวาฬปราณหนวดตบจนร่างแหลกเหลวเป็นเนื้อบดไปแล้วก็เป็นได้

"แฮ่ก... แฮ่ก... พี่เฉิน พละกำลังของวาฬยักษ์ตัวนี้ช่างมหาศาลยิ่งนัก พวกเราจะล่ามันได้อย่างไร?"

ข้างกายของเขา ลั่วเฉินกำลังหอบหายใจอย่างหนัก เขานับว่าโชคดีที่ถูกคลื่นซัดซาดกลับเข้ามาบนดาดฟ้าเรือ ทว่าถึงกระนั้น เขาก็ตื่นตระหนกขวัญหนีดีฝ่อ จนแขนขาอ่อนแรงแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว

"นี่ยังคิดเรื่องล่าวาฬอยู่อีกหรือ?"

เฉินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าหนีด้วยความพูดไม่ออก เขาไม่เข้าใจความคิดของคนเหล่านี้เลยจริงๆ

ตั้งแต่วินาทีที่วาฬปราณหนวดหลุดพ้นจากข่ายปราณกักอสูร ฐานะของผู้ล่าและเหยื่อก็ได้สลับปรับเปลี่ยนกันไปแล้ว เมื่อใดที่เรือคลังเมฆาอับปางลง ย่อมไม่แน่ว่าใครจะเป็นเหยื่อของใครกันแน่

"หืม?"

สายตาของเฉินเยี่ยพลันเฉียบคมขึ้น เขาเห็นร่างคนผู้หนึ่งกระโจนพ้นจากน้ำทะเลอันพัดพรากขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ

"กงเฉิงหยวน?เขายังไม่ตายอีกหรือ?"

เฉินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เมื่อครู่นี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากงเฉิงหยวนยืนอยู่ตรงหัวเรือและเป็นคนแรกที่ถูกวาฬปราณหนวดโจมตี ทว่าเขากลับสามารถรอดชีวิตมาได้จริงๆ

อันที่จริง มันไม่ใช่เพราะโชคช่วยทั้งหมด แต่เป็นเพราะระดับการบำเพ็ญเพียรของกงเฉิงหยวนนั้นสูงส่งและมีพละกำลังที่กล้าแกร่ง หลังจากถูกคลื่นซัดตกจากดาดฟ้าเรือ เขาก็รีบใช้วิชาตัวเบาหลบเลี่ยงหางอันมหึมาของวาฬปราณหนวดที่ตบลงมาจากฟากฟ้าทันที จึงสามารถรักษาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

ในเวลานี้ แม้ใบหน้าของกงเฉิงหยวนจะซีดขาว ทว่าเปลวไฟแห่งความโกรธแค้นในดวงตาของเขากลับแทบจะปะทุออกมาอยู่รำไร

เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้หน้าไม้ล่าอสูรเพื่อบั่นทอนพละกำลังของวาฬปราณหนวดเสียก่อน คอยท่าให้พลังปราณโลหิตของมันเสื่อมถอยลงแล้วจึงลงมือสังหารในคราเดียว

ใครจะรู้ว่าสัตว์อสูรร้ายตัวนี้จะตื่นรู้วิชาเทวะแต่กำเนิดขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังจิตวิญญาณ จนทำให้มันหลุดพ้นจากการควบคุมและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่เรือคลังเมฆาเช่นนี้

"ตายซะ เจ้าสัตว์อสูรร้าย!"

กงเฉิงหยวนตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว พลันสะบัดมือปล่อยอาวุธมนตราขนาดเท่าล้อรถที่ส่องประกายเย็นเยียบและบาดลึกออกมาชิ้นหนึ่ง

กงล้อคมวารีวน!

อาวุธมนตราชิ้นนี้เป็นอาวุธมนตราระดับสูงที่เขาใช้แต้มความดีความชอบของตระกูลเกือบสองพันแต้มเพื่อแลกเปลี่ยนมาจากคลังสมบัติของตระกูลเป็นพิเศษก่อนจะออกเดินทางในเที่ยวนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในทะเลโดยเฉพาะ

ทว่าหากจะกล่าวไป หากเขาไม่มีอาวุธมนตราระดับสูงชิ้นนี้อยู่ในครอบครอง กงเฉิงหยวนก็คงไม่มีความมั่นใจพอที่จะกล้าออกล่าระเบิดวาฬเพียงลำพังเช่นนี้

"ฟิ้ว!"

ในวินาทีต่อมา ภายใต้การควบคุมด้วยความคิดรับรู้ของกงเฉิงหยวน กงล้อคมวารีวนก็แปรสภาพเป็นวงล้อแสงเจิดจ้าพุ่งทะยานตรงไปยังวาฬปราณหนวด

คมมีดอันดุดันตรงขอบนอกที่ดูคล้ายฟันฉลามหมุนวนอย่างรวดเร็ว และเสียงหวีดหวิวที่เกิดจากการฉีกกระชากอากาศก็ทำให้วาฬปราณหนวดตื่นตัวขึ้นมาทันที

มันพ่นลำน้ำออกมาสายหนึ่ง ตั้งใจจะดำดิ่งลงใต้น้ำ ทว่าหลังจากผ่านการกระแทกเมื่อครู่ ลูกเรือตระกูลกงที่เหลืออยู่ก็ระลึกตัวได้ในที่สุด ต่างรีบควบคุมค่ายกลเพื่อยิงตาข่ายจับอสูรออกมาพันธนาการวาฬปราณหนวดไว้บนผิวน้ำทะเลอย่างแน่นหนาอีกครั้ง

ฉึด ฉึด ฉึด!

