- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก
ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก
ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก
ตอนที่ 10 ขลุ่ยกระดูก
“แกรก แกรก…”
สัตว์ประหลาดโครงกระดูกที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ เพื่อเตรียมโจมตี หยุดชะงักทันที
หนึ่งในพวกมันกวาดสายตาจากเบ้าตาที่ว่างเปล่า มองไปยังลูกธนูมนตราสี่ดอกที่ห้อยอยู่ข้างเอวของหานหนิง มันหันหลังและรีบหนีด้วยเสียง “แกรก แกรก” โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ สัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวอื่น ๆ ที่เหลือถูกพลังจากลูกธนู มนตรากดดันจนถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของหานหนิงดูซีดขาว เขาจับหน้าไม้โลหะไว้แน่น แล้วใส่ลูกธนูมนตราอีกดอก เล็งไปยังแผ่นหลังของสัตว์ประหลาดโครงกระดูกที่กำลังหนีและลั่นไกทันที
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝั่งเพียงไม่กี่เมตร ลูกธนูพุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิวทะลุเข้าแผ่นหลังของสัตว์ประหลาดโครงกระดูกอย่างแม่นยำ
แสงสีแดงที่ริบหรี่ของลูกธนูราวกับกระแสไฟฟ้าที่แกว่งไปมา ทําให้สัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวสั่น และแข็งทื่ออยู่กับที่
“ฆ่าพวกมัน !”
หานหนิงอดทนต่อการเวียนหัวที่เกิดจากการใช้พลังธนูเสริมมนตราแห่งเลือด หลังจากนั้นเขาตะโกนและพูดขึ้น
“ฆ่ามัน !”
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นเช่นนี้ จึงรีบวิ่งเข้าไปพร้อมอาวุธที่ทำขึ้นมาเอง ตีใส่โครงกระดูกที่ล้มลงด้วยความโกรธแค้น ราวกับระบายความอัดอั้นที่สะสมมานาน
แกรก ! แกรก ! แกรก !
เสียงอาวุธปะทะกับกระดูกดังสนั่น โครงกระดูกที่โดนธนูยิงร่างเปราะบางเหมือนมันฝรั่งทอดที่ชื้น แตกกระจายกลายเป็นผงสีเทา ร่วงหล่นลงสู่พื้น
หานหนิงยังไม่ขยับเข้าไป เขายังคงเล็งไปยังโครงกระดูกตัวอื่นที่พยายามหนี เขาเปลี่ยนลูกธนูอย่างรวดเร็ว และลั่นไกซ้ำ ๆ เพื่อฆ่าพวกมัน
ฟิ้ว ! ฟิ้ว ! ฟิ้ว !
แสงสีแดงที่พุ่งกระจายราวกับลูกศรแห่งความตาย กวาดล้างชีวิตของพวกมันอย่างต่อเนื่อง
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา หานหนิงที่เริ่มเวียนหัวก็ลดแขนลง แล้วหอบหายใจถี่ ๆ อย่างเหนื่อยล้า
ในบรรดาสัตว์ประหลาดโครงกระดูกทั้งแปดที่บุกเข้ามา มีห้าตัวตายลงไป ส่วนอีกสามตัวหนีออกทางหน้าต่าง เพราะกลัวพลังจากธนูเสริมมนตรา
สัตว์ประหลาดโครงกระดูกอีกฝั่งที่กำลังจะบุกโจมตีก็หยุดชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังจากลูกธนู พวกมันหันหลังปีนออกจากรถ และหายลับไปในความมืด
“ซู่ ซู่ ซู่ ซู่”
เสียงเคลื่อนไหวดังมาจากนอกหน้าต่างเป็นระยะ แต่ไม่มีสัตว์ประหลาดโครงกระดูกตัวใดกล้าเข้ามาในรถ
มีเพียงเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากตู้โดยสารอื่น ๆ ที่แทรกเข้ามาในความเงียบเท่านั้น
เมื่อสัตว์ประหลาดโครงกระดูกตายสนิท จุดที่พวกมันตายไปจะมีเพียงกองทรายสีเทากองเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นจากเปลวไฟที่ดับลง เศษละอองบางอย่างลอยขึ้นและหลอมรวมเข้าสู่ฝ่ามือของหานหนิง
ลวดลายซับซ้อนบนหลังมือของเขาเริ่มเปล่งประกายเป็นสีขาวอ่อน ๆ
ในขณะเดียวกันความอบอุ่นก็กระจายไปทั่วร่างกาย
คนอื่น ๆ ที่เครียดจัดเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง พวกเขาต่างพากันทรุดตัวลงนั่งตรงจุดที่สะอาด และหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
“โล่งจริง ๆ …”
หานหนิงสูดลมหายใจลึก ๆ อยู่หลายวินาที ร่างกายที่ได้รับความอบอุ่นเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ อาการเวียนหัวค่อย ๆ หายไป
เขาเดินไปยังจุดที่กองทรายสีเทากองอยู่และใช้ลูกธนูเขี่ยมันเบา ๆ
เนื้อสัมผัสของทรายที่ส่งกลับมาผ่านลูกธนูดูหยาบ คล้ายเศษกระดูกแตกหักที่มีรูปร่างไม่แน่นอน
“สุดยอดเลยนะ หานหนิง ลูกธนูที่นายยิงเมื่อกี้คืออะไร ? ทำไมพวกโครงกระดูกถึงกลัวเหมือนเจอพ่อมันเลย !”
หลินเทียนเหอเดินเข้ามาที่กองทรายกองหนึ่ง แล้วหยิบลูกธนูเสริมมนตราที่หานหนิงยิงก่อนหน้านี้
ในตอนนี้ ลูกธนูกลับคืนสู่สีเงินเทาเรียบ ๆ ดูธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น
“มันเป็นการเสริมพลังชนิดหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นความสามารถของพลังพิเศษที่ตื่นขึ้นมา”
หานหนิงอธิบายสั้น ๆ ขณะจ้องมองข้อมูลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมื่อสัมผัสกับเม็ดทราย
ผงวิญญาณ : เศษกระดูกที่มีพลังวิญญาณอ่อน ๆ เหลืออยู่ สามารถใช้ในการสร้างอุปกรณ์สายวิญญาณได้
“อุปกรณ์ ?”
หานหนิงเปิดแผงหน้าต่างไปที่หมวดอุปกรณ์
เมื่อมองดู เขาพบว่ามีตัวเลือกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในหมวดนี้
ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำ
วัสดุ : วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว x1, ผงวิญญาณ 500 กรัม, ใช้มานา 3 หน่วย
คำอธิบาย : ขลุ่ยกระดูกวิญญาณพร้อมป้อนมานา จะสามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตในความมืดออกมาได้ครั้งละ 1 ตัว สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีสติปัญญาเล็กน้อยและมีความสามารถในการต่อสู้ในระดับหนึ่ง ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับคุณภาพของวิญญาณและผงวิญญาณ แต่จะหวาดกลัวแสงแดด
“วิญญาณที่ยังไม่สลายตัวคืออะไร ?”
เมื่อเขาโฟกัสไปที่วัสดุนี้ แผงข้อมูลก็แสดงคำอธิบายขึ้นมา
วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว : วิญญาณของสิ่งมีชีวิตปกติที่ตายไปไม่เกิน 1 ชั่วโมง วิญญาณยังคงอยู่ในร่างและจะค่อย ๆ จางหายไป
หากสิ่งมีชีวิตในความมืดตายสนิท วิญญาณจะสลายไปโดยสมบูรณ์ จำเป็นต้องมี ‘โถวิญญาณ’ เพื่อรวบรวมเศษวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ในการสังเคราะห์ได้
“ถ้าอย่างนั้น แค่ฆ่ากระต่าย นก หรือแม้แต่แมลง ก็น่าจะได้วิญญาณที่ยังไม่สลายตัวมาใช้งาน เพราะระบบไม่ได้กำหนดระดับเอาไว้”
“ถ้าสามารถสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกได้ ก็เหมือนจะมีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หานหนิงก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างคาดหวัง
วัสดุสำหรับสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกมีครบอยู่ในห้องโดยสารบนรถไฟ
วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว…วิญญาณของผู้โดยสารที่เพิ่งตายไปไม่นานยังคงอยู่ในร่าง
ส่วนผงวิญญาณไม่ต้องพูดถึง มีอยู่เกลื่อนพื้นไปหมด
ก่อนที่วิญญาณของคนเหล่านั้นจะสลายไป เขาหันไปส่งสัญญาณทางสายตาให้กับอาจารย์จาง แล้วพูดขึ้น
“อาจารย์จาง ช่วยบังสายตาคนอื่นให้ผมหน่อย ผมอยากทดลองอะไรบางอย่าง”
ในฐานะคนกลุ่มเดียวกัน อาจารย์จางเข้าใจทันที จึงรีบแจ้งนักศึกษาคนอื่นให้แกล้งทำเป็นกำลังเก็บกวาดพื้นที่ แล้วตั้งวงล้อมหันหลังชนกัน บดบังหานหนิงให้อยู่ตรงกลาง
ในห้องโดยสารที่คับแคบเต็มไปด้วยผู้คนเหล่านี้ การทำอะไรลับ ๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นเป็นเรื่องยากมาก เพราะมีสายตาจับจ้องอยู่ทุกที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เขาเพิ่งฆ่าสัตว์ประหลาดโครงกระดูกไปหลายตัว ทำให้คนกลุ่มหน้าห้องโดยสารจับตามองเขาเป็นพิเศษ
เวลามีจำกัด หานหนิงรีบรวบรวมผงวิญญาณประมาณ 500 กรัม อดกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้ แล้ววางผงวิญญาณไว้ข้าง ๆ กองชิ้นส่วนศพ ก่อนจะตั้งสมาธิและพูดในใจขึ้น “สังเคราะห์ขลุ่ยกระดูก”
ตัวเขาเองแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว จึงไม่สนใจเรื่องการใช้วิญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นมาสร้างอาวุธ หรือผลกระทบทางศีลธรรมที่จะตามมา
คุณต้องการใช้ผงวิญญาณ 500 กรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 1 หน่วย และมานา 3 หน่วย เพื่อสังเคราะห์ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำหรือไม่ ?
มานาปัจจุบัน: 3/8
“ใช่ !” หานหนิงตอบกลับโดยไม่ลังเล
ขลุ่ยกระดูกเป็นอุปกรณ์ระดับ 2 ทำให้เขาคาดหวังอย่างมาก
ซู่ ซ่า
ในห้องโดยสารที่เงียบสงัด พลันมีหมอกสีเทาอ่อนลอยขึ้นมารอบตัวเขา หมอกนี้หมุนวนอยู่รอบฝ่ามือของเขา
บนหลังมือปรากฏลวดลายซับซ้อนเรืองแสงออกมาพร้อมแสงวูบวาบของสายฟ้าสีดำ
หานหนิงรู้สึกเหมือนพลังในร่างกายถูกสูบออกอย่างรวดเร็ว ราวกับน้ำที่ถูกดูดออกจากถัง
ท่ามกลางหมอกสีเทาที่หมุนวน ผงวิญญาณสีขาวซีดเริ่มรวมตัวกันจนกลายเป็นขลุ่ยแนวตั้งขนาดเล็ก สีขาวนวลเหมือนกระดูก
ในความเงียบ หานหนิงเหมือนจะได้ยินเสียงสะอื้นโศกเศร้าที่ชวนให้ขนลุกดังอยู่ข้างหู
“ขอโทษ...” หานหนิงพึมพำออกมาและแสดงสีหน้าโดยไร้ความรู้สึก เขาต้องการที่จะมีชีวิตรอด
หมอกสีเทาถูกพลังบางอย่างดูดซับเข้าไปในขลุ่ยสีขาว จนมันหายลับไป
ฟู่
หมอกจางหายไป ขลุ่ยขนาดเล็กที่ดูประณีตงดงามก็ปรากฏขึ้น นอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของหานหนิง