- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก
ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก
ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก
ตอนที่ 15 นักฆ่าโครงกระดูก
“มันมาแล้ว !”
อาจารย์จางไม่สนใจแขนทั้งสองข้างที่มีเลือดไหลซึมอยู่ เขารีบพุ่งมาด้านข้างโจวหยูและย่ำเท้าหนัก ๆ ไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก่อนจะกางแขนอันแข็งแกร่งโอบรัดหัวหน้าด้วงยักษ์ตัวนั้นไว้
อาจารย์จาง เดิมทีเป็นคนที่มีร่างกายกำยำอยู่แล้ว เพราะเขาออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หลังจากที่ปลุกพลังพิเศษได้ ร่างกายของเขายิ่งใหญ่โตขึ้นจนดูเหมือนร่างยักษ์
ฟิ้ว !
เถาวัลย์ของหลินเทียนเหอพุ่งตามมาติด ๆ มันพันรอบส่วนหัวของหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างแน่นหนา
โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งการ
ทั้งหานหนิงและเสียวหมิงหวังต่างงัดพลังของตัวเองออกมาโจมตีหัวหน้าด้วงยักษ์พร้อมกัน
ฟิ้ว ! ปัง !
ลูกธนูแหลมคมถูกยิงออกจากหน้าไม้ พร้อมกับเสียงหวีดของใบมีดลมที่พุ่งแกว่งไปบนอากาศ ลูกธนูพุ่งเจาะหัวของหัวหน้าด้วงยักษ์อย่างแม่นยำ
พรวด !
เลือดสีแดงกระจายออกมา
ลูกธนูปักเข้าหัวของมันลึกไปครึ่งดอก ก่อนจะหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถทะลวงลึกเข้าไปได้อีก ส่วนใบมีดลมสองเส้นที่เสียวหมิงหวังยิงออกไป เพียงแค่สร้างรอยขีดข่วนบนผิวด้านนอกของมันเท่านั้น
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถฆ่ามันได้และยังทำให้มันคลุ้มคลั่งกว่าเดิม
“ซื้ด ! ! !”
หัวหน้าด้วงยักษ์ตัวนั้นร้องเสียงดังสนั่น มันปล่อยพลังแสงสีแดงที่น่าประหลาดออกมาทั่วทั้งตัว
พลังมหาศาลพุ่งออกมาจากร่างของมัน
บึ้ม !
คลื่นกระแทกสีแดงอ่อนและระเบิดออกเป็นวงกว้าง ลมแรงที่พัดผ่านกวาดล้างไปทั่ว
พรวด~
อาจารย์จางกำลังโอบรัดมันไว้แน่น บริเวณหน้าอกและแขนของเขาถูกแรงกระแทกจนเลือดอาบและทำให้ผิวหนังแตกกระจาย
เขาได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้อยู่ในใจ ก่อนที่แรงในร่างกายจะอ่อนลงโดยไม่ทันตั้งตัว
เถาวัลย์ของหลินเทียนเหอขาดสะบั้นเป็นชิ้น ๆ
หัวหน้าด้วงยักษ์ฉวยโอกาสนี้หลุดออกจากการกักขังและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง
“ฮ่อ…ฮ่อ…ฮ่อ…”
โจวหยูปิดตาสนิทแล้วเงี่ยหูคอยฟังสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เมื่อเขาได้ยินเสียงครวญครางเจ็บปวดของอาจารย์จาง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีและก่อนจะพูดเสียงที่หนักแน่นขึ้น
“พวกนาย…ฉันมองไม่เห็นแล้ว การต่อสู้ต่อจากนี้ไปต้องฝากพวกนายแล้ว”
“หานหนิง เราจะทำยังไงดี ?”
หลินเทียนเหอยืนเคียงข้างหานหนิงและเสียวหมิงหวัง เขามองไปยังอาจารย์จางที่เปื้อนไปด้วยเลือด หลังจากนั้นโจวหยูก็แสดงสีหน้าที่เคร่งเครียดออกมา
“ฉันขอเวลาหน่อย ! พวกนายต้องหาอะไรดึงความสนใจมันไว้ !”
หานหนิงเดิมที่คิดว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายของพวกเขาจะสามารถจัดการกับมอนสเตอร์ตัวนี้ได้ แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะมีผิวหนังแข็งแกร่งและยังสามารถต่อสู้ได้อีก
เมื่อสิ้นคำพูด เขาก็ไม่สนใจใครอีก
“โชคดีที่ฉันเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า เอาผงวิญญาณทั้งหมดมาด้วย”
เขาหยิบผงวิญญาณที่พกติดตัวออกมา พร้อมกับสั่งให้นักรบโครงกระดูกที่เหลือเพียงครึ่งตัวคลานมาหา
เขากลิ้งตัวไปยังจุดที่ด้วงยักษ์หลายตัวตาย ก่อนที่เขาจะพึมพำออกมา
“อัปเกรดขลุ่ยกระดูกระดับต่ำ”
คุณต้องการใช้ผงวิญญาณ 1.7 กิโลกรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 2 หน่วย และพลังเวทย์ 3 หน่วย เพื่อหลอมรวมเป็นขลุ่ยกระดูกแห่งวิญญาณหรือไม่ ?
ระหว่างการอัปเกรด คุณสามารถเลือกพัฒนาโครงกระดูกให้เป็น
1. นักรบโครงกระดูก 2. นักฆ่าโครงกระดูก 3. นักธนูโครงกระดูก
พลังเวทย์ที่เหลือในปัจจุบัน: 4/10
“ใช่ !”
กรุณาระวัง คุณสมบัติทางวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนี้สามารถพัฒนาได้เพียง ‘นักฆ่าโครงกระดูก’ เท่านั้น คุณต้องการดำเนินการต่อหรือไม่ ?
“ใช่ !”
“อัปเกรด !”
หานหนิงย่อตัวลงและใช้มือทั้งสองข้างลูบไปบนพื้นแล้วแตะสัมผัสซากของด้วงยักษ์สองตัวที่เพิ่งตายไป
สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งตายไปในบริเวณนี้ มีเพียงด้วงยักษ์เท่านั้น !
เส้นลวดลายซับซ้อนบนหลังมือทั้งสองของหานหนิงเปล่งแสงเรืองรองออกมา
หมอกลึกลับพลันปรากฏขึ้น ส่งเสียงหวีดหวิวพร้อมกับกวาดเอาผงวิญญาณสีขาวบนพื้นขึ้นมารวมกัน กลายเป็นพายุหมุนขนาดเล็กตรงหน้าหานหนิง ก่อนจะโอบล้อมนักรบโครงกระดูกที่ใกล้ตาย
อีกด้านหนึ่ง หลินเทียนเหอและเสียวหมิงหวังที่ทำตามคำสั่งของหานหนิง กำลังพยายามตรึงตัวหัวหน้า ด้วงยักษ์อย่างสุดกำลัง
หลินเทียนเหอเหวี่ยงเถาวัลย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยื้อทิศทางการโจมตีของมันอย่างลำบาก
ส่วนเสียวหมิงหวังทุ่มพลังทั้งหมด ปล่อยใบมีดลมออกไปอย่างต่อเนื่อง หวังชะลอความเร็วในการบินของมัน
หัวหน้าด้วงยักษ์ที่ถูกลูกธนูและใบมีดลมโจมตีเข้าใส่ แม้ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ความเร็วของมันก็ลดลงอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกของมันดูเหมือนจะลดทอนลง การเคลื่อนไหวระหว่างบินจึงดูซวนเซ ไม่เฉียบคมดุดันเหมือนก่อน
ทั้งสองช่วยกันยื้อไว้จากสองฝั่งอย่างสุดความสามารถและยังคงประคองสถานการณ์ได้
หานหนิงละสายตากลับมา
นักรบโครงกระดูกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา เริ่มฟื้นฟูร่างกายที่แตกหักอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีร่างกายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
จากเดิมที่สูงเพียงราว ๆ 1.4 เมตร ร่างกายของมันกำลังสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า กระดูกเริ่มมีสีอ่อนลง
กระดูกสันหลังที่โค้งงอเหมือนหัวหมาป่าถูกพลังลึกลับดึงให้ตรงขึ้น เปลวไฟวิญญาณสีหม่นในเบ้าตาทั้งสองข้างพลันลุกโชนและขยายตัวเล็กน้อย
เพียงชั่วพริบตา หมอกวนที่เกิดจากผงวิญญาณก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของนักรบโครงกระดูกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
หมอกสีเทาจางหายไปจนหมดสิ้น