พลังทำลายล้างที่เกิดจากการหมุนวนของกงล้อคมวารีวนช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก ชั้นผิวอันหนาเตอะของวาฬปราณหนวดกลับเปรอะบางราวกับเศษกระดาษต่อหน้าอาวุธมนตราระดับสูงชิ้นนี้ ทั่วทั้งศีรษะของมันถูกคมมีดกรีดสับอย่างโหดเหี้ยม จนเกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์สายหนึ่งที่มีเลือดอาบและลึกจนเห็นกระดูก!

"อื้อ~~"

วาฬปราณหนวดแผดเสียงร้องยาวด้วยความเจ็บปวด หากการโจมตีก่อนหน้านี้เพียงทำให้มันหลั่งเลือดบ้าง ในครั้งนี้ วาฬปราณหนวดกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายอย่างแท้จริง!

ในเวลานี้ เสียงที่เปล่งออกมาจากวาฬปราณหนวดเริ่มต่ำลึกและหนาแน่นขึ้น มันกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดใช้งานวิชาเทวะแต่กำเนิดอีกครั้ง และในครั้งนี้ มันจะหลบหนีไปจากน่านน้ำแห่งนี้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย!

ทว่าในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่วาฬปราณหนวดจะทันได้ปลดปล่อยวิชาเทวะแต่กำเนิดออกมานั้นเอง

ฟิ้ว!!

ลำแสงสีดำสายหนึ่งก็พลันพุ่งแหวกอากาศออกมาจากดาดฟ้าเรืออย่างกะทันหัน

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกงล้อคมวารีวนที่กงเฉิงหยวนปล่อยออกมา ลำแสงสีดำสายนี้ดูไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย

และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของวาฬปราณหนวด แสงสีดำนี้ก็ดูเรียวบางราวกับเข็มเล่มหนึ่งเท่านั้น!

ทว่าหากมันเป็นเข็มเล่มหนึ่งแล้วอย่างไรเล่า?

ขอเพียงมันทิ่มแทงเข้าถูกตำแหน่งที่เหมาะสม ย่อมสามารถสร้างความเสียหายอันใหญ่หลวงได้เช่นกัน!

"คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ!"

เฉินเยี่ยกัดฟันแน่น เขาเค้นพลังจิตวิญญาณจนถึงขีดจำกัด ควบคุมลิ่มแหวกวารีให้ลากผ่านเป็นเส้นโค้ง แล้วพุ่งเข้าปักลงในดวงตาข้างหนึ่งของวาฬปราณหนวดได้อย่างแม่นยำดั่งจับวาง!

ดวงตานั้นเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ

ต่อให้เป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่อย่างวาฬปราณหนวด ดวงตาก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่บอบบางยิ่งนัก เมื่อถูกโจมตี ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสย่อมเป็นสิ่งที่ยากจะทนทานได้อย่างเด็ดขาด

"โฮก!!"

วาฬปราณหนวดพลันแผดเสียงร้องอย่างโหยหวนและเจ็บปวด วิชาเทวะแต่กำเนิดของมันถูกขัดจังหวะลงฉับพลัน และความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่มาจากเบ้าตาก็กำลังกระตุ้นเส้นประสาทของมันอย่างบ้าคลั่ง

ร่างกายอันมหึมาของวาฬปราณหนวดดิ้นรนอย่างรุนแรง และโลหิตที่เดิมทีก็ไหลนองอยู่แล้วก็ยิ่งพุ่งทะลักออกมาดั่งน้ำป่า ในช่วงเวลาหนึ่ง ผิวน้ำทะเลที่อยู่ใกล้กับเรือคลังเมฆาก็ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉานด้วยโลหิต!

"หืม?"

กงเฉิงหยวนอุทานด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เขาหันศีรษะกลับมามองเฉินเยี่ยที่เดินมาหยุดตรงหัวเรือ

เขา ย่อมไม่มีทางที่จะไม่สังเกตเห็นภาพที่เฉินเยี่ยปล่อยลิ่มแหวกวารีออกมาเมื่อครู่นี้ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าพลังจิตวิญญาณของเฉินเยี่ยจะกล้าแกร่งถึงเพียงนี้ แม้จะอยู่ห่างออกไปมากกว่าสิบจั้ง ก็ยังสามารถปักเข้าที่ดวงตาของวาฬปราณหนวดได้อย่างแม่นยำ

การควบคุมพลังจิตวิญญาณได้ถึงระดับนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวบรวมปราณจิตวิญญาณตอนต้นทั่วไปจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

"ไม่เลว ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีคุณค่าพอให้ฟูมฟักจริงๆ"

กงเฉิงหยวนพยักหน้าให้เฉินเยี่ยเล็กน้อย ทั้งเป็นการยอมรับในคุณค่าของเฉินเยี่ย และรู้สึกว่าการลงทุนของตนเองไม่ได้สูญเปล่า

จบบทที่ บทที่ 8 คอยดูข้าทิ่มแทงเจ้าให้ทะลุ

คัดลอกลิงก์แล้ว