เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก

ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก

ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก


ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก

“มันมาแล้ว !”

อาจารย์จางไม่สนใจแขนทั้งสองข้างที่มีเลือดไหลซึมอยู่ เขารีบพุ่งมาด้านข้างโจวหยูและย่ำเท้าหนัก ๆ ไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก่อนจะกางแขนอันแข็งแกร่งโอบรัดหัวหน้าด้วงยักษ์ตัวนั้นไว้

อาจารย์จาง เดิมทีเป็นคนที่มีร่างกายกำยำอยู่แล้ว เพราะเขาออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หลังจากที่ปลุกพลังพิเศษได้ ร่างกายของเขายิ่งใหญ่โตขึ้นจนดูเหมือนร่างยักษ์

ฟิ้ว !

เถาวัลย์ของหลินเทียนเหอพุ่งตามมาติด ๆ มันพันรอบส่วนหัวของหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างแน่นหนา

โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งการ

ทั้งหานหนิงและเสียวหมิงหวังต่างงัดพลังของตัวเองออกมาโจมตีหัวหน้าด้วงยักษ์พร้อมกัน

ฟิ้ว ! ปัง !

ลูกธนูแหลมคมถูกยิงออกจากหน้าไม้ พร้อมกับเสียงหวีดของใบมีดลมที่พุ่งแกว่งไปบนอากาศ ลูกธนูพุ่งเจาะหัวของหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างแม่นยำ

พรวด !

เลือดสีแดงกระจายออกมา

ลูกธนูปักเข้าหัวของมันลึกไปครึ่งดอก ก่อนจะหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถทะลวงลึกเข้าไปได้อีก ส่วนใบมีดลมสองเส้นที่เสียวหมิงหวังยิงออกไป เพียงแค่สร้างรอยขีดข่วนบนผิวด้านนอกของมันเท่านั้น

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถฆ่ามันได้และยังทำให้มันคลุ้มคลั่งกว่าเดิม

“ซื้ด ! ! !”

หัวหน้าด้วงยักษ์ตัวนั้นร้องเสียงดังสนั่น มันปล่อยพลังแสงสีแดงที่น่าประหลาดออกมาทั่วทั้งตัว

พลังมหาศาลพุ่งออกมาจากร่างของมัน

บึ้ม !

คลื่นกระแทกสีแดงอ่อนและระเบิดออกเป็นวงกว้าง ลมแรงที่พัดผ่านกวาดล้างไปทั่ว

พรวด~

อาจารย์จางกำลังโอบรัดมันไว้แน่น บริเวณหน้าอกและแขนของเขาถูกแรงกระแทกจนเลือดอาบและทำให้ผิวหนังแตกกระจาย

เขาได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้อยู่ในใจ ก่อนที่แรงในร่างกายจะอ่อนลงโดยไม่ทันตั้งตัว

เถาวัลย์ของหลินเทียนเหอขาดสะบั้นเป็นชิ้น ๆ

หัวหน้าด้วงยักษ์ฉวยโอกาสนี้หลุดออกจากการกักขังและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง

“ฮ่อ…ฮ่อ…ฮ่อ…”

โจวหยูปิดตาสนิทแล้วเงี่ยหูคอยฟังสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เมื่อเขาได้ยินเสียงครวญครางเจ็บปวดของอาจารย์จาง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีและก่อนจะพูดเสียงที่หนักแน่นขึ้น

“พวกนาย…ฉันมองไม่เห็นแล้ว การต่อสู้ต่อจากนี้ไปต้องฝากพวกนายแล้ว”

“หานหนิง เราจะทำยังไงดี ?”

หลินเทียนเหอยืนเคียงข้างหานหนิงและเสียวหมิงหวัง เขามองไปยังอาจารย์จางที่เปื้อนไปด้วยเลือด หลังจากนั้นโจวหยูก็แสดงสีหน้าที่เคร่งเครียดออกมา

“ฉันขอเวลาหน่อย ! พวกนายต้องหาอะไรดึงความสนใจมันไว้ !”

หานหนิงเดิมที่คิดว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายของพวกเขาจะสามารถจัดการกับมอนสเตอร์ตัวนี้ได้ แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะมีผิวหนังแข็งแกร่งและยังสามารถต่อสู้ได้อีก

เมื่อสิ้นคำพูด เขาก็ไม่สนใจใครอีก

“โชคดีที่ฉันเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า เอาผงวิญญาณทั้งหมดมาด้วย”

เขาหยิบผงวิญญาณที่พกติดตัวออกมา พร้อมกับสั่งให้นักรบโครงกระดูกที่เหลือเพียงครึ่งตัวคลานมาหา

เขากลิ้งตัวไปยังจุดที่ด้วงยักษ์หลายตัวตาย ก่อนที่เขาจะพึมพำออกมา

“อัปเกรดขลุ่ยกระดูกระดับต่ำ”

คุณต้องการใช้ผงวิญญาณ 1.7 กิโลกรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 2 หน่วย และพลังเวทย์ 3 หน่วย เพื่อหลอมรวมเป็นขลุ่ยกระดูกแห่งวิญญาณหรือไม่ ?

ระหว่างการอัปเกรด คุณสามารถเลือกพัฒนาโครงกระดูกให้เป็น

1. นักรบโครงกระดูก 2. นักฆ่าโครงกระดูก 3. นักธนูโครงกระดูก

พลังเวทย์ที่เหลือในปัจจุบัน: 4/10

“ใช่ !”

กรุณาระวัง คุณสมบัติทางวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนี้สามารถพัฒนาได้เพียง ‘นักฆ่าโครงกระดูก’ เท่านั้น คุณต้องการดำเนินการต่อหรือไม่ ?

“ใช่ !”

“อัปเกรด !”

หานหนิงย่อตัวลงและใช้มือทั้งสองข้างลูบไปบนพื้นแล้วแตะสัมผัสซากของด้วงยักษ์สองตัวที่เพิ่งตายไป

สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งตายไปในบริเวณนี้ มีเพียงด้วงยักษ์เท่านั้น !

เส้นลวดลายซับซ้อนบนหลังมือทั้งสองของหานหนิงเปล่งแสงเรืองรองออกมา

หมอกลึกลับพลันปรากฏขึ้น ส่งเสียงหวีดหวิวพร้อมกับกวาดเอาผงวิญญาณสีขาวบนพื้นขึ้นมารวมกัน กลายเป็นพายุหมุนขนาดเล็กตรงหน้าหานหนิง ก่อนจะโอบล้อมนักรบโครงกระดูกที่ใกล้ตาย

อีกด้านหนึ่ง หลินเทียนเหอและเสียวหมิงหวังที่ทำตามคำสั่งของหานหนิง กำลังพยายามตรึงตัวหัวหน้า ด้วงยักษ์อย่างสุดกำลัง

หลินเทียนเหอเหวี่ยงเถาวัลย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยื้อทิศทางการโจมตีของมันอย่างลำบาก

ส่วนเสียวหมิงหวังทุ่มพลังทั้งหมด ปล่อยใบมีดลมออกไปอย่างต่อเนื่อง หวังชะลอความเร็วในการบินของมัน

หัวหน้าด้วงยักษ์ที่ถูกลูกธนูและใบมีดลมโจมตีเข้าใส่ แม้ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ความเร็วของมันก็ลดลงอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกของมันดูเหมือนจะลดทอนลง การเคลื่อนไหวระหว่างบินจึงดูซวนเซ ไม่เฉียบคมดุดันเหมือนก่อน

ทั้งสองช่วยกันยื้อไว้จากสองฝั่งอย่างสุดความสามารถและยังคงประคองสถานการณ์ได้

หานหนิงละสายตากลับมา

นักรบโครงกระดูกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา เริ่มฟื้นฟูร่างกายที่แตกหักอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีร่างกายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

จากเดิมที่สูงเพียงราว ๆ 1.4 เมตร ร่างกายของมันกำลังสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า กระดูกเริ่มมีสีอ่อนลง

กระดูกสันหลังที่โค้งงอเหมือนหัวหมาป่าถูกพลังลึกลับดึงให้ตรงขึ้น เปลวไฟวิญญาณสีหม่นในเบ้าตาทั้งสองข้างพลันลุกโชนและขยายตัวเล็กน้อย

เพียงชั่วพริบตา หมอกวนที่เกิดจากผงวิญญาณก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของนักรบโครงกระดูกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หมอกสีเทาจางหายไปจนหมดสิ้น

โครงกระดูกสีขาวสะอาด สูงเกือบ 1.6 เมตร รูปร่างที่ยังคงค้อมเล็กน้อย แต่กะโหลกศีรษะเปลี่ยนไปมีลักษณะแบนกว่าเดิม และปากกระดูกยื่นสั้นลง ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหานหนิงอย่างน่าประหลาดใจ

สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือแขนสองข้างสีขาวนวลของมัน ด้านข้างของแขนที่ดูหนาเล็กน้อยนั้น มีดาบกระดูกแหลมคมสองเล่มงอกออกมาแนบชิดไปกับแขน เชื่อมติดกับกระดูกแขนอย่างแน่นหนา

พื้นผิวของดาบทั้งสองเล่มถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาจาง ๆ ซึ่งบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อถูกแสงอาทิตย์ส่องกระทบ

ไม่เหมือนนักรบโครงกระดูกธรรมดา ตัวนี้มีแผงสถานะเฉพาะของมันเอง

เผ่าพันธุ์ : วิญญาณอมตะ

อาชีพ : นักฆ่าโครงกระดูก

ระดับคุณภาพ : ธรรมดา ★★

เลเวล : 3

พลังเวท : 4/4

ทักษะ : เงาวิญญาณ

“แกร๊ก”

นักฆ่าโครงกระดูกที่เพิ่งวิวัฒนาการเสร็จ หันหัวที่เต็มไปด้วยกระดูกของมันพร้อมเสียงข้อต่อที่ดังสะท้อน

มันมองไปยังหานหนิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เปลวไฟในเบ้าตาของมันลุกโชนอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ มันก้มหัวต่ำลงทันที จากนั้นคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม แสดงความภักดีต่อ หานหนิง

“พอแล้ว ไม่ต้องพิธีรีตอง รีบไปช่วยพวกเขา จัดการเจ้าด้วงยักษ์ตัวนั้น !”

พลังเวท 3 หน่วย ถูกดึงออกไป หานหนิงรู้สึกถึงความอ่อนล้าในร่างกาย แต่ยังเหลือพลังเวทอยู่บ้าง จึงไม่ถึงกับหมดสติไปเหมือนเมื่อวาน

เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากแล้วพูดขึ้น “ลองทำให้ฉันดูสิว่า นายได้เรียนรู้ทักษะอะไรใหม่ ๆ บ้าง”

“แกร๊ก !”

นักฆ่าโครงกระดูกที่วิวัฒนาการแล้วฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเชื่อมต่อผ่านขลุ่ยกระดูก มันสามารถเข้าใจเจตนาของหานหนิงได้อย่างง่ายดาย

มันเอียงหัว “แกร๊กแกร๊ก” พร้อมกับหมอกบาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัว มาบดบังแสงอาทิตย์ ด้านล่างเท้าของมัน กระดูกนิ้วเท้าเกาะจับพื้นดินไว้อย่างมั่นคง

ฟุ่บ !

ทันใดนั้น มันพุ่งออกไปกลายเป็นสีเทาเงา ทิ้งเส้นทางเลือนรางไว้ในสายตาของหานหนิง

“? ? !”

หัวหน้าด้วงยักษ์ที่กำลังโจมตีหลินเทียนเหอและคนอื่น ๆ รีบหันหัวไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ซึ่งหัวของมันได้รับบาดเจ็บ การรับรู้จึงลดลง และเพิ่งสังเกตเห็นการปรากฏตัวของอีกฝ่าย เมื่อเงาสีเทาเข้ามาใกล้ หัวหน้าด้วงยักษ์พยายามใช้แรงจากการโจมตีเพื่อหนีจากการไล่ล่า แต่กลับตกใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเร็วกว่า

ดาบกระดูกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันข้างลำตัวของมัน

“อย่าฆ่ามัน ทำลายความสามารถในการต่อสู้ของมัน แต่อย่าฆ่ามัน !”

แสงที่เย็นเฉียบของดาบหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะฟาดไปยังส่วนท้ายของลำตัวด้วงยักษ์อย่างเงียบงัน

ฉัวะ !

หัวหน้าด้วงยักษ์มองเห็นเพียงร่างส่วนท้ายของตัวเอง ที่ยังคงพุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อย

แต่กว่าสมองที่เล็กน้อยของมันจะรับรู้ได้ ร่างก็ได้ตกลงสู่พื้นดินเรียบร้อยแล้ว

“ซู้ด ! !”

มันดิ้นรนอยู่บนพื้นอย่างรุนแรง โดยเหลือเพียงครึ่งตัวที่ขยับได้

จบบทที่ ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว