เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร

ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร

ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร


ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร

หานหนิงยังไม่ทันที่จะได้ดูขลุ่ยกระดูกอย่างใกล้ชิด

ความอ่อนล้าจากส่วนลึกของจิตวิญญาณพลันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

เปลือกตาของเขาหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ ดวงตาทั้งสองปิดลงโดยไม่อาจควบคุมได้

ร่างของเขาอ่อนยวบและล้มลงไปกับพื้นดัง ตุ้บ !

“หานหนิง ! หานหนิง !”

เหล่าอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องที่อยู่รอบข้างเห็นเหตุการณ์จึงรีบวิ่งเข้ามาหาเขา

“หิว... ฉันหิวมาก...”

“ฉันอยากกินหมูสามชั้นผัดพริกแห้ง บาร์บีคิว เนื้อแกะตุ๋น เนื้อวัวตุ๋นมะเขือเทศ...”

“ถ้าได้ซดซุปกระดูกอุ่น ๆ สักชามใหญ่ ๆ ตอนนี้คงดีไม่น้อย”

ในความพร่ามัว หานหนิงรู้สึกถึงความหิวโหยที่รุนแรงจู่โจมเข้ามา

ความหิวนี้รุนแรงเสียจนบดบังความง่วงในสมอง และยึดครองประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา

เขาลืมตาขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แสงสว่างอ่อน ๆ สาดส่องเข้าสู่ดวงตา

“ตื่นแล้วเหรอ ?” เสียงของซู่จิงจิงเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นข้างหู

“อืม...”

เมื่อสติกลับมาเต็มที่ หานหนิงจึงสังเกตเห็นว่าเขายังคงนอนอยู่ที่ท้ายตู้โดยสารบนขบวนรถไฟ

บนตัวมีผ้าห่มหนาคลุมไว้ และด้านล่างก็รองด้วยเบาะหนา

ขลุ่ยกระดูกที่เขาสร้างขึ้นเมื่อวาน รวมถึงหน้าไม้และลูกธนูโลหะก็ถูกเพื่อนเก็บกลับมาให้ครบถ้วน วางเรียงกันอยู่ข้าง ๆ

ข้างนอกหน้าต่างฟ้าเริ่มสว่างแล้ว แต่ท้องฟ้ากลับดูหม่นมัวเหมือนฝนจะตกได้ทุกเมื่อ

หน้าต่างที่แตกร้าวเสียหายถูกอุดด้วยกระเป๋าเดินทางและเสื้อผ้าอีกหลายชิ้น

แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัด การอุดหน้าต่างทำได้แค่พอป้องกันลมหนาวเท่านั้น หากพูดถึงเรื่องการป้องกันก็แทบจะไม่สามารถทำได้เลย

ซากศพที่เกลื่อนอยู่กลางห้องโดยสารถูกเก็บกวาดออกมาหมดแล้ว

แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำ ทำให้บริเวณพื้นไม่อาจล้างได้ จึงยังมีคราบเลือดสดที่สะดุดตาเหลืออยู่

ในอากาศที่เย็นยะเยือก ยังคงหลงเหลือกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ

จนถึงตอนนี้ ห้องโดยสารเริ่มปรากฏการแบ่งเขตตามความสามารถของผู้รอดชีวิต

กลุ่มของหลินต้าแยกตัวออกไปตั้งเขตของตัวเองในส่วนท้ายที่ปลอดภัยที่สุด ใช้เศษผ้าปิดกั้นจากคนอื่น

คนที่มีพลังพิเศษรวมกลุ่มกันและยึดพื้นที่ที่สบายที่สุด

ส่วนผู้โดยสารธรรมดาที่เหลืออยู่ ต่างก็ต้องหามุมหลบซุกตัวเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น

โชคดีที่ก่อนข้ามมิติมา จุดหมายปลายทางของรถไฟตั้งอยู่บนที่ราบสูง และมีกระเป๋าเดินทางมากมาย พร้อมเสื้อผ้าและเครื่องนอนกันหนาวรวมถึงผ้าห่มจำนวนมาก ทำให้ไม่มีใครหนาวตาย

อาจารย์จางและหลินเทียนเหอก็นอนหลับสนิทอยู่ในห้องโดยสารเช่นกัน แต่ละคนขดตัวนอน

ชายหนุ่มสองสามคนที่ตื่นขึ้นมา แม้จะดูอ่อนล้า แต่ก็ยังคงระแวดระแวงสถานการณ์รอบตัวอยู่ตลอดเวลา

เมื่อคืนพวกเขาคงเคร่งเครียดจนนอนดึก จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่ตื่น

“หลินเฟย, เหล่าโจว...พวกนายไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะเฝ้าแทนเอง”

หานหนิงลุกขึ้นยืนและรับหน้าที่เฝ้ายามแทนเพื่อน

“ขอบคุณนะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอไปนอนก่อน”

เมื่อเห็นว่าหานหนิงตื่นแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบคว้าผ้าห่มไปหาที่นอนหลับ

ท้องฟ้าเพิ่งสว่างได้ไม่นาน อากาศยังหนาวเย็นจัด

ทันทีที่หานหนิงลุกจากที่นอน ก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมไปทั่วร่าง

ในตอนนั้น ซู่จิงจิงที่ตื่นแล้วส่งกล่องนมที่บุบเบี้ยวกับบิสกิตสองสามชิ้นมาให้ ใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของเธอ กลับเผยเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมา หลังจากนั้นก็พูดขึ้น

“รีบกินซะนะ ตอนฉันตื่นขึ้นมา ฉันได้ยินเสียงท้องนายร้องดังมากเลยล่ะ”

“หา ? เธอได้ยินด้วยเหรอ...”

หานหนิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขารีบเอานมและบิสกิตขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว

แต่ถึงอย่างนั้น ของพวกนี้ก็ยังไม่พอรองท้อง โดยเฉพาะหลังจากที่เขาอัพเป็นเลเวล 2 ความต้องการพลังงานในร่างกายยิ่งมากขึ้นไปอีก

หานหนิงกินอาหารในมือหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ร้องขอเพิ่มเติม เขาหยิบหน้าไม้โลหะและขลุ่ยกระดูกขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางมองไปรอบ ๆ เพื่อเฝ้าระวัง พร้อมพูดถามซู่จิงจิงที่อยู่ข้าง ๆ

“จิงจิง เธอตื่นเช้าจัง ฉันสลบไปตั้งแต่เมื่อวาน พวกเขายุ่งกันถึงกี่โมง ? แล้วเมื่อคืนมีพวกโครงกระดูกบุกเข้ามาอีกไหม ?”

ซู่จิงจิงยิ้มแห้ง “ฉันเป็นคนนอนหลับไม่สนิท เลยตื่นง่าย”

“โชคดีที่มีนายช่วยไว้ กลางดึกเมื่อคืนยังปลอดภัยดี แม้ว่าจะมีโครงกระดูกบางกลุ่มพยายามบุกเข้ามาอีก แต่จำนวนไม่มาก พวกเขาช่วยกันจัดการจนมันหนีไปหมดแล้ว”

“พอหลังจากนั้น อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าคนที่มีพลังพิเศษเลยรวมตัวกันใช้สัมภาระที่เหลืออุดหน้าต่าง แล้วก็ขนศพออกไปทิ้ง”

“ทุกอย่างเสร็จสิ้น ตอนก่อนที่จะสว่างขึ้นไม่นานนี่เอง”

“อย่างนี้นี่เอง ทุกคนคงลำบากมากเลย” หานหนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เขาลูบขลุ่ยกระดูกที่อยู่ในมือ ก่อนจะเรียกหน้าจอสถานะขึ้นมา

เวเวล : 2

อาชีพ : ผู้สร้างสรรค์

พลังเวท: 1/8

“แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่สลบไป ฉันฟื้นฟูพลังเวทมาได้เพียงแค่เล็กน้อย ช้าเกินไปจริง ๆ ...”

