- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร
ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร
ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร
ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร
หานหนิงยังไม่ทันที่จะได้ดูขลุ่ยกระดูกอย่างใกล้ชิด
ความอ่อนล้าจากส่วนลึกของจิตวิญญาณพลันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง
เปลือกตาของเขาหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ ดวงตาทั้งสองปิดลงโดยไม่อาจควบคุมได้
ร่างของเขาอ่อนยวบและล้มลงไปกับพื้นดัง ตุ้บ !
“หานหนิง ! หานหนิง !”
เหล่าอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องที่อยู่รอบข้างเห็นเหตุการณ์จึงรีบวิ่งเข้ามาหาเขา
…
“หิว... ฉันหิวมาก...”
“ฉันอยากกินหมูสามชั้นผัดพริกแห้ง บาร์บีคิว เนื้อแกะตุ๋น เนื้อวัวตุ๋นมะเขือเทศ...”
“ถ้าได้ซดซุปกระดูกอุ่น ๆ สักชามใหญ่ ๆ ตอนนี้คงดีไม่น้อย”
ในความพร่ามัว หานหนิงรู้สึกถึงความหิวโหยที่รุนแรงจู่โจมเข้ามา
ความหิวนี้รุนแรงเสียจนบดบังความง่วงในสมอง และยึดครองประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา
เขาลืมตาขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แสงสว่างอ่อน ๆ สาดส่องเข้าสู่ดวงตา
“ตื่นแล้วเหรอ ?” เสียงของซู่จิงจิงเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นข้างหู
“อืม...”
เมื่อสติกลับมาเต็มที่ หานหนิงจึงสังเกตเห็นว่าเขายังคงนอนอยู่ที่ท้ายตู้โดยสารบนขบวนรถไฟ
บนตัวมีผ้าห่มหนาคลุมไว้ และด้านล่างก็รองด้วยเบาะหนา
ขลุ่ยกระดูกที่เขาสร้างขึ้นเมื่อวาน รวมถึงหน้าไม้และลูกธนูโลหะก็ถูกเพื่อนเก็บกลับมาให้ครบถ้วน วางเรียงกันอยู่ข้าง ๆ
ข้างนอกหน้าต่างฟ้าเริ่มสว่างแล้ว แต่ท้องฟ้ากลับดูหม่นมัวเหมือนฝนจะตกได้ทุกเมื่อ
หน้าต่างที่แตกร้าวเสียหายถูกอุดด้วยกระเป๋าเดินทางและเสื้อผ้าอีกหลายชิ้น
แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัด การอุดหน้าต่างทำได้แค่พอป้องกันลมหนาวเท่านั้น หากพูดถึงเรื่องการป้องกันก็แทบจะไม่สามารถทำได้เลย
ซากศพที่เกลื่อนอยู่กลางห้องโดยสารถูกเก็บกวาดออกมาหมดแล้ว
แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำ ทำให้บริเวณพื้นไม่อาจล้างได้ จึงยังมีคราบเลือดสดที่สะดุดตาเหลืออยู่
ในอากาศที่เย็นยะเยือก ยังคงหลงเหลือกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ
จนถึงตอนนี้ ห้องโดยสารเริ่มปรากฏการแบ่งเขตตามความสามารถของผู้รอดชีวิต
กลุ่มของหลินต้าแยกตัวออกไปตั้งเขตของตัวเองในส่วนท้ายที่ปลอดภัยที่สุด ใช้เศษผ้าปิดกั้นจากคนอื่น
คนที่มีพลังพิเศษรวมกลุ่มกันและยึดพื้นที่ที่สบายที่สุด
ส่วนผู้โดยสารธรรมดาที่เหลืออยู่ ต่างก็ต้องหามุมหลบซุกตัวเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น
โชคดีที่ก่อนข้ามมิติมา จุดหมายปลายทางของรถไฟตั้งอยู่บนที่ราบสูง และมีกระเป๋าเดินทางมากมาย พร้อมเสื้อผ้าและเครื่องนอนกันหนาวรวมถึงผ้าห่มจำนวนมาก ทำให้ไม่มีใครหนาวตาย
อาจารย์จางและหลินเทียนเหอก็นอนหลับสนิทอยู่ในห้องโดยสารเช่นกัน แต่ละคนขดตัวนอน
ชายหนุ่มสองสามคนที่ตื่นขึ้นมา แม้จะดูอ่อนล้า แต่ก็ยังคงระแวดระแวงสถานการณ์รอบตัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อคืนพวกเขาคงเคร่งเครียดจนนอนดึก จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่ตื่น
“หลินเฟย, เหล่าโจว...พวกนายไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะเฝ้าแทนเอง”
หานหนิงลุกขึ้นยืนและรับหน้าที่เฝ้ายามแทนเพื่อน
“ขอบคุณนะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอไปนอนก่อน”
เมื่อเห็นว่าหานหนิงตื่นแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบคว้าผ้าห่มไปหาที่นอนหลับ
ท้องฟ้าเพิ่งสว่างได้ไม่นาน อากาศยังหนาวเย็นจัด
ทันทีที่หานหนิงลุกจากที่นอน ก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมไปทั่วร่าง
ในตอนนั้น ซู่จิงจิงที่ตื่นแล้วส่งกล่องนมที่บุบเบี้ยวกับบิสกิตสองสามชิ้นมาให้ ใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของเธอ กลับเผยเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมา หลังจากนั้นก็พูดขึ้น
“รีบกินซะนะ ตอนฉันตื่นขึ้นมา ฉันได้ยินเสียงท้องนายร้องดังมากเลยล่ะ”
“หา ? เธอได้ยินด้วยเหรอ...”
หานหนิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขารีบเอานมและบิสกิตขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว
แต่ถึงอย่างนั้น ของพวกนี้ก็ยังไม่พอรองท้อง โดยเฉพาะหลังจากที่เขาอัพเป็นเลเวล 2 ความต้องการพลังงานในร่างกายยิ่งมากขึ้นไปอีก
หานหนิงกินอาหารในมือหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ร้องขอเพิ่มเติม เขาหยิบหน้าไม้โลหะและขลุ่ยกระดูกขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางมองไปรอบ ๆ เพื่อเฝ้าระวัง พร้อมพูดถามซู่จิงจิงที่อยู่ข้าง ๆ
“จิงจิง เธอตื่นเช้าจัง ฉันสลบไปตั้งแต่เมื่อวาน พวกเขายุ่งกันถึงกี่โมง ? แล้วเมื่อคืนมีพวกโครงกระดูกบุกเข้ามาอีกไหม ?”
ซู่จิงจิงยิ้มแห้ง “ฉันเป็นคนนอนหลับไม่สนิท เลยตื่นง่าย”
“โชคดีที่มีนายช่วยไว้ กลางดึกเมื่อคืนยังปลอดภัยดี แม้ว่าจะมีโครงกระดูกบางกลุ่มพยายามบุกเข้ามาอีก แต่จำนวนไม่มาก พวกเขาช่วยกันจัดการจนมันหนีไปหมดแล้ว”
“พอหลังจากนั้น อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าคนที่มีพลังพิเศษเลยรวมตัวกันใช้สัมภาระที่เหลืออุดหน้าต่าง แล้วก็ขนศพออกไปทิ้ง”
“ทุกอย่างเสร็จสิ้น ตอนก่อนที่จะสว่างขึ้นไม่นานนี่เอง”
“อย่างนี้นี่เอง ทุกคนคงลำบากมากเลย” หานหนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขาลูบขลุ่ยกระดูกที่อยู่ในมือ ก่อนจะเรียกหน้าจอสถานะขึ้นมา
เวเวล : 2
อาชีพ : ผู้สร้างสรรค์
พลังเวท: 1/8
…
“แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่สลบไป ฉันฟื้นฟูพลังเวทมาได้เพียงแค่เล็กน้อย ช้าเกินไปจริง ๆ ...”
หานหนิงตั้งใจจะใช้ฟังก์ชันหลอมรวมในหน้าจอสถานะเพื่อสร้างแผ่นโลหะผสมที่แข็งแรงสำหรับเสริมหน้าต่าง แต่พลังเวทที่ฟื้นฟูกลับไม่เพียงพอ
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทเชื่องช้าเกินไป
ฉันไม่แน่ใจว่าที่ฟื้นฟูช้าเป็นเพราะความหิวโหยของร่างกายหรือว่าเป็นเรื่องปกติของระบบนี้
ถอนหายใจเบา ๆ พลางลูบท้องที่เริ่มส่งเสียงร้องอีกครั้ง หานหนิงจึงหันมาดูขลุ่ยกระดูกที่อยู่ในมือ
มันยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เนื้อสัมผัสไม่เหมือนกระดูกทั่วไป แต่คล้ายหยกมากกว่า สัมผัสอบอุ่นและเรียบเนียน
ที่ปลายมีกลุ่มรูเล็ก ๆ สำหรับเป่าซึ่งดูเหมือนจะใช้ในการสร้างเสียง
ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำ : เมื่อเป่าขลุ่ยกระดูกนี้ พร้อมปล่อยพลังเวทออกไป จะสามารถเรียกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดได้ครั้งละ 1 ตัว
สิ่งมีชีวิตนั้นจะมีความเฉลียวฉลาดเล็กน้อยและมีความสามารถในการต่อสู้ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของวิญญาณและผงวิญญาณที่ใช้ โดยพวกมันจะหวาดกลัวต่อแสงแดด
เมื่อระดับเพิ่มขึ้นถึงเลเวล 3 จะสามารถอัปเกรดขลุ่ยกระดูกได้ วัสดุที่ต้องใช้คือ : ผงวิญญาณ 1.5 กิโลกรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 2 ส่วน และพลังเวท 3 หน่วย
หานหนิงไม่ได้เป่าขลุ่ยกระดูกในทันที เพราะตอนนี้สถานการณ์ยังปลอดภัย ไม่มีศัตรูบุก และทุกคนกำลังหลับอยู่ การเรียกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดตอนนี้ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังเวทโดยใช่เหตุ
…
สามชั่วโมงต่อมา คนที่หลับใหลเริ่มตื่นขึ้นมาทีละคน
ท้องฟ้าภายนอกกลับดูมืดมัวลงกว่าเดิม เหมือนพายุฝนจะมาเยือน
ทรัพยากรที่มีอยู่เพียงน้อยนิดถูกแบ่งปันออกไปจนแทบหมด
อาจารย์จางดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วกลืนมันลงไปพร้อมเศษอาหาร พลางถอนหายใจและปล่อยไอขาวหนา ออกมาแล้วพูดขึ้น
“ไม่ได้แล้ว วันนี้พวกเราต้องออกไปหาอาหาร ถ้าไม่กินอะไรเลย ร่างกายจะยิ่งอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ”
“ถ้าปล่อยให้ถึงตอนนั้น เราอาจไม่มีเรี่ยวแรงพอ ที่จะสำรวจโลกข้างนอกได้ ต้องรีบตัดสินใจแล้ว”
อาจารย์จางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดชื่อบางคนขึ้นมา
“หานหนิง, หลินเทียนเหอ, โจวหยู, เสียวหมิงหวัง... และฉัน เราห้าคนมีร่างกายดีที่สุด จะจัดตั้งทีมเล็ก ๆ เพื่อเตรียมตัวออกไปหาอาหาร”
“ส่วนคนที่เหลือให้เฝ้าตู้โดยสารบนรถไฟไว้”
“อย่าคิดว่าการเฝ้าเป็นงานง่ายนะ อาจารย์ซู่ ผมจะมอบหมายภารกิจให้คุณ”
เขามองคนที่เหลืออยู่ในห้องโดยสารแล้วพูดว่า
“ถ้ามอบไปรอบ ๆ แล้วปลอดภัย ให้ไปหาไม้ ใบไม้ หรือสิ่งที่เผาไหม้ได้ สำหรับให้ความอบอุ่นร่างกาย และซ่อมแซมหน้าต่างที่พังเสียหายให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับที่นี่”