- หน้าแรก
- วันพีซ อาคะอินุ พลเรือเอกผู้ไร้ปรานี
- บทที่ 11 พวกเราชนะแล้ว
บทที่ 11 พวกเราชนะแล้ว
บทที่ 11 พวกเราชนะแล้ว
บทที่ 11 พวกเราชนะแล้ว
เซเฟอร์ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น เรื่องแบบนี้ในอดีตแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นเหล่าผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเรือที่นั่งอยู่ในที่ประชุมต่างก็มองไปทางเซเฟอร์ด้วยความประหลาดใจ
คองเอ่ยถามว่า
“เซเฟอร์ นายมีความเห็นอะไร?”
เซเฟอร์กล่าวออกมาตรง ๆ
“ฉันคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ควรบันทึกความดีความชอบให้ซาคาสึกิ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซเฟอร์ สีหน้าของทุกคนในที่ประชุมก็เปลี่ยนไปคนละแบบ
ส่วนซาคาสึกิซึ่งเป็นคนที่ถูกกล่าวถึง ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เขาไม่เข้าใจว่าอยู่ดี ๆ เซเฟอร์จะพุ่งเป้ามาที่เขาทำไม
“เพราะอะไร?”
คองถามด้วยความแปลกใจพอสมควร เขาค่อนข้างรู้จักนิสัยของเซเฟอร์ดี ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าเซเฟอร์ไม่ได้พูดแบบนี้เพราะอคติส่วนตัวแน่ แต่ย่อมต้องมีเหตุผลอื่น
เซเฟอร์กล่าวเสียงขรึมว่า
“ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในศึกครั้งนี้ การโจมตีของซาคาสึกิมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงกวาดล้างโจรสลัดไปเป็นจำนวนมาก แต่ยังสร้างโอกาสโต้กลับที่ดีให้กองทัพเรือด้วย อาศัยเพียงเรื่องนี้ เขาก็สมควรได้รับความดีความชอบครั้งใหญ่จริง ๆ แต่ว่า...”
ตอนแรกเซเฟอร์ก็เหมือนกับคอง ต่างกล่าวชื่นชมผลงานของซาคาสึกิ แต่เมื่อพูดมาถึงช่วงท้าย น้ำเสียงของเขากลับเปลี่ยนไปกะทันหัน
เขายังไม่ทันพูดต่อ ทุกคนก็พอจะเดาได้แล้วว่าคำพูดถัดไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อซาคาสึกิแน่ ทุกคนจึงตั้งใจฟังมากขึ้น
เมื่อเทียบกับซาคาสึกิแล้ว ชื่อเสียงและบารมีของเซเฟอร์สูงกว่ามากอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงย่อมเต็มใจเชื่อเซเฟอร์มากกว่า
“ท่านั้นฆ่าโจรสลัดไปมากมายก็จริง แต่ขณะเดียวกัน มันก็ฆ่าทหารของพวกเราไปด้วย อย่างน้อยก็มีทหารหลายร้อยนายที่ตายอยู่ใต้ลาวา การเข่นฆ่าสหายร่วมรบ ถือเป็นความผิดร้ายแรงอย่างยิ่งในกองทัพเรือ”
“คนที่ก่อให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ หากไม่ถูกลงโทษ แต่กลับได้รับการบันทึกความดีความชอบแทน แบบนั้นจะยุติธรรมต่อเหล่าทหารที่ตายไปได้อย่างไร? มันจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อกองทัพเรือมากเพียงใด?”
“ดังนั้นฉันไม่มีทางเห็นด้วยกับการบันทึกความดีความชอบให้ซาคาสึกิ ตรงกันข้าม ฉันคิดว่าควรลงโทษเขาอย่างหนัก”
“นี่คือความเห็นของฉัน”
หลังพูดจบ เซเฟอร์ก็ยังจ้องซาคาสึกิอย่างดุดันด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง
“เอ่อ...”
คองถึงกับชะงักไปทันที
เขาคิดไว้แล้วว่าเซเฟอร์อาจคัดค้านการบันทึกความดีความชอบให้ซาคาสึกิ แต่ไม่คิดเลยว่าเซเฟอร์ไม่เพียงไม่อยากให้ซาคาสึกิได้รับความดีความชอบเท่านั้น กลับยังต้องการให้เขาลงโทษซาคาสึกิอย่างหนักอีกด้วย
ความต่างนี้มันมากเกินไปจริง ๆ
แต่ในฐานะจอมพลเรือ แน่นอนว่าเขาไม่อาจรับฟังความเห็นของคนเพียงคนเดียวได้ ดังนั้นเขาจึงหันไปมองเซ็นโงคุแล้วถามว่า
“เซ็นโงคุ นายคิดว่ายังไง?”