หานหนิงตั้งใจจะใช้ฟังก์ชันหลอมรวมในหน้าจอสถานะเพื่อสร้างแผ่นโลหะผสมที่แข็งแรงสำหรับเสริมหน้าต่าง แต่พลังเวทที่ฟื้นฟูกลับไม่เพียงพอ

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทเชื่องช้าเกินไป

ฉันไม่แน่ใจว่าที่ฟื้นฟูช้าเป็นเพราะความหิวโหยของร่างกายหรือว่าเป็นเรื่องปกติของระบบนี้

ถอนหายใจเบา ๆ พลางลูบท้องที่เริ่มส่งเสียงร้องอีกครั้ง หานหนิงจึงหันมาดูขลุ่ยกระดูกที่อยู่ในมือ

มันยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เนื้อสัมผัสไม่เหมือนกระดูกทั่วไป แต่คล้ายหยกมากกว่า สัมผัสอบอุ่นและเรียบเนียน

ที่ปลายมีกลุ่มรูเล็ก ๆ สำหรับเป่าซึ่งดูเหมือนจะใช้ในการสร้างเสียง

ขลุ่ยกระดูกวิญญาณระดับต่ำ : เมื่อเป่าขลุ่ยกระดูกนี้ พร้อมปล่อยพลังเวทออกไป จะสามารถเรียกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดได้ครั้งละ 1 ตัว

สิ่งมีชีวิตนั้นจะมีความเฉลียวฉลาดเล็กน้อยและมีความสามารถในการต่อสู้ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของวิญญาณและผงวิญญาณที่ใช้ โดยพวกมันจะหวาดกลัวต่อแสงแดด

เมื่อระดับเพิ่มขึ้นถึงเลเวล 3 จะสามารถอัปเกรดขลุ่ยกระดูกได้ วัสดุที่ต้องใช้คือ : ผงวิญญาณ 1.5 กิโลกรัม วิญญาณที่ยังไม่สลายตัว 2 ส่วน และพลังเวท 3 หน่วย

หานหนิงไม่ได้เป่าขลุ่ยกระดูกในทันที เพราะตอนนี้สถานการณ์ยังปลอดภัย ไม่มีศัตรูบุก และทุกคนกำลังหลับอยู่ การเรียกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดตอนนี้ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังเวทโดยใช่เหตุ

สามชั่วโมงต่อมา คนที่หลับใหลเริ่มตื่นขึ้นมาทีละคน

ท้องฟ้าภายนอกกลับดูมืดมัวลงกว่าเดิม เหมือนพายุฝนจะมาเยือน

ทรัพยากรที่มีอยู่เพียงน้อยนิดถูกแบ่งปันออกไปจนแทบหมด

อาจารย์จางดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วกลืนมันลงไปพร้อมเศษอาหาร พลางถอนหายใจและปล่อยไอขาวหนา ออกมาแล้วพูดขึ้น

“ไม่ได้แล้ว วันนี้พวกเราต้องออกไปหาอาหาร ถ้าไม่กินอะไรเลย ร่างกายจะยิ่งอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ”

“ถ้าปล่อยให้ถึงตอนนั้น เราอาจไม่มีเรี่ยวแรงพอ ที่จะสำรวจโลกข้างนอกได้ ต้องรีบตัดสินใจแล้ว”

อาจารย์จางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดชื่อบางคนขึ้นมา

“หานหนิง, หลินเทียนเหอ, โจวหยู, เสียวหมิงหวัง... และฉัน เราห้าคนมีร่างกายดีที่สุด จะจัดตั้งทีมเล็ก ๆ เพื่อเตรียมตัวออกไปหาอาหาร”

“ส่วนคนที่เหลือให้เฝ้าตู้โดยสารบนรถไฟไว้”

“อย่าคิดว่าการเฝ้าเป็นงานง่ายนะ อาจารย์ซู่ ผมจะมอบหมายภารกิจให้คุณ”

เขามองคนที่เหลืออยู่ในห้องโดยสารแล้วพูดว่า

“ถ้ามอบไปรอบ ๆ แล้วปลอดภัย ให้ไปหาไม้ ใบไม้ หรือสิ่งที่เผาไหม้ได้ สำหรับให้ความอบอุ่นร่างกาย และซ่อมแซมหน้าต่างที่พังเสียหายให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับที่นี่”

จบบทที่ ตอนที่ 11 ขาดแคลนอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว