- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 75 - งูยักษ์หวนคืน
บทที่ 75 - งูยักษ์หวนคืน
บทที่ 75 - งูยักษ์หวนคืน
บทที่ 75 - งูยักษ์หวนคืน
"สรุปก็คือ ท่านกับศิษย์พี่ของท่าน ก็เลยกลับไปที่ถ้ำนั่น เพื่อสู้กับมังกรเจียวตัวนั้นอีกรอบงั้นเหรอ?" ซูอิงฮุยถามขึ้น
กู้เหยียนชุนพยักหน้า "ไม่ใช่แค่ศิษย์พี่ของฉันเท่านั้น ยังมีนักพรตที่บำเพ็ญตบะขั้นสูงอีกหลายท่าน..."
ซูอิงฮุยขมวดคิ้ว "ตายหมดเลยเหรอ?"
"ตายหมด"
"เสี่ยวกู้ก็ตายด้วยเหรอ?"
เสี่ยวกู้ ก็คือนักพรตน้อยที่คอยติดตามอยู่ข้างกายกู้เหยียนชุนมาโดยตลอด
สายตาของกู้เหยียนชุนเลื่อนลอย "ตายแล้ว..."
ซูอิงฮุยฟิวส์ขาดด่ากราดทันที "ไอ้แก่ใจจืดใจดำ! เสี่ยวกู้เพิ่งจะอายุ 8 ขวบเองนะ!! ท่านพาเขาไปที่แบบนั้นได้ยังไง เขาอุตส่าห์คอยปรนนิบัติรับใช้ท่านทุกวัน จิตสำนึกท่านหมามันคาบไปแดกแล้วหรือไง ท่านมัน..."
ความจริงแล้ว กู้เหยียนชุนไม่ได้ให้เสี่ยวกู้เข้าไปในถ้ำ เหมือนกับที่อาจารย์ของเขาไม่ยอมให้เขาเข้าไปในถ้ำนั่นแหละ ทำเพียงแค่ให้รออยู่ข้างนอกเท่านั้น
แต่มังกรเจียวตัวนั้น ผ่านการบำเพ็ญเพียรมาหลายสิบปี จนตอนนี้มันสามารถพุ่งตัวออกมานอกถ้ำได้ในระยะเวลาสั้นๆ แล้ว...
ทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ของกู้เหยียนชุนเอง
เมื่อต้องเผชิญกับคำด่าทอของซูอิงฮุย คราวนี้กู้เหยียนชุนไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด ปล่อยให้ซูอิงฮุยด่าทอตามสบาย
เมื่อเห็นชายชราตรงหน้ามีสีหน้าเศร้าสร้อย ซูอิงฮุยก็ไม่กล้าพ่นคำหยาบคายด่าทออีก
"สรุปแล้ว ทำไมพวกท่านถึงต้องไปสู้ตายกับไอ้ปีศาจนั่นด้วยล่ะ?"
กู้เหยียนชุนเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก "มังกรเจียวนั่นเกิดจากจิตอาฆาตแค้น เป็นสมรภูมิรบภายในประเทศเมื่อครั้งอดีต..."
"หยุดๆๆ พอเลยๆ! ข้ามไปบอกมาเลยดีกว่าว่าทำไมต้องไปหามันด้วย!" ซูอิงฮุยยังคงรู้สึกโกรธเคืองเรื่องการตายของเสี่ยวกู้อยู่ เขาขี้เกียจฟังเรื่องไร้สาระของกู้เหยียนชุนแล้ว
กู้เหยียนชุนเงยหน้าขึ้น สบตาซูอิงฮุย "ก็เพื่อมวลมนุษยชาติไงล่ะ ถ้าปล่อยให้มันหลุดออกมาจากถ้ำได้ มวลมนุษยชาติก็ตกอยู่ในอันตรายน่ะสิ!"
มวลมนุษยชาติ? ช่างเป็นคำว่ามวลมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร!
คำพูดนี้ทำเอาซูอิงฮุยหัวเราะร่าด้วยความโกรธ
"ไงล่ะ? มวลมนุษยชาติเขาจ่ายเงินจ้างท่านหรือไง? ท่านถึงกับยอมให้เสี่ยวกู้ต้องมาตายเพื่อมวลมนุษยชาติงั้นเหรอ?"
"เจ้า...!"
"เจ้าอะไรล่ะ? ฟ้าถล่มลงมาก็มีคนตัวสูงคอยค้ำไว้ ท่านคิดว่ากองทัพ เครื่องบินรบ ปืนใหญ่ ขีปนาวุธ พวกนั้นมันมีไว้ประดับหรือไง?"
"ข้า...!"
"ข้าอะไรอีกล่ะ? ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็โยนระเบิดปรมาณูใส่มันสักลูกสิเว้ย ข้าละอยากจะรู้นัก ไอ้ตัวที่เรียกว่ามังกรเจียวอะไรนั่น โดนระเบิดปรมาณูเข้าไปสักลูกมันจะไม่ตายจริงๆ เหรอ!"
"ท่านรู้จักระเบิดปรมาณูไหมเนี่ย? ไอ้คนโบราณที่แม้แต่สมาร์ทโฟนยังไม่มีใช้! ถ้าท่านมีสมาร์ทโฟนสักเครื่อง แล้วโทรเรียกกู้ภัยมาช่วย เสี่ยวกู้ก็คงไม่ตายหรอก!!"
ยิ่งด่าซูอิงฮุยก็ยิ่งได้ใจ จนวั่งไฉทนดูไม่ได้ ต้องเดินเข้าไปดึงขากางเกงซูอิงฮุยไว้
"ก็นอนรอความตายอยู่บนเขาไปก็แล้วกัน! อย่ามาหาทำอะไรไร้สาระอีกเลย อย่าให้ถึงขั้นตอนตายก็ไม่มีใครคอยเก็บศพให้เลย ถุย!"
ซูอิงฮุยถ่มน้ำลายลงพื้น ทิ้งกู้เหยียนชุนให้นั่งเงียบกริบไร้คำพูด แล้วพาวั่งไฉเดินออกจากอารามไป
……
ระหว่างทางเดินลงเขา วั่งไฉมองซูอิงฮุยที่มีสีหน้าดำคร่ำเครียดพลางเอ่ยขึ้น "ด่าแรงไปหรือเปล่า? ตาเฒ่านั่นดีกับแกมากนะ อุตส่าห์สอนวิชาเต๋าให้แกอย่างหมดเปลือก"
ซูอิงฮุยถอนหายใจยาว "ก็เพราะเขาดีกับฉันไง ฉันถึงทนดูเขาไปตายไม่ได้ ตาแก่จอมดื้อรั้นคนนี้ พอร่างกายหายดีเมื่อไหร่ ต้องแอบหนีกลับไปที่นั่นอีกแน่ๆ"
วั่งไฉถามต่อ "แล้วแกตั้งใจจะทำยังไงล่ะ?"
ซูอิงฮุยตอบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ฉันจะไปฆ่ามังกรเจียวตัวนั้นซะ!"
วั่งไฉกลอกตาบน "แกอย่ามาประเมินตัวเองสูงไปหน่อยเลย พูดตามตรงนะ ตอนนี้พวกเราสองคนรวมพลังกันยังสู้ตาเฒ่านั่นไม่ได้เลย ไปก็เหมือนเอาเนื้อไปโยนให้หมา ฉันยังไม่อยากตายไปเกิดใหม่หรอกนะ"
สิ่งที่วั่งไฉพูด ซูอิงฮุยเข้าใจดี เขาไม่ใช่คนวู่วามแบบนั้นหรอก
ดังนั้น ตอนนี้เขาเตรียมตัวจะไปปล้นธนาคารแล้ว
ในห้องนิรภัยของธนาคารต้องมีทองคำอยู่แน่ๆ! ในหนังเขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ
ขอแค่ให้วั่งไฉได้กินทองสักร้อยชั่ง เขาก็กล้าไปงัดกับมังกรเจียวตัวนั้นแล้ว
แน่นอนว่า ข้อแม้คือมันต้องมอบพลังวิเศษระดับเทพๆ ให้เขานะ ถ้าเกิดได้พลังแบบที่เจ้าของคนก่อนของวั่งไฉได้ คือพลังที่สามารถบินได้ล่ะก็...
ซูอิงฮุยก็คงจนปัญญาเหมือนกัน คงต้องกลับมาจับกู้เหยียนชุนมัดไว้ แล้วคอยปรนนิบัติดูแลเรื่องกินเรื่องขี้เรื่องเยี่ยวให้แกไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ตาแก่ดื้อรั้นคนนี้ไปหาที่ตายอีก
"นี่ขนาดยังไม่เรียกว่าวู่วามอีกเหรอ จะไปปล้นธนาคารอยู่แล้วยังไม่วู่วามอีก!"
วั่งไฉรู้สึกจนปัญญาจริงๆ จึงเอ่ยถามขึ้น "แล้วแผนการของแกล่ะคืออะไร?"
"ต้องมีแผนอะไรอีก ฉันก็แค่ไปจับผู้จัดการธนาคารมัดไว้ แกก็ไปทำลายกล้องวงจรปิดให้พัง แล้วเราก็บุกเข้าไปกินทองในห้องนิรภัย แค่นี้ก็จบแล้ว"
ง่ายดาย! โคตรจะง่ายดายเลย!
มุมปากของวั่งไฉกระตุกยิกๆ ชะ... ช่างเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้!
แต่พูดก็พูดเถอะ เรื่องนี้มันก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ
ขอแค่พวกเขาลงมือให้ เร็ว! แม่นยำ! และเด็ดขาด!
ซูอิงฮุยเอามือประสานท้ายทอย เดินไปพลางพูดไปพลางว่า "ความจริงฉันตั้งใจไว้ว่า รอให้เรื่องเงียบลงสักพัก ฉันก็จะไปลงแข่งชกมวย"
ในวินาทีนี้ เขาดูราวกับเด็กหนุ่มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน
"ด้วยพลังเทพที่มีในตัว จะคว้าแชมป์มวยโลกมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย วั่งไฉ แกไม่รู้หรอกว่าพวกแชมป์มวยน่ะรวยล้นฟ้าขนาดไหน ทั้งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว เรือยอชท์ คฤหาสน์หรู มีครบหมดราวกับเสกได้"
น้ำเสียงของซูอิงฮุยเต็มไปด้วยความอิจฉา อย่าว่าแต่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเลย ชาตินี้เขาเพิ่งจะเคยขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ก็แค่ไม่กี่ครั้งเอง
"ค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวไปเรื่อยๆ สักวันเราก็ต้องมีชีวิตแบบนั้นได้เหมือนกัน ได้ขับเครื่องบิน ได้ขับเรือยอชท์ มีทองให้กินไม่อั้น..."
จู่ๆ น้ำเสียงของซูอิงฮุยก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงกัดฟันกรอด "แต่ฉันกลืนความโกรธแค้นนี้ไม่ลงจริงๆ! แม่มันเถอะ! เสี่ยวกู้เพิ่งจะแปะขวบเอง! แปดขวบเองนะเว้ย! ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นแท้ๆ แม้แต่มือผู้หญิงก็ยังไม่เคยจับเลยสักครั้ง!"
จะถามว่าซูอิงฮุยโทษกู้เหยียนชุนไหม?
แน่นอนว่าต้องโทษอยู่แล้ว
แล้วจะถามว่าซูอิงฮุยเกลียดกู้เหยียนชุนไหม?
ก็คงไม่ถึงกับเกลียดหรอก เพราะกู้เหยียนชุนก็รักและดูแลนักพรตน้อยอย่างจริงใจ การกระทำเหล่านี้มันเสแสร้งแกล้งทำไม่ได้หรอก
แต่ก็ต้องมีคนรับผิดชอบต่อการตายของนักพรตน้อยสิ
และความเคียดแค้นก็ต้องได้รับการระบายออก ไม่อย่างนั้นคนเราอาจจะอึดอัดจนอกแตกตายได้
ดังนั้น ซูอิงฮุยจึงโยนความโกรธแค้นทั้งหมดไปลงที่มังกรเจียวตัวนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ทุกอย่างที่กล่าวมาดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้น และค่อนข้างจะไร้สาระเอามากๆ
แต่นี่คือสภาวะจิตใจของซูอิงฮุยในปัจจุบัน
เขาจะเอามังกรเจียวมารับบาปแทนกู้เหยียนชุน!
เขาจะเอามังกรเจียวมารับผิดชอบต่อการตายของนักพรตน้อย!!
เขาจะให้มังกรเจียวตายตกไปตามกันกับนักพรตน้อย!!!
"งูตัวนั้นมาแล้ว" จู่ๆ วั่งไฉก็โพล่งขึ้น ขัดจังหวะความคิดของซูอิงฮุย
ซูอิงฮุยตั้งสติมองไปข้างหน้า ก็พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างมาขวางทางพวกเขาอยู่
ส่วนเรื่องภูตพรายงูล่องหนตัวนี้ พวกเขาได้รู้จากปากของกู้เหยียนชุนแล้วว่า งูตัวนี้เป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา
และงูตัวนี้ก็คือคนที่แบกร่างที่สลบไสลของกู้เหยียนชุนออกมาจากป่าลึกนั่นแหละ
งูยักษ์ส่งเสียง "ซ่าๆ" ใส่คนกับหมา ราวกับพยายามจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับพวกเขา
ซูอิงฮุยหันไปพูดกับวั่งไฉ "มันพูดว่าอะไร? แปลให้ฟังหน่อย!"
"แกเห็นฉันเป็นล่ามหรือไงฮะ? ฉันก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันแหละ"
"แกยังฟังภาษาผีรู้เรื่องเลย แล้วทำไมทีนี้ถึงฟังไม่รู้เรื่องล่ะ"
วั่งไฉถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย ภาษาผีถึงจะไม่มีเสียง แต่มันก็ขยับปากให้เห็นนี่นา
แต่งูยักษ์ตัวนี้เอาแต่แลบลิ้นแผลบๆ แล้วฉันจะไปแปลได้ยังไงล่ะฟะ...
(จบแล้ว)