เซ็นโงคุได้รับฉายาว่าขุนพลจอมปัญญา พอได้ยินคองถาม เขาก็เข้าใจความคิดของคองทันที รู้ว่าภายในใจของคองเอนเอียงไปทางซาคาสึกิ
เขาจึงกล่าวว่า
“มีทั้งความดีและความผิด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่สู้ให้ทั้งสองอย่างหักล้างกันไป”
คำตอบของเขาถือว่ารอบคอบอย่างยิ่ง ไม่ล่วงเกินทั้งสองฝ่าย และไม่มีใครหาเรื่องตำหนิได้
มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ การช่วยให้กองทัพเรือคว้าชัยชนะย่อมถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ แต่การสังหารพวกเดียวกันโดยไม่ตั้งใจก็เป็นความจริงเช่นกัน ให้ความดีและความผิดหักล้างกันไป จึงถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
คองพยักหน้า จากนั้นก็หันไปถามการ์ปกับสึรุ
“การ์ป สึรุ พวกนายคิดว่ายังไง?”
การ์ปเกาหัว แล้วถามด้วยสีหน้างุนงงว่า
“พวกนายกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?”
เขานั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด ต่อให้ใจลอยแค่ไหน ก็ไม่มีทางไม่ได้ยินอยู่แล้ว ที่พูดแบบนี้ ก็เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่อยากเข้าไปยุ่ง
ส่วนพลเรือโทสึรุกล่าวเรียบ ๆ ว่า
“ยังไงก็ได้ ทุกอย่างให้จอมพลตัดสินใจเถอะ”
พวกเขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเซเฟอร์ ความเคารพก็ส่วนความเคารพ แต่เห็นได้ชัดว่าคองค่อนข้างชื่นชมซาคาสึกิ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากแสดงจุดยืน
คองเริ่มปวดหัว และไม่อยากถามต่ออีก จึงหันไปถามซาคาสึกิว่า
“ซาคาสึกิ แล้วนายล่ะคิดยังไง? นายคิดว่าควรบันทึกความดีความชอบให้นาย หรือควรลงโทษนาย?”
นี่ไม่ใช่คำถามที่ดีนัก และก็ตอบยากมากด้วย
มีที่ไหนให้คนประเมินตัวเองกันเล่า
แต่คองเองก็ไม่มีทางเลือก จะให้เขาเมินความเห็นของเซเฟอร์ไปเลยก็คงไม่ได้ เพราะซาคาสึกิสังหารพวกเดียวกันโดยไม่ตั้งใจเป็นความจริง หากเขาเพิกเฉยต่อความเห็นของเซเฟอร์แล้วตัดสินใจเองฝ่ายเดียว เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวเขาและซาคาสึกิ
จากท่าทีของคอง ซาคาสึกิก็มองออกว่าอีกฝ่ายเข้าข้างตนอยู่
อีกทั้งเซเฟอร์ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบหน้าเขา แม้เขาจะไม่ได้รับความทรงจำเดิมมา แต่จากเนื้อเรื่องต้นฉบับ เขาก็รู้ว่าในอนาคตสามพลเรือเอกล้วนเป็นศิษย์ของเซเฟอร์ เพียงแต่ว่าคนที่เซเฟอร์ถูกใจที่สุดมีเพียงคุซันเท่านั้น
ส่วนเขากับโบร์ซาลีโน เซเฟอร์ล้วนไม่ค่อยพอใจนัก
ในเมื่อเซเฟอร์ไม่ชอบหน้าเขา แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของตัวเอง ซาคาสึกิจึงตอบโดยไม่ลังเลว่า
“แน่นอนว่าต้องบันทึกความดีความชอบให้ผม คนตาดีทุกคนก็มองออกว่าผมมีผลงานมากแค่ไหน ถ้าไม่บันทึกความดีความชอบให้ ต่อไปใครจะยังยอมทุ่มแรงทุ่มชีวิตในสนามรบอีก?”
เซเฟอร์แค่นเสียงเย็นชา
“ฆ่าพวกเดียวกันเองแล้วยังคิดจะเอาความดีความชอบอีกหรือ ซาคาสึกิ ฉันสอนนายมาแบบนี้หรือ? หากไม่ลงโทษนาย นั่นต่างหากถึงจะเป็นการไม่รับผิดชอบต่อทหารทุกคน”
ซาคาสึกิเงียบลงกะทันหัน
เมื่อเซเฟอร์เห็นซาคาสึกิเงียบ เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้ายินดี ยังคงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า
“ความดีก็คือความดี ความผิดก็คือความผิด ฉันไม่ยอมรับคำพูดที่ว่าความดีสามารถหักล้างความผิดได้ ซาคาสึกิต้องได้รับโทษอย่างหนัก เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น ไม่อย่างนั้น...”
“พวกเราชนะแล้ว!”
ซาคาสึกิเอ่ยปากขัดคำพูดของเซเฟอร์ขึ้นมากะทันหัน
น้ำเสียงของเซเฟอร์ชะงักไปทันที คนอื่น ๆ ต่างก็มองไปทางซาคาสึกิด้วยความประหลาดใจ
เขากล้าขัดคำพูดของเซเฟอร์จริง ๆ
“นายพูดว่าอะไรนะ?”
สีหน้าของเซเฟอร์เปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างมาก เขาแค่นเสียงถาม
ซาคาสึกิกล่าวซ้ำอย่างสงบนิ่ง
“พวกเราชนะแล้ว!”
คราวนี้ทุกคนเข้าใจความหมายของซาคาสึกิแล้ว
เขาเพียงต้องการบอกว่า สงครามครั้งนี้พวกเราชนะแล้ว ในเมื่อชนะแล้ว ยังจะลงโทษผู้มีความดีความชอบอีก แบบนั้นมันฟังไม่ขึ้นจริง ๆ
พลเรือโทอีกหลายคนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดอะไร หลังได้ยินคำพูดของซาคาสึกิ ก็มีหลายคนพยักหน้าอยู่ในใจ
ซาคาสึกิพูดไม่ผิด ไม่ว่าจะอย่างไร สงครามครั้งนี้ก็เป็นฝ่ายพวกเราที่ชนะ และเขาก็เป็นผู้มีความดีความชอบเช่นกัน ต่อให้ฆ่าพวกเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ แต่นั่นก็เป็นเหตุสุดวิสัย เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือก
หากจะลงโทษเขาเพราะเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว ก็พูดได้ไม่เต็มปากจริง ๆ
โดยเฉพาะพลเรือโทบางคนที่มีแนวคิดสายเหยี่ยวเหมือนซาคาสึกิ ยิ่งเห็นด้วยอย่างมาก
หากมัวแต่คำนึงถึงเรื่องยิบย่อยจนยั้งมือกับพวกโจรสลัด ความสูญเสียของกองทัพเรือมีแต่จะมากขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเห็นด้วยกับวิธีการของซาคาสึกิ และเริ่มไม่พอใจข้อเสนอของเซเฟอร์อยู่บ้าง
เพียงแต่ด้วยฐานะของตน พวกเขาจึงไม่สะดวกจะพูดอะไร
เซเฟอร์กล่าวด้วยความโกรธ
“พวกเราชนะก็จริง แต่นั่นไม่ใช่ผลงานของนายคนเดียว มันคือความพยายามของทุกคน ทุกคนต่างสู้ศัตรูอย่างสุดชีวิต แต่นายกลับฆ่าพวกเดียวกันเอง นี่คือความผิดร้ายแรง!”
“เรื่องนั้นก็เปลี่ยนความจริงที่ว่า พวกเราชนะแล้วไม่ได้”
ซาคาสึกิกล่าวอย่างราบเรียบอีกครั้ง
สีหน้าอันสงบนิ่งของเขายิ่งทำให้เซเฟอร์เดือดดาลมากขึ้น
“ซาคาสึกิ นายรู้หรือเปล่าว่า เพราะนาย ทหารเหล่านั้นที่ตายไป ครอบครัวของพวกเขาจะต้องแบกรับความเจ็บปวดมากแค่ไหน?”
“พวกเขาไม่ได้ตายด้วยน้ำมือศัตรู แต่กลับตายด้วยน้ำมือพวกเดียวกันเอง แล้วจะให้พวกเราไปอธิบายกับครอบครัวของพวกเขาอย่างไร?”
เซเฟอร์ลุกพรวดขึ้นด้วยความเดือดดาล เขาชี้หน้าซาคาสึกิ สูญเสียความเยือกเย็นอย่างที่เคยมีมาแทบหมด เหลืออีกเพียงนิดเดียวก็แทบจะด่ากราดออกมาแล้ว