เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ข่มขวัญ

ตอนที่ 17 ข่มขวัญ

ตอนที่ 17 ข่มขวัญ


ตอนที่ 17 ข่มขวัญ

อาจารย์จางมองกลุ่มคนภายนอกผ่านสายตาอย่างระมัดระวัง ก่อนพูดกับนักศึกษาเบา ๆ

“เดี๋ยวพอเราออกไป ท่าทีต้องแข็งกร้าว ห้ามอ่อนข้อเด็ดขาด เราต้องข่มขวัญพวกเขาก่อน แล้วค่อยดูว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร”

“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่แข็งกร้าวอย่างเดียว หากพบว่าพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป อย่าเสี่ยงชีวิตเพื่ออาหารเหล่านี้ จำไว้ว่าเราต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน ยังไงเราก็มีโอกาสหาใหม่ได้ เข้าใจไหม ?”

"เข้าใจครับ ! "

“เดี๋ยวฉันจะออกไปเจรจากับพวกเขาเอง”

“อาจารย์จาง ผมว่าให้ 'นักฆ่าโครงกระดูก' ออกไปดูลาดเลาก่อนดีกว่า เผื่อพวกนั้นจะลอบโจมตี”

หานหนิงเสนอความคิดเห็น “อย่าเพิ่งรีบร้อนออกไป เราช่วยกันพรางตัวนักฆ่าโครงกระดูกให้แนบเนียนก่อน”

“ก็ดี !”

ก่อนหน้านี้ 'นักฆ่าโครงกระดูก' ได้ต่อสู้กับหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างดุเดือด จนเสื้อผ้าที่มันสวมขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และเมื่อมันวิวัฒนาการ เสื้อผ้าทั้งหมดก็ปลิวหายไป ปัจจุบันมันอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด พวกเขาทั้งสี่ช่วยกันบังสายตาของคนด้านนอก เพื่อไม่ให้เห็นนักฆ่าโครงกระดูก

หานหนิงหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ในห้องมาสวมให้นักฆ่าโครงกระดูกอย่างลวก ๆ จนกระทั่งมันดูไม่เหมือนโครงกระดูกอีกต่อไป เขาจึงพูดขึ้น “ออกไปได้แล้ว”

“แกร๊ก !”

นักฆ่าโครงกระดูกเดินออกไปตามคำสั่ง

“พวกเขาคงกลัวจนไม่กล้าออกมา พวกเราน่าจะบุกเข้าไปแย่งของจากพวกเขาเลยดีกว่า !”

“อย่าเพิ่ง พวกนายไม่เห็นรอยต่อสู้บนพื้นเหรอ ? คนพวกนี้น่าจะเป็นผู้มีพลังพิเศษ ระวังไว้หน่อยก็ดี”

“กลัวอะไร ! พวกเรามีกันตั้งหลายสิบคน เอาคนที่กล้า ๆ ลุยหน่อย ก็น่าจะเอาชนะพวกเขาได้แล้ว !”

ข้างนอกรถไฟ กลุ่มคนที่ซุ่มอยู่นาน เริ่มทนไม่ไหวและพูดคุยกันอย่างกระวนกระวาย แต่เมื่อพวกเขาเห็นนักฆ่าโครงกระดูก ตัวผอมแห้งที่สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร เดินออกมา เสียงพูดคุยก็เงียบลงทันที

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครลอบโจมตี อาจารย์จางจึงตบมือแล้วแบกสัมภาระตามออกไปเป็นคนที่สอง

ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่สวมเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มเดินออกมา เขามองกระสอบเสบียงด้านหลังอาจารย์จางด้วยคิ้วที่ขมวดก่อนพูดขึ้น

“พี่ชาย ฉันเป็นพนักงานในขบวนรถไฟนี้ คุณกับพวกเก็บอาหารไปเยอะขนาดนี้ คิดว่าเอาเปรียบกันเกินไปหรือเปล่า ?”

“เอาเปรียบ ? ข้ามมาอีกโลกแล้ว ยังจะมาพูดเรื่องเอาเปรียบอีกเหรอ ?”

ขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อาจารย์จางถึงกับจ้องตาเขม็ง กล้ามแขนเปื้อนเลือดของเขาโป่งขึ้นมาทันที

“ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ พวกนายอยู่ที่ไหน ? ตอนเรากำลังรวบรวมอาหารพวกนายหายหัวไปไหน ? แล้วตอนนี้พอเรารวบรวมทุกอย่างเสร็จ พวกนายกลับมาพูดเรื่องเอาเปรียบงั้นเหรอ ? ทำไมไม่มาพวกเราช่วยตั้งแต่แรก ?”

ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

“เสบียงอาหารบนรถไฟเป็นของทุกคน คุณจะเอาไปทั้งหมดไม่ได้ !”

อาจารย์จางกำลังจะพูดต่อ แต่ชายวัยกลางคนอีกคนที่ใส่แว่นกลับเดินออกมาจากกลุ่มพร้อมกับพูดขึ้น

อย่างดุดัน

“เฮ้ย คุณช่วยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย ! อย่าเห็นแก่ตัวจนทำลายโอกาสของคนส่วนใหญ่ !”

คำพูดของเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างหลังอาจารย์จางโกรธจนหน้าแดง แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรตอบโต้อีก

สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดคือ...

แทนที่อาจารย์จางจะโกรธ เขากลับแสดงท่าทีดุดันยิ่งกว่าเดิม

“ประโยชน์ส่วนรวมงั้นเหรอ ? ไอ้คำพูดไร้สาระแบบนี้ ฉันฟังจนชินแล้ว !”

เขาก้าวเท้าออกมา กล้ามเนื้อทั้งร่างระเบิดพลังจนขึ้นเป็นเงาสีน้ำตาลทอง

ฟู่~

กระแสลมแรงพัดผ่าน อาจารย์จางในร่างเหมือนยักษ์ตัวเล็กปรากฏตรงหน้าชายที่สวมแว่น

"คะ...คุณ ! บ้าอำนาจ ! "

ชายสวมแว่นตกใจจนล้มก้นกระแทกพื้นและรีบถอยหลัง

อาจารย์จางยืดอกจ้องมองทุกคนด้วยสายตาเหมือนราชสีห์ พร้อมคำพูดที่ทรงพลัง

“เสบียงอาหารพวกนี้พวกเราพบก่อน มันเป็นของเรา ทุกอย่างต้องยึดหลักใครมาก่อนได้ก่อน !”

คำพูดของเขาทำให้กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกเกิดเรื่องโต้เถียงขึ้นทันที

“ทำไมต้องเป็นพวกนาย ? พวกนายเป็นใครกัน ?”

“คิดว่าพวกนายสู้พวกเราได้เหรอ ?”

"ลุยเลย ! แย่งเสบียงอาหารมา ! " ชายสวมแว่นที่ถอยหลังตะโกนอย่างเดือดดาล

หลินเทียนเหอตะโกนสวนกลับด้วยความโกรธ

“ถ้างั้นทำไมพวกนายไม่มาเก็บก่อน ? รอจนเราหมดแรงแล้วถึงโผล่มาแบบนี้ คิดว่าพวกเราเอาเปรียบได้ง่าย ๆ เหรอ ?”

ชายในกลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าหมัดใครใหญ่กว่ากัน !”

ชายในเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มที่พูดขึ้นมีสีหน้ามืดครึ้ม เขาโบกมือเบา ๆ ก่อนที่ชายในเสื้อกันหนาวหนา ๆ จะปรากฏตัวขึ้นบนหลังคารถโดยไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่ ทั้งสองมือของเขากางออกและเล็งตรงไปยังอาจารย์จาง

ทันใดนั้น กระแสน้ำสีฟ้าเข้มขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังใบหน้าของอาจารย์จาง

สายตาของอาจารย์จางสั่นไหว เขายกแขนสีน้ำตาลอ่อนขึ้นแล้วฟาดแรง ๆ

กระแสน้ำที่พุ่งเข้ามาถูกสกัดกลางอากาศจนแตกกระจาย

ในขณะเดียวกัน แสงหลากสีสันก็สว่างวาบขึ้นรอบ ๆ ผู้คนเหล่านี้ต่างก็ใช้พลังของตัวเอง โจมตีใส่อาจารย์จางและนักศึกษาคนอื่น ๆ อย่างดุเดือด

“นักฆ่าโครงกระดูก ! โจมตี !”

เสียงตะโกนของหานหนิงดังขึ้น นักรบโครกกระดูกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษยืนอยู่ข้างอาจารย์จาง พลันเคลื่อนไหวกลายเป็นเงาสีเทา กระโจนขึ้นกลางอากาศ แขนแหลมคมสองข้างตัดผ่านท้องฟ้า

เป้าหมายคือโจมตีพลังพิเศษที่พุ่งเข้ามา

คมกระดูกสีขาวนวลสะท้อนแสงเย็นยะเยือกเป็นเส้นสายสีดำบาง ๆ หลุดออกจากกระดูกและกระจายเป็นรูปโค้งออกไปด้านหน้า

เสียงดัง “ปุ ๆ ๆ ๆ !”

พลังพิเศษไหนที่ถูกเส้นสีดำสัมผัส ต่างถูกทำลายจนหมดสิ้น

บริเวณที่เส้นสีดำผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งในพริบตา

เลือดสาดกระเซ็น

เสียงกรีดร้องดังสะท้อนก้องท้องฟ้าในชั่วพริบตา

เพียงการโจมตีเดียวของนักฆ่าโครงกระดูก ได้สกัดการโจมตีของเหล่าผู้ใช้พลังพิเศษทั้งหมด

ผู้ที่ใช้พลังโจมตีระยะไกลต่างก็ได้รับผลกระทบจากเส้นสีดำนี้และได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

เหล่าผู้คนที่เห็นผู้ใช้พลังพิเศษได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหล ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ปิศาจ...นี่มันปิศาจ !”

“หนีเร็วเข้า ! พวกเราไม่มีทางสู้พวกมันได้ ! นี่มันอะไรกัน !”

“เจิ้งซื่อหรง แกหลอกพวกเราไม่ได้อีกแล้ว ! ฉันจะไม่เชื่อแกอีกแล้ว !”

โดยเฉพาะชายวัยกลางคนใส่แว่นที่ก่อนหน้านี้ยังพูดอย่างมั่นใจว่าจะแย่งชิงอาหารจากหานหนิง และชายที่อ้างว่าเป็นพนักงานบนรถไฟ ทั้งสองคนตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวจนไม่เหลือสติ และถอยหลังออกไปไม่หยุด

“หานหนิง ให้นักฆ่าโครงกระดูกไปจับตัวเจ้านั่นที่ลอบโจมตีฉันมาหน่อย” เสียงอาจารย์จางเยือกเย็น

“ได้เลย !” หานหนิงพยักหน้า

นักฆ่าโครงกระดูกที่อยู่ด้านหน้าพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายลม มันเข้าถึงตัวผู้ใช้พลังพิเศษที่ยืนอยู่บนหลังคารถ กระดูกในมือของมันฟาดฟันออกไป ก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วลากชายคนนั้นมาหาอาจารย์จางในไม่กี่ก้าว

“ขอโทษ ! ขอโทษ ! ผมแค่ถูก...”

ยังไม่ทันพูดจบ อาจารย์จางที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความดุดัน ไม่แม้แต่จะมอง เขาดึงขวานออกจากเอว แล้วฟันลงที่คอของชายคนนั้นในเสี้ยววินาที

เขาหมุนตัวเดินไปยังชายในเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มและชายใส่แว่นที่ถอยหนีอย่างตื่นตระหนก หลังจากนั้นก็ยกขวานขึ้น แล้วฟันไปทั้งซ้ายและขวา !

เสียง “ปุ ปุ !”

เลือดพุ่งทะลักขึ้นฟ้า ภายใต้พละกำลังอันมหาศาลของอาจารย์จาง แววตาแห่งชีวิตในดวงตาของทั้งสองเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น อาจารย์จางก็เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม เขาเดินกลับมาอย่างสงบนิ่ง พร้อมจ้องมองฝูงชนที่หวาดกลัวด้วยสายตาอันเย็นชา...

จบบทที่ ตอนที่ 17 ข่มขวัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว