- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 17 ข่มขวัญ
ตอนที่ 17 ข่มขวัญ
ตอนที่ 17 ข่มขวัญ
ตอนที่ 17 ข่มขวัญ
อาจารย์จางมองกลุ่มคนภายนอกผ่านสายตาอย่างระมัดระวัง ก่อนพูดกับนักศึกษาเบา ๆ
“เดี๋ยวพอเราออกไป ท่าทีต้องแข็งกร้าว ห้ามอ่อนข้อเด็ดขาด เราต้องข่มขวัญพวกเขาก่อน แล้วค่อยดูว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร”
“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่แข็งกร้าวอย่างเดียว หากพบว่าพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป อย่าเสี่ยงชีวิตเพื่ออาหารเหล่านี้ จำไว้ว่าเราต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน ยังไงเราก็มีโอกาสหาใหม่ได้ เข้าใจไหม ?”
"เข้าใจครับ ! "
“เดี๋ยวฉันจะออกไปเจรจากับพวกเขาเอง”
“อาจารย์จาง ผมว่าให้ 'นักฆ่าโครงกระดูก' ออกไปดูลาดเลาก่อนดีกว่า เผื่อพวกนั้นจะลอบโจมตี”
หานหนิงเสนอความคิดเห็น “อย่าเพิ่งรีบร้อนออกไป เราช่วยกันพรางตัวนักฆ่าโครงกระดูกให้แนบเนียนก่อน”
“ก็ดี !”
ก่อนหน้านี้ 'นักฆ่าโครงกระดูก' ได้ต่อสู้กับหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างดุเดือด จนเสื้อผ้าที่มันสวมขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และเมื่อมันวิวัฒนาการ เสื้อผ้าทั้งหมดก็ปลิวหายไป ปัจจุบันมันอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด พวกเขาทั้งสี่ช่วยกันบังสายตาของคนด้านนอก เพื่อไม่ให้เห็นนักฆ่าโครงกระดูก
หานหนิงหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ในห้องมาสวมให้นักฆ่าโครงกระดูกอย่างลวก ๆ จนกระทั่งมันดูไม่เหมือนโครงกระดูกอีกต่อไป เขาจึงพูดขึ้น “ออกไปได้แล้ว”
“แกร๊ก !”
นักฆ่าโครงกระดูกเดินออกไปตามคำสั่ง
“พวกเขาคงกลัวจนไม่กล้าออกมา พวกเราน่าจะบุกเข้าไปแย่งของจากพวกเขาเลยดีกว่า !”
“อย่าเพิ่ง พวกนายไม่เห็นรอยต่อสู้บนพื้นเหรอ ? คนพวกนี้น่าจะเป็นผู้มีพลังพิเศษ ระวังไว้หน่อยก็ดี”
“กลัวอะไร ! พวกเรามีกันตั้งหลายสิบคน เอาคนที่กล้า ๆ ลุยหน่อย ก็น่าจะเอาชนะพวกเขาได้แล้ว !”
ข้างนอกรถไฟ กลุ่มคนที่ซุ่มอยู่นาน เริ่มทนไม่ไหวและพูดคุยกันอย่างกระวนกระวาย แต่เมื่อพวกเขาเห็นนักฆ่าโครงกระดูก ตัวผอมแห้งที่สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร เดินออกมา เสียงพูดคุยก็เงียบลงทันที
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครลอบโจมตี อาจารย์จางจึงตบมือแล้วแบกสัมภาระตามออกไปเป็นคนที่สอง
ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่สวมเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มเดินออกมา เขามองกระสอบเสบียงด้านหลังอาจารย์จางด้วยคิ้วที่ขมวดก่อนพูดขึ้น
“พี่ชาย ฉันเป็นพนักงานในขบวนรถไฟนี้ คุณกับพวกเก็บอาหารไปเยอะขนาดนี้ คิดว่าเอาเปรียบกันเกินไปหรือเปล่า ?”
“เอาเปรียบ ? ข้ามมาอีกโลกแล้ว ยังจะมาพูดเรื่องเอาเปรียบอีกเหรอ ?”
ขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อาจารย์จางถึงกับจ้องตาเขม็ง กล้ามแขนเปื้อนเลือดของเขาโป่งขึ้นมาทันที
“ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ พวกนายอยู่ที่ไหน ? ตอนเรากำลังรวบรวมอาหารพวกนายหายหัวไปไหน ? แล้วตอนนี้พอเรารวบรวมทุกอย่างเสร็จ พวกนายกลับมาพูดเรื่องเอาเปรียบงั้นเหรอ ? ทำไมไม่มาพวกเราช่วยตั้งแต่แรก ?”
ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“เสบียงอาหารบนรถไฟเป็นของทุกคน คุณจะเอาไปทั้งหมดไม่ได้ !”
อาจารย์จางกำลังจะพูดต่อ แต่ชายวัยกลางคนอีกคนที่ใส่แว่นกลับเดินออกมาจากกลุ่มพร้อมกับพูดขึ้น
อย่างดุดัน
“เฮ้ย คุณช่วยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย ! อย่าเห็นแก่ตัวจนทำลายโอกาสของคนส่วนใหญ่ !”
คำพูดของเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างหลังอาจารย์จางโกรธจนหน้าแดง แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรตอบโต้อีก
สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดคือ...
แทนที่อาจารย์จางจะโกรธ เขากลับแสดงท่าทีดุดันยิ่งกว่าเดิม
“ประโยชน์ส่วนรวมงั้นเหรอ ? ไอ้คำพูดไร้สาระแบบนี้ ฉันฟังจนชินแล้ว !”
เขาก้าวเท้าออกมา กล้ามเนื้อทั้งร่างระเบิดพลังจนขึ้นเป็นเงาสีน้ำตาลทอง
ฟู่~
กระแสลมแรงพัดผ่าน อาจารย์จางในร่างเหมือนยักษ์ตัวเล็กปรากฏตรงหน้าชายที่สวมแว่น
"คะ...คุณ ! บ้าอำนาจ ! "
ชายสวมแว่นตกใจจนล้มก้นกระแทกพื้นและรีบถอยหลัง
อาจารย์จางยืดอกจ้องมองทุกคนด้วยสายตาเหมือนราชสีห์ พร้อมคำพูดที่ทรงพลัง
“เสบียงอาหารพวกนี้พวกเราพบก่อน มันเป็นของเรา ทุกอย่างต้องยึดหลักใครมาก่อนได้ก่อน !”
คำพูดของเขาทำให้กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกเกิดเรื่องโต้เถียงขึ้นทันที
“ทำไมต้องเป็นพวกนาย ? พวกนายเป็นใครกัน ?”
“คิดว่าพวกนายสู้พวกเราได้เหรอ ?”
"ลุยเลย ! แย่งเสบียงอาหารมา ! " ชายสวมแว่นที่ถอยหลังตะโกนอย่างเดือดดาล
หลินเทียนเหอตะโกนสวนกลับด้วยความโกรธ
“ถ้างั้นทำไมพวกนายไม่มาเก็บก่อน ? รอจนเราหมดแรงแล้วถึงโผล่มาแบบนี้ คิดว่าพวกเราเอาเปรียบได้ง่าย ๆ เหรอ ?”
ชายในกลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าหมัดใครใหญ่กว่ากัน !”
ชายในเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มที่พูดขึ้นมีสีหน้ามืดครึ้ม เขาโบกมือเบา ๆ ก่อนที่ชายในเสื้อกันหนาวหนา ๆ จะปรากฏตัวขึ้นบนหลังคารถโดยไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่ ทั้งสองมือของเขากางออกและเล็งตรงไปยังอาจารย์จาง
ทันใดนั้น กระแสน้ำสีฟ้าเข้มขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังใบหน้าของอาจารย์จาง
สายตาของอาจารย์จางสั่นไหว เขายกแขนสีน้ำตาลอ่อนขึ้นแล้วฟาดแรง ๆ
กระแสน้ำที่พุ่งเข้ามาถูกสกัดกลางอากาศจนแตกกระจาย
ในขณะเดียวกัน แสงหลากสีสันก็สว่างวาบขึ้นรอบ ๆ ผู้คนเหล่านี้ต่างก็ใช้พลังของตัวเอง โจมตีใส่อาจารย์จางและนักศึกษาคนอื่น ๆ อย่างดุเดือด
“นักฆ่าโครงกระดูก ! โจมตี !”
เสียงตะโกนของหานหนิงดังขึ้น นักรบโครกกระดูกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษยืนอยู่ข้างอาจารย์จาง พลันเคลื่อนไหวกลายเป็นเงาสีเทา กระโจนขึ้นกลางอากาศ แขนแหลมคมสองข้างตัดผ่านท้องฟ้า
เป้าหมายคือโจมตีพลังพิเศษที่พุ่งเข้ามา
คมกระดูกสีขาวนวลสะท้อนแสงเย็นยะเยือกเป็นเส้นสายสีดำบาง ๆ หลุดออกจากกระดูกและกระจายเป็นรูปโค้งออกไปด้านหน้า
เสียงดัง “ปุ ๆ ๆ ๆ !”
พลังพิเศษไหนที่ถูกเส้นสีดำสัมผัส ต่างถูกทำลายจนหมดสิ้น
บริเวณที่เส้นสีดำผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งในพริบตา
เลือดสาดกระเซ็น
เสียงกรีดร้องดังสะท้อนก้องท้องฟ้าในชั่วพริบตา
เพียงการโจมตีเดียวของนักฆ่าโครงกระดูก ได้สกัดการโจมตีของเหล่าผู้ใช้พลังพิเศษทั้งหมด
ผู้ที่ใช้พลังโจมตีระยะไกลต่างก็ได้รับผลกระทบจากเส้นสีดำนี้และได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
เหล่าผู้คนที่เห็นผู้ใช้พลังพิเศษได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหล ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ปิศาจ...นี่มันปิศาจ !”
“หนีเร็วเข้า ! พวกเราไม่มีทางสู้พวกมันได้ ! นี่มันอะไรกัน !”
“เจิ้งซื่อหรง แกหลอกพวกเราไม่ได้อีกแล้ว ! ฉันจะไม่เชื่อแกอีกแล้ว !”
โดยเฉพาะชายวัยกลางคนใส่แว่นที่ก่อนหน้านี้ยังพูดอย่างมั่นใจว่าจะแย่งชิงอาหารจากหานหนิง และชายที่อ้างว่าเป็นพนักงานบนรถไฟ ทั้งสองคนตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวจนไม่เหลือสติ และถอยหลังออกไปไม่หยุด
“หานหนิง ให้นักฆ่าโครงกระดูกไปจับตัวเจ้านั่นที่ลอบโจมตีฉันมาหน่อย” เสียงอาจารย์จางเยือกเย็น
“ได้เลย !” หานหนิงพยักหน้า
นักฆ่าโครงกระดูกที่อยู่ด้านหน้าพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายลม มันเข้าถึงตัวผู้ใช้พลังพิเศษที่ยืนอยู่บนหลังคารถ กระดูกในมือของมันฟาดฟันออกไป ก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วลากชายคนนั้นมาหาอาจารย์จางในไม่กี่ก้าว
“ขอโทษ ! ขอโทษ ! ผมแค่ถูก...”
ยังไม่ทันพูดจบ อาจารย์จางที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความดุดัน ไม่แม้แต่จะมอง เขาดึงขวานออกจากเอว แล้วฟันลงที่คอของชายคนนั้นในเสี้ยววินาที
เขาหมุนตัวเดินไปยังชายในเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มและชายใส่แว่นที่ถอยหนีอย่างตื่นตระหนก หลังจากนั้นก็ยกขวานขึ้น แล้วฟันไปทั้งซ้ายและขวา !
เสียง “ปุ ปุ !”
เลือดพุ่งทะลักขึ้นฟ้า ภายใต้พละกำลังอันมหาศาลของอาจารย์จาง แววตาแห่งชีวิตในดวงตาของทั้งสองเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น อาจารย์จางก็เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม เขาเดินกลับมาอย่างสงบนิ่ง พร้อมจ้องมองฝูงชนที่หวาดกลัวด้วยสายตาอันเย็นชา...