เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106 - ร่ายรำ

บทที่ 106 - ร่ายรำ

บทที่ 106 - ร่ายรำ


บทที่ 106 - ร่ายรำ

ภายในถ้ำ มีศพคนถูกหามออกมาเป็นระยะๆ

รวมถึงซากของภูตพรายงูยักษ์ที่ถูกฆ่าตายก็ถูกหามออกมาด้วยเช่นกัน

ซูอิงฮุยและวั่งไฉเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ อยู่ไม่ไกล

ซากภูตพรายงูยักษ์ที่ถูกหามออกมา ล้วนถูกโยนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ดูเหมือนว่าพวกมันต้องการจะนำซากงูยักษ์เหล่านี้กลับไป

เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนผู้เสียชีวิตและซากงูยักษ์ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าพวกมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือเลย

เมื่อเสียงปืนในถ้ำสงบลง ก็มีคนนำอุปกรณ์ขนาดใหญ่หลายชิ้นที่ซูอิงฮุยไม่รู้จัก ออกมาจากเฮลิคอปเตอร์

จากนั้นพวกมันก็นำอุปกรณ์เหล่านั้นมาประกอบกัน จนกลายเป็นเครื่องจักรที่ดูคล้ายกับเครื่องตอกเสาเข็ม

พวกมันขนเครื่องจักรนั้นเข้าไปในถ้ำ ผ่านไปกว่าสิบนาที ซูอิงฮุยก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นดิน

แรงสั่นสะเทือนนี้แผ่วเบามาก คนธรรมดาไม่มีทางสัมผัสได้แน่นอน แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน ประสาทสัมผัสของซูอิงฮุยเฉียบคมกว่าคนปกติหลายเท่า เขาจึงสัมผัสได้ถึงมัน

แรงสั่นสะเทือนนี้ส่งมาจากทิศทางของห้องโถงใต้ดิน

ซูอิงฮุยขมวดคิ้วพลางวิเคราะห์สถานการณ์ "เป้าหมายของคนพวกนี้น่าจะเป็นมังกรเจียว หรือว่ามังกรเจียวมันจะตายไปแล้วจริงๆ?"

ถ้ามังกรเจียวยังไม่ตาย คนพวกนี้จะกล้าเข้าไปได้ยังไง?

แต่ว่า... พวกมันรู้ได้ยังไงล่ะว่ามังกรเจียวตายหรือไม่ตาย?

แถมคนพวกนี้ยังเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แสดงว่าพวกมันต้องรู้เรื่องมังกรเจียวมาตั้งนานแล้วงั้นสิ?

ถ้าพวกมันรู้ ทำไมถึงไม่ยอมมาจัดการมังกรเจียวให้เร็วกว่านี้ล่ะ?

คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวซูอิงฮุย ทำเอาเขาปวดหัวตึบ ระหว่างที่เขากำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดนั้น

นอกจากนักบินแล้ว ทุกคนต่างก็จุดไฟฉายแล้วเดินเข้าไปในถ้ำ แถมแต่ละคนยังแบกสัมภาระพะรุงพะรังเข้าไปด้วย

"จะไปเชือดพวกนักบินนั่นทิ้งดีไหมเนี่ย?"

จู่ๆ ความคิดนี้ก็แวบเข้ามาในหัวซูอิงฮุย แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เขากับวั่งไฉยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เลย ไม่มีเหตุผลอะไรต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง

อีกอย่าง มันก็ไม่มีความจำเป็นด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้นเลย

จังหวะนี้เอง วั่งไฉก็ดึงเสื้อของซูอิงฮุยเบาๆ "ไปกันยัง?"

ซูอิงฮุยส่ายหน้า "จะรีบไปไหน รอดูอีกหน่อยสิ ไหนๆ คนพวกนี้ก็เข้าไปแล้ว ถือโอกาสให้พวกมันช่วยยืนยันให้หน่อยไงว่ามังกรเจียวตายหรือยัง"

เวลาผ่านไปทุกนาที ซูอิงฮุยยังคงสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นดินอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวหมอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ เฝ้ารอตั้งแต่เช้ายันค่ำ และจากค่ำยันเช้าอีกวัน

เวลาผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ แต่ก็ยังไม่มีใครเดินออกมาจากถ้ำเลยแม้แต่คนเดียว

หรือว่าพวกมันจะโดนมังกรเจียวเขมือบไปหมดแล้ว?

ช่วงเที่ยง แรงสั่นสะเทือนแผ่วเบานั้นก็หายไป แทนที่ด้วยเสียง 'เอี๊ยดอ๊าด... เอี๊ยดอ๊าด...'

เสียงนั้นไม่ดังมาก แต่ฟังดูบาดแก้วหู ดังมาจากในถ้ำ

ซูอิงฮุยเองก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นเสียงอะไร

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ก็มีคนเดินออกมาจากถ้ำสองคน

"เอี๊ยดอ๊าด... เอี๊ยดอ๊าด...!"

เมื่อเสียงบาดแก้วหูดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ซูอิงฮุยและวั่งไฉก็เริ่มตื่นตัวเต็มที่

และภาพเหตุการณ์ต่อมา ก็ทำเอาหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ใหญ่พอจะอุดปากถ้ำได้มิด กำลังถูกลากออกมาจากถ้ำ ซูอิงฮุยจำมันได้ทันที

ไอ้ตัวยักษ์นั่นก็คือมังกรเจียวนั่นเอง!

ถ้าจะพูดให้ถูก มันคือร่างท่อนล่างของมังกรเจียวต่างหาก และด้านล่างของท่อนร่างนั้น ก็มีสายพานตีนตะขาบรองรับอยู่สองเส้น

เสียง 'เอี๊ยดอ๊าด' ก็ดังมาจากสายพานตีนตะขาบนี่แหละ

ตามลำตัวของมันมีบาดแผลเหวอะหวะเต็มไปหมด บาดแผลยุ่บยั่บน่าสยดสยอง ซูอิงฮุยดูแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นรอยฉีกขาดจากเศษซากถังแก๊ส

เมื่อเห็นภาพนี้ ซูอิงฮุยก็ได้คำตอบที่เขาต้องการแล้ว

มังกรเจียวตายแล้วจริงๆ! โดนระเบิดจนขาดครึ่งเลย!

หรือไม่ก็... โดนระเบิดจนเหลือแค่ครึ่งท่อน!

"มิน่าล่ะไอ้พวกนั้นถึงได้แบกสัมภาระเข้าไปซะเยอะแยะ ที่แท้ก็เพื่อจะเอาสายพานตีนตะขาบเข้าไปลากศพมันออกมานี่เอง"

ซูอิงฮุยคิดไม่ออกจริงๆ ว่าคนพวกนี้จะเอาศพมังกรเจียวไปทำอะไร?

หรือว่าจะเอาไปสกัดเป็นแก่นปราณ (เหยาตัน) อย่างที่วั่งไฉบอก?

ช่างเถอะ ไม่สำคัญแล้วล่ะ

ในเมื่อมังกรเจียวตายแล้ว เป้าหมายของเขาก็ถือว่าสำเร็จลุล่วง

"เผ่นเถอะ! เผ่น! ไปกันเถอะ" ซูอิงฮุยตบหัววั่งไฉเบาๆ ส่งสัญญาณให้หนี

"แล้วแก่นปราณล่ะ?!" วั่งไฉทำหน้าไม่เต็มใจ

ซูอิงฮุยกลอกตาบน เขารู้อยู่แล้วว่าวั่งไฉต้องเริ่มโลภอีกแน่ๆ

"สภาพเละเทะขนาดนั้น ต่อให้มีแก่นปราณอะไรนั่น ป่านนี้ก็คงโดนระเบิดจนเละเป็นขี้ไปแล้วมั้ง รีบเผ่นเถอะ ขืนโดนจับได้ เราสู้พวกมันไม่ไหวหรอกนะ..."

เอาจริงๆ ซูอิงฮุยก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน ของที่วั่งไฉบอกว่าเป็นของล้ำค่า มันก็ต้องเป็นของล้ำค่าจริงๆ นั่นแหละ

ถ้าตอนนี้เขายังสามารถเรียกร่างแยกออกมาได้ล่ะก็ เขาคงไม่ลังเลที่จะส่งร่างแยกลงไปงัดกับพวกมันแน่ๆ แต่ปัญหาคือตอนนี้เขาเรียกร่างแยกออกมาไม่ได้นี่สิ

ส่วนเรื่องจะให้เอาร่างต้นไปเสี่ยงตายน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!

แก่นปราณบ้าบออะไร จะสำคัญไปกว่าชีวิตของเขาได้ยังไง?

"จะไปได้ยัง มัวรออะไรอยู่เนี่ย"

เมื่อเห็นวั่งไฉยังคงหมอบนิ่งอยู่ในพุ่มไม้ ซูอิงฮุยก็เอ่ยปากเร่ง

วั่งไฉลุกขึ้นจากพุ่มไม้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ท่าทางเดินคอตกอาลัยอาวรณ์สุดๆ

ซูอิงฮุยทนดูไม่ได้ เลยต้องอุ้มวั่งไฉขึ้นมา แล้วรีบเผ่นหนีออกจากสถานที่อันตรายแห่งนี้

เขาจะกลับบ้านเกิดไปสร้างบ้านแล้วโว้ย!

