เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 เสบียง

ตอนที่ 16 เสบียง

ตอนที่ 16 เสบียง


ตอนที่ 16 เสบียง

“เทียนเหอ หมิงหวัง ไปช่วยพยุงอาจารย์จางกับโจวหยูมานี่ !”

หานหนิงสั่งการ พร้อมทั้งชี้นิ้วให้นักฆ่าโครงกระดูกทำงาน มันเริ่มตัดชิ้นส่วนที่เป็นอาวุธของหัวหน้าด้วงยักษ์ออกอย่างรวดเร็ว ทั้งขา ปีก และปากที่แหลมคม

ไม่นานนัก ทั้งห้าคนก็ยืนล้อมรอบร่างของหัวหน้าด้วงยักษ์ไว้ตรงกลาง ทุกคนมีอาวุธที่คมกริบในมือ

“เจ้าด้วงยักษ์ตัวนี้ เป็นสัตว์ประหลาดที่พวกเราทั้งห้าคนร่วมแรงร่วมใจกันปราบมันลงได้ ถ้าจะฆ่ามัน ก็ต้องฆ่าด้วยกัน และแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน !”

หานหนิงพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมยกมีดสั้นในมือขึ้น จากนั้นพูดต่อว่า

ฉันจะเริ่ม นับสาม สอง หนึ่ง แล้วเราทุกคนแทงอาวุธใส่มันพร้อมกัน จบชีวิตมัน ! ”

“ตกลง !” คนที่เหลือตอบรับโดยไม่ลังเล เพราะการต่อสู้กับมันนั้นหนักหนาสาหัสจริง ๆ

โดยเฉพาะโจวหยู ดวงตาแทบจะมองไม่เห็นแล้ว และไม่แน่ใจว่าจะฟื้นกลับมาได้หรือไม่

“สาม” “สอง” “หนึ่ง” “ฆ่า !”

ฟึบ !

แสงคมของอาวุธทั้งห้ากะพริบพุ่งทะลวงเข้าไปในร่างของหัวหน้าด้วงยักษ์

"ซี้ด ! ! "

มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ร่างกายแดงฉานของมันสั่นสะท้าน ก่อนที่เลือดจะพุ่งออกมาเป็นสาย

หลังจากกระตุกครั้งสุดท้าย ร่างของมันแข็งค้างและแน่นิ่งไปในที่สุด

พร้อมกับช่วงเวลานั้นเอง แสงสีแดงสดห้าสายก็พุ่งออกจากร่างของมันและกระจายเข้าสู่ร่างของทั้งห้าคน

หานหนิงรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ความอ่อนล้าของเขาลดลงเล็กน้อย แม้ว่าจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาเลื่อนเลเวลจาก 3 ไป 4 ได้

แต่สำหรับคนอื่น ๆ ผลลัพธ์ดูจะชัดเจนกว่า ร่างกายของอาจารย์จางเปื้อนเลือดเต็มไปหมด หลังได้รับแสงสีแดง บาดแผลที่เลือดไหลไม่หยุด ก็หยุดลงในที่สุด

โจวหยูที่หลับตาสนิท ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แม้ว่าเขาจะยังมองเห็นได้ไม่ชัด และต้องเพ่งมองใกล้ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี

“เฮ้อ… โชคดี ดูเหมือนดวงตาของคุณจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้”

เมื่อโจวหยูเริ่มมองเห็น ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะต่างรู้กันดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ โจวหยูมีบทบาทสำคัญอย่างมาก

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะพักหายใจ เสียงของอาจารย์จางก็ดังขึ้น

“รีบหน่อย จัดการเก็บเสบียงให้เร็วที่สุด !”

แม้ว่าการต่อสู้จะดุเดือดมาก แต่ความจริงแล้วมันกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

พวกเขาเก็บความรู้สึกที่หลงเหลือ แล้วเริ่มรวบรวมซากของด้วงยักษ์ใส่ถุงใบใหญ่ จากนั้น พวกเขามุ่งหน้าเข้าไปในตู้โดยสาร เพื่อค้นหาเสบียงเพิ่มเติม

นักฆ่าโครงกระดูกช่วยเปิดประตูอะลูมิเนียมขนาดเล็กที่ติดขัดระหว่างตู้โดยสารที่ 4 และ 5 มันดึงกระเป๋าสัมภาระที่ขวางทางออก ส่งต่อให้หานหนิงและหานหนิงก็ส่งต่อให้หลินเทียนเหอต่อ

ทุกคนช่วยกันขนย้ายสิ่งกีดขวางไปไว้ในพื้นที่ว่างในตู้ผู้โดยสารที่ 4

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทางเดินสู่ห้องครัวในตู้โดยสารที่ 5 ก็ถูกเคลียร์เรียบร้อย

ในระหว่างการเคลียร์ พวกเขาก็พบอาหารไม่น้อย ทั้งขนม อาหารสำเร็จรูปแบบสูญญากาศ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ

ทุกอย่างที่กินได้ พวกเขาล้วนเก็บใส่ถุงอย่างไม่ลังเล

“แกร๊ง”

นักฆ่าโครงกระดูกยกเพดานห้องครัวที่เกือบจะถล่มลงมาไว้ เปิดพื้นที่ให้พอมีช่องสำหรับคนมุดเข้าไป

เมื่อหานหนิงเข้าไปในห้องครัว ภาพที่เห็นทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายทันที

ห้องครัวขนาดไม่เกิน 10 ตารางเมตร เต็มไปด้วยข้าวของที่ถล่มทับกันทั้งเตา ตู้เย็น โต๊ะเตรียมอาหาร และหม้อหุงข้าว กระจัดกระจายไปหมด

ศพพ่อครัวผู้โชคร้ายถูกกดทับจนร่างแหลก แต่ที่น่าดีใจก็คือ พื้นที่ใต้โต๊ะเตรียมอาหารกลับเต็มไปด้วยวัตถุดิบ ทั้งผักสด เนื้อสัตว์ และข้าวสาร ซึ่งกองรวมกันจนแทบจะเป็นภูเขาเล็ก ๆ

“อาหารเยอะขนาดนี้ พวกเรา 20 คน กินได้ทั้งเดือนเลยทีเดียว !”

การที่ห้องครัวของรถไฟมักจะเก็บอาหารจำนวนมากไว้ เพื่อรองรับการเดินทางระยะไกล เป็นความโชคดีของพวกเขาในครั้งนี้

รถไฟขบวนสีเขียวที่พวกเขานั่งมาไม่ใช่รถไฟระยะทางไกลมาก แต่จัดเป็นระยะทางปานกลางถึงสั้น ถึงแม้จะมีตู้นอนเพียงไม่กี่ตู้ แต่กลับมีเสบียงอาหารจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

“เยี่ยมไปเลย !” หานหนิงร้องออกมาด้วยความดีใจ มือทั้งสองข้างของเขารวดเร็วดุจสายฟ้า ฟาดตะครุบอาหารและโยนใส่ถุงกระสอบ

เขาเริ่มแยกของออกเป็นหมวดหมู่ โดยเอามะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง มันฝรั่ง และผักใบเขียวอื่น ๆ รวมไว้ในกระสอบเดียวกัน

ส่วนเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู และเนื้อไก่ ก็ถูกแยกใส่ในกระสอบอีกใบหนึ่ง

ที่เหลือคืออาหารแห้งจำนวนมาก เช่น ข้าวสาร หมั่นโถวแข็ง ฟองเต้าหู้ สาหร่าย และเห็ดหูหนู

แต่น่าเสียดายที่ไข่ส่วนใหญ่แตกออกเพราะแรงกระแทกและการกดทับ ทำให้ไข่แดงไหลนองเต็มพื้น ผสมปนเปกับเครื่องปรุงหลากหลายชนิดและเลือดสดของพ่อครัวจนกลายเป็นของเหลวที่น่าขยะแขยง

แม้ว่ารถไฟจะตกรางมาได้ไม่ถึงวัน แต่เสบียงเหล่านี้ยังคงสดใหม่ แถมอากาศหนาวเย็นจึงยังไม่บูดเสีย

ยิ่งหานหนิงขนย้ายเสบียงไปมากเท่าไร จู่ ๆ ในหัวของเขาก็นึกภาพอาหารร้อน ๆ ที่เขาสามารถทำออกมาได้

มะเขือเทศตุ๋นเนื้อวัว มันฝรั่งอบเนื้อแกะ หมูตุ๋นวุ้นเส้น … แล้วตามด้วยข้าวสวยร้อน ๆ หอมกรุ่นสักหม้อ !

“โครก…”

หานหนิงกลืนน้ำลายลงคออย่างแรง ความหิวกระตุ้นพลังให้เขาขนของได้เร็วกว่าเดิม

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

ทั้งห้าคนช่วยกันบรรจุของจนถุงกระสอบทุกใบเต็มแน่น

จนกระทั่งในครัวที่แออัด ไม่มีเสบียงหลงเหลือให้หาอีก พวกเขาจึงหยุดมือ

การประมาณคร่าว ๆ

กระสอบแต่ละใบบรรจุข้าวสารกว่า 200 กิโลกรัม

เนื้อหลากชนิดราว 80 กิโลกรัม

หมั่นโถวกว่า 100 ลูก

ไข่ที่ยังไม่แตก 30 ฟอง

ผักสด 100 กิโลกรัม

ของแห้ง 20 กิโลกรัม

และมันฝรั่ง หัวหอม แครอท รวมกว่า 100 กิโลกรัม

ทั้งหมดรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 700 กิโลกรัม !

แถมยังมีกระสอบที่บรรจุซากด้วงยักษ์อีกหนึ่งใบ นั่นหมายความว่า แต่ละคนจะต้องแบกน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม

โชคดีที่พวกเขากลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ การขนของหนักร้อยกว่ากิโลกรัมจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย !

แต่นี่ไม่ใช่อาหารทั้งหมด ยังมีตู้เก็บของในห้องครัวที่เต็มไปด้วยขนมอีกหลายอย่าง

“ฉันยังไหว ! ฉันยังมีกำลัง ! ฉันน่าจะแบกของได้อีกสัก 400 กิโลกรัม !”

อาจารย์จางมองไปห้องครัวที่เต็มไปด้วยเสบียงอย่างน่าเสียดาย ก่อนกัดฟันพูดขึ้น

“ฉันว่าพวกเรายังไม่ควรออกไป ถ้าออกไปแล้วกลับมาใหม่ ที่นี่อาจไม่มีอะไรเหลือเลยก็ได้”

ขณะที่เขาพูด หานหนิงก็แบกกระสอบใบสุดท้ายออกจากห้องครัว

เมื่อวางกระสอบลงที่พื้นที่ว่าง สายตาของเขากวาดมองออกไปนอกตัวรถไฟโดยไม่ตั้งใจ

แต่ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

คนอื่น ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติจึงหันมองตาม

“...อาจารย์จาง ลองดูข้างนอกสิ...”

“อะไรนะ ?”

อาจารย์จางอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมอง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร บริเวณด้านนอกระหว่างตู้ 4 และ 5 มีผู้โดยสารจำนวนมากยืนจับอาวุธประดิษฐ์เองอยู่เต็มไปหมด สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันไป

พวกเขามองกระสอบอาหารที่อยู่ข้าง ๆ พวกนักศึกษาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหิวโหยและความโลภ

“อย่างน้อยก็มี 50 คน” หลินเทียนเหอพูดด้วยน้ำเสียงต่ำและในมือยังกำกระสอบไว้แน่น

“ตั๊กแตนจับจักจั่น นกกระจิบซุ่มอยู่ข้างหลัง พวกมันอยากเป็นนกกระจิบ ก็คงต้องดูว่ามีฝีมือพอหรือเปล่า”

หานหนิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จบบทที่ ตอนที่ 16 เสบียง

คัดลอกลิงก์แล้ว