- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 23 กฎแห่งป่า
ตอนที่ 23 กฎแห่งป่า
ตอนที่ 23 กฎแห่งป่า
ตอนที่ 23 กฎแห่งป่า
ปัก ! ปัก !
ลูกดอกหลายดอกพุ่งทะลุเข้าร่างของหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างรุนแรง จบชีวิตของมันลงอย่างสิ้นเชิง
แสงสีแดงพุ่งเข้าสู่ร่างของหานหนิง
ความอบอุ่นอ่อน ๆ แล่นไปทั่วร่าง
ข้อความเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า : ระดับเพิ่มขึ้นเป็น เลเวล 4
เมื่อฝูงหัวหน้าด้วงยักษ์ถูกฆ่าจนหมดสิ้น
ด้วงยักษ์ธรรมดาที่เหลือก็แทบไม่เป็นภัย มันถูกคนอื่น ๆ กำจัดไปอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ข้างตู้โดยสารหมายเลข 3 กลับคืนสู่ความเงียบ
“ไปต่อกันเถอะ” อาจารย์จางพูดเสนอขึ้น
ทางฝั่งหลี่ป๋อและทีมของเขายังยืนอึ้งอยู่ สีหน้าของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความตะลึง
อีกฝั่งหนึ่ง เหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยหลินที่นำทีมผู้มีพลังพิเศษได้เริ่มต้นเก็บกวาดซากศพในห้องโดยสารต่อ พวกเขาลากซากศพออกมาโยนเข้าไปในกองไฟเพื่อเผาทำลาย
แต่เมื่อพวกเขาเผาซากศพไปได้เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดแล้ว
“ช่วยด้วย ! ช่วยด้วย ! มอนสเตอร์ ! มอนสเตอร์มาแล้ว !”
เสียงกรีดร้องดังเล็ดลอดมาจากทางตู้โดยสารหมายเลข 1 และ 2
ทุกคนหยุดชะงักและหันมองไปข้างหน้า
กลุ่มคนกว่า 200 คน กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอลหม่านมุ่งตรงมาทางพวกเขา
ด้านหลังของกลุ่มคนคือ กลุ่มด้วงยักษ์ที่บินมาอย่างหนาแน่น จนดูเหมือนเป็นกลุ่มก้อนสีแดงฉาน
นำหน้าฝูงด้วงคือฝูงหัวหน้าด้วงยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าปกติหลายสิบตัว
“หวือออ”
นอกจากนั้น ด้วงยักษ์บางส่วนยังบินออกมาจากใบหญ้าสีเขียวเข้มที่สูงตระหง่านทั้งสองข้างทาง และเข้ารวมตัวกับกองทัพด้วง
"เวรเอ๊ย ! หัวหน้าด้วงยักษ์มีตั้งเยอะแบบนี้ ยังจะยืนมองอะไรกันอีก ! หนีสิวะ ! " เสียงตะโกนดังขึ้นจากในกลุ่ม
"บ้าจริง ! ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้ ! " หานหนิงรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว แม้ว่าพวกเขาจะจัดการกับหัวหน้าด้วงยักษ์ได้ง่าย ๆ
แต่เมื่อเผชิญกับจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ใครจะไปสู้ไหว ! ต้องรีบหนีแล้ว !
ไม่ต้องรอให้อาจารย์จางออกคำสั่ง เพื่อนร่วมทีมต่างรีบวางซากศพลง หยิบของที่เก็บรวบรวมไว้ แล้ววิ่งหนีสุดชีวิต
“อ๊าก ! !”
“ช่วยด้วย ! !”
แม้แต่ผู้มีพลังพิเศษเอง ความเร็วในการวิ่งก็ยังช้ากว่าหัวหน้าด้วงยักษ์
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสลับไปมา
ชีวิตที่เคยมีลมหายใจถูกกลืนหายไปในพริบตาด้วยฝูงด้วงยักษ์
ในสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ ต้องหาวิธีเอาตัวรอดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด
คนที่วิ่งช้ากลายเป็นเหยื่อที่ช่วยถ่วงเวลาให้กับคนอื่น ๆ
หานหนิงและพวกหนีไปถึงตู้โดยสารหมายเลข 9 อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบมุดเข้าไปในนั้น
ผู้รอดชีวิตจากตู้โดยสารอื่น ๆ ก็ฉวยโอกาสหนีเข้าตู้โดยสารของตนเอง และปิดหน้าต่างลงอย่างแน่นหนา
"เร็วเข้า ! รีบเข้ามา ! "
กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหลินที่ยังค่อนข้างเป็นหนุ่มสาวอายุน้อย โชคดีที่ทุกคนวิ่งขึ้นรถไฟได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อมองไปยังฝูงด้วงที่บินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความกังวลบนใบหน้าของคนในตู้โดยสารก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ยังมีบางคนที่วิ่งไม่ทัน และยังคงพยายามหนีตายอยู่ด้านนอก
ในจำนวนนั้น มีผู้สูงอายุและคนอ่อนแอจำนวนมาก รวมถึงคู่ยายหลานที่หลินเทียนเหอเคยช่วยเหลือ
เด็กสาวตัวเล็กซ่อนตัวในอ้อมกอดของคุณยาย ดวงตากลมโตจ้องมองฝูงด้วงที่อยู่ใกล้เข้ามาอย่างเลื่อนลอย มองเห็นพวกมันกำลังปลิดชีวิตผู้คนอย่างบ้าคลั่ง
ปัก
เลือดสายหนึ่งกระเด็นไปที่แก้มของเธอ ทำให้รอยแดงบนใบหน้าเห็นได้อย่างชัดเจน
“ฮือ ๆ ยายจ๋า หนูกลัว...”
เด็กสาวผู้ฉลาดและรู้ความอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เธอปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“พวกแกอย่าไล่ตามมาอีกเลย ฮือ...ได้โปรดอย่าตามมา !”
“ลูก ! ไม่ต้องกลัวนะ อย่ากลัว !”
คุณยายที่ดูเหมือนจะกระตุ้นศักยภาพในตัวอย่างเต็มที่ วิ่งสุดกำลังด้วยความเร็วที่ไม่น้อยหน้าคนหนุ่มสาว
แต่ถึงเธอจะวิ่งเร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางแซงฝูงด้วงที่บินอยู่ได้
พลั่ก !
อวัยวะปลายแหลมของด้วงพุ่งทะลุเข้าไปในหลังของเธอ
“ช่วย...ช่วยเธอด้วย...ขอร้อง...”
ในวินาทีที่อันตรายถึงชีวิต คุณยายเหมือนจะรับรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น เธอรีบอุ้มหลานสาวขึ้นและโยนไปข้างหน้า
พลังชีวิตในตัวเธอดับวูบลงอย่างรวดเร็ว
ฝูงด้วงที่กรูกันเข้ามากลืนร่างเธอในชั่วพริบตา
“สัตว์เดรัจฉาน ! แกมันสัตว์เดรัจฉาน ! ฉันจะสู้กับพวกแกให้ถึงที่สุด !”
ในที่สุด หลินเทียนเหอก็อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เขาร้องไห้พลางโยนสิ่งกีดขวางออกไประหว่างทางและใช้แรงทั้งหมดกระโดดออกจากรถ
เขากัดฟันอย่างแรง ใช้พลังยิงเถาวัลย์ออกไปพันตัวเด็กสาวที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนดึงเธอโยนกลับไปข้างหลัง
ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวหน้าด้วงยักษ์หลายตัวบินพุ่งเข้ามาใส่เขาอย่างรวดเร็ว
“เทียนเหอ !”
หานหนิงที่มองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล ดวงตาแดงก่ำ เขายกหน้าไม้ขึ้นและยิงใส่ด้วงยักษ์ที่บินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นักฆ่าโครงกระดูกตามติดหลินเทียนเหออยู่ไม่ห่าง คอยปกป้องเขาและสกัดฝูงด้วงที่ใกล้เข้ามา
ใบมีดคู่ของมันส่องประกายเป็นสีดำคมกริบฟาดฟันขับไล่ด้วงที่กรูกันเข้ามาไปชั่วคราว
“เร็วเข้า ! รีบเข้ามา !” อาจารย์จางที่ยื่นตัวออกมาจากหน้าต่างรถคว้าตัวเด็กสาวไว้ เขาใช้มืออีกข้างจับเถาวัลย์ของหลินเทียนเหอและออกแรงดึงกลับเข้ามาในรถ
ด้วยความช่วยเหลือของหานหนิงและนักฆ่าโครงกระดูก หลินเทียนเหอเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด เขากลับเข้ามาในรถ ทันทีที่เขาเพิ่งเข้ามาในรถ...
ฟู่ ฟู่ ฟู่ !
ลำแสงสีแดงพุ่งผ่านตัวรถไฟไปอย่างหวุดหวิด สร้างแสงสีเหลืองส่องประกายออกมา
ข้างนอกนั้น ฝูงด้วงถาโถมใส่ผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ เสียงกรีดร้องดังไม่ขาดสาย
ในตัวรถ ทุกคนช่วยกันปิดกั้นหน้าต่างไว้แน่นหนาเพื่อป้องกันการโจมตีจากด้วงที่หลุดเข้ามาได้บางตัว
เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่สามารถบุกเข้ามาในรถได้ ฝูงด้วงจึงเลิกสนใจ และมุ่งหน้าไล่ล่าคนที่ยังหลบหนีอยู่ด้านนอก
นักฆ่าโครงกระดูกที่ยังอยู่ด้านนอกถูกเรียกกลับด้วยเสียงกระซิบของหานหนิง มันกลายเป็นหมอกสีเทาและกลับเข้าสู่ขลุ่ยกระดูกในมือของเขา
ฮู้ ฮู้ ฮู้
หลังจากผ่านไปสิบนาที ความสงบกลับคืนมา
เสียงเคลื่อนไหวที่หน้าต่างรถค่อย ๆ เงียบลง
ทุกคนในรถเอนตัวพิงผนัง หายใจหอบหนัก เหงื่อไหลชุ่มตัว
หานหนิงกวาดตามองคนที่ยังรอดชีวิตในรถ
ครั้งนี้ ผู้รอดชีวิตในตู้โดยสารหมายเลข 9 ลดลงอีกครั้ง
จากตอนเริ่มต้นที่มีผู้คนกว่า 60 ถึงเกือบ 70 คน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 60 คน
คนที่ตายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้มีพลังพิเศษที่ตายในระหว่าง การต่อสู้
เป็นเหมือนการคัดสรรโดยธรรมชาติ คนอ่อนแอและคนป่วยจะถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กสาวดังขึ้น
“คุณยาย...คุณยาย...”
เสียงร้องของเธอทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ หญิงสาวบางคนที่จิตใจอ่อนไหวเริ่มสะอื้นตาม
บนรถตู้โดยสารหมายเลข 9 เงียบสงัดเหมือนความตาย
อาจารย์จางที่เคยเป็นคนปลุกใจทุกคน ตอนนี้นอนอย่างหมดเรี่ยวแรงในทางเดิน ปล่อยให้นักศึกษาผู้มีพลังรักษาช่วยเขาอย่างเงียบ ๆ
หานหนิงหลับตาของตัวเองลงเบา ๆ ก่อนกลับไปนั่งในมุมประจำของเขา
ในความเงียบงันนี้ เขาเปิดหน้าจอเพื่อตรวจสอบสิ่งใหม่ ๆ ที่ปรากฏขึ้นหลังการอัปเกรด