……

หลังจากซูอิงฮุยและวั่งไฉจากไปประมาณสองชั่วโมง เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ก็บินมาถึง

เพื่อเตรียมจะขนย้ายท่อนล่างของมังกรเจียว

แต่เนื่องจากตัวเครื่องบินมีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้ไม่สามารถลงจอดในป่าได้ พวกเขาจึงต้องใช้วิธีบินวนอยู่กลางอากาศ แล้วหย่อนสลิงลงมาให้คนข้างล่างช่วยผูกติดกับร่างของมังกรเจียว เพื่อดึงขึ้นไปบนเครื่อง

ไม่ไกลออกไปนัก หญิงสาวสวมชุดฮั่นฝูสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวสลวยดุจน้ำตก กำลังเดินทอดน่องอยู่ในป่า

ดวงตาหงส์คู่สวยของเธอทอประกายเฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์

รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เผยให้เห็นลักยิ้มเล็กๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง

หญิงสาวผู้งดงามราวกับภูตพราย ฮัมเพลงจังหวะสนุกสนาน ค่อยๆ เดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังถ้ำของมังกรเจียว

ไม่นานนัก หญิงสาวก็เดินมาถึงบริเวณถ้ำ แต่บรรดาทหารที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ กลับไม่มีใครสังเกตเห็นการมาเยือนของเธอเลยแม้แต่น้อย

"การขโมยของคนอื่นเนี่ย มันไม่ดีเลยน้า"

หญิงสาวยิ้มบางๆ จ้องมองกลุ่มคนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน

จากนั้น เธอก็ค่อยๆ ยกมือเรียวงามขึ้นมา แล้วตวัดนิ้วไปในอากาศเบาๆ ทันใดนั้น ทหารที่กำลังทำงานอยู่ ก็ราวกับถูกแช่แข็ง ทุกคนหยุดชะงักอยู่ในท่าทางเดิม นิ่งงันราวกับรูปปั้น

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ เดินเข้าไปหาทหารที่ถูกแช่แข็งนายหนึ่ง แล้วใช้นิ้วเรียวยาวดีดเข้าที่หน้าผากของเขาสะกิดเบาๆ

วินาทีต่อมา หัวของทหารนายนั้นก็หลุดกระเด็นออกจากบ่า!

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากรอยตัด พุ่งเข้าใส่หญิงสาว

ทว่า เลือดเหล่านั้นกลับทะลุผ่านร่างของเธอไป ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ และตกลงไปสาดกระเซ็นอยู่บนพื้นหญ้าด้านหลัง

ส่วนหัวของทหารนายนั้น ก็ลอยกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอย่างจัง

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับผลงานของตัวเองนัก

เธอเดินไปหาทหารอีกนายหนึ่ง แล้วใช้นิ้วดีดเข้าที่หน้าผากของเขาเบาๆ และเหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ร่างกายกับหัวหลุดออกจากกัน แล้วหัวก็ลอยกระเด็นออกไป

หนึ่งคน... สิบคน... ร้อยคน...

หญิงสาวร่ายรำไปท่ามกลางฝูงชน ทุกย่างก้าวที่เธอผ่าน ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้เลยแม้แต่คนเดียว

เลือดสดๆ อาบย้อมผืนดิน ร่างไร้วิญญาณเกลื่อนกลาดเต็มพื้นหญ้า ในเวลานี้ บริเวณหน้าถ้ำของมังกรเจียว แปรสภาพกลายเป็นขุมนรกบนดินไปเสียแล้ว

ไม่รู้ว่าเธอร่ายรำอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดหญิงสาวก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาพุ่มไม้ที่ซูอิงฮุยและวั่งไฉเคยซ่อนตัวอยู่เมื่อครู่นี้ เสื้อผ้าของเธอยังคงขาวสะอาดไร้รอยเปื้อนใดๆ

หญิงสาวยืนจ้องมองพุ่มไม้นั้นอยู่นาน ก่อนจะเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยออกมา

รอยยิ้มของเธอนั้น ช่างอบอุ่นดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ อ่อนโยนดั่งแสงตะวันยามเช้า

รอยยิ้มของเธอนั้น ช่างบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งดอกบัว ไร้ซึ่งมลทินใดๆ เจือปน

……

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 106 - ร่ายรำ

คัดลอกลิงก์แล้ว