โครงกระดูกสีขาวสะอาด สูงเกือบ 1.6 เมตร รูปร่างที่ยังคงค้อมเล็กน้อย แต่กะโหลกศีรษะเปลี่ยนไปมีลักษณะแบนกว่าเดิม และปากกระดูกยื่นสั้นลง ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหานหนิงอย่างน่าประหลาดใจ
สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือแขนสองข้างสีขาวนวลของมัน ด้านข้างของแขนที่ดูหนาเล็กน้อยนั้น มีดาบกระดูกแหลมคมสองเล่มงอกออกมาแนบชิดไปกับแขน เชื่อมติดกับกระดูกแขนอย่างแน่นหนา
พื้นผิวของดาบทั้งสองเล่มถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาจาง ๆ ซึ่งบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อถูกแสงอาทิตย์ส่องกระทบ
ไม่เหมือนนักรบโครงกระดูกธรรมดา ตัวนี้มีแผงสถานะเฉพาะของมันเอง
เผ่าพันธุ์ : วิญญาณอมตะ
อาชีพ : นักฆ่าโครงกระดูก
ระดับคุณภาพ : ธรรมดา ★★
เลเวล : 3
พลังเวท : 4/4
ทักษะ : เงาวิญญาณ
“แกร๊ก”
นักฆ่าโครงกระดูกที่เพิ่งวิวัฒนาการเสร็จ หันหัวที่เต็มไปด้วยกระดูกของมันพร้อมเสียงข้อต่อที่ดังสะท้อน
มันมองไปยังหานหนิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เปลวไฟในเบ้าตาของมันลุกโชนอย่างรุนแรง
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ มันก้มหัวต่ำลงทันที จากนั้นคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม แสดงความภักดีต่อ หานหนิง
“พอแล้ว ไม่ต้องพิธีรีตอง รีบไปช่วยพวกเขา จัดการเจ้าด้วงยักษ์ตัวนั้น !”
พลังเวท 3 หน่วย ถูกดึงออกไป หานหนิงรู้สึกถึงความอ่อนล้าในร่างกาย แต่ยังเหลือพลังเวทอยู่บ้าง จึงไม่ถึงกับหมดสติไปเหมือนเมื่อวาน
เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากแล้วพูดขึ้น “ลองทำให้ฉันดูสิว่า นายได้เรียนรู้ทักษะอะไรใหม่ ๆ บ้าง”
“แกร๊ก !”
นักฆ่าโครงกระดูกที่วิวัฒนาการแล้วฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเชื่อมต่อผ่านขลุ่ยกระดูก มันสามารถเข้าใจเจตนาของหานหนิงได้อย่างง่ายดาย
มันเอียงหัว “แกร๊กแกร๊ก” พร้อมกับหมอกบาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัว มาบดบังแสงอาทิตย์ ด้านล่างเท้าของมัน กระดูกนิ้วเท้าเกาะจับพื้นดินไว้อย่างมั่นคง
ฟุ่บ !
ทันใดนั้น มันพุ่งออกไปกลายเป็นสีเทาเงา ทิ้งเส้นทางเลือนรางไว้ในสายตาของหานหนิง
“? ? !”
หัวหน้าด้วงยักษ์ที่กำลังโจมตีหลินเทียนเหอและคนอื่น ๆ รีบหันหัวไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
ซึ่งหัวของมันได้รับบาดเจ็บ การรับรู้จึงลดลง และเพิ่งสังเกตเห็นการปรากฏตัวของอีกฝ่าย เมื่อเงาสีเทาเข้ามาใกล้ หัวหน้าด้วงยักษ์พยายามใช้แรงจากการโจมตีเพื่อหนีจากการไล่ล่า แต่กลับตกใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเร็วกว่า
ดาบกระดูกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันข้างลำตัวของมัน
“อย่าฆ่ามัน ทำลายความสามารถในการต่อสู้ของมัน แต่อย่าฆ่ามัน !”
แสงที่เย็นเฉียบของดาบหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะฟาดไปยังส่วนท้ายของลำตัวด้วงยักษ์อย่างเงียบงัน
ฉัวะ !
หัวหน้าด้วงยักษ์มองเห็นเพียงร่างส่วนท้ายของตัวเอง ที่ยังคงพุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อย
แต่กว่าสมองที่เล็กน้อยของมันจะรับรู้ได้ ร่างก็ได้ตกลงสู่พื้นดินเรียบร้อยแล้ว
“ซู้ด ! !”
มันดิ้นรนอยู่บนพื้นอย่างรุนแรง โดยเหลือเพียงครึ่งตัวที่ขยับได้