- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 14 หลี่เอ้อร์ร่ำไห้ เสียทั้งภรรยาแถมยังต้องเสียลูกสาว
ตอนที่ 14 หลี่เอ้อร์ร่ำไห้ เสียทั้งภรรยาแถมยังต้องเสียลูกสาว
ตอนที่ 14 หลี่เอ้อร์ร่ำไห้ เสียทั้งภรรยาแถมยังต้องเสียลูกสาว
ตอนที่ 14 หลี่เอ้อร์ร่ำไห้ เสียทั้งภรรยาแถมยังต้องเสียลูกสาว
เจียงเทียนไม่สนใจว่าสีหน้าของหลี่ซื่อหมินจะย่ำแย่เพียงใด เขาเพียงกวักมือเรียกจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟย
"ฮูหยินทั้งสอง พวกเจ้ายังยืนบื้ออยู่อีกทำไม รีบมาปรนนิบัติข้าต่อสิ ข้ายังสบายไม่พอเลยนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยก็ร่างแข็งทื่อไปในทันที
หากหลี่ซื่อหมินไม่ได้อยู่ที่นี่ เพื่อแลกกับการได้ลงเขา พวกนางก็คงแสร้งทำเป็นเอาอกเอาใจเจียงเทียนต่อไปอย่างไม่ขัดข้อง
แต่ตอนนี้ จะให้พวกนางไปปรนนิบัติประจบประแจงเจียงเทียนต่อหน้าหลี่ซื่อหมินเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร
แต่จากการที่ได้คลุกคลีกันมาหนึ่งวันเต็ม จ่างซุนอู๋โก้วรู้ดีว่าหากนางและหยางเฟยขัดขืน เจียงเทียนย่อมไม่ยอมรามือแค่นี้แน่ เพราะเขาเป็นคนที่เผด็จการและไม่ยอมให้ใครขัดคำสั่งอย่างเด็ดขาด
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่นาน สีหน้าของเจียงเทียนก็เย็นชาลงทันที พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ทำไม? จะไม่เชื่อฟังข้าอย่างนั้นหรือ? หรือพวกเจ้าไม่อยากลงเขาแล้ว? หรือว่า อยากให้ข้าสั่งสอนสามีของพวกเจ้าสักหน่อย"
คำขู่กรรโชกอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทำให้จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยมีสีหน้าหวาดหวั่น หลี่ซื่อหมินยิ่งโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน เขาผู้เป็นถึงโอรสสวรรค์แห่งต้าถัง กลับต้องมาถูกหัวหน้าโจรภูเขาข่มขู่ ช่างน่าแค้นใจจนแทบทนไม่ไหว
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะระเบิดอารมณ์ ก็ถูกจ่างซุนอู๋โก้วห้ามไว้เสียก่อน
"ฝ่า...ท่านพี่ ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ"
ทิ้งประโยคนี้ไว้ จ่างซุนอู๋โก้วก็ดึงมือหยางเฟยกลับไปยืนอยู่ข้างกายเจียงเทียน และฝืนยิ้มปรนนิบัติเขาอีกครั้ง
ในเวลานี้ ในใจของจ่างซุนอู๋โก้วมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น นั่นคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องรักษาความปลอดภัยของหลี่ซื่อหมินไว้ให้ได้
หากหลี่ซื่อหมินเป็นอะไรไป ต้าถังที่เพิ่งจะสงบร่มเย็นได้ไม่นาน ก็จะต้องเผชิญกับพายุความวุ่นวายอีกครั้ง ถึงเวลานั้น นางและหยางเฟยก็คือคนบาปแห่งต้าถัง
หลี่ซื่อหมินกำหมัดแน่น ไฉนเขาจะไม่เข้าใจเจตนาของจ่างซุนอู๋โก้ว แต่การต้องทนมองภรรยาของตัวเองไปปรนนิบัติชายอื่นต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ เขายังจะเรียกตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชายได้อยู่อีกหรือ
"เหล่าหลี่ ตอนนี้เจ้าคงรู้สึกทั้งโกรธแค้นทั้งอึดอัดใจสินะ" เจียงเทียนลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
"ตกลงเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?" หลี่ซื่อหมินกัดฟันกรอดถาม "ข้าต้องทำอย่างไร เจ้าถึงจะยอมปล่อยพวกเราสามคนสามีภรรยาไป"
เขาตั้งปณิธานไว้ในใจแล้วว่า ขอเพียงเขาเอาชีวิตรอดกลับไปได้ เขาจะสับหัวหน้าโจรผู้นี้เป็นหมื่นๆ ชิ้นให้จงได้
"ข้าต้องการอะไร เมื่อครู่ก็อธิบายไปชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ? เพียงแค่เจ้าทำงานให้ข้า ข้าไม่เพียงแต่จะปล่อยเจ้าลงเขา แต่ยังจะทำให้เจ้ากลายเป็นคหบดีอันดับหนึ่งแห่งต้าถัง ซ้ำยังช่วยผลักดันให้เจ้ามีตำแหน่งใหญ่โตระดับอยู่ใต้คนผู้เดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่นได้อีกด้วย"
เจียงเทียนโบกมือเป็นเชิงให้จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยหยุดมือชั่วคราว
"ส่วนฮูหยินทั้งสอง ตอนนี้ข้ายังปล่อยพวกนางลงเขาไม่ได้หรอก ข้าดูออกนะว่าเจ้ารักพวกนางมาก การเก็บพวกนางไว้ที่ค่าย จะทำให้เจ้าตั้งใจทำงานให้ข้าอย่างสุดความสามารถ ข้าพูดถูกใช่หรือไม่"
"แต่ว่า ตัวข้าเจียงเทียนก็ไม่ใช่คนที่ไร้ศีลธรรมเสียทีเดียว ข้าขอให้สัจจะตรงนี้เลยว่า หากฮูหยินทั้งสองไม่เต็มใจ ข้าจะไม่แตะต้องพวกนางอย่างเด็ดขาด แต่หากทั้งร่างกายและจิตใจของพวกนางยอมศิโรราบให้ข้าเมื่อใด ถึงเวลานั้นข้าก็คงต้องขออภัยล่วงหน้าล่ะนะ"
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจียงเทียน หลี่ซื่อหมินก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้าง
เหตุใดตอนที่เขารู้ข่าวว่าจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยถูกจับตัวไป เขาถึงได้รีบนำทหารชั้นยอดห้าพันนายมาตีค่ายชิงเฟิงทันที ข้อแรก ย่อมเป็นเพราะเขารักภรรยาทั้งสองมาก ไม่อยากให้พวกนางต้องทนทุกข์ทรมาน
แต่สาเหตุหลักจริงๆ คือเขาเกรงว่าจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยจะถูกพวกโจรภูเขาที่ค่ายชิงเฟิงย่ำยี ซึ่งจะทำให้เขาต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ
ก่อนหน้านี้เขาได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า หากจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยถูกพวกโจรภูเขารังแก เขาไม่เพียงแต่จะกวาดล้างค่ายโจรแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ยังจะไม่ยอมให้จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยมีชีวิตรอดลงเขาไปด้วย
เขาคือโอรสสวรรค์แห่งต้าถัง จะต้องรักษาความน่าเกรงขามของตนเองไว้เสมอ และจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาแปดเปื้อนชื่อเสียงของตนได้อย่างเด็ดขาด
ในตอนนี้ เมื่อเจียงเทียนยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ฝืนใจจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟย ก็ทำให้หลี่ซื่อหมินรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
จากการที่ได้เดินสำรวจค่ายชิงเฟิงมาหนึ่งรอบ เขาก็มองออกว่าเจียงเทียนเป็นคนที่รักราษฎรดั่งลูกหลาน และเป็นคนรักษาคำพูด หากไม่เป็นเช่นนั้น ชาวบ้านทั้งค่ายก็คงไม่เคารพเทิดทูนเจียงเทียนจากใจจริงถึงเพียงนี้
ส่วนเรื่องที่จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยจะไปหลงรักเจียงเทียนนั้น หลี่ซื่อหมินไม่เชื่อเด็ดขาด อย่าว่าแต่ความผูกพันฉันสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานับสิบปีเลย เพียงแค่เห็นแก่หน้าบรรดาองค์ชายและองค์หญิง พวกนางก็ไม่มีวันทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนั้นต่อเขาแน่นอน
และเมื่อนึกถึงมันเทศที่ให้ผลผลิตต่อหมู่ถึงห้าหกพันจิน กรรมวิธีการสกัดเกลือหินให้เป็นเกลือละเอียด และคันไถแบบคันโค้งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไถนาได้อย่างมหาศาล หลี่ซื่อหมินก็เริ่มหวั่นไหว
"ตกลง ข้ายินดีจะทำงานให้เจ้า แต่ข้ามีข้อแม้ประการหนึ่ง อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ดังนั้น ข้าหวังว่าเราจะร่วมมือกันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ให้ข้าเป็นแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่งจากเจ้าเพียงฝ่ายเดียว"
แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้สถานะฮ่องเต้ต้าถังของเขา แต่หากต้องมาเป็นแค่ลูกน้อง หลี่ซื่อหมินก็รู้สึกอึดอัดใจจนแทบทนไม่ได้
เจียงเทียนฉีกยิ้มกว้าง "ได้ ร่วมมือกันในฐานะหุ้นส่วนก็ได้ แต่ในเรื่องของการแบ่งผลกำไร ข้าได้เก้าส่วน เจ้าได้หนึ่งส่วน และเจ้าต้องส่งลูกสาวมาที่ค่ายชิงเฟิงด้วย"
"อย่ามามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นนะ นี่เป็นสิ่งที่ฮูหยินทั้งสองรับปากข้าไว้เมื่อคืน ว่าจะยกลูกสาวที่เพิ่งอายุสิบสี่ให้แต่งงานกับข้า"