- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 15 มีแต่ไม้แข็ง ไม่มีไม้อ่อนปลอบใจ!
ตอนที่ 15 มีแต่ไม้แข็ง ไม่มีไม้อ่อนปลอบใจ!
ตอนที่ 15 มีแต่ไม้แข็ง ไม่มีไม้อ่อนปลอบใจ!
ตอนที่ 15 มีแต่ไม้แข็ง ไม่มีไม้อ่อนปลอบใจ!
หลี่ซื่อหมินปรายตามองจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยอย่างลึกซึ้ง เพียงแค่เห็นสายตาที่หลุกหลิกหลบเลี่ยงของพวกนาง เขาก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่เจียงเทียนพูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก
เดิมทีตอนที่อยู่หน้าประตูค่าย เจียงเทียนบอกว่าจ่างซุนอู๋โก้วจะยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขา หลี่เอ้อร์ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก คิดว่าเป็นเพียงการพูดเองเออเองของเจียงเทียนเสียอีก
แต่ใครจะไปคาดคิด ว่านี่จะเป็นคำมั่นสัญญาที่หลุดออกมาจากปากของจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยจริงๆ
หลี่เอ้อร์พอจะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังได้ แม้จะเป็นไปเพื่อปกป้องตัวเองหรือถ่วงเวลา แต่ก็ไม่เห็นจะต้องใช้วิธีการนี้เลยนี่นา
เฮ้อ~
หลี่เอ้อร์ทอดถอนใจอย่างหนักหน่วงอยู่เงียบๆ
ในเมื่อสถานการณ์ตกเป็นรอง เขาก็จำต้องยอมกลืนเลือดรับผลกรรมนี้ไปก่อน มิฉะนั้น เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าผลลัพธ์ที่จะตามมามันจะเลวร้ายเพียงใด
"ตกลง เมื่อข้ากลับไปถึงแล้ว ข้าจะส่งคนพาลูกสาวข้ามาที่นี่" หลี่ซื่อหมินฝืนใจรับปากด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางส่งหลี่จื้อมาที่นี่จริงๆ หรอก เขาตั้งใจจะเลือกเด็กสาวหน้าตาสะสวยสักคนมาส่งให้เจียงเทียนแทนต่างหาก
ทว่า คำพูดประโยคต่อมาของเจียงเทียน กลับทำลายแผนการอันสวยหรูในใจของหลี่เอ้อร์จนป่นปี้
"แม้ข้าจะยังไม่เคยเห็นตัวจริง แต่ข้าได้ยินฮูหยินทั้งสองเล่าว่า ความงามของบุตรสาวเจ้านั้นโดดเด่นยิ่งกว่าพวกนางเสียอีกนะ เหล่าหลี่ เจ้าอย่าคิดจะส่งผู้หญิงสุ่มสี่สุ่มห้ามาให้ข้าเชียวล่ะ ไม่อย่างนั้นข้าโกรธจริงๆ ด้วย"
หลี่เอ้อร์ใจหายวาบ คนที่งดงามยิ่งกว่าจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟย นอกจากหลี่จื้อแล้ว จะมีใครได้อีกล่ะ
นี่แปลว่า เขาต้องส่งหลี่จื้อมาที่นี่จริงๆ งั้นหรือ?
ในใจของหลี่ซื่อหมินต่อต้านอย่างถึงที่สุด หลี่จื้อคือลูกสาวที่เขารักและหวงแหนมากที่สุด เขาไม่มีทางยอมให้นางแต่งงานกับหัวหน้าโจรภูเขาเด็ดขาด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า หัวหน้าโจรคนนี้ยังจับฮองเฮาและกุ้ยเฟยของเขาเป็นตัวประกันเพื่อมาข่มขู่เขาอีก
"เอาล่ะ เหล่าหลี่ อย่าทำหน้าเหมือนเสียเปรียบขนาดนั้นสิ รอให้เจ้าส่งลูกสาวมาถึงเมื่อใด ข้าจะมอบหัวมันเทศและวิธีการปลูกให้เป็นสินสอด เพื่อเป็นตัวช่วยให้เส้นทางขุนนางของเจ้าเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก ดีหรือไม่ล่ะ"
เจียงเทียนปรายตามองหลี่เอ้อร์ที่มีสีหน้าอมทุกข์พลางตบไหล่เขาเบาๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับคนใจกว้างเต็มประดา
หลี่เอ้อร์อดไม่ได้ที่จะก่นด่าในใจ: สินสอดบ้าบออะไรกัน ขอเพียงข้ากลับไปได้ แล้วรวบรวมกำลังทหารหนึ่งแสนนายมาบุก ค่ายโจรแห่งนี้ทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าจะไปสนใจสินสอดของเจ้าทำไม
จริงอยู่ที่เจียงเทียนมีวรยุทธ์สูงส่งไร้เทียมทาน แต่เขาก็มีฉินฉยง มีตาเฒ่าเฮยอวี้ ฉือจิ้งเต๋ออยู่เหมือนกัน
ที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพเชลยเช่นนี้ เป็นเพราะเขาประมาทเจียงเทียนเกินไปต่างหาก
"อ้อ จริงสิ เหล่าหลี่ วันนี้ข้าเพิ่งจะประดิษฐ์ของเล่นชิ้นใหม่ขึ้นมาได้ เจ้าอยากจะลองดูหรือไม่ล่ะ"
โดยไม่รอให้หลี่ซื่อหมินตอบ เจียงเทียนก็ขยิบตาให้เสี่ยวเตา ไม่นานนัก ที่ลานกว้างหน้าโถงใหญ่ก็มีหุ่นไม้ซ้อมรบปรากฏขึ้นหนึ่งตัว
ส่วนเสี่ยวเตานั้น ก็ได้เข็นเอาอาวุธที่เจียงเทียนเพิ่งประดิษฐ์เสร็จเมื่อช่วงเช้า มาตั้งไว้ในระยะห่างจากเป้าประมาณสิบเมตร
เจียงเทียนขยิบตาให้เขาอีกครั้ง เสี่ยวเตาก็เหนี่ยวไกทันที ชั่วพริบตานั้น เสียงวัตถุแหวกอากาศดังกึกก้องชวนให้ขนหัวลุกก็ดังขึ้น
ฟิ้ว~
ฟิ้ว~
ฟิ้ว~
เข็มเหล็กอันแหลมคม ไม่เพียงแต่พุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำ แต่ยังทะลวงทะลุหุ่นไม้ไปอย่างง่ายดาย
หลี่ซื่อหมินตกตะลึงจนตาค้างกับพลังโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว ความแม่นยำขั้นสูงสุด และข้อได้เปรียบที่สามารถยิงต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว
หน้าไม้กลจูเก๋อก็สามารถยิงลูกศรต่อเนื่องได้หลายดอกเช่นกัน แต่ความแม่นยำและพลังทำลายล้างนั้นยังด้อยกว่ามาก ทว่า อาวุธรูปทรงกระบอกในมือเสี่ยวเตากลับสามารถคงข้อดีของหน้าไม้กลจูเก๋อเอาไว้ได้ ซ้ำยังอุดช่องโหว่ที่เป็นข้อด้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่มันอาวุธสงครามชั้นยอดชัดๆ!
หากนำไปติดตั้งไว้บนกำแพงเมือง มันจะเป็นสุดยอดอาวุธสำหรับตั้งรับการกั้นเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย และหากนำไปติดอาวุธให้กองทัพ พลังการต่อสู้ของกองทัพก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ
"หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
เจียงเทียนปรายตามองหลี่เอ้อร์ที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะยิ้มกล่าว "ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตีหรือความแม่นยำ ล้วนยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ข้าเตรียมจะนำไปติดตั้งไว้ตามด่านต่างๆ ที่เป็นทางขึ้นเขา เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ค่ายชิงเฟิงก็จะยิ่งมั่นคงแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็กเลยทีเดียว"
เจียงเทียนไม่คิดจะใช้ลูกไม้ประเภทตบหัวแล้วลูบหลังหรอกนะ นอกจากให้ไม้แข็งแล้ว เขาก็มีแต่จะให้ไม้แข็งยิ่งกว่าเดิมเท่านั้น
เขารู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าหลี่เอ้อร์ไม่มีทางยอมรามือแต่โดยดีแน่นอน
นี่เป็นการเตือนหลี่เอ้อร์ทางอ้อม ว่าอย่าคิดจะยกทัพมาตีค่ายของเขาอีก ไม่อย่างนั้น หุ่นไม้ตัวนั้นก็คือจุดจบของเจ้า
หลี่เอ้อร์รู้สึกขมขื่นใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขาเป็นฮ่องเต้บนหลังม้า ย่อมรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของอาวุธชนิดนี้เป็นอย่างดี ค่ายชิงเฟิงมีชัยภูมิที่ได้เปรียบและยากแก่การบุกโจมตีอยู่แล้ว หากมีการติดตั้งอาวุธชนิดนี้เข้าไปอีก เกรงว่าต่อให้มีกองทัพนับแสนนาย ก็ไม่อาจเจาะทะลวงค่ายชิงเฟิงเข้ามาได้
หลี่ซื่อหมินร่ำร้องอยู่ในใจ หัวหน้าโจรภูเขาคนนี้ สวรรค์ส่งมาเพื่อลงทัณฑ์เขาหรืออย่างไร
จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยต่างก็มองเห็นความสิ้นหวังในแววตาของกันและกัน ฝ่าบาทผู้ซึ่งพวกนางฝากความหวังไว้ กลับต้องมาพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยน้ำมือของเจียงเทียน หรือว่า... พวกนางจะต้องติดอยู่ที่ค่ายชิงเฟิงแห่งนี้ไปตลอดกาลจริงๆ!
โดนฟาดด้วยไม้แข็งไปติดๆ กันหลายครั้งขนาดนี้ เจียงเทียนก็ไม่เชื่อหรอกว่าหลี่เอ้อร์จะยังไม่รู้สถานการณตัวเองอีก
เขากวักมือเรียกเสี่ยวเตา
"ท่านหัวหน้าค่าย มีคำสั่งใดหรือขอรับ?"
"ไปบอกให้เหล่าลิ่วยกของดีๆ ขึ้นมาได้แล้ว วันนี้ข้าจะต้องต้อนรับขับสู้ 'หุ้นส่วน' คนนี้ให้ดีเสียหน่อย"
"ขอรับ ท่านหัวหน้าค่าย"
เมื่อได้ยินคำว่า 'หุ้นส่วน' หัวใจของหลี่ซื่อหมินก็ยิ่งขมขื่น พูดให้ฟังดูแย่หน่อย เขาก็เป็นแค่ลูกน้องที่คอยทำงานรับใช้เจียงเทียนเท่านั้นเอง