- หน้าแรก
- ปริศนาเรือต้องสาป
- บทที่ 25 ขายปลา
บทที่ 25 ขายปลา
บทที่ 25 ขายปลา
“คุณตกได้ปลาทูน่าครีบเหลืองงั้นเหรอ? ตัวใหญ่แค่ไหน?”
เอนเดอร์สรีบถามกลับมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจิ้งหยาง
“ใกล้จะถึงวันเกิดคุณปู่ของผมแล้ว พวกเราจะจัดงานเลี้ยงฉลองแบบยิ่งใหญ่ และกำลังต้องการปลาทูน่าไซส์บิ๊กอยู่พอดีเลย!”
จะบังเอิญอะไรขนาดนี้?
ถ้าไม่ได้รู้มาก่อนว่าระบบความคิดของเอนเดอร์สนั้นไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา เจิ้งหยางคงเกือบจะคิดไปแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจหาทางช่วยเขาอยู่แน่ ๆ
ทว่าการที่เจิ้งหยางโทรมาบอกเอนเดอร์สในเวลานี้ นอกจากจะเพื่ออวดแล้ว ความจริงเขาก็แอบหวังจะพึ่งพาเส้นสายของอีกฝ่ายในการขายปลาทูน่าทั้งสองตัวนี้ด้วย เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่โดนกดราคาจนเกินไปนัก
“น้ำหนักเกินร้อยชั่งทั้งสองตัวเลย รวม ๆ แล้วน่าจะประมาณสองร้อยเจ็ดสิบชั่งได้ ผมกำลังลากกลับไปที่ท่าเรือ คุณแน่ใจนะว่าจะเอา? อ้อ เป็นทูน่าครีบเหลืองนะ!”
เจิ้งหยางบอกรายละเอียดไป
เสียงของเอนเดอร์สดังขึ้นกว่าเดิมอีกยี่สิบเดซิเบลด้วยความตกตะลึง “สองตัวเลยเหรอ?”คุณตกได้คนเดียวเนี่ยนะ? แทบไม่อยากจะเชื่อเลย... เดี๋ยวนะ ทูน่าครีบเหลืองเหรอ? คุณแน่ใจนะว่าไม่ใช่ครีบน้ำเงิน?”
“ครีบเหลืองสิ!” เจิ้งหยางยืนยันหนักแน่น
เอนเดอร์สเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ขอโทษทีนะเจิ้ง สิ่งที่ผมต้องการคือปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ขอแค่เป็นครีบน้ำเงินระดับร้อยชั่งตัวเดียวก็พอแล้ว!”
ปฏิกิริยาแบบ ‘ถ้าไม่ใช่ครีบน้ำเงินก็อย่ามาคุยให้เสียเวลา’ ของเอนเดอร์ส ทำเอาเจิ้งหยางถึงกับพูดไม่ออก
ไอ้คนรวยเฮงซวยเอ๊ย สุดท้ายก็เลือกซื้อแต่ของแพง ๆ สินะ!
เขาจึงลองถามเอนเดอร์สต่อว่าพอจะมีช่องทางช่วยเขาขายปลาทูน่าสองตัวนี้บ้างไหม
เอนเดอร์สเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเจิ้งหยางว่าคนในครอบครัวของเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่แถบนี้ หากจะให้ช่วยจัดการปลาทูน่าสองตัวนี้ ก็ต้องเดินทางมาจากที่อื่น ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายระหว่างทางค่อนข้างสูงและข้ออ้างอื่น ๆ อีกสารพัด ฟังจากน้ำเสียงและข้ออ้างแล้ว เจิ้งหยางก็จับสังเกตได้ทันทีว่า อีกฝ่ายไม่ได้สนใจผลกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ จากปลาทูน่าครีบเหลืองสองตัวนี้เลยแม้แต่น้อย และไม่ได้อยากจะรับช่วงต่อด้วยซ้ำ
“เจิ้ง คุณอยากจะมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดคุณปู่ของผมไหม? งานจะจัดขึ้นในวันศุกร์สัปดาห์หน้า ถึงตอนนั้นจะมีพวกขุนนางและคนดังมาร่วมงานมากมาย คุณจะได้ทำความรู้จักกับผู้คนและสร้างเครือข่ายเส้นสายของตัวเองด้วยนะ”
“ขอบคุณที่ชวนนะครับ ถ้าผมจะไป ขอแจ้งยืนยันล่วงหน้าสักวันหนึ่งได้ไหมครับ?”
“ได้เลยเจิ้ง ยินดีต้อนรับสู่บอสตันเสมอ!”
...
เมื่อวางสาย เจิ้งหยางก็นึกถึงกระทู้ต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต พวกที่ตกปลาทูน่ายักษ์ได้ เขาจัดการกับมันยังไงกันนะ?
ถ้าขายให้กับพ่อค้าปลาที่ท่าเรือโดยตรง แล้วปล่อยให้พวกเขาส่งต่อผ่านคนกลางไปเรื่อย ๆ จนถึงผู้ซื้อปลายทาง ราคาที่ขายได้กับราคาปลายทางมันต่างกันลิบลับเลยล่ะ
แต่ถ้าเป็นปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ก็ยังพอจะส่งเข้าประมูลได้
“จริงสิ เฮนรี่ หมอนั่นชอบทำตัวเป็นนายหน้านี่นา ลองถามเขาดูดีกว่าว่าพอจะมีช่องทางที่ดีกว่าพวกพ่อค้าปลาไหม!”
เจิ้งหยางกดโทรศัพท์ดาวเทียมหาเฮนรี่อีกครั้ง
เฮนรี่มักจะรับสายเร็วปานสายฟ้าแลบเสมอ เขาเชื่อว่าต่อให้ปลายสายจะเป็นแค่พนักงานขายประกัน แต่ตราบใดที่โอกาสเหมาะสมและจัดการอย่างถูกวิธี มันก็อาจจะนำมาซึ่งความร่วมมือและผลกำไรให้กับเขาได้
พอได้ยินว่าเจิ้งหยางตกปลาทูน่าครีบเหลืองยักษ์น้ำหนักกว่าร้อยชั่งได้ถึงสองตัว และกำลังลากกลับมาที่ท่าเรือ เขาก็รีบพูดขึ้นทันที “ผมมีช่องทางครับ คุณเจิ้ง เชื่อมือผมเถอะ ผมรู้จักคนคนหนึ่งที่เปิดร้านอาหารในเครือระดับหรูอยู่ เขาจะต้องให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อแน่นอน!”
“ขายตรงให้ปลายทางเลยเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ดีที่สุด จัดการเลยคู่หู อีกประมาณสองชั่วโมงครึ่งผมจะถึงท่าเรือ แน่นอนว่าผมหวังจะให้มีการส่งมอบทันทีที่ถึงท่าเรือนะ ผมไม่อยากเสียเงินเช่าห้องเย็นเพิ่มแล้ว!”
“วางใจได้เลยครับ พวกเขามีรถห้องเย็นด่วนวิ่งรับส่งอาหารทะเลจากที่นี่ทุกวัน ต่อให้ต้องแช่แข็ง พวกเขาก็จะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด พวกเขามีขั้นตอนควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง ต่อให้คุณอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งก็ทำไม่ได้หรอกครับ”
...
เมื่อจัดการเรื่องคนซื้อได้แล้ว เจิ้งหยางก็ปรับใบเรือเพื่อแก้ไขทิศทาง จากนั้นก็ใช้ขอบเขตการรับรู้ตรวจสอบสภาพของปลาทูน่าทั้งสองตัว
ปลาทูน่าไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ พวกมันต้องว่ายน้ำอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้น้ำทะเลพัดพาออกซิเจนผ่านเหงือก เป็นการรับออกซิเจนด้วยวิธีการกรองแบบแพสซีฟ
ดังนั้น ปลาทูน่าที่ต้องว่ายน้ำตลอดชีวิต เนื้อของมันถึงได้อร่อยนักหนา
ปลาทูน่าสองตัวของเจิ้งหยางถูกสูบพลังงานจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงตั้งแต่ตอนที่ติดเบ็ดแล้ว หลังจากนั้นถึงแม้จะแช่อยู่ในน้ำทะเลตลอดเวลา แต่ความเร็วของเรือใบก็ช้าเกินกว่าจะให้ออกซิเจนที่เพียงพอได้ ถึงแม้พวกมันจะยังไม่ถึงตายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่มันก็อยู่ในสภาวะขาดออกซิเจนตลอดเวลา นอนหงายท้องสิ้นสภาพ ฟื้นตัวไม่ขึ้น แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมาดิ้นรนสร้างความวุ่นวาย!
แต่การลากปลาตัวใหญ่สองตัวแบบนี้ มันส่งผลกระทบต่อความเร็วของเรือใบอย่างเห็นได้ชัด แรงต้านที่พวกมันสร้างขึ้นในน้ำนั้นไม่ใช่น้อย ๆ เลย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฮนรี่ก็ติดต่อกลับมาหาเจิ้งหยางว่าเขาติดต่อคนซื้อได้เรียบร้อยแล้ว การันตีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละสามร้อยแปดสิบโกลด์ชิลด์ ส่วนตัวเขาเองขอหักค่าเหนื่อยหนึ่งพันโกลด์ชิลด์จากรายได้ของเจิ้งหยาง
ถ้าเป็นโลกก่อน ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ราคาน่าจะพุ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว แต่ตอนนี้เจิ้งหยางกลับตกลงรับข้อเสนอทันที ราคานี้ก็สูงกว่าขายให้พ่อค้าปลาตั้งเก้าสิบโกลด์ชิลด์แล้ว
ปลาทูน่าสองตัวรวมกัน เจิ้งหยางน่าจะมีรายได้เข้ามาห้าหมื่นกว่าโกลด์ชิลด์ หักค่าเหนื่อยของเฮนรี่กับภาษีแล้ว ก็น่าจะเหลือรับเน้น ๆ ประมาณสี่หมื่นห้าพันโกลด์ชิลด์
บ่ายโมงกว่า ๆ เจิ้งหยางเดินทางกลับมาถึงท่าเรือ ภายใต้การนำทางของเฮนรี่ เขาขับเรือเข้าไปในท่าเรือประมงโดยตรง แล้วส่งมอบปลาทูน่าทั้งสองตัวให้กับเรือประมงน้ำลึกขนาดกลางลำหนึ่ง
ปลาทูน่าสองตัวน้ำหนักรวมหนึ่งร้อยสี่สิบกิโลกรัม หักภาษีและค่าเหนื่อยแล้ว เจิ้งหยางมีเงินเข้าบัญชีสี่หมื่นแปดพันโกลด์ชิลด์นิด ๆ
พอมีเงินในบัญชี เจิ้งหยางก็เริ่มคิดถึงเรื่องการตกแต่งเรือใบ เขาขับเรือกลับมาที่สโมสรเรือใบ จัดการมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มสั่งซื้อวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำเร็จรูปต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
แผนการตกแต่งภาพรวมเขาออกแบบไว้ตั้งแต่คืนแรกที่มาถึงท่าเรือแล้ว ส่วนซัพพลายเออร์วัสดุและอุปกรณ์ก็เลือกไว้เรียบร้อยแล้วในช่วงสามวันที่สืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ตอนนี้เจิ้งหยางมีหน้าที่แค่กดสั่งซื้อซ้ำ ๆ เท่านั้น
แต่สุดท้ายในส่วนของการเลือกเครื่องยนต์ เจิ้งหยางก็ยังคงเลือกซื้อมอเตอร์ติดท้ายเรือระบบไฟฟ้า 60V 10 แรงม้า แบบก้านสั้นจำนวนสามเครื่อง เพื่อลดการดัดแปลงภายในตัวเรือให้มากที่สุด
เมื่อใช้งานร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์แบบขยายได้และชุดแบตเตอรี่ความจุสูง ก็เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันบนเรือใบ และเป็นพลังงานขับเคลื่อนเครื่องยนต์ในยามจำเป็นได้อย่างสบาย ๆ
“ต่อไปนี้กลางวันก็ชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ กลางคืนก็ชาร์จพลังวิญญาณ ควบคู่กันไปเลย!”
“ยังมีเงินเหลืออีกหน่อย ซื้อเครื่องดักจับและกรองน้ำจืดจากความชื้นในอากาศขนาดเล็กติดเรือไว้สักเครื่องดีกว่า วันหลังจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำจืดอีก!”
เมื่อกดยืนยันคำสั่งซื้อครั้งสุดท้าย เงินในมือเจิ้งหยางก็กลับมาเหลือแค่หลักหน่วยอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาจัดหนักรวดเดียวจบ ซื้อแผงโซลาร์เซลล์แบบขยายได้ขนาดยี่สิบสี่ตารางเมตรและชุดแบตเตอรี่ความจุสูงหนึ่งชุด รวมกับมอเตอร์ติดท้ายเรือกำลังสูงอีกสามเครื่อง ก็ผลาญเงินไปกว่าสี่หมื่นโกลด์ชิลด์แล้ว จากนั้นก็สั่งทำโซฟาเบดพับได้ โต๊ะกระจก ตู้เก็บของแบบตั้งพื้นอีกสองสามชุด ม้านั่ง เตาไฟฟ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ระบบปั๊มน้ำอัตโนมัติ หน้าต่างกระจกนิรภัย ผ้าม่าน โคมไฟ และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างพวกท่อร้อยสายไฟ บานพับ ฯลฯ สุดท้ายก็ตบท้ายด้วยเครื่องดักจับน้ำจืดอีกหนึ่งชุด
เตียงนอนไม่จำเป็นแล้ว แค่โซฟาเบดพับได้ก็ตอบโจทย์แล้ว ไม่มีระบบระบุตำแหน่งและนำทางผ่านดาวเทียมบนเรือ ไม่มีโทรทัศน์ดาวเทียม ตู้เย็น หรือเครื่องปรับอากาศ เรียบง่ายสุด ๆ
ยังไงซะ เรือมันก็เล็กเกินไปอยู่ดี
ผลาญเงินจนเกลี้ยง เจิ้งหยางดูเวลา ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าแล้ว เขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ไปตรวจร่างกายที่คลินิกของเอลิม่าเลย แถมเมื่อวานยังรับปากกับวิย่าไว้ว่าจะเอาปลาทะเลไปฝากที่คลินิกอีกสองตัว เขาจึงหยิบตาข่ายตาถี่ไปช้อนปลาแซลมอนตัวเขื่องมาจากห้องเก็บปลาหนึ่งตัว หยิบปลาคอดตากแห้งมาอีกหนึ่งตัว แล้วเดินออกจากท่าเรือมุ่งหน้าไปยังคลินิก
..........