- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 13 ต่อหน้าเจียงเทียน หลี่เอ้อร์เป็นได้แค่กระต่ายน้อยที่ถูกปั่นหัวเล่นตามใจชอบ!
ตอนที่ 13 ต่อหน้าเจียงเทียน หลี่เอ้อร์เป็นได้แค่กระต่ายน้อยที่ถูกปั่นหัวเล่นตามใจชอบ!
ตอนที่ 13 ต่อหน้าเจียงเทียน หลี่เอ้อร์เป็นได้แค่กระต่ายน้อยที่ถูกปั่นหัวเล่นตามใจชอบ!
ตอนที่ 13 ต่อหน้าเจียงเทียน หลี่เอ้อร์เป็นได้แค่กระต่ายน้อยที่ถูกปั่นหัวเล่นตามใจชอบ!
"ท่านหัวหน้าค่าย พาคนมาส่งแล้วขอรับ" หลี่ซื่อก้าวไปข้างหน้าแล้วรายงานด้วยความเคารพ
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเทียนก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "เหล่าหลี่เอ๋ย ฝีมือการนวดและการปรนนิบัติเอาใจของฮูหยินทั้งสองของเจ้านี่ ยอดเยี่ยมเป็นเลิศจริงๆ"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของหลี่ซื่อหมินก็ดำทะมึนราวกับก้นหม้อ
ทางด้านจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟย เมื่อได้ยินคำว่า 'เหล่าหลี่' ร่างกายของพวกนางก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า
เมื่อหันหน้าไปอย่างยากลำบาก และได้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของหลี่ซื่อหมิน โลกทั้งใบของพวกนางก็พลันมืดมิดลง
สิ่งที่พวกนางเพิ่งทำไปเมื่อครู่ ถูกสามีเห็นเข้าอย่างจัง การกระทำที่เอาอกเอาใจชายอื่นที่ไม่ใช่สามีตนเช่นนี้ แม้แต่ผู้ชายธรรมดายังไม่อาจทนรับได้ นับประสาอะไรกับชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่สุดในต้าถัง
ปฏิกิริยาแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของสตรีทั้งสองคือ 'จบสิ้นแล้ว'
ฝ่าบาทจะต้องคิดว่าพวกเราทรยศหักหลังพระองค์แน่ๆ
จ่างซุนอู๋โก้วรีบผละออกจากเจียงเทียน แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปอยู่ข้างกายหลี่ซื่อหมิน พร้อมกับอธิบายละล่ำละลัก "ฝ่า...ท่านพี่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดนะเจ้าคะ พวกเราทำไปก็เพื่อประจบเอาใจเขา จะได้หาทางหนีเอาตัวรอดออกไปให้ได้อย่างราบรื่นต่างหาก"
หยางเฟยเองก็ดึงสติกลับมาได้ รีบวิ่งไปยืนขวางหน้าหลี่ซื่อหมิน แล้วเอ่ยปากอธิบายอย่างร้อนรน
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่ เมื่อครู่เจียงเทียนบอกเองว่า หากพวกเราปรนนิบัติจนเขาพอใจ เขาอาจจะอารมณ์ดีแล้วยอมปล่อยพวกเราลงเขา พวกเราทำไปก็เพื่อจะได้รีบกลับไปพบหน้าท่านโดยเร็วไงเจ้าคะ"
ด้วยความผูกพันฉันสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานนับสิบปี หลี่ซื่อหมินจึงยังคงเชื่อมั่นในตัวจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยอย่างสุดหัวใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มเย้ยหยันของเจียงเทียน ก็เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที
"ดูเหมือนว่า ทั้งหมดนี้คงเป็นแผนการของหัวหน้าโจรภูเขาผู้นี้สินะ"
ผู้ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ ย่อมต้องมีสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา เขามองหน้าเจียงเทียนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ท่านหัวหน้าค่ายเจียง ตกลงท่านต้องการสิ่งใดกันแน่ บอกความต้องการของท่านมาให้ชัดเจนเถิด อย่าได้ใช้วิธีการต้อยต่ำเยี่ยงนี้มาทดสอบความอดทนของข้าอีกเลย"
การที่เจียงเทียนจับตัวพวกเขามา แต่กลับไม่จำกัดอิสรภาพ แถมเมื่อเช้ายังให้หลี่ซื่อพาเขาไปเดินชมรอบค่ายโจรอีก หลี่ซื่อหมินไม่คิดหรอกว่านี่จะเป็นเพียงพฤติกรรมกลั่นแกล้งคนเล่นเพราะความเบื่อหน่ายของเจียงเทียน
"อืม~ โดนมองออกเสียแล้วสิเนี่ย!"
เจียงเทียนแสร้งทำหน้าประหลาดใจ จากนั้นก็จับจ้องหลี่ซื่อหมินด้วยสายตาที่แน่วแน่ โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาอยู่นานสองนาน
สายตานั้นมันช่างลึกล้ำเสียจนทำให้หลี่ซื่อหมินรู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
และในระหว่างที่หลี่เอ้อร์กำลังรอคอยอย่างกระวนกระวาย ในที่สุดเจียงเทียนก็เอ่ยปากขึ้น
"เหล่าหลี่ เจ้าอยากเป็นคหบดีอันดับหนึ่งแห่งต้าถังหรือไม่?"
ห๊ะ?
อะไรนะ?
ถามข้าว่าอยากเป็นคหบดีอันดับหนึ่งแห่งต้าถังหรือไม่เนี่ยนะ?
จุดหักมุมที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ ทำให้หลี่ซื่อหมินถึงกับมึนงง ไม่เข้าใจว่าเจียงเทียนกำลังหมายถึงอะไร
"เจ้าคงรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าของดีในค่ายชิงเฟิงของข้านี้ ขอเพียงแค่หลุดออกไปสักอย่างสองอย่าง ก็สามารถพลิกโฉมหน้าของต้าถังในปัจจุบันได้แล้ว ข้าพูดถูกหรือไม่"
เจียงเทียนจ้องมองหลี่ซื่อหมินด้วยสายตาที่เป็นประกายวาววับ
หลี่เอ้อร์เตรียมจะอ้าปากเถียงตามสัญชาตญาณ แต่พอนึกถึงกรรมวิธีการผลิตเกลืออันน่าทึ่ง และมันเทศที่ให้ผลผลิตต่อหมู่ได้ถึงห้าหกพันจิน เขากลับหาเหตุผลใดมาโต้แย้งไม่ได้เลย
หากมันเทศถูกเผยแพร่ออกไป ราษฎรทั่วทั้งต้าถังก็จะมีข้าวกินอิ่มท้อง
ส่วนกรรมวิธีการผลิตเกลือนั้นยิ่งน่ากลัวกว่า เพราะมันคืออุตสาหกรรมที่ทำกำไรมหาศาลได้อย่างแน่นอน
ในขณะที่หลี่เอ้อร์กำลังลังเล เจียงเทียนก็พูดต่อ
"แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ามีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน แต่การที่สามารถสั่งเคลื่อนกำลังทหารชั้นยอดห้าพันนายได้ภายในชั่วข้ามคืน ตำแหน่งของเจ้าก็คงไม่ธรรมดาแน่
แต่ทว่า เมื่อมาถึงระดับของเจ้าแล้ว การจะเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกก็คงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนเข็ญ ข้าพูดถูกหรือไม่ล่ะ"
หลี่เอ้อร์พยักหน้ารับ จริงของมัน หากเขายังจะเลื่อนขั้นขึ้นไปอีก ก็คงมีแต่ต้องเตะพ่อตัวเองลงจากบัลลังก์ แล้วขึ้นเป็นไท่ซ่างหวงแทนแล้วล่ะ
"หลี่ซื่อหมินเจ้านั่น แม้จะโง่เง่าเต่าตุ่นในเรื่องสนธิสัญญาแม่น้ำเว่ย แต่เขากลับเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการเกษตรอย่างชาญฉลาด หากเจ้านำวิธีเพาะพันธุ์และเพาะปลูกมันเทศนี้ไปถวายล่ะก็ ข้ารับรองได้เลยว่าเจ้าจะได้เลื่อนขั้นรวดเดียวถึงสามขั้นอย่างแน่นอน"
เลื่อนขั้นสามขั้นอย่างนั้นหรือ?
หากมีใครนำวิธีการปลูกมันเทศนี้มาถวายให้เขา อย่าว่าแต่เลื่อนขั้นสามขั้นเลย ต่อให้เป็นบรรดาศักดิ์ขุนนาง เขาก็พร้อมจะประทานให้ พร้อมด้วยรางวัลอีกมากมายก่ายกอง
แต่ทว่า เขาจำเป็นต้องเลื่อนขั้นอีกงั้นหรือ?
ไม่จำเป็นเลยสักนิด เพราะเขาเป็นถึงโอรสสวรรค์ในปัจจุบัน ตำแหน่งขุนนางของคนอื่นเขาก็เป็นคนแต่งตั้งให้ทั้งนั้น
ส่วนเรื่องการเป็นคหบดีอันดับหนึ่งแห่งต้าถัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เขาเป็นถึงฮ่องเต้แห่งต้าถัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกภาคภูมิใจกว่าการเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งตั้งเยอะ
แต่เขาอยากได้ของในค่ายชิงเฟิงมากจริงๆ เพราะหากได้ของเหล่านั้นมา เขามั่นใจว่าความแข็งแกร่งของต้าถังจะต้องพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึงเวลานั้น พวกทูเจวี๋ย เกาชาง โกคูรยอ หรือทู่ปัว ก็จะต้องยอมศิโรราบต่อหลี่เอ้อร์ผู้นี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น หากสามารถร่วมมือกับเจียงเทียนได้ เขาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง
"เรื่องร่วมมือย่อมตกลง แต่เจ้าจะต้องแสดงความจริงใจออกมา โดยการปล่อยพวกเราสามคนสามีภรรยากลับไป" หลี่เอ้อร์ที่เริ่มจับทางความต้องการที่แท้จริงของเจียงเทียนได้ เริ่มพูดจาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"หึหึ~"
เจ้าเหล่าหลี่ที่เป็นแค่เชลย กลับกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้มาพูดกับข้า ใบหน้าของเจียงเทียนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
"เหล่าหลี่ นี่เจ้ายังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกหรือ ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าร่วมมือ แต่ข้าจะให้เจ้ามาเป็นพ่อค้าคนกลางให้ข้าต่างหาก ยังกล้ามาต่อรองกับข้าอีกหรือ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขี้เกียจจะพูดพร่ำทำเพลงกับเจ้าแล้ว สับเจ้าทิ้งเสียดีกว่า แล้วค่อยไปหาคนอื่นมาเป็นตัวแทนให้ข้าแทน"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เอ้อร์ก็เริ่มลุกลน จากแววตาของเจียงเทียน เขาดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่นแม้แต่น้อย
โบราณว่าไว้ อยู่ใกล้ฮ่องเต้เหมือนอยู่ใกล้เสือ แต่เหตุใดเสือตัวนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหัวหน้าโจรภูเขาอย่างเจียงเทียน กลับกลายเป็นเพียงกระต่ายน้อยที่ถูกปั่นหัวเล่นตามใจชอบได้ล่ะเนี่ย