เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก

ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก

ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก


ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก

“แกรก แกรก…”

สัตว์ประหลาดโครงกระดูกที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ เพื่อเตรียมโจมตี หยุดชะงักทันที

หนึ่งในพวกมันกวาดสายตาจากเบ้าตาที่ว่างเปล่า มองไปยังลูกธนูมนตราสี่ดอกที่ห้อยอยู่ข้างเอวของหานหนิง มันหันหลังและรีบหนีด้วยเสียง “แกรก แกรก” โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ สัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวอื่น ๆ ที่เหลือถูกพลังจากลูกธนู มนตรากดดันจนถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง

ใบหน้าของหานหนิงดูซีดขาว เขาจับหน้าไม้โลหะไว้แน่น แล้วใส่ลูกธนูมนตราอีกดอก เล็งไปยังแผ่นหลังของสัตว์ประหลาดโครงกระดูกที่กำลังหนีและลั่นไกทันที

ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝั่งเพียงไม่กี่เมตร ลูกธนูพุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิวทะลุเข้าแผ่นหลังของสัตว์ประหลาดโครงกระดูกอย่างแม่นยำ

แสงสีแดงที่ริบหรี่ของลูกธนูราวกับกระแสไฟฟ้าที่แกว่งไปมา ทําให้สัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวสั่น และแข็งทื่ออยู่กับที่

“ฆ่าพวกมัน !”

หานหนิงอดทนต่อการเวียนหัวที่เกิดจากการใช้พลังธนูเสริมมนตราแห่งเลือด หลังจากนั้นเขาตะโกนและพูดขึ้น

“ฆ่ามัน !”

เมื่อคนอื่น ๆ เห็นเช่นนี้ จึงรีบวิ่งเข้าไปพร้อมอาวุธที่ทำขึ้นมาเอง ตีใส่โครงกระดูกที่ล้มลงด้วยความโกรธแค้น ราวกับระบายความอัดอั้นที่สะสมมานาน

แกรก ! แกรก ! แกรก !

เสียงอาวุธปะทะกับกระดูกดังสนั่น โครงกระดูกที่โดนธนูยิงร่างเปราะบางเหมือนมันฝรั่งทอดที่ชื้น แตกกระจายกลายเป็นผงสีเทา ร่วงหล่นลงสู่พื้น

หานหนิงยังไม่ขยับเข้าไป เขายังคงเล็งไปยังโครงกระดูกตัวอื่นที่พยายามหนี เขาเปลี่ยนลูกธนูอย่างรวดเร็ว และลั่นไกซ้ำ ๆ เพื่อฆ่าพวกมัน

ฟิ้ว ! ฟิ้ว ! ฟิ้ว !

แสงสีแดงที่พุ่งกระจายราวกับลูกศรแห่งความตาย กวาดล้างชีวิตของพวกมันอย่างต่อเนื่อง

เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา หานหนิงที่เริ่มเวียนหัวก็ลดแขนลง แล้วหอบหายใจถี่ ๆ อย่างเหนื่อยล้า

ในบรรดาสัตว์ประหลาดโครงกระดูกทั้งแปดที่บุกเข้ามา มีห้าตัวตายลงไป ส่วนอีกสามตัวหนีออกทางหน้าต่าง เพราะกลัวพลังจากธนูเสริมมนตรา

สัตว์ประหลาดโครงกระดูกอีกฝั่งที่กำลังจะบุกโจมตีก็หยุดชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังจากลูกธนู พวกมันหันหลังปีนออกจากรถ และหายลับไปในความมืด

“ซู่ ซู่ ซู่ ซู่”

เสียงเคลื่อนไหวดังมาจากนอกหน้าต่างเป็นระยะ แต่ไม่มีสัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวใดกล้าเข้ามาในรถ

มีเพียงเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากตู้โดยสารอื่น ๆ ที่แทรกเข้ามาในความเงียบเท่านั้น

เมื่อสัตว์ประหลาดโครงกระดูกตายสนิท จุดที่พวกมันตายไปจะมีเพียงกองทรายสีเทากองเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นจากเปลวไฟที่ดับลง เศษละอองบางอย่างลอยขึ้นและหลอมรวมเข้าสู่ฝ่ามือของหานหนิง

ลวดลายซับซ้อนบนหลังมือของเขาเริ่มเปล่งประกายเป็นสีขาวอ่อน ๆ

ในขณะเดียวกันความอบอุ่นก็กระจายไปทั่วร่างกาย

คนอื่น ๆ ที่เครียดจัดเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง พวกเขาต่างพากันทรุดตัวลงนั่งตรงจุดที่สะอาด และหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

“โล่งจริง ๆ …”

หานหนิงสูดลมหายใจลึก ๆ อยู่หลายวินาที ร่างกายที่ได้รับความอบอุ่นเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ อาการเวียนหัวค่อย ๆ หายไป

เขาเดินไปยังจุดที่กองทรายสีเทากองอยู่และใช้ลูกธนูเขี่ยมันเบา ๆ

เนื้อสัมผัสของทรายที่ส่งกลับมาผ่านลูกธนูดูหยาบ คล้ายเศษกระดูกแตกหักที่มีรูปร่างไม่แน่นอน

“สุดยอดเลยนะ หานหนิง ลูกธนูที่นายยิงเมื่อกี้คืออะไร ? ทำไมพวกโครงกระดูกถึงกลัวเหมือนเจอพ่อมันเลย !”

หลินเทียนเหอเดินเข้ามาที่กองทรายกองหนึ่ง แล้วหยิบลูกธนูเสริมมนตราที่หานหนิงยิงก่อนหน้านี้

ในตอนนี้ ลูกธนูกลับคืนสู่สีเงินเทาเรียบ ๆ ดูธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น

“มันเป็นการเสริมพลังชนิดหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นความสามารถของพลังพิเศษที่ตื่นขึ้นมา”

หานหนิงอธิบายสั้น ๆ ขณะจ้องมองข้อมูลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมื่อสัมผัสกับเม็ดทราย

ผงวิญญาณ : เศษกระดูกที่มีพลังวิญญาณอ่อน ๆ เหลืออยู่ สามารถใช้ในการสร้างอุปกรณ์สายวิญญาณได้

“อุปกรณ์ ?”

หานหนิงเปิดแผงหน้าต่างไปที่หมวดอุปกรณ์

เมื่อมองดู เขาพบว่ามีตัวเลือกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในหมวดนี้

ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำ

วัสดุ : วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว x1, ผงวิญญาณ 500 กรัม, ใช้มานา 3 หน่วย

คำอธิบาย : ขลุ่ยกระดูกวิญญาณพร้อมป้อนมานา จะสามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตในความมืดออกมาได้ครั้งละ 1 ตัว สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีสติปัญญาเล็กน้อยและมีความสามารถในการต่อสู้ในระดับหนึ่ง ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับคุณภาพของวิญญาณและผงวิญญาณ แต่จะหวาดกลัวแสงแดด

“วิญญาณที่ยังไม่สลายตัวคืออะไร ?”

เมื่อเขาโฟกัสไปที่วัสดุนี้ แผงข้อมูลก็แสดงคำอธิบายขึ้นมา

วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว : วิญญาณของสิ่งมีชีวิตปกติที่ตายไปไม่เกิน 1 ชั่วโมง วิญญาณยังคงอยู่ในร่างและจะค่อย ๆ จางหายไป

หากสิ่งมีชีวิตในความมืดตายสนิท วิญญาณจะสลายไปโดยสมบูรณ์ จำเป็นต้องมี ‘โถวิญญาณ’ เพื่อรวบรวมเศษวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ในการสังเคราะห์ได้

“ถ้าอย่างนั้น แค่ฆ่ากระต่าย นก หรือแม้แต่แมลง ก็น่าจะได้วิญญาณที่ยังไม่สลายตัวมาใช้งาน เพราะระบบไม่ได้กำหนดระดับเอาไว้”

“ถ้าสามารถสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกได้ ก็เหมือนจะมีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หานหนิงก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างคาดหวัง

วัสดุสำหรับสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกมีครบอยู่ในห้องโดยสารบนรถไฟ

วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว…วิญญาณของผู้โดยสารที่เพิ่งตายไปไม่นานยังคงอยู่ในร่าง

ส่วนผงวิญญาณไม่ต้องพูดถึง มีอยู่เกลื่อนพื้นไปหมด

ก่อนที่วิญญาณของคนเหล่านั้นจะสลายไป เขาหันไปส่งสัญญาณทางสายตาให้กับอาจารย์จาง แล้วพูดขึ้น

“อาจารย์จาง ช่วยบังสายตาคนอื่นให้ผมหน่อย ผมอยากทดลองอะไรบางอย่าง”

ในฐานะคนกลุ่มเดียวกัน อาจารย์จางเข้าใจทันที จึงรีบแจ้งนักศึกษาคนอื่นให้แกล้งทำเป็นกำลังเก็บกวาดพื้นที่ แล้วตั้งวงล้อมหันหลังชนกัน บดบังหานหนิงให้อยู่ตรงกลาง

ในห้องโดยสารที่คับแคบเต็มไปด้วยผู้คนเหล่านี้ การทำอะไรลับ ๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นเป็นเรื่องยากมาก เพราะมีสายตาจับจ้องอยู่ทุกที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เขาเพิ่งฆ่าสัตว์ประหลาดโครงกระดูกไปหลายตัว ทำให้คนกลุ่มหน้าห้องโดยสารจับตามองเขาเป็นพิเศษ

เวลามีจำกัด หานหนิงรีบรวบรวมผงวิญญาณประมาณ 500 กรัม อดกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้ แล้ววางผงวิญญาณไว้ข้าง ๆ กองชิ้นส่วนศพ ก่อนจะตั้งสมาธิและพูดในใจขึ้น “สังเคราะห์ขลุ่ยกระดูก”

ตัวเขาเองแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว จึงไม่สนใจเรื่องการใช้วิญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นมาสร้างอาวุธ หรือผลกระทบทางศีลธรรมที่จะตามมา

คุณต้องการใช้ผงวิญญาณ 500 กรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 1 หน่วย และมานา 3 หน่วย เพื่อสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำหรือไม่ ?

มานาปัจจุบัน: 3/8

“ใช่ !” หานหนิงตอบกลับโดยไม่ลังเล

ขลุ่ยกระดูกเป็นอุปกรณ์ระดับ 2 ทำให้เขาคาดหวังอย่างมาก

ซู่ ซ่า

ในห้องโดยสารที่เงียบสงัด พลันมีหมอกสีเทาอ่อนลอยขึ้นมารอบตัวเขา หมอกนี้หมุนวนอยู่รอบฝ่ามือของเขา

บนหลังมือปรากฏลวดลายซับซ้อนเรืองแสงออกมาพร้อมแสงวูบวาบของสายฟ้าสีดำ

หานหนิงรู้สึกเหมือนพลังในร่างกายถูกสูบออกอย่างรวดเร็ว ราวกับน้ำที่ถูกดูดออกจากถัง

ท่ามกลางหมอกสีเทาที่หมุนวน ผงวิญญาณสีขาวซีดเริ่มรวมตัวกันจนกลายเป็นขลุ่ยแนวตั้งขนาดเล็ก สีขาวนวลเหมือนกระดูก

ในความเงียบ หานหนิงเหมือนจะได้ยินเสียงสะอื้นโศกเศร้าที่ชวนให้ขนลุกดังอยู่ข้างหู

“ขอโทษ...” หานหนิงพึมพำออกมาและแสดงสีหน้าโดยไร้ความรู้สึก เขาต้องการที่จะมีชีวิตรอด

หมอกสีเทาถูกพลังบางอย่างดูดซับเข้าไปในขลุ่ยสีขาว จนมันหายลับไป

ฟู่

หมอกจางหายไป ขลุ่ยขนาดเล็กที่ดูประณีตงดงามก็ปรากฏขึ้น นอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของหานหนิง

จบบทที่ ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว