- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 21 การเคลื่อนไหวของกลุ่ม
ตอนที่ 21 การเคลื่อนไหวของกลุ่ม
ตอนที่ 21 การเคลื่อนไหวของกลุ่ม
ตอนที่ 21 การเคลื่อนไหวของกลุ่ม
“อาจารย์จาง ทุกคน ฉันขอใช้ชิ้นส่วนปากของหัวหน้าด้วงยักษ์ตัวนี้ได้ไหมครับ ?”
ด้วยมารยาท หานหนิงถามความเห็นจากเพื่อนร่วมทีมก่อนจะเริ่มกระบวนการหลอมรวม
“เกี่ยวกับความสามารถของเธอใช่ไหม ? เอาไปเลย” อาจารย์จางมองผ่าน ๆ ก่อนจะตอบกลับ
“พวกเราไม่ได้ใช้อยู่แล้ว เออ จริงสิ ช่วยทำมีดให้ฉันสักเล่มหนึ่งสิ ไม่มีอะไรในมือมันไม่ถนัดเอาซะเลย” โจวหยูพลางพูดขึ้นมาแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
...
“ได้เลย ไม่มีปัญหา”
หลังได้รับความยินยอมจากทุกคน หานหนิงใช้แรงมหาศาลก่อนจะดึงปากของด้วงยักษ์ออกมาได้สำเร็จ
เขานำโลหะผสม 8 กิโลกรัม และหน้าไม้โลหะที่เตรียมไว้วางลงบนพื้น พร้อมกับพึมพำในใจว่า “ผสานเป็นหน้าไม้โลหะยิงต่อเนื่อง !”
ต้องการใช้ปากของหัวหน้าด้วงยักษ์ 1 ชิ้น, โลหะผสม 8 กิโลกรัม และใช้พลังเวทย์ 3 หน่วย เพื่ออัปเกรดหน้าไม้โลหะหรือไม่ ?
พลังเวทที่เหลือ: 4/8
“อัปเกรด”
ทันใดนั้น หลังมือของหานหนิงส่องแสงเปล่งประกายออกมา เส้นลายซับซ้อนเผยให้เห็นเป็นเงาเลือนราง
ปากด้วงยักษ์และโลหะผสมที่วางอยู่บนพื้นถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาว ก่อนจะเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็วและหลอมรวมเข้ากับหน้าไม้โลหะเดิม
หน้าไม้โลหะที่เดิมมีขนาดไม่ใหญ่มากก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
ช่องบรรจุลูกดอกถูกยกขึ้น กลายเป็นช่องบรรจุคล้ายกับแมกกาซีนที่สามารถบรรจุลูกดอกได้มากขึ้น
สายหน้าไม้ถูกเคลือบด้วยแสงสีแดงและขยายความกว้างเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งในสาม พร้อมกับสายที่หนาขึ้น
ไกปืนถูกปรับเปลี่ยนให้สามารถยิงต่อเนื่องได้
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที หน้าไม้โลหะยิงต่อเนื่องที่มีความยาวเกือบ 50 เซนติเมตร กว้าง 40 เซนติเมตร และสูง 30 เซนติเมตร ที่ประกอบขึ้นด้วยโลหะสีเงินบริสุทธิ์ก็ได้ปรากฏอยู่ในมือของหานหนิง
หน้าไม้มีน้ำหนักพอเหมาะ บริเวณไกปืนมีอักขระลึกลับสีแดงปรากฏอยู่
เมื่อในมือถือหน้าไม้โลหะยิงต่อเนื่อง ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็หลั่งไหลเข้าสู่ความคิดของเขา
หน้าไม้นี้สามารถปรับเป็นโหมดยิงเดี่ยวหรือโหมดยิงต่อเนื่องได้
โหมดยิงต่อเนื่องสามารถปล่อยลูกดอกได้ 8 ดอก ติดต่อกันในครั้งเดียว
ส่วนโหมดยิงเดี่ยวไม่จำเป็นต้องดึงสายหน้าไม้ด้วยมือ เพราะอักขระบนไกปืนจะทำหน้าที่ดึงสายและบรรจุลูกดอกใหม่โดยอัตโนมัติ
เรียกได้ว่าในแง่ของโหมดการยิง หน้าไม้โลหะยิงต่อเนื่องนี้แทบไม่ต่างจากปืนไรเฟิลอัตโนมัติเลย
...
หลังจากมื้ออาหารเย็น อาจารย์จางได้รับคำเชิญจากหลี่ป๋อให้ออกไปพูดคุยกับผู้มีพลังพิเศษจากตู้โดยสารอื่น เพื่อหารือเรื่องการกำจัดซากศพและตัวอ่อนของด้วงยักษ์
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองกลับมายังตู้โดยสารหมายเลข 9
“อาจารย์จาง เรื่องที่คุยกันไปเป็นยังไงบ้าง ?”
“อืม...กำลังจะบอกทุกคนพอดี”
อาจารย์จางยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนก่อนจะประกาศขึ้น
“ทุกคนจากมหาวิทยาลัยหลินรวมถึงเจิ้งหว่านด้วย ต้องออกจากตู้โดยสารบนรถไฟทันที”
“เมื่อครู่ ฉันได้พูดคุยกับผู้มีพลังพิเศษจากตู้โดยสารอื่นแล้ว พวกเราจะร่วมมือกับพี่หลี่ป๋อและคนจากตู้โดยสารหมายเลข 9 เพื่อกำจัดซากศพในตู้โดยสารหมายเลข 3”
“ถ้าพบด้วงยักษ์ระดับหัวหน้าในตู้โดยสารนั้น พวกเราจะเป็นคนจัดการ ส่วนผู้มีพลังพิเศษจากตู้โดยสารอื่น ๆ จะเข้ามาช่วยก็ต่อเมื่อจัดการตู้โดยสารของตัวเองเสร็จแล้ว”
“ฉันอยากใช้โอกาสนี้ช่วยให้ทุกคนได้ปลุกพลังพิเศษได้สำเร็จ”
หลังจากทุกคนได้ยินดังนั้นก็ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร และต่างพากันลุกขึ้นเตรียมตัวทันที
“อ้อ แล้วพวกคุณ...”
อาจารย์จางหันไปทางผู้โดยสารธรรมดาและพูดเสียงดังขึ้น
“ถ้าพวกคุณอยากมา ก็สามารถตามพวกเราไปได้ เราจะคอยคุ้มกันให้ และถ้ามีโอกาสฆ่าด้วงยักษ์ พวกคุณก็สามารถกำจัดมันได้”
“ถ้าระหว่างทางเจอเสบียงอาหาร พวกคุณสามารถเก็บไว้ได้ แต่ต้องแบ่งให้กับเรา 30% เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับการปกป้อง ใครที่ตกลงก็ตามมาได้เลย”
ไม่นานนัก บริเวณหน้าตู้โดยสารหมายเลข 9 ก็มีคนมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า 60 คน
ในจำนวนนี้ กลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่นำโดยหลี่ป๋อและผู้ติดตามรวมประมาณ 30 กว่าคน
ส่วนกลุ่มของมหาวิทยาลัยหลิน รวมทั้งผู้มีพลังพิเศษและคนธรรมดามีทั้งหมด 25 คน
เหตุผลที่กลุ่มของหานหนิงมีคนน้อยกว่า เป็นเพราะเงื่อนไขที่ต้องแบ่ง 30% ของเสบียงอาหารให้ ในขณะที่กลุ่มของหลี่ป๋อเรียกเก็บเพียง 20% เท่านั้น
สำหรับคนทั่วไปที่ยังไม่ทราบถึงความแข็งแกร่งของทั้งสองกลุ่ม การเสียสละเพียง 20% ดูจะเป็นทางเลือกที่ดึงดูดใจมากกว่า
ทั้งนี้ ทั้งสองกลุ่มต่างก็ทิ้งคนไว้ 1-2 คน เพื่อเฝ้าดูแลเสบียงและป้องกันการขโมย
ในเวลาเดียวกัน คนจากตู้โดยสารอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยออกมาเช่นกัน
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้รอดชีวิตทั้งหมดมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ร่วมกัน
ผู้คนเดินเรียงแถวไปตามทาง เดินไปตามตู้รถไฟช้า ๆ
ไม่นานนัก กลุ่มคนจากตู้โดยสารหมายเลข 9 ก็มาถึงตู้โดยสารหมายเลข 3
ตู้โดยสารหมายเลข 3 อยู่บริเวณด้านหน้าของขบวนรถไฟ และมีสภาพบิดเบี้ยวเสียหายอย่างหนัก ภายในเต็มไปด้วยซากศพของมนุษย์ที่ตายไปนานแล้ว
เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ ๆ กลิ่นเหม็นเน่าก็พุ่งเข้าสู่จมูกอย่างรุนแรง
ถึงแม้สภาพในห้องจะดูเลวร้าย แต่ทุกคนรู้ดีว่ายังมีเสบียงบางอย่างหลงเหลืออยู่
พวกเขาจึงเลือกที่จะลากศพออกมาทีละศพเพื่อเผาทิ้งด้านนอก แทนที่จะจุดไฟเผาทั้งห้อง อาจารย์จางและหลี่ป๋อแบ่งหน้าที่กันอย่างคร่าว ๆ ก่อนเริ่มปฏิบัติการ
พวกเขาจุดกองไฟขนาดใหญ่ขึ้นนอกตู้โดยสารหมายเลข 3
แหล่งกำเนิดไฟไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นไฟแช็กที่คนสูบบุหรี่พกติดตัว หรือพลังของผู้มีพลังพิเศษที่สามารถควบคุมเปลวไฟได้
จากนั้น พวกเขาทำลายกระจกหน้าต่างทั้งหมด
ผู้มีพลังพิเศษที่สามารถควบคุมศพจากระยะไกลถูกส่งไปที่ริมหน้าต่าง เพื่อใช้พลังลากศพออกมาโยนลงกองไฟ
ทางฝั่งมหาวิทยาลัยหลิน ส่งหลินเทียนเหอเป็นตัวแทน
หลินเทียนเหอใช้พลังควบคุมเถาวัลย์ขนาดเท่าข้อมือสองเส้นและสอดเข้าไปในหน้าต่าง
เถาวัลย์สีดำม่วงที่ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา พันรอบศพสองศพที่แข็งทื่อและลากออกมาอย่างง่ายดาย
ทางฝั่งของหลี่ป๋อ มีผู้ใช้พลังพิเศษที่ควบคุมพลังงานที่คล้ายพลังจิต เขาสามารถยกศพด้วยแสงสีฟ้าจาง ๆ ห่อหุ้มรอบ ๆ ได้ครั้งละหนึ่งศพ และค่อย ๆ ลากออกมา
เมื่อศพชุดแรกถูกโยนลงกองไฟ เปลวเพลิงได้เผาผลาญซากศพและตัวอ่อนที่ซ่อนอยู่ในซากเริ่มมีเสียงดัง
“เปาะแปะ”
แต่เสียงไฟเผาเหล่านี้ก็ได้กระตุ้นให้ด้วงยักษ์ที่ซ่อนตัวในซากศพและซอกต่าง ๆ ออกมาโจมตี
“มีอย่างน้อย 60 ตัว เป็นด้วงยักษ์ทั่วไป และอีก 2 ตัว เป็นระดับหัวหน้า ! !”
“พี่หลี่ หัวหน้าด้วงยักษ์ตัวใหญ่ เราแบ่งกันคนละตัว โอเคไหม ?”
“ได้ ลองดูฝีมือกันหน่อย !”
หลังจากที่พูดจบ ทั้งสองกลุ่มก็แบ่งพื้นที่การต่อสู้ออกเป็นสองส่วน แต่ละกลุ่มดึงดูดด้วงยักษ์มาสู้ในเขตของตัวเอง
“หานหนิง เทียนเหอ หมิงหวัง พวกนายสามคนรับผิดชอบจัดการหัวหน้าด้วงยักษ์ตามที่ตกลงกันไว้”
“ฉันจะนำคนอื่น ๆ จัดการด้วงยักษ์ธรรมดาทีละนิด”
“โจวหยู ตาของนายยังไม่หายดี อยู่กับเราก่อน ลองสู้กับตัวด้วงยักษ์ธรรมดาไปก่อน พอมั่นใจแล้วค่อยลุยเอง”
“เข้าใจแล้ว !”
เมื่อได้รับการแบ่งหน้าที่จากอาจารย์จาง ทุกคนเปลี่ยนตำแหน่งและเตรียมพร้อมรับมือศัตรูของตัวเอง
หานหนิงถือหน้าไม้โลหะที่เพิ่งอัปเกรดระบบยิงต่อเนื่องเสร็จ เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้ลองพลังของมันในการต่อสู้จริง !