- หน้าแรก
- ทะลุมิติทั้งทีทำไมต้องกลายมาเป็นขันทีน้อยด้วยเนี่ย
- บทที่ 7 - ร่องรอยของนักฆ่า
บทที่ 7 - ร่องรอยของนักฆ่า
บทที่ 7 - ร่องรอยของนักฆ่า
บทที่ 7 - ร่องรอยของนักฆ่า
★★★★★
ในขณะนี้ซือถูจวิ้นเยี่ยนมองดูใบหน้าที่มืดมนของตู๋กูหมิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอารมณ์ของฮ่องเต้ตอนนี้ต้องย่ำแย่มากแน่ๆ
แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
นับตั้งแต่ตู๋กูหมิงขึ้นครองราชย์ เขาก็ถูกลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อให้ตู๋กูหมิงจะมีวรยุทธ์ล้ำเลิศไร้เทียมทาน แต่การต้องคอยรับมือกับการลอบกัดที่ป้องกันได้ยากแบบนี้อยู่ตลอดเวลาก็ทำให้คนน่ารำคาญใจได้เหมือนกัน!
ในระหว่างที่ซือถูจวิ้นเยี่ยนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ตู๋กูหมิงก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถาม
"จริงสิ เมื่อครู่นี้มีการพบศพขันทีที่ตำหนักตงอิน เจ้าได้ไปตรวจสอบดูหรือยังว่าเป็นขันทีที่ร่วมมือกับเสี่ยวเต๋อจื่อลอบสังหารเจิ้นเมื่อวันก่อนหรือไม่!?"
เมื่อได้ยินคำถามของตู๋กูหมิง คิ้วของซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าของเขาฉายแววความสงสัยและไม่เข้าใจ
ริมฝีปากของเขาเปิดออกแล้วเอ่ยตอบ
"พอพูดถึงเรื่องนี้ กระหม่อมก็รู้สึกว่ามันมีเรื่องที่แปลกประหลาดมากอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
"มีเรื่องอะไรแปลกประหลาดงั้นหรือ!?"
เมื่อเห็นท่าทางสงสัยของซือถูจวิ้นเยี่ยน ดวงตาสีนิลของตู๋กูหมิงก็ตวัดมองไปที่ใบหน้าของสหายเพื่อรอฟังคำตอบ
ซือถูจวิ้นเยี่ยนเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบอธิบายความสงสัยในใจของตนออกมา
"ศพที่พบในตำหนักตงอินเมื่อเช้านี้กระหม่อมได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว รูปร่างของขันทีคนนั้นใกล้เคียงกับนักฆ่าที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทในคืนนั้นมาก บริเวณจุดตายที่ลำคอก็มีเข็มเงินปักอยู่หนึ่งเล่ม เพียงแต่ว่าเข็มเงินเล่มนั้นไม่ใช่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของซือถูจวิ้นเยี่ยน คิ้วเข้มดุจกระบี่ของตู๋กูหมิงก็ขมวดมุ่นลงทันทีพร้อมกับเอ่ยขึ้น
"มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ!? งั้นก็แปลกแล้วล่ะ ทุกคนที่โดนเข็มเงินปลิดชีพของเจ้าล้วนไม่มีใครมีชีวิตรอดอยู่ได้เกินหนึ่งชั่วยาม หากศพในตำหนักตงอินไม่ใช่นักฆ่าที่ลอบสังหารเจิ้นในคืนนั้น และในวังหลวงก็หาศพที่สองไม่พบแล้ว นั่นไม่เท่ากับพิสูจน์แล้วหรือว่าคนที่โดนเข็มเงินปลิดชีพของเจ้าในคืนนั้นยังมีชีวิตอยู่!?"
ตู๋กูหมิงค่อยๆ วิเคราะห์สถานการณ์ก่อนจะบอกเล่าข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา
ซือถูจวิ้นเยี่ยนได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้ารับทันทีแล้วกล่าวเสริม
"อืม มีความเป็นไปได้สูงมากพ่ะย่ะค่ะ! เพราะกระหม่อมค้นดูทั่วตำหนักตงอินอย่างละเอียดแล้ว และบังเอิญไปพบเข็มเงินปลิดชีพของกระหม่อมตกอยู่บนพื้น"
"ส่วนเข็มเงินที่ปักอยู่บนศพขันทีในตำหนักตงอินกลับไม่ใช่เข็มของกระหม่อม! ดังนั้นกระหม่อมจึงคาดเดาว่านักฆ่าที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทในคืนนั้น หลังจากที่โดนเข็มเงินปลิดชีพของกระหม่อมเข้าไปก็หลบหนีไปซ่อนตัวที่ตำหนักตงอิน ยิ่งไปกว่านั้นคนผู้นี้จะต้องคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและผู้คนในวังหลวงเป็นอย่างดี เพราะตำหนักตงอินเป็นตำหนักร้างที่ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและแทบจะไม่มีใครย่างกรายไปที่นั่นเลย"
"ด้วยเหตุนี้นักฆ่าจึงหนีไปที่ตำหนักตงอินเพื่อตั้งใจจะใช้พลังวัตรของตัวเองผลักดันเข็มเงินปลิดชีพที่ปักอยู่บนลำคอออกมา"
"กระหม่อมคิดว่าคนผู้นั้นทำสำเร็จแล้ว แถมวรยุทธ์และพลังวัตรของเขาจะต้องล้ำเลิศมากแน่ๆ เพราะเข็มเงินปลิดชีพของกระหม่อม หากไม่ใช่คนที่มีพลังวัตรลึกล้ำหาตัวจับยากเป็นผู้ใช้พลังผลักดันออกมาก็ไม่มีทางรักษาชีวิตเอาไว้ได้ หรือหากมีความผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็ต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน แต่บนโลกใบนี้กลับมีคนที่โดนเข็มเงินปลิดชีพของกระหม่อมเข้าไปแล้วไม่ตาย คนผู้นี้นับว่าเป็นคนแรกเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ซือถูจวิ้นเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งและถอนหายใจออกมา
หากคนผู้นั้นไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขา เขาคงจะหาวิธีดึงตัวมาเป็นพวกให้ได้แน่ๆ
น่าเสียดายจริงๆ ที่พรรคกราบจันทรากลับมีจอมยุทธ์ที่เก่งกาจขนาดนี้ซ่อนอยู่...
ในระหว่างที่ซือถูจวิ้นเยี่ยนกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ ตู๋กูหมิงก็ตวัดสายตามองใบหน้าของซือถูจวิ้นเยี่ยนและพอจะเดาออกว่าสหายกำลังคิดอะไรอยู่
ใบหน้าที่หล่อเหลาปานเทพบุตรของฮ่องเต้หนุ่มก็ยิ่งทวีความมืดมัวลงไปอีก
นั่นก็เพราะพรรคกราบจันทราตั้งตัวเป็นศัตรูกับราชสำนักมาโดยตลอด การที่พวกมันมีคนเก่งกาจขนาดนี้คอยช่วยเหลือย่อมต้องเป็นผลเสียต่อพวกเขาอย่างแน่นอน!
[จบแล้